LOGINเมียลับที่ต้องอยู่อย่างลับๆ คั่นเวลาและไม่มีสถานะ ต้องหอบลูกในท้องหนีช้ำเมื่อพ่อของลูกต้องแต่งงานกับคู่หมั้น ในเมื่อเธอคนนั้นกลับมา ตัวเธอเองก็ต้องจากไปเช่นกัน
View Moreสำหรับโรสลินแล้ว บ้านไม่ใช่เซฟโซน มันเหมือนนรกเสียมากกว่า ดวงตาโศกกลมโตมองไปยังหน้าจอสมาร์ตโฟนที่มีข้อความกระหน่ำรัวเข้ามาไม่ขาดสาย
‘อีโรส กูจำเป็นต้องใช้เงินด่วน มึงโอนมาให้กูด้วย’ เมื่อเห็นข้อความที่ดาวเรืองผู้เป็นมารดาส่งมาคิ้วเรียวสวยถึงกับขมวดมุ่น เรื่องด่วนที่ว่าคงไม่พ้นเรื่องการพนัน ‘อีกแล้วหรือแม่ จะเอาไปเข้าบ่อนอีกแล้วใช่ไหม’ เธอรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหามารดามือเป็นระวิง เธอทำงานสายตัวแทบขาด ทว่ามารดากลับเอาไปถลุงเล่นจนหมด ‘เรื่องของกู โอนมาให้กูด้วย บัญชีเดิม’ โรสลินเม้มปากแน่นก่อนตอบกลับข้อความมารดา ตอนนี้เงินหลักพันก้อนสุดท้ายเธอต้องเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ทั้งค่ากินค่าอยู่จิปาถะ และยังต้องเก็บเอาไว้จ่ายค่าเทอมของมหาวิทยาลัยด้วย ดังนั้นเธอจึงต้องบริหารเงินก้อนนี้ให้เพียงพอก่อนที่เงินเดือนจะออกตอนสิ้นเดือน และตอนนี้มันยังไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำ ‘โรสไม่มีหรอกแม่’ ‘มึงอย่ามาตอแหลกู ตอนนี้มึงมีเท่าไรเอามาให้กูหมุนก่อน กูคืนมึงแน่นอน’ ข้ออ้างเดิมๆ... ดาวเรืองมักจะอ้างเช่นนี้เสมอ แต่ก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่จะคืนเงินให้เธอ โรสลินต้องปากกัดตีนถีบเอาตัวเองให้รอดไปวันๆ แล้วไหนยังจะต้องเลี้ยงดูแม่ที่ผีผนันเข้าสิงอีก ‘แค่นี้ก่อนนะแม่ โรสต้องทำงานแล้ว’ เธอตัดรำคาญทิ้งข้อความส่งไว้เพียงเท่านั้น โรสลินรีบปิดเครื่องและโยนสมาร์ตโฟนราคาถูกลงในกระเป๋าย่ามผ้าป่านสีครีม เมื่อไม่เห็นว่าลูกสาวอ่านข้อความที่หล่อนส่งไป ดาวเรืองก็รีบโทรกลับไปหาลูกสาวสุดชังของหล่อนแทน ทว่าได้ยินแค่เสียงฝากข้อความอัตโนมัติให้ฝากข้อความตอบกลับเพียงเท่านั้น “หนอย อีลูกทรพี กล้าปิดเครื่องใส่กูเรอะ” ดาวเรืองสบถใส่หน้าจอฉุนเฉียว แล้วโยนสมาร์ตโฟนลงพื้นส่งๆ ที่เบื้องหน้าเป็นวงไพ่ โรสลินรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องแต่งตัวในชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดของโรงแรม เป็นเสื้อเชิ้ตคอบัวแขนสั้นสีเทาเข้ารูป ท่อนล่างเป็นกางเกงสแล็กสีดำและสวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ เก็บผมที่ยาวกลางหลังมัดเป็นมวยไว้ที่หลังท้ายทอยให้เรียบร้อย จากนั้นก็ตรงไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่อยู่ติดกัน