Masuk
หวี๋~~~ เสียงไซเรนรถพยาบาลดังขึ้นในช่วงเช้าตรู่แทรกเคล้ากับเสียงโหวกเหวกของเจ้าหน้าที่พยาบาลวิ่งกันขวักไขว่ภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านกลางเมืองมิลานแหล่งเศรษฐกิจของประเทศอิตาลี ด้านล่างคอนโดหรูมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเชือกมาล้อมกั้นพื้นที่กันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณ
"ชาล็อตต์! ชาล็อตต์ลูกแม่!" หญิงวัยกลางคนวิ่งตามรถเข็นพยาบาลในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งมือเคลื่อนย้ายหญิงสาวที่นอนหมดสติขึ้นรถส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หน้าห้องฉุกเฉิน ไม่นานนักประตูห้องก็เปิดออก "หมอเสียใจด้วยนะครับ เราพยายามเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเธอเอาไว้ได้ เธอกินยานอนหลับเกินขนาดจนหัวใจวายเฉียบพลัน" นายแพทย์ใหญ่ประจำโรงพยาบาลเอกชนบอกกล่าวกับบรรดาญาติคนไข้ที่ยืนรอด้วยความหวัง เมื่อจบประโยคของนายแพทย์ 'แองเจลิน่า' ผู้เป็นมารดาถึงกับปล่อยโฮออกมาอย่างหนักจนทรุดลงบนพื้น ท่ามกลางฝนพรำตลอดทั้งวันในช่วงหน้าฝนทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มยิ่งทำให้บรรยากาศเศร้าหมองลง ผู้คนต่างทยอยกลับหลังจากพิธีฝังศพของชาล็อตต์ผ่านไป "เกิดอะไรขึ้นนะชาล็อตต์" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยพึมพำคนเดียว ดวงตาคมกริบแดงก่ำเหม่อมองหลุมขนาดใหญ่ที่ร่างของเพื่อนหลับใหลอยู่ในนั้นและกำลังถูกกลบทับไปตลอดกาล "นายครับ ฝนกำลังจะตกแล้ว" ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปเอ่ยร่ำลากับมารดาของเพื่อนสาวผู้ล่วงลับแล้วมุ่งหน้ากลับทันที วันเวลาผ่านไปนานนับเดือน ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ตึกสิบเจ็ดชั้นเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัท อิตาเลียนวู้ดส์ ของตระกูลเบลลามี่ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีโกดังแยกผลิตต่างหากซึ่งอยู่ห่างออกไปทางชานเมืองราว 2 ชั่วโมง ธุรกิจนี้ถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่งผู้บริหารคนปัจจุบันคือ แซม เบลลามี่ ทายาทรุ่นที่ห้าและเขายังมีน้องสาวซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งมารดาอีกคนหนึ่งแต่ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ตึก ตึก ตึก เสียงรองเท้าส้นสูงวิ่งกระหืดกระหอบมาขึ้นลิฟท์ให้ทันเวลา "เฮ้อ~เกือบไม่ทัน" เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือก่อนจะกวาดมองผู้คนที่ทยอยมาเข้างาน มือบางถือโน๊ตบุ๊กพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายแบรนด์ดังใบโปรด เธอกาแฟจิบให้สดชื่นพร้อมทำงาน 'ช่อพิกุล พิมพิศาล' หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีเพิ่งเรียบจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ก่อนจะเข้ามาทำงานที่บริษัทของครอบครัว วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มงานเธอเกือบจะมาสายเพราะรถติด ใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวอมชมพูเข้ากับใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางค์บางเบาปล่อยผมสลวยยาวถึงกลางหลัง