Masukเป็นเวลากว่าเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวยังคงคับคั่งหนาตา ยิ่งดึกผู้คนก็ยิ่งทยอยกันมามากขึ้นเรื่อยๆ
"เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแปบนึงนะ" ช่อพิกุลเอ่ยบอกเพื่อนๆ ก่อนจะเดินแทรกเบียดกับนักเที่ยวที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกวาดลวดลายอยู่เป็นหย่อมๆ ร่างแบบบางเดินเลาะชิดผนังมาจนถึงห้องน้ำได้ในที่สุด ซ่า~~~มือบางวักน้ำล้างหน้าให้สดชื่นขึ้นแม้จะดื่มไปไม่มากนักแต่ด้วยความที่เป็นคนคออ่อนก็ทำเอาเธอเดินเซเกือบทรงตัวไม่อยู่ หลังจากล้างหน้าล้างตาจนสดชื่น จึงเดินกลับออกมา หมับ! มือใหญ่ใครบางคนคว้าเข้าข้อมือเล็กเอาไว้ ใบหน้าหวานหันขวับมามองด้วยความตกใจ "มาคนเดียวเหรอครับ" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักขึ้นด้านหลังขณะเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ช่อพิกุลหันขวับมามองพบว่าเป็นหนุ่มผมบลอนด์ดวงตาสีฟ้าดูท่าทางเมาจนตาปรือ "ฉันมากับเพื่อนกรุณาปล่อยมือด้วยค่ะ!" น้ำเสียงหวานเอ่ยบอกแฝงไปด้วยความไม่พอใจพร้อมกับพยายามดึงมือที่ถูกจับกุมออก "ไปต่อกันไหม ผมรวยนะ" ชายหนุ่มยังคงเซ้าซี้ยิ่งเธอพยายามดึงออกมือใหญ่กลับยิ่งจับแน่นอีกทั้งยังพยายามจะเข้ามายื้อเธอเข้าไปกอด ร่างบางขืนตัวออกด้วยความรังเกียจ "ปล่อยนะ! ไม่ไปค่ะ!" ช่อพิกุลร้องเสียงดังมากขึ้นมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีใครผ่านมาสักที "ไปด้วยกันเถอะ คนสวย~" ร่างบางถูกรวบเข้าไปกอด "กรี๊ด! ช่วยด้วย!" ช่อพิกุลดีดดิ้นให้หลุดจากการกอดกุมแต่ก็สู้เรี่ยวแรงชายร่างใหญ่ไม่ไหว "ร้องไปเถอะ! ไม่มีใครช่วยหรอก ฮ่าๆ" ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับฉุดลากร่างบางไปด้วยกัน มือบางพยายามเกาะขอบประตูเอาไว้สุดแรงแต่ก็ถูกดึงจนหลุดจากการเกาะกุม "อย่าดิ้นสิคนสวย!" "ปล่อยเธอ" เสียงห้าวนุ่มทุ้มดังขึ้นด้านหลังทำให้สองคนที่กำลังฉุดยื้อกันไปมาหยุดชะงักลงหันกลับมามองด้านหลังพร้อมกัน "ปล่อยเธอ...เดี๋ยวนี้" ร่างสูงกำยำเจ้าของใบหน้าหล่อคมดวงตาสีน้ำตาลคมกริบ เขาเอ่ยประโยคเดิมซ้ำอีกครั้งอย่างใจเย็นก่อนจะเว้นช่วงแล้วกดเสียงต่ำ "ไอ้เชี่ยนี่ใครวะ~ เหอะ! เสือกไม่เข้าเรื่องนะมึง" หนุ่มตาสีฟ้าแค่นเสียงในลำคอก่อนจะผลักร่างบางเซไปปะทะผนังแล้วเดินเข้ามาหมายจะสาดกำปั้นเข้าใส่ ตุ้บ! ไม่ทันที่จะเข้ามาถึงตัวชายหนุ่มผู้มาใหม่ ร่างของหนุ่มผมบลอนด์ก็กระเด็นหงายหลังกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ไหวตัว "โอ้ย!..ไอ้เหี้..!" เมื่อตั้งหลักได้ก็ได้ยินเสียงดัง..