เข็นรถเข็นที่บรรทุกอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เครื่องนอน ผ้าเช็ดเท้า ผ้าเช็ดตัวรวมถึงสิ่งของจำเป็นไว้เต็มอัตราเพราะต้องนำไปเปลี่ยนในห้องหลังแขกเช็กเอาท์ โรสลินทำงานพิเศษเป็นแม่บ้านของโรมแรมนี้พร้อมกับเรียนในมหาลัยที่เรียกว่าตลาดวิชา ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยที่จัดชั้นเรียนเอาไว้ให้นักศึกษา แต่ไม่บังคับเข้าชั้นเรียนในย่านรามคำแหงอีกด้วย “โรสห้อง 405 ลูกค้าเช็กเอาท์แล้ว พี่ฝากด้วยนะ” คนพูดคลี่รอยยิ้มบางเอ่ยกับพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้เกือบเดือนแล้ว “ได้ค่ะ พี่เหมียว โรสจะจัดการให้เลี่ยมเลย” โรสลินหยอกเย้ากับชมาซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับที่เธอสนิทสนมด้วย โรสลินหัวไม่ค่อยดีนัก แต่งานที่เธอรักและทำได้ดีคืองานแม่บ้าน นอกจากงานทำความสะอาดที่ทำในตอนกลางวัน อีกอาชีพที่ทำให้เธอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวที่ทำในช่วงกลางคืน ก็คือเป็นเด็กเสิร์ฟรับจ้างรายวันที่ผับใกล้ๆ ซึ่งค่าแรงและทิปที่ได้จากลูกค้าก็ใช้เป็นค่ากินค่าเดินทางในแต่ละวัน โรสลินอยู่กับแม่ที่ติดเล่นการพนัน เข้าบ่อนทุกวันที่อยู่แถวๆ บ้านเช่าซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่แวดล้อมไปด้วยแหล่งเสื่อมโทรมและอบายมุขหากใจไม่หนักแน่นพอความเหลื่อมล้ำตรงนี้อาจทำให้เธอดิ่งลงเหวได้ทุกเมื่อ ความฝันของเธอไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นมากนัก เรียนจบ หางานทำ เก็บเงินให้ได้สักก้อนและออกไปจากที่นี่เพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น โรสลินขยันขันแข็งในการทำงาน หนักเอาเบาสู้ไม่เคยหมิ่นเงินน้อยหรือรอคอยวาสนาใดๆ ปัด กวาด เช็ด ถู จัดการ เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนที่ดึงผ้าเก็บมุมจนตึงเปรี๊ยะทดสอบด้วยการโยนเหรียญแล้วเด้งได้เธอยิ้มอย่างภูมิใจ พับผ้าขนหนูเป็นดอกบัวตามแบรนด์ของโรงแรม จากนั้นก็ย้ายไปยังส่วนของห้องน้ำ ขัดพื้น ล้างโถส้วม เติมแชมพู สบู่เหลว ฯลฯ แล้วตรวจตราดูความสะอาดทุกซอกทุกมุมของห้องเผื่อมีจุดไหนที่หลุดรอดสายตาไป เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย ก็เป็นอันแล้วเสร็จกระบวนการทำงาน โรสลินทำงานสิบชั่วโมงรวมเวลาพักเข้าไปด้วยแล้วหนึ่งชั่วโมง การทำงานโดยเฉลี่ยจะต้องดูแลห้องประมาณสิบห้าห้อง ถ้าช่วงพีคไฮซีซันอย่างช่วงนี้ก็ปาไปถึงยี่สิบห้องทีเดียว เพราะฉะนั้นนอกจากความละเอียดรอบคอบแล้วเธอยังต้องทำงานแข่งกับเวลาด้วยปกติโรสลินโดนลวนลามทางสายตาและวาจาเช่นนี้บ่อยครั้งเธอพยายามมองข้ามไปเพราะที่นี่เงินดีและทิปหนัก แต่มีครั้งนี้ที่ถึงเนื้อถึงตัว มันลวนลามร่างกายเธอ พวกไม่ได้แค่สัมผัสแค่ผิวเผินแต่บีบขยำเต็มแรงอย่างมันมือ นี่มันมากเกินไปแล้ว...เมื่อเหตุการณ์สงบลงเจ๊สาก็เดินเข้าไปหาโรสลินที่หลบอยู่หลังร้าน โรสลินไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นใครคนหนึ่งที่อยู่ชั้นบนโซนวีไอพีเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่นั่น ราวกับนั่งดูมหรสพสนุกๆ ฆ่าเวลา เขากดยิ้มลึกมุมปากอย่างพึงพอใจกับหญิงสาวใจเด็ด จากนั้นก็ยกแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นมาดื่มไปพลางทันทีที่เจ๊สาเข้ามาที่หลังร้าน หล่อนเห็นว่าโรสลินนั่งชันขากอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ย เมื่อโรสลินเห็นหน้าเจ๊สา เธอก็เริ่มได้สติ รีบยกมือขึ้นไหว้ปลกๆ ทันที ถ้าถูกเจ๊สาไล่เธอออกตอนนี้ขึ้นมาเธอคงแย่แน่ๆ“เจ๊ อย่าไล่หนูออกเลยนะ หนูขอโทษ” โรสลินวิงวอน“เจ๊ จะไล่แกออกทำไม เจ๊ก็มีเหตุผลนะ ไอ้พวกแขกชั้นต่ำมือปลาหมึกนั่นสมควรแล้ว เจ๊ให้การ์ดลากพวกมันออกไปแล้วอยู่ก็สร้างความวุ่นวาย แกไม่ต้องกังวลใจ” “เจ๊ ไม่ไล่หนูจริงๆ ใช่ไหมคะ” ถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าเธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไห
“เอ้า มาแล้วเหรอ เจ๊ก็คิดว่าแกจะไม่มาทำงานวันนี้” เจ๊สาเดินเข้ามาทักทาย“มาสิคะเจ๊ หนูไม่ยอมเสียรายได้หรอก” เธอยิ้มกวนดูซุกซนตอบนายจ้างรูปร่างอวบวัยกลางคนแต่ก็ยังดูอ่อนกว่าวัยมาก“รีบไปเปลี่ยนชุดไป วันนี้แขกเยอะด้วย”“รับทราบค่ะเจ๊” โรสลินยืดอกยกมือทำท่าตะเบ๊ะลากเท้าขวามาชิดเท้าซ้ายท่าทางแข็งแรงเหมือนชายชาติทหารอกสามศอกเย้าแหย่เจ้าของร้าน เจ๊สาหัวเราะร่วนในลำคอ ใครเห็นก็เอ็นดู แต่ถ้าได้รู้จักโรสลินจริงๆ แล้วจะรู้สึกสงสาร โรสลินขยันและไม่เคยเกี่ยงงานหนัก เรื่องเดียวที่หล่อนจะไม่ยุ่งคือการรับแขกของร้าน เจ๊สาไม่เคยบังคับเพราะที่นี่รู้กันแบบลับๆ ว่ามีการแอบขายบริการด้วยความสมัครใจ โดยเจ๊สาจะเป็นนายหน้าคอยจัดหาเด็กให้ บางคนก็ได้ดิบได้ดีไปแล้วอย่างพี่จ๋า จารวีที่ก่อนหน้าเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ในร้าน แต่ตอนนี้หล่อนกลายเป็นเด็กเลี้ยงของนักธุรกิจระดับหมื่นล้านคนหนึ่งแบบลับๆ จารวียังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนที่นี่เป็นครั้งคราว ทุกครั้งที่มาก็เห็นว่าเธอใช้ของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ชีวิตดีขึ้นทันตาโรสลินเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มของทางร้าน ซึ่งเป็นเสื้อคอบัวสีขาวแขนตุ๊กตา มีโบว์หูกระต่ายสีดำติดตรงค