ร่างแบบบางก้าวเดินอย่างมั่นใจเรียกความสนใจจากบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายให้หันมามองจนคอเคล็ด เธอขึ้นลิฟท์มาหยุดที่หน้าห้องทำงานของพี่ชายซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของมารดาจึงมีฐานะเป็นพี่ลูกน้องกับเธอ ส่วนเธอนั้นเติบโตมากับผู้เป็นป้าเนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็กจึงใช้ชีวิตอยู่กับป้าตั้งแต่นั้นมา ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก เธอเคาะประตูสองสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไป "อ้าวช่อ นั่งก่อนสิมาเช้าเหมือนกันนะเรา" 'แซม เบลลามี่' ลูกชายของป้าที่เติบโตขึ้นมาด้วยกันเล่นด้วยกันราวกับพี่น้องที่คลานตามกันมา แซมมองน้องสาวในชุดทำงานท่าทางเตรียมพร้อมของเธอทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้ "ค่ะพี่แซม" ช่อพิกุลขานรับ "รถติดไหมล่ะ" "ที่สุดเลยค่ะ" ช่อพิกุลเอ่ยบอกก่อนจะหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของพี่ชาย "พี่ให้คนจัดห้องทำงานไว้ให้แล้วนะ ส่วนงานก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปเดี๋ยวก็เก่ง" แซมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ค่ะ ช่อพร้อมแล้ว" ก๊อก..ก๊อก..ก๊อก.. เสียเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับหญิงสาวเดินเข้ามาด้านใน "อ่านี่..คุณเมษา น่าจะอายุไล่เลี่ยกันเธอจะเป็นผู้ช่วยของช่อนะ นี่ช่อพิกุลน้องสาวผมเธอจะเริ่มงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด" แซมแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน "สวัสดีค่ะคุณช่อ" "สวัสดีค่ะคุณเมษา" "ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกเมเฉยๆก็ได้ค่ะ" "เอางั้นเหรอคะ" ช่อพิกุลเอ่ยถามอย่างเกรงใจ "ค่ะแบบนั้นเลยค่ะ" "โอเค เม..คิก" สองสาวหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน แซมมองทั้งคู่ที่เข้ากันได้ดีก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจเพราะช่อพิกุลเป็นคนอัธยาศัยดีและเข้ากับผู้คนได้ง่ายเขาจึงไม่หนักใจเลยสักนิด ช่อพิกุลใช้เวลาทั้งวันในการเรียนรู้งานจากผู้ช่วย เงยหน้าขึ้นอีกทีก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดสั่นครืดคราดเมื่อมีสายเรียกเข้า "ว่าไงไทเลอร์" เสียงหวานเอ่ยกรอกลงไปตามสาย 'ว่างไหมจะชวนไปกินข้าว เอ็มม่าก็ไปด้วยนะ' "ว่าจะโทรหานายพอดีเลย ไว้เจอกัน" ช่อพิกุลเอ่ยบอกพลางเก็บของลงกระเป๋าก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน "เดินทางดีดีนะคะคุณช่อ" เมษาเอ่ยบอกพร้อมกับลุกขึ้นยืนส่งเธอ "จ้ะ เมก็ด้วยนะ" ช่อพิกุลยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะก้าวเข้าลิฟท์ ณ บาร์หรูใจกลางมิลาน ช่อพิกุลเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับชะเง้อมองหาเพื่อนที่นัดกันมาแล้ว "ทางนี้ช่อ!" เอ็มม่าตะโกนเรียกพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ช่อพิกุลเห็น ใบหน้าหวานชะเง้อมองพร้อมกับส่งยิ้มให้ก่อนจะแหวกผู้คนมายังสองคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว "เมากันรึยังพวกเธอน่ะ" เสียงหวานเอ่ยถามพลางมองดูแก้วค็อกเทลบนโต๊ะพร้อมกับหย่อนตัวนั่งลงข้างไทเลอร์ "เพิ่งมาถึงก่อนเธอแปบเดียว" ไทเลอร์เอ่ยบอกพลางเรียกพนักงานมาสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม "เป็นไงบ้างเริ่มงานวันแรก" เอ็มม่าเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น "ก็สนุกดี พี่แซมให้ผู้ช่วยสอนงานให้อยู่น่ะ ช่วงนี้ก็เรียนงานไปก่อนอีกหน่อยถ้าคล่องแล้วคงได้แบ่งเบาภาระพี่แซมได้บ้าง" ช่อพิกุลเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มตลอดเวลาเรียกความสนใจจากสายตาชายหนุ่มโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองได้ไม่น้อย "สนุกก็ดีแล้ว จะได้ทำได้ยาวๆ ไม่เบื่อไปซะก่อน" เอ็มม่าเอ่ยยินดีกับเพื่อน "เต็มที่เลยนะวันนี้ ฉันเป็นเจ้ามือเอง" ไทเลอร์อาสา เพราะเขาเป็นคนที่ร่ำรวยกว่าทุกคนในกลุ่มจึงมักจะอาสาเลี้ยงอยู่เสมออีกทั้งยังคอยทำหน้าที่ขับรถไปส่งเพื่อนๆที่บ้านเสมอ "โอเค! ถ้าไทเลอร์ไม่หมดตูดไม่ต้องกลับ!" เอ็มม่าชูแก้วขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน...คริสโตเฟอร์พาช่อพิกุลเดินมายังโต๊ะที่จัดเอาไว้ด้านหน้าเพื่อทักทาย"พ่อครับ""ไอ้คริสลูกพ่อ โผล่มาสักที""ช่อ นี่พ่อฉันแล้วนั่นคุณป้า" คริสโตเฟอร์แนะนำหญิงสาวในขณะที่ท่อนแขนกำยำยังกอดเอวคอดเอาไว้ไม่ปล่อย"สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณป้า" ช่อพิกุลเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ก่อนด้วยท่าทางนอบน้อม ใบหน้าหวานที่แต้มรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นทำเอารุจิรางค์นึกถูกจริตส่งยิ้มกว้างให้ก่อนจะลุกขึ้นไปสวมกอดเบาๆ"สวัสดีหนูช่อ ตามสบายนะ" สตีเฟ่นเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น เขาวางมือจากการบงการเรื่องผู้หญิงของลูกชายนานแล้ว ไม่ว่าลูกชายเขาเลือกใครมาเขาก็ยินดีทั้งนั้น "สวัสดีหนูชื่อช่อพิกุลหรอจ้ะ เป็นลูกครึ่งไทยรึเปล่า" รุจิรางค์เอ่ยถามก่อนจะดึงร่างบางมานั่งข้างกัน"ใช่ค่ะ" "ป้าดีใจนะที่ครอบครัวเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น อยู่กันหลายคนอบอุ่นดี" รุจิางค์ชวนคุยพร้อมกับสั่งให้คนนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเพิ่ม"คุณป้าครับ ช่อไม่ดื่มแอลกอฮอลล์" คริสโตเฟอร์รีบเอ่ยบอกเมื่อเห็นผู้เป็นป้าสั่งให้คนรินไวน์ให้ในขณะที่ช่อพิกุลเหลือบมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจและไม่เข้าใจความหมายเขา"อ้าวเหรอ งั้นเป็นน้ำผล
เช้ามืดวันต่อมา ร่างกำยำก้าวลงจากรถคันหรูตามด้วยร่างบางที่ก้าวตามลงมา มีความวุ่นวายในพื้นที่จอดรถวีไอพีเกิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อผู้บริหารมาด้วยตัวเองพร้อมกับสาวสวยลูกครึ่งชายหนุ่มจูงมือเธอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของตระกูล ทั้งคู่ถูกรายล้อมด้วยบอดี้การ์ดเดินผ่านหน้าผู้คนที่พากันมองมาด้วยความสนใจ เขาเห็นพวกนักข่าวที่แอบซุ่มตามจุดต่างๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไปเพราะความเคยชิน"คุณคริส" เสียงหวานเรียกชายหนุ่มพร้อมกับบีบมือเขาอย่างไม่สบายใจขณะที่อยู่ในลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร"ว่าไงที่รัก" คนตัวโตโน้มใบหน้าเข้าใกล้เพื่อฟังว่าเธอจะพูดอะไร"มีนักข่าวตามทำข่าวคุณด้วยนี่คะ""อย่าใส่ใจเลยที่รัก""แต่ที่บ้านไม่รู้ว่าช่ออยู่กับคุณที่นี่ พวกเขาต้องไม่สบายใจแน่ถ้าเห็นรูปหลุดออกไป" ช่อพิกุลเอ่ยบอกด้วยความกังวล"ที่บ้านคุณคงรู้แล้วล่ะ เมื่อวานไอ้แซมมันโทรมาสอบสวนฉันชุดใหญ่แล้ว เลยฝากให้มันบอกคนอื่นๆ ด้วยซะเลย" ชายหนุ่มเอ่ยบอกหน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา"ห้ะ! พี่แซมโทรมาเหรอคะ" ช่อพิกุลหน้าตาตื่น เธอเป็นห่วงความรู้สึกพี่ชายเธอมากที่สุดเพราะตอนนี้อยู่ระหว่างการรัก