กริ๊ก! อยู่ข้างหู ชายหนุ่มตาสีฟ้าถึงกับชะงักค้างไปก่อนจะเหลือบมองเมื่ออีกฝ่ายเหมือนจะไม่ได้มาตัวคนเดียวแต่กลับมีพรรคพวกโผล่มาอีกถึงห้าคน ช่อพิกุลที่ยืนดูเหตุกาารณ์อยู่ถึงกับตัวสั่นดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอเห็นชายชุดดำที่มาใหม่อีกสี่ห้าคนเข้าไปล็อกตัวชายคนนั้นเอาไว้ก่อนจะลากตัวออกไปเงียบๆ หลังจากเหตุการณ์ชั่วครู่ผ่านไป เขาหันมาถามเธอที่ยืนตกใจทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆ "เป็นอะไรไหม" ชายหนุ่มคนที่มาช่วยเธอเอ่ยถามพร้อมกับเหลือบมองข้อมือบางที่เป็นรอยแดงเถือก "ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" เสียงหวานเอ่ยสั่นๆ ก่อนจะตั้งสติหมุนตัวเพื่อจะเดินกลับ "เดี๋ยวผมเดินไปส่งข้างใน แถวนี้คนเงียบไม่ค่อยปลอดภัย" เขาเอ่ยบอกก่อนจะผายมือให้เธอเดินไปก่อน "ขอบคุณที่มาส่งนะคะ" "ไม่เป็นไรครับ" เขาเอ่ยเพียงสั้นก่อนจะเดินจากไป ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังกว้างจนหายกลมกลืนไปกับนักท่องราตรี เธอเองก็เดินฝ่าฝูงคนมาจนถึงโต๊ะ "กำลังจะไปตามเลย ทำไมไปนานจัง" เอ็มม่าเอ่ยถามในขณะที่เต้นโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงบวกกับความเมา "อ่อ พอดีมีคนเมามาก่อกวนน่ะ โชคดีมีคนมาช่วยไว้" ช่อพิกุลเอ่ยบอกใบหน้าหวานยังคงมีเหงื่อเกาะพราวตามกรอบหน้า "ให้ตายสิ รู้งี้ฉันไปเป็นเพื่อนก็ดี" ไทเลอร์เอ่ยขึ้นมาอย่างหัวเสีย เขาไม่น่าปล่อยเธอเดินไปลำพังเลย แม้จะเป็นสถานที่ค่อนข้างคัดคนที่เข้ามาแต่ก็ไม่วายมีพวกเงินหนาป่าเถื่อนปะปนมาจนได้ "ไม่เป็นไรหรอกไทเลอร์ มันผ่านไปแล้วน่ะ ดื่มกันต่อเถอะฉันไม่เป็นไร" ช่อพิกุลเอ่ยบอกเพื่อให้ทุกคนสบายใจ อีกทางด้านหนึ่ง ร่างสูงใหญที่ยืนพิงขอบหน้าต่างอยู่บนชั้นสองมองลงไปข้างล่างด้วยความสนใจ ในมือถือแก้วบรั่นดีราคาแพงเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มมุมปากราวกับเจอของที่ถูกใจ "ไอ้คริส มาแล้วเว้ย!" เสียงอัลเฟรดตะโกนเรียกเพื่อนเมื่อของที่สั่งมาถึงแล้ว เขาละสายตาออกจากกลุ่มคนข้างล่างก่อนจะเดินกลับมานั่งรวมตัวกับเพื่อนพร้อมกับจับจ้องไปยังร่างอวบอัดของนางแบบสาวชื่อดังที่เดินเรียงรายเข้ามาให้บรรดามหาเศรษฐีหนุ่มเลือกมาดูแลพวกเขาในค่ำคืนนี้ เช้าวันต่อมา แม้จะไม่อยากตื่นสักเท่าไหร่แต่เธอก็จำใจต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำงาน แม้ว่าจะเป็นบริษัทของครอบครัวแต่เธอก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้สมกับที่ป้าเลี้ยงเธอมา ช่อพิกุลมาถึงบริษัทแต่เช้า เธอแวะซื้อกาแฟดื่มแก้ง่วงก่อนจะขึ้นลิฟท์มายังชั้นบนที่เป็นห้องทำงาน "สวัสดีค่ะคุณช่อ" เมษาลุกขึ้นทักทายเจ้านายสาว "หวัดดีจ่ะเม อ่ะขนมฉันซื้อมาฝาก" "ขอบคุณมากเลยค่ะ" เมเอ่ยขอบคุณพร้อมกับรับขนมมาดูด้วยความดีใจ ใบหน้าหวานยิ้มทักทายพนักงานทุกคนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ช่อพิกุลนั่งอ่านเอกสารต่างๆ ที่แซมให้คนเอามาให้ก่อนที่เมษาจะโทรเข้ามาแจ้งเข้าประชุมในช่วงบ่ายซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของเธอในฐานะผู้บริหารคนใหม่ "งานมิลานดีไซน์แฟร์ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าพี่อยากให้ช่อไปศึกษางานนะ มีบริษัทชั้นนำมากมายออกบูธ บริษัทเราก็มีออกบูธด้วยเหมือนกันช่อจะได้ไปเปิดมุมมองด้วย" แซมเอ่ยบอกช่อพิกุลในที่ประชุม "ได้ค่ะ ช่ออยากไปดูด้วยตัวเองอยู่แล้ว" เธอขานรับพี่ชายอย่างหนักแน่น "ดีมากน้องพี่" แซมเอ่ยชมก่อนที่จะสั่งจบการประชุม สองพี่น้องเดินออกจากห้องประชุมพร้อมกัน "วันนี้แวะเข้าไปกินข้าวเย็นที่บ้านด้วยล่ะ คุณแม่ถามหาทุกวันเลย" แซมเอ่ยบอกช่อพิกุล "ได้ค่ะช่อก็ว่าจะไปให้คุณป้าเห็นหน้าสักหน่อย ไม่ได้เจอท่านเลยเป็นเดือนแล้ว" เสียงหวานเอ่ยบอก "กลับพร้อมพี่เลยสิ ไปนอนค้างบ้านสักคืนแล้วมาทำงานพร้อมพี่ก็ได้ สิงอยู่แต่คอนโดไม่เบื่อรึไงเนี่ย" "ไม่เบื่อหรอกค่ะ ถ้าเบื่อก็ไปเที่ยวไง" "ยัยตัวแสบ เก่งจริงนะเรา" แซมขยี้ศรีษะเล็กด้วยความเอ็นดูก่อนจะแยกย้ายกันไปห้องทำงานของตัวเอง...คริสโตเฟอร์พาช่อพิกุลเดินมายังโต๊ะที่จัดเอาไว้ด้านหน้าเพื่อทักทาย"พ่อครับ""ไอ้คริสลูกพ่อ โผล่มาสักที""ช่อ นี่พ่อฉันแล้วนั่นคุณป้า" คริสโตเฟอร์แนะนำหญิงสาวในขณะที่ท่อนแขนกำยำยังกอดเอวคอดเอาไว้ไม่ปล่อย"สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณป้า" ช่อพิกุลเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ก่อนด้วยท่าทางนอบน้อม ใบหน้าหวานที่แต้มรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นทำเอารุจิรางค์นึกถูกจริตส่งยิ้มกว้างให้ก่อนจะลุกขึ้นไปสวมกอดเบาๆ"สวัสดีหนูช่อ ตามสบายนะ" สตีเฟ่นเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น เขาวางมือจากการบงการเรื่องผู้หญิงของลูกชายนานแล้ว ไม่ว่าลูกชายเขาเลือกใครมาเขาก็ยินดีทั้งนั้น "สวัสดีหนูชื่อช่อพิกุลหรอจ้ะ เป็นลูกครึ่งไทยรึเปล่า" รุจิรางค์เอ่ยถามก่อนจะดึงร่างบางมานั่งข้างกัน"ใช่ค่ะ" "ป้าดีใจนะที่ครอบครัวเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น อยู่กันหลายคนอบอุ่นดี" รุจิางค์ชวนคุยพร้อมกับสั่งให้คนนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเพิ่ม"คุณป้าครับ ช่อไม่ดื่มแอลกอฮอลล์" คริสโตเฟอร์รีบเอ่ยบอกเมื่อเห็นผู้เป็นป้าสั่งให้คนรินไวน์ให้ในขณะที่ช่อพิกุลเหลือบมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจและไม่เข้าใจความหมายเขา"อ้าวเหรอ งั้นเป็นน้ำผล
เช้ามืดวันต่อมา ร่างกำยำก้าวลงจากรถคันหรูตามด้วยร่างบางที่ก้าวตามลงมา มีความวุ่นวายในพื้นที่จอดรถวีไอพีเกิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อผู้บริหารมาด้วยตัวเองพร้อมกับสาวสวยลูกครึ่งชายหนุ่มจูงมือเธอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของตระกูล ทั้งคู่ถูกรายล้อมด้วยบอดี้การ์ดเดินผ่านหน้าผู้คนที่พากันมองมาด้วยความสนใจ เขาเห็นพวกนักข่าวที่แอบซุ่มตามจุดต่างๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไปเพราะความเคยชิน"คุณคริส" เสียงหวานเรียกชายหนุ่มพร้อมกับบีบมือเขาอย่างไม่สบายใจขณะที่อยู่ในลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร"ว่าไงที่รัก" คนตัวโตโน้มใบหน้าเข้าใกล้เพื่อฟังว่าเธอจะพูดอะไร"มีนักข่าวตามทำข่าวคุณด้วยนี่คะ""อย่าใส่ใจเลยที่รัก""แต่ที่บ้านไม่รู้ว่าช่ออยู่กับคุณที่นี่ พวกเขาต้องไม่สบายใจแน่ถ้าเห็นรูปหลุดออกไป" ช่อพิกุลเอ่ยบอกด้วยความกังวล"ที่บ้านคุณคงรู้แล้วล่ะ เมื่อวานไอ้แซมมันโทรมาสอบสวนฉันชุดใหญ่แล้ว เลยฝากให้มันบอกคนอื่นๆ ด้วยซะเลย" ชายหนุ่มเอ่ยบอกหน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา"ห้ะ! พี่แซมโทรมาเหรอคะ" ช่อพิกุลหน้าตาตื่น เธอเป็นห่วงความรู้สึกพี่ชายเธอมากที่สุดเพราะตอนนี้อยู่ระหว่างการรัก