ตอนนี้ป้านุชกลับไปแล้ว โรสลินหยิบกระเป๋าผ้าป่านของตัวเองออกมาจากล็อกเกอร์สะพายขึ้นบ่า ชมาก็วิ่งปรู๊ดหอบแฮ่กๆ เข้ามาให้ห้องพักพนักงาน“น้องโรส ช่วยพี่ก่อนได้ไหม ตอนนี้พี่เจี๊ยบกับพี่อุ้มยังไม่เข้ามาเลย พอดีมีลูกค้า VIP เข้ามาด่วนน่ะ เช็กความสะอาดห้องให้พี่ก่อนได้ไหม คงไม่สกปรกอะไรมากจ้ะ” พี่เจี๊ยบกับพี่อุ้มคือพนักงานทำความสะอาดกะต่อไปที่ตอนนี้ยังไม่เข้างานมานั่นเอง“ลูกค้าจะเข้าตอนนี้เลยใช่ไหมคะพี่” โรสลินโพล่งถาม ชมายกข้อมือขึ้นดูที่จอสมาร์ตวอทซ์“น่าจะไม่เกินอีก 20 นาทีมาถึงจ้ะ ขอโทษทีน้าน้องโรสเลิกงานแล้วแท้ๆ เลย” ชมากะพริบตาปริบออดอ้อนเสียงสองพร้อมกับเดินมาบีบๆ นวดๆ แขนเติมพลังให้ เพราะรู้สึกผิดที่ต้องรบกวนเธอหลังเลิกงาน หากไม่ใช่ลูกค้าวีไอพีที่เรื่องมาก หล่อนก็คงจะปล่อยไปเลย เพราะจริงๆ ก็ไม่ต้องตรวจสอบห้องมากเพราะห้องนั้นก็ไม่ได้เปิดให้ใครใช้บ่อยๆ และก็ทำความสะอาดทุกอาทิตย์อยู่แล้ว“ได้ค่ะๆ เดี๋ยวโรสรีบจัดการให้เลยค่ะพี่”“อะนี่คีย์การ์ดจ้ะ” ชมาส่งคีย์การ์ดมาให้เธอ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่ซื้อขนมมาเซ่นน้า อิอิ” ชมาเอ่ยหยอกเย้าก่อนจะออกจากห้องไป โรสลินรวบผมขึ้นมามัดหางม้า จากนั
“แล้วแม่จะให้โรสทำยังไง” น้ำเสียงของโรสลินสั่นเครือ เธอพยายามข่มความรู้สึกเสียใจเอาไว้ข้างในเพื่อที่จะไม่ให้ระเบิดออกมาอย่างสุดความสามารถ(“ถ้ามึงไม่ขายให้ไอ้เสี่ยเจียงนั่น มึงจะไปขายตัวให้ใครที่ไหนก็ได้ตามใจมึง แต่พรุ่งนี้มึงต้องเอาเงินมาประกันตัวกู!”)“แม่!” ดาวเรืองวางสายไปแล้ว ทว่าโรสลินยังคงเหม่อลอยไร้จุดหมาย ยามนี้สมองเบลอวูบโหวงกับคำพูดของมารดาและน้ำตาเจ้ากรรมมันดันไหลออกมาเองเสียอย่างนั้น เธอยกหลังมือขึ้นปาดแก้มซ้ายทีขวาที เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมามากกว่านี้แอ๊ด~เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงกล่าวทักทาย“หนูโรสอ่านหนังสืออยู่เหรอจ๊ะ” ป้านุชเพื่อนร่วมงานต่างวัยเข้ามาในห้องพักพนักงานหลังจากเสร็จงาน ทันได้เห็นหยดน้ำตาที่หยดแหมะลงที่หน้าหนังสือที่โรสลินกางไว้บนตักพอดิบพอดี“เอ๊ะ! หนูเป็นอะไร ร้องไห้เหรอจ๊ะ” นางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเพราะรักโรสลินเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งถึงโรสลินจะทำงานที่นี่ได้ยังไม่ครบเดือนก็เถอะ“หนูไม่เป็นอะไรค่ะป้า” เธอฝืนยิ้มเอ่ยตอบเสียงแผ่ว จำต้องโกหกไปเช่นนั้นเพราะไม่อยากให้ป้านุชเป็นห่วง“มีอะไรก็บอกป้าได้นะ เผื่อป้าพอช่วยได้ อ