Masukร่างทั้งสองยังคงโอบกอดกันอย่างแนบแน่น หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจอันเร่าร้อนในห้องน้ำ ภูบดินทร์ก็ช้อนอุ้มร่างบอบบางออกมาในท่าอุ้มแตง โดยที่ส่วนกลางกายยังคงสอดใส่อยู่ภายในกายของเธอ ซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านเกินกว่าที่เธอจะทานทนไหว
"ภู...จุก เอาออกไปก่อน"
"ไม่เอา...ภูจะเอามินต่อ" ภูบดินทร์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายซบลงบนไหล่มนของมินตรา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเนียน ความปรารถนาของเขายังคงลุกโชน ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่าย ๆ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องลงมาบนโซฟาหนังตัวยาว สร้างบรรยากาศให้ดูเชื้อเชิญและมีอารมณ์มากยิ่งขึ้น เขา
ค่อย ๆ วางมินตราลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวล แต่ร่างของเขากลับยังคงทาบทับอยู่เหนือเธอ ไม่ยอมถอนกายออกไปแม้แต่น้อย"ภู..." มินตราครางแผ่วเบา เธอยังคงรู้สึกถึงความเต็มตื้นภายในกายที่เชื่อมโยงเธอกับเขาอย่างลึกซึ้ง ภูบดินทร์จูบซับลงบนซอกคอขาวเนียน สลับกับการขบเม้มเบา ๆ สร้างความซาบซ่านให้แก่เธออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เริ่มขยับสะโพกอย่างช้า ๆ ราวกับจะทรมานเธอด้วยความเชื่องช้าที่แสนเร้าใจ พร้อมเสียงครวญครางของมินตราดังขึ้นเมื่อเขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ทุกการกระแทกกระทั้นทำให้โซฟาหนังส่งเสียงดีงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะร้อนแรงของกายที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีคำพูดใด มีเพียงแค่เสียงเนื้อกระทบกันที่ดังกึกก้อง และเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ กับความสัมพันธ์ที่พวกเขารู้ดีว่ามันเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกล
ร่างทั้งสองยังคงโอบกอดกันอย่างแนบแน่น หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจอันเร่าร้อนในห้องน้ำ ภูบดินทร์ก็ช้อนอุ้มร่างบอบบางออกมาในท่าอุ้มแตง โดยที่ส่วนกลางกายยังคงสอดใส่อยู่ภายในกายของเธอ ซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านเกินกว่าที่เธอจะทานทนไหว
"ภู...จุก เอาออกไปก่อน"
"ไม่เอา...ภูจะเอามินต่อ" ภูบดินทร์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายซบลงบนไหล่มนของมินตรา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเนียน ความปรารถนาของเขายังคงลุกโชน ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่าย ๆ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องลงมาบนโซฟาหนังตัวยาว สร้างบรรยากาศให้ดูเชื้อเชิญและมีอารมณ์มากยิ่งขึ้น เขา
ค่อย ๆ วางมินตราลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวล แต่ร่างของเขากลับยังคงทาบทับอยู่เหนือเธอ ไม่ยอมถอนกายออกไปแม้แต่น้อย"ภู..." มินตราครางแผ่วเบา เธอยังคงรู้สึกถึงความเต็มตื้นภายในกายที่เชื่อมโยงเธอกับเขาอย่างลึกซึ้ง ภูบดินทร์จูบซับลงบนซอกคอขาวเนียน สลับกับการขบเม้มเบา ๆ สร้างความซาบซ่านให้แก่เธออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เริ่มขยับสะโพกอย่างช้า ๆ ราวกับจะทรมานเธอด้วยความเชื่องช้าที่แสนเร้าใจ พร้อมเสียงครวญครางของมินตราดังขึ้นเมื่อเขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นตามลำดับ ทุกการกระแทกกระทั้นทำให้โซฟาหนังส่งเสียงดีงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะร้อนแรงของกายที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีคำพูดใด มีเพียงแค่เสียงเนื้อกระทบกันที่ดังกึกก้อง และเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ กับความสัมพันธ์ที่พวกเขารู้ดีว่ามันเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนไปไกลแสนไกล
***
ช่วงบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่มินตรากำลังเดินกลับจากห้องสมุด ภาพที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ เมื่อรถยนต์คันหรูที่แสนคุ้นตานั้นจอดอยู่ที่หน้าคอนโด มันทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบทันทีที่เห็นร่างระหงของหญิงสาวผมยาวสลวย ใบหน้าสวยคมก้าวลงมาจากรถ หญิงสาวคนนั้นคือพราวฟ้า อดีตคนรักของภูบดินทร์ ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ
มินตราแอบมองจากมุมหนึ่ง เธอเห็นแววตาของภูบดินทร์ที่คุ้นเคย แววตาแบบเดียวกับที่เขามองเธอในห้วงเวลาแห่งความปรารถนา ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาขณะที่เขากำลังพูดคุยกับพราวฟ้า เสียงหัวเราะเบาๆ ของภูบดินทร์ และมือของเขาที่เอื้อมไปสัมผัสกลุ่มผมของพราวฟ้าอย่างสนิทสนมนั้นเป็นเสมือนกับมีดที่กรีดลงกลางใจมินตรา ความเจ็บปวดเสียดแทงแล่นไปทั่วอก
เป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันคืออะไร ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของภูบดินทร์กับพราวฟ้าจะจบลงไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ในสายตาของมินตรา วันนี้กลับดูเหมือนว่าเรื่องราวในอดีตกำลังจะหวนคืนมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และครั้งนี้มันอาจนำพาทุกอย่างที่เธอกับภูบดินทร์สร้างขึ้นมาพังทลายลงในชั่วพริบตาจนกระทั่งหลายวันต่อมา ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดจากการปรากฏตัวของพราวฟ้ายังคงกัดกินใจมินตรา บรรยากาศระหว่างเธอกับภูบดินทร์เริ่มเปลี่ยนไป แม้ภายนอกจะยังคงเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ภายในใจของมินตรากลับเต็มไปด้วยความห่างเหินที่ไม่เคยมีมาก่อน
"จะไปไหนอะมิน นี่มันก็ค่ำแล้วนะ"
เสียงทุ้มของภูบดินทร์ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องน้ำ ในขณะที่มินตรากำลังยืนไดร์ผมอยู่หน้ากระจก โดยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันกายแค่เพียงผืนเดียว และนั่นมันทำเอาร่างสูงที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย ถึงกับแทบอดใจไม่ไหวกับภาพตรงหน้า แต่ทว่าพอเห็นสายตาพิฆาตที่ตวัดมองมานั้น ทำเอาเขาได้แต่ยิ้มแหยๆ
ร่างทั้งสองยังคงโอบกอดกันอย่างแนบแน่น หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจอันเร่าร้อนในห้องน้ำ ภูบดินทร์ก็ช้อนอุ้มร่างบอบบางออกมาในท่าอุ้มแตง โดยที่ส่วนกลางกายยังคงสอดใส่อยู่ภายในกายของเธอ ซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านเกินกว่าที่เธอจะทานทนไหว "ภู...จุก เอาออกไปก่อน" "ไม่เอา...ภูจะเอามินต่อ" ภูบดินทร์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายซบลงบนไหล่มนของมินตรา ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเนียน ความปรารถนาของเขายังคงลุกโชน ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่าย ๆ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นสาดส่องลงมาบนโซฟาหนังตัวยาว สร้างบรรยากาศให้ดูเชื้อเชิญและมีอารมณ์มากยิ่งขึ้น เขา ค่อย ๆ วางมินตราลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวล แต่ร่างของเขากลับยังคงทาบทับอยู่เหนือเธอ ไม่ยอมถอนกายออกไปแม้แต่น้อย "ภู..." มินตราครางแผ่วเบา เธอยังคงรู้สึกถึงความเต็มตื้นภายในกายที่เชื่อมโยงเธอกับเขาอย่างลึกซึ้ง ภูบดินทร์จูบซับลงบนซอกคอขาวเนียน สลับกับการขบเม้มเบา ๆ สร้างความซาบซ่านให้แก่เธออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เริ่มขยับสะโพกอย่างช้า ๆ ราวกับจะทรมานเธอด้วยความเชื่องช้าที่แสนเร้าใจ พร้อมเสียงครวญครางของมินตราดังขึ้นเมื่อเ