"ที่รัก..ซี้ดส์.." ดวงตาคมกริบหลุบมองจุดเชื่อม แก่นกายอันเขื่องถูกหลับอวบอูมสูบกลืนขึ้นลงสุด ผนังเนื้อนุ่มรีดรัดลำกายแน่นหนึบจนแตกระส่ำพ่นน้ำกามขาวขุ่นออกมาไหลย้อนลงอาบเคลือบลำกายจนเปรอะถึงกล้ามท้องแกร่งตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ร่างบางยกสะโพกรูดท่อนเนื้อขึ้นจนสุดลำก่อนจะกดทิ้งตัวลงมาจนสุดโคนถี่รัวทำเอาชายหนุ่มเกร็งสะท้านทั่วร่าง"ซี้ด อ่า..เสียวมาก..โอววว..ช่อ..ช่อ" กรามแกร่งขบกันเป็นสันกระตุกพุ่งแตกอีกครั้ง ร่างบางที่กำลังขยับโยกเป็นผู้คุมเกมก้มลงประกบจูบริมฝีปากหยักอย่างดูดดื่มถึงใจ ท่อนแขนกำยำรัดเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะปรือตามองใบหน้าหวานที่ก้มลงซบไหล่แกร่งเพราะความเหนื่อยบ๊วบ! เขาจำใจถอนแก่นกายออกก่อนจะรูดซิบขึ้นทั้งที่ส่วนนั้นยังแข็งพาดเป็นลำอยู่ มือใหญ่คว้าเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่พาดอยู่ใกล้มือมาพันรอบเอวเธอเอาไว้ก่อนจะตวัดอุ้มลงจากรถในท่าอุ้มเตงเดินผ่านหน้าลูกน้องหลายสิบชีวิตที่พากันหลับตาตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด"ช่อ.." เขาวางร่างบางบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็วตามด้วยเสื้อผ้าของเธอก่อนจะขึ้นคร่อมร่างบางที่กำลังนอนมองเขาสลึมสลือราวกับจ
เครื่องบินส่วนตัวลำหรูของคริสโตเฟอร์แล่นลงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน มือใหญ่จูงคนตัวเล็กลงจากเครื่องมาขึ้นรถลีมูซีนที่จอดเทียบรออยู่ ใบหน้าหวานเรียบเฉยไม่บ่งบอกอามณ์ใด คริสโตเฟอร์คอยชำเลืองมองใบหน้าหวานที่ปิดปากเงียบมาตลอดทาง"ช่วยหายาคุมมาด้วยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยบอกเขาในขณะนั่งบนรถ"พรุ่งนี้" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอก"ไม่ทันค่ะ" ช่อพิกุลคิ้วขมวดมองเขาอย่างไม่พอใจครืด~~~ โทรศัพท์สั่นครืดคราดคั่นบทสนทนาระหว่างเขากับเธอ เมื่อล้วงออกมาดูพบว่าเป็นเบอร์นางแบบคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคู่ขาหล่อนมักจะโทรหาเขาเมื่อรู้ว่าเขามาเยือนปารีส ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าหวานที่ยังจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาและตอนนี้เธอกำลังเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์เขาอยู่พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาก่อนจะหันหน้าหนีมองออกนอกกระจกรถคริสโตเฟอร์กดตัดสายแล้วนวดขมับเบาๆเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรหยิบโทรศัพท์ออกมาตอนนี้"ฉันเลิกติดต่อกับผู้หญิงพวกนั้นแล้ว" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอกก่อนจะพาดขาไขว่ห้างเอียงหาคนตัวเล็กพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปสางผมสลวยเล่น"ติดต่อไปเถอะค่ะ ยังไงพวกเธอก็ทำให้คุณมีความสุข" