로그인หลังจากการเป็น FWB สิ้นสุดลง เธอไปหาเขาเพื่อจะบอกเรื่องท้อง แต่กลับพบว่าพ่อของลูกมีแฟนแล้ว
더 보기เอริค อายุ25ปี สูง 186 CM
นักศึกษาคณะบริหาร ปี4 หล่อ รวย ครอบครัวมีหุ้นส่วนกับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง และมีธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อชื่อดังหลายพันสาขาทั่วประเทศ และในต่างประเทศ เคยเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะพ่ออยากให้เป็นผู้พิพากษา เรียนได้2ปี เมื่อรู้ว่าไม่ชอบสายนี้จึงซิ่วมาเรียนบริหาร ออม อายุ22ปี สูง 160 CM นักศึกษาคณะบริหาร ปี4 สอบชิงทุนได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เนเน่ ใช้นามสกุลของแม่ (กำพร้าพ่อตั้งแต่อยู่ในท้องแม่) . . . ตัวอย่างนิยาย “เธอท้องกับใคร” “…” “อย่าบอกนะว่าเธอท้องกับฉัน” “ถ้าเกิดว่าออมท้องกับพี่ล่ะ พี่จะทำไง” “มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะท้องกับฉัน เธอก็เห็นอยู่ว่าฉันใส่ถุงทุกครั้ง มีครั้งเดียวที่เอาสด แต่ฉันก็บอกเธอให้กินยาคุมฉุกเฉินแล้วนี่” “…” . . . . . “ถ้าตอนนั้นเธอกินยาคุมฉุกเฉิน แล้วทำไมลูกของเธอถึงได้หน้าตาคล้ายฉันล่ะ” อึก . . . . . . . . . . . . . . ผับแห่งหนึ่ง คืนนี้เอริคมาดื่มกับเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน หลังจากที่ทั้งสามคนดื่มกันจนเวลาผ่านไปถึงตีหนึ่ง ต่างก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของตัวเอง ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะเปิดประตูรถสปอร์ตหรูคู่ใจ จู่ๆก็มีมือเล็กนุ่มนิ่มของใครคนหนึ่งมาจับที่แขนของเขา หมับ! “พี่เอริคจะกลับแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยท่าทีลนลานเพราะตอนนี้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่างกาย “…” ใบหน้าหล่อร้ายหันมามองเธอด้วยแววตาขุ่นเคืองที่อยู่ๆเธอก็มาโดนตัวเขา แต่พอมองใบหน้าเรียวใสชัดๆจึงรู้ว่าเธอคือเด็กที่เรียนห้องเดียวกับเขา เธออ่อนกว่าเขาน่าจะสองถึงสามปี เขาแก่กว่านักศึกษาทุกคนที่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาเป็นเด็กซิ่วมาจากคณะนิติศาสตร์ นักศึกษาทุกคนในห้องเรียนจะเรียกเขาว่าพี่ แต่เพื่อนสนิทของเขาสองคนเรียกชื่อเฉยๆ แต่ไม่มีคำว่าไอ้นำหน้าเพราะให้เกียรติที่เขาอายุมากกว่า “พี่เอริค ชะ ช่วยออมด้วยค่ะ” “จะให้ฉันช่วยอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าราบเรียบ ถึงเขาจะเรียนห้องเดียวกับเธอ แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน ตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงตอนนี้เกือบจะจบปีสี่แล้ว ทว่าเขากับเธอไม่เคยพูดกัน เพราะเขาจะพูดกับคนที่อยากจะพูดด้วยเท่านั้น “พี่ช่วยไปส่งออมที่หอพักได้ไหมคะ ตอนนี้ออมไม่ไหวแล้ว” “ไม่ไหวแล้ว?” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจกับที่เธอบอกว่าไม่ไหวแล้ว คำนี้คนมักจะใช้บ่อยๆตอนเอากัน เวลาใกล้จะเสร็จ “ตอนนี้ร่างกายของออม มัน…รู้สึกแปลกๆ” เธอจ้องมองใบหน้าหล่อร้ายแล้วกัดริมฝีปาก พลางอารมณ์บางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับร่างกายมาก่อนก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลางกลายสาวขมิบถี่ขึ้นจนไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้ ร่างสูงที่เห็นท่าทีของอีกคน จึงใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มพลางกระตุกยิ้มมุมปาก เขารู้ว่าเธอโดนยาปลุกเซ็กส์มาแต่เธอคงไม่รู้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเยาะหยัน “เธอโดนยาปลุกเซ็กส์จากใครมาล่ะ” “ยาปลุกเซ็กส์?” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ก่อนจะนึกได้ว่าแขกห้องวีไอพีที่มาดื่มที่นี่บ่อยๆยื่นแก้วเหล้าให้เธอดื่ม แต่เธอปฏิเสธ เขาจึงบอกว่าถ้าดื่มเขาจะให้สามพันบาท เธอที่อยากได้เงินจึงจำใจดื่มไปเกือบครึ่งแก้ว แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็ให้เงินเธอสามพันทันที จากนั้นเธอก็เข้าห้องน้ำ พอออกจากห้องน้ำเธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบในร่างกาย จึงเดินออกมาหน้าผับเพื่อจะกลับหอพัก แต่พอเห็นคนตัวสูงที่เรียนร่วมห้องกับเธอจึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเขา ทั้งที่เธอกับเขาไม่เคยคุยกันตอนอยู่ในห้องเรียน “นึกได้แล้วใช่ไหมว่าโดนยาปลุกเซ็กส์จากใคร” “แขกยื่นแก้วเหล้าให้ออมดื่ม แล้วบอกจะให้สามพัน ออมก็เลยดื่ม” เธอพูดด้วยแววตาใสซื่อ “เธอยากจนข้นแค้นมากเหรอ ถึงขนาดต้องกินเหล้าเพื่อแลกกับเงินไม่กี่พัน?” เขาเหยียดยิ้มมุมปาก มองเธอด้วยสายตาดูแคลน “ใช่ค่ะ ออมยากจนข้นแค้นอย่างที่พี่ว่าจริงๆนั่นแหละ ถ้าไม่ยากจนออมคงไม่ต้องมาทำงานนี้หรอกค่ะ” “เธออยากกลับหอพักกับฉัน?” “ใช่ค่ะ ขอออมกลับด้วยนะคะ ตอนนี้ออมไม่ไหวแล้วค่ะ” “งั้นก็ขึ้นรถ” สิ้นเสียงทุ้มบอก คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตกระโปรงสั้นถึงกลางขาก็เดินไปขึ้นรถของเขา ก่อนเอริคจะออกรถด้วยความเร็ว ในรถ “พี่เอริคช่วยขับเร็วๆหน่อย” ตอนนี้ร่างกายของเธอร้อนมากและปั่นป่วนไปหมด ในขณะที่ส่วนกลางกายก็รู้สึกว่ามีน้ำไหลซึมออกมา “ฉันก็เหยียบร้อยสี่สิบแล้วนะ ถ้าขับเร็วกว่านี้ เธอกับฉันคงได้ไปเยี่ยมยมบาลแน่” “แต่ออมไม่ไหวแล้วจริงๆนะ” เธอพูดพร้อมกับลูบแขนทั้งสองข้างขึ้นลง แล้วเผลอเลื่อนมือมาจับหน้าอกของตัวเองพลางบีบเคล้นเพื่อระบายอารมณ์นั้น เอริคที่หันมาเห็นพลันความเป็นชายที่สงบอยู่ก็เริ่มผงาดและแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว “นี่เธอ! นั่งนิ่งๆหน่อยสิวะ!” เขาหันมาตะคอกเธอที่ทำให้เขามีอารมณ์ “พี่คะ…อื้อ ออม มะ ไม่ไหวแล้วค่ะ” เสียงหวานที่เปล่งออกไปชวนให้ชายหนุ่มวัยกลัดมันถึงกับขบสันกรามแน่นจนปูดนูน พร้อมกับสบถอย่างหัวเสีย “หยุดพูดสิวะ! แม่ง!” “พี่เอริค ออม อื้อ…” ความเสียวซ่านเล่นงานเธอ จึงไม่สามารถควบคุมความเป็นตัวเองได้แล้ว “ฉันบอกให้เธอหยุดพูดไง!” “…” ร่างเล็กสะดุ้งโหยง แต่มือของเธอก็ยังบีบเคล้นสองเต้าอย่างลืมตัว เอริคที่ยังหันมามองเธอเป็นระยะๆ ก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสะกดกลั้นความต้องการนั้นไว้ เพราะเขาไม่อยากมีความสัมพันธ์กับเด็กรุ่นน้องที่เรียนห้องเดียวกัน แต่ทว่าเขาที่ไม่ได้ปลดปล่อยกับใครมาหลายวันแล้ว จึงนึกอยากแหกกฏที่เคยตั้งไว้ว่าจะไม่กินเด็กที่เรียนห้องเดียวกัน “เร็วหน่อยค่ะพี่เอริค ออมไม่ไหวแล้วจริงๆ” “เธอเข้าหาฉันเองนะ หลังจากคืนนี้เธออย่ามาเรียกร้องอะไรจากฉันก็แล้วกัน” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน เพราะตอนนี้เขาก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ฝ่าเท้าหนาเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วจากร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นร้อยหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงมุ่งหน้าไปยังคอนโดของเขาที่อยู่ใจกลางเมืองสองปีต่อมา โรงเรียนนานาชาติ ตอนนี้เนเน่ก็มีอายุครบสามขวบแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่เนเน่ต้องมาโรงเรียนเพื่อฝึกทักษะเป็นวันแรก คนเป็นพ่อและคนเป็นแม่อย่างเอริคกับออมมาส่งลูกที่โรงเรียน ร่างสูงอุ้มลูกสาวลงจากรถหรู แล้วสาวเท้าเข้าไปในโรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเทอมปีละหนึ่งล้านกว่าบาท โดยมีร่างเล็กของภรรยาสุดสวยเดินเคียงข้างกัน เอริควางลูกสาวลงที่ประตูทางเข้าที่มีครูสาวยืนอยู่ “สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” คุณครูสาวยกมือไหว้เอริคและออมอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มแจ่มใส ก่อนจะมองหนูน้อยเนเน่แล้วเอ่ยถามชื่อ “ไม่ทราบว่าน้องชื่ออะไรคะ” “หนูชื่อเนเน่ค่า” เนเน่แนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงสดใส รอยยิ้มร่าเริงสมวัย “สวัสดีคุณครูก่อนลูก” ออมบอกลูก “สวัสดีค่าคุณครู” เนเน่ยกมือเล็กๆขึ้นประนมกลางอกแล้วก้มหัวไหว้ครูสาวด้วยความน่ารัก “สวัสดีค่ะน้องเนเน่ น้องเนเน่น่ารักจังเลยค่ะ” ครูสาวส่งยิ้มให้หนูน้อยแก้มใสอมชมพูที่มัดจุกสองข้างด้วยรอยยิ้มใจดี “ไปเข้าห้องเรียนกับคุณครูนะลูก” เอริคก้มบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ค่าคุณพ่อ เนเน่อยากหอมแก้มคุณพ่อและคุณแม่ก่อนเข้าห้องเรียนค่า” สิ้นเสียงใสแจ๋วของเนเน่ เอริคแ
เมื่อเอริคกับออมนั่งกันเรียบร้อยแล้ว โฮปที่หันมาเห็นเพื่อนทั้งสองจึงเอ่ยทักขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นที่ได้เจอเพื่อน “เอริค ออม มาจากไหนกัน” “มาจากงานประมูลเครื่องเพชร” เอริคตอบ “ประมูลได้หรือเปล่า” “ได้” “จ่ายค่าเสียหายไปเท่าไหร่” “สามร้อยห้าสิบล้าน” “ได้อะไรมาบ้าง” “สร้อยกับแหวน” “อืม” จากนั้นเอริคกับออมก็สั่งอาหารไปหลายอย่าง รอไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เมื่อครีมทานข้าวเสร็จก็บอกกับร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ครีมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะคุณโฮป” “อืม” จากนั้นหญิงสาวก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนร่างสูงของเอริคจะลุกมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโฮปพร้อมกับเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก “มึงติดใจเค้าแล้วอะดิ ถึงได้พามากินข้าว” “ใช่ กูติดใจครีม กูก็เลยให้ครีมย้ายมาอยู่กับกูที่คอนโด แล้วก็ให้ครีมเข้าทำงานในบริษัทกู” “กูดีใจกับมึงด้วยนะ ที่กำลังจะมีเมีย” “มึงรู้ได้ไงว่าต่อไปครีมจะเป็นเมียกู” “มึงดูกูกับออมเป็นตัวอย่างสิ จากที่เป็นFWB ก็ได้กลายมาเป็นเมีย” “กูก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นนะ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมา กูไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหน เหมือนกับที่รู้สึกกับครีม” เอริคที่หันไปเห็นครีมเดินมาก็ล
“พี่ช่วยผู้หญิงคนนั้น โดยพาผู้หญิงคนนั้นไปให้โฮปช่วย” “ตกลงพี่ไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ” เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นและมีสีหน้าสดใสเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่น “พี่มีเมียแล้ว พี่ไม่ไปทำแบบนั้นกับใครหรอก” “ที่พี่พูดเมื่อกี้ มันทำให้ออมอดคิดแบบนั้นไม่ได้เลย” “เรื่องที่พี่จะไปมีอะไรกับคนอื่น ออมเลิกคิดได้เลย เพราะตั้งแต่พี่มีอะไรกับออม พี่ก็ไม่เคยไปทำแบบนั้นกับใคร…” “หลังจากที่เราเลิกกัน พี่ก็ไม่เคยไปมีเรื่องนั้นกับใคร” เขาพูดด้วยน้ำเสียงชัดเจน ออมที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนจะหันไปกอดร่างแกร่งเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจสุดๆ โดยเอริคก็กอดเธอพลางคลี่ยิ้มบางๆและพูดออกไป “จะกลับไปนอนห้องโน้นเลยไหม หรือจะเอาอีกสักรอบแล้วค่อยไปนอน” “พี่เอริคอิ่มหรือยังคะ” “รู้สึกว่ายังไม่อิ่ม อีกสักรอบได้ไหม” “ได้อยู่แล้วค่ะ” สิ้นเสียงหวานเอ่ย เอริคก็จัดการทำกิจกรรมรักจนเสร็จสมไปอีกครั้ง ก่อนจะพากันไปนอนในห้องนอนใหญ่ที่มีลูกสาวตัวน้อยนอนหลับสบายอยู่บนเตียงเด็กราคาแพง ด้านโฮปกับหญิงสาวแปลกหน้า โรงแรม หลังจากโฮปกับหญิงสาวแปลกหน้าที่มีใบหน้าสวยหุ่นดีร่วมรักกัน
หนึ่งเดือนต่อมา เป็นเวลาสองเดือนแล้วที่ออมกับหนูน้อยเนเน่มาอยู่ที่เพ้นท์เฮาส์ ตอนนี้เจ้าตัวเล็กอายุครบแปดเดือนแล้ว บริษัทของเอริค “ตอนนี้เนเน่กี่เดือนแล้ว” โฮปที่วันนี้มาหาเอริคเอ่ยถามขึ้น “แปดเดือนแล้ว” เขาบอกด้วยรอยยิ้มภูมิใจเมื่อพูดไปถึงลูกสาวสุดที่รัก “นั่งได้แล้วสิ” “เริ่มหัดเดินแล้ว แต่เดินได้ก้าวเดียวก็ล้ม” “แปดเดือนเริ่มก้าวได้แล้ว ถือว่าเร็วนะ” “อืม” “แล้วกับแม่ของเนเน่ล่ะ” “เมียกูทำไมเหรอ” “แหม เรียกเมียเต็มปากเชียวนะ” โฮปเบะปากล้อเลียน “ถ้าไม่ให้เรียกว่าเมีย แล้วจะให้เรียกว่าอะไร” “ทีแรกกูคิดว่ามึงจะเอาแค่ลูกซะอีก” “กูไม่เคยคิดจะเอาแค่ลูก” “แสดงว่าพอมึงรู้ว่าเนเน่เป็นลูกมึง มึงก็คิดไว้แล้วใช่ไหมว่าจะเอาแม่ของลูกมาเป็นเมียด้วย” “ใช่” “มึงรักเค้าเหรอ” โฮปถามไปถึงออม “ถ้าไม่รัก แล้วกูจะพามาอยู่ด้วยเหรอ ก็เพราะกูรักออมไง กูถึงให้ออมมาอยู่ด้วยกัน” เขาตอบทันควันอย่างไม่ต้องคิดอะไร เมื่อก่อนตอนเป็นFWBกัน เขารู้สึกติดใจเธอมากในเรื่องบนเตียง แต่ยังไม่ได้รู้สึกรัก ทว่าพอมาเจอกันอีกครั้งและรู้ว่าเธอท้อง ความรู้สึกของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขารู้สึกเป็นห่วงเธอที่ต้องอ
리뷰