"ที่รัก..ซี้ดส์.." ดวงตาคมกริบหลุบมองจุดเชื่อม แก่นกายอันเขื่องถูกหลับอวบอูมสูบกลืนขึ้นลงสุด ผนังเนื้อนุ่มรีดรัดลำกายแน่นหนึบจนแตกระส่ำพ่นน้ำกามขาวขุ่นออกมาไหลย้อนลงอาบเคลือบลำกายจนเปรอะถึงกล้ามท้องแกร่งตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ร่างบางยกสะโพกรูดท่อนเนื้อขึ้นจนสุดลำก่อนจะกดทิ้งตัวลงมาจนสุดโคนถี่รัวทำเอาชายหนุ่มเกร็งสะท้านทั่วร่าง"ซี้ด อ่า..เสียวมาก..โอววว..ช่อ..ช่อ" กรามแกร่งขบกันเป็นสันกระตุกพุ่งแตกอีกครั้ง ร่างบางที่กำลังขยับโยกเป็นผู้คุมเกมก้มลงประกบจูบริมฝีปากหยักอย่างดูดดื่มถึงใจ ท่อนแขนกำยำรัดเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะปรือตามองใบหน้าหวานที่ก้มลงซบไหล่แกร่งเพราะความเหนื่อยบ๊วบ! เขาจำใจถอนแก่นกายออกก่อนจะรูดซิบขึ้นทั้งที่ส่วนนั้นยังแข็งพาดเป็นลำอยู่ มือใหญ่คว้าเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่พาดอยู่ใกล้มือมาพันรอบเอวเธอเอาไว้ก่อนจะตวัดอุ้มลงจากรถในท่าอุ้มเตงเดินผ่านหน้าลูกน้องหลายสิบชีวิตที่พากันหลับตาตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด"ช่อ.." เขาวางร่างบางบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็วตามด้วยเสื้อผ้าของเธอก่อนจะขึ้นคร่อมร่างบางที่กำลังนอนมองเขาสลึมสลือราวกับจ
เครื่องบินส่วนตัวลำหรูของคริสโตเฟอร์แล่นลงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน มือใหญ่จูงคนตัวเล็กลงจากเครื่องมาขึ้นรถลีมูซีนที่จอดเทียบรออยู่ ใบหน้าหวานเรียบเฉยไม่บ่งบอกอามณ์ใด คริสโตเฟอร์คอยชำเลืองมองใบหน้าหวานที่ปิดปากเงียบมาตลอดทาง"ช่วยหายาคุมมาด้วยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยบอกเขาในขณะนั่งบนรถ"พรุ่งนี้" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอก"ไม่ทันค่ะ" ช่อพิกุลคิ้วขมวดมองเขาอย่างไม่พอใจครืด~~~ โทรศัพท์สั่นครืดคราดคั่นบทสนทนาระหว่างเขากับเธอ เมื่อล้วงออกมาดูพบว่าเป็นเบอร์นางแบบคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคู่ขาหล่อนมักจะโทรหาเขาเมื่อรู้ว่าเขามาเยือนปารีส ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าหวานที่ยังจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาและตอนนี้เธอกำลังเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์เขาอยู่พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาก่อนจะหันหน้าหนีมองออกนอกกระจกรถคริสโตเฟอร์กดตัดสายแล้วนวดขมับเบาๆเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรหยิบโทรศัพท์ออกมาตอนนี้"ฉันเลิกติดต่อกับผู้หญิงพวกนั้นแล้ว" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอกก่อนจะพาดขาไขว่ห้างเอียงหาคนตัวเล็กพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปสางผมสลวยเล่น"ติดต่อไปเถอะค่ะ ยังไงพวกเธอก็ทำให้คุณมีความสุข" ช่อพิกุลเอ่ยเสียงเรียบ
"ฉันจะชดเชยให้ เธออยากได้อะไรบอกมาเลย" คริสโตเฟอร์เอ่ยพร้อมกับรวบร่างบางกอดแน่น ในหัวเขาคิดอะไรไม่ออกนี่เป็นสิ่งที่เขาทำให้เธอได้"ตอนนี้ฉันไม่อยากได้อะไรจากคุณเลยสักอย่างเดียว แล้วก็หยุดตามฉันสักที ไม่มีวันที่ฉันจะยอมเป็นของเล่นให้คุณอีก!" ร่างบางดิ้นขลุกขลั่กในขณะที่ท่อนแขนกำยำก็กอดรัดเอาไว้แน่น"มันต้องมีสิ แค่เธอบอกมาหรือว่าอยากได้บริษัทคืนฉันก็ทำให้ได้" "เราแค่แยกย้ายจากกันไปแค่นั้นพอแล้วค่ะ ฉันอยากจะเริ่มต้นใหม่" เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ "ช่อ..หยุดพูดแบบนี้" เสียงห้าวทุ้มกดต่ำ"ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก" เอ่ยพร้อมกับผลักไสคนตัวโตออกจากห้อง มือใหญ่จับรวบข้อมือบางเอาไว้เมื่อเธอเริ่มพูดไม่รู้เรื่องเอาแต่ไล่เขาอยู่นั่น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ"ไม่มีเวลาแล้วที่รัก" เขาคว้ากระเป๋าสะพายข้างของเธอก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าเดินออกมาจากห้อง"จัดการต่อให้เรียบร้อย" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยสั่งเดวิดที่ยืนรออยู่หน้าประตู"ครับนาย" เดวิดโค้งศรีษะรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องอีกสองคน ทั้งหมดก
ช่อพิกุลต้องทนนั่งข้างเขาที่คอยแต่จับนั่นจับนี่มาตลอดทางอีกทั้งยังต้องทนครึ่งหลับครึ่งตื่นเพราะคอยระแวงอีด เป็นเวลากว่าห้าชั่วโมงกว่าเครื่องจะแลนดิ้งถึงเอดินบะระ ประเทศสก็อตแลนด์จุดหมายปลายทางในช่วงเช้าพอดี"ช่อ" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยเรียกพลางเดินตามเธอไปติดๆ ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และความหล่อโดดเด่นทำให้ผู้คนที่เดินสวนกันไปมาต่างหันมองด้วยความสนใจ"อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม" คริสโตเฟอร์เอ่ยบอกเมื่อเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีเขาที่ก้าวขายาวๆตามมา"อย่าตามมาค่ะ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ" ช่อพิกุลหันไปบอกเขาด้วยใบหน้าขึงขังก่อนจะรีบสับขาเดินหนีมาขึ้นแท๊กซี่หน้าสนามบินเพื่อไปยังโรงแรมที่พักโดยที่คริสโตเฟอร์ทำได้เพียงยืนมองตาม"นายครับ" ชายชุดดำสามคนที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาหาเจ้านายที่ยืนมองตามท้ายรถแท๊กซี่ที่เพิ่งแล่นออกไป"ส่งคนตามดูเธอไว้" เขาหันไปสั่งบอดี้การ์ดพลางส่งกระเป๋าและเสื้อสูทให้ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่ตรงหน้าพอดี เขาจะปล่อยให้หล่อนได้พักผ่อนเที่ยวเล่นสักสองสามวันไปก่อน หลังจากนั้นเขามีงานสำคัญที่ต้องไปปารีสราวเกือบสัปดาห์และตั้งใจจะพาเธอไปด้วยไม่ว่าจะเต็มใจหร