กลับมา ณ ปัจจุบัน ร่างบางรีบลุกขึ้นเดินหนี แต่ทว่าภูบดินทร์กลับรวบร่างของเธอเข้ามากอดไว้แน่น แผ่นหลังแนบชิดอกแกร่งที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว ซึมลงบนเสื้อของเธอ อีกทั้งสะโพกผายของเธอยังเสียดสีเข้ากับเจ้าท่อนเอ็นที่ตั้งตระหง่านรับสัมผัสอย่างไว "ปล่อยมินเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้ภู!" มินตราพยายามดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ สิ่งที่ดุนดันอยู่ตรงก้นกลับยิ่งตั้งตระหง่านขึ้น จนเธอรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง "มินไม่ต้องการภูเหรอ... แต่ภูต้องการมินมากนะ" แค่คำพูดหวานหยดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเขา ก็ทำเธออ่อนระทวยลงทันที ภูบดินทร์ยิ้มในหน้าเมื่อร่างบางในอ้อมแขนหยุดดิ้น "ภูอาบน้ำให้นะ" เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับช้อนร่างของเธอขึ้นมาไว้ในวงแขน ใครจะว่าเขาเย็นชาหรือหยิ่งผยองแค่ไหน แต่ผู้หญิงคนเดียวที่เขาแคร์ก็มีเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น มินตราจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่แน่ใจ แต่แล้วเธอก็รีบหลุบเปลือกตามองแค่แผงอกแกร่ง เพื่อปกปิดบางอย่างที่อยู่ในใจมาโดยตลอด ภูบดินทร์ค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อนักศึกษาของเ
ร่างบางก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับของกินเต็มไม้เต็มมือ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำ "ห้องตัวเองไม่มีน้ำอาบหรือไง? ทำไมต้องมาอาบห้องคนอื่น?"เสียงของเธอขาดห้วงไปดื้อ ๆ เมื่อจู่ๆร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันกายท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ ชวนให้ลุ้นว่าจะหลุดร่วงลงมาเมื่อไหร่ มินตราแอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสายตาพร่ามัวดันไปสะดุดกับส่วนกลางกายที่เผยอออกมาท้าทาย สายตาคมของภูบดินทร์เห็นปฏิกิริยาของเธอจึงแกล้งเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา "อยากจับไหม? ไม่ได้จับนานแล้วไม่ใช่เหรอ?" เสียงแหบพร่าของเขาทำให้ใบหน้าของเธอแดงซ่านขึ้นมาทันที ทั้งคู่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านใกล้กัน เรียนห้องเดียวกันมาตลอด กระทั่งม.ปลายปีสุดท้าย หลังเรียนจบ ภูบดินทร์กลับบ้านไปก่อนไม่ได้รอกลับพร้อมกันเหมือนอย่างเคย ทำให้เธอที่เตรียมของขวัญเรียนจบในฐานะเพื่อนสนิทไว้ให้ ตัดสินใจแวะไปหาเขาที่บ้าน ตอนนั้นพ่อกับแม่ของภูยังไม่กลับจากที่ทำงาน มินตราถือวิสาสะย่องขึ้นไปบนห้องที่เคยใช้ติวหนังสือด้วยกันบ่อย
"ข้อตกลงคือ 'ห้ามรัก'... แต่มันจะห้ามหัวใจได้จริงหรือ?"มันคือจุดเริ่มต้นของ ความสัมพันธ์ลับ ที่ไม่มีใครล่วงรู้... มาพร้อมข้อตกลงสำคัญที่เรา ห้ามรักกันโดยเด็ดขาด! หากใครเผลอใจแม้เพียงเสี้ยววินาที สถานะ 'เพื่อน' จะสิ้นสุดลงแนะนำตัวละคร ภูบดินทร์ พิพัฒน์ไพศาล วิศวะเครื่องกลปีสี่ เดือนคณะที่ใครๆต่างก็หมายปอง มินตรา อนุสาศิริ วิศวะเครื่องกลปีสี่ สาวสวยสุดแซ่บที่หนุ่มๆจ้องจะกิน แต่เธอไม่สนใจใคร เพราะเธอมีคนที่อยู่ในควมสัมพันธ์ “ลับ” ที่ไม่อาจบอกใครได้ณ ห้องสโมสรของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง "พี่ภูคะ น้ำตาลว่า... ไปทำที่ห้องพี่ภูดีกว่าไหมคะ" น้ำตาลส่งเสียงออดอ้อน แขนเรียวกอดกระชับแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าภูบดินทร์ เดือนคณะวิศวะปีสี่ เธอพยายามทำท่าทางที่คิดว่าเย้ายวนที่สุด แต่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มกลับยังคงจดจ่ออยู่กับงานกองโต และมีกำหนดส่งที่กำลังจะมาถึงในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้านี้ โปรเจกต์จบของรุ่นพี่... และนั่นคือข้ออ้างชั้นดีที่น้ำตาล น้องรหัสผู้ไม่คิดซื่อ หยิบมาใช้เพื่อแทรกตัวเข้ามาใกล้ชิด เธออาสาจะมาช่วยงาน แต่สายตานั้นมันฟ้องชัดว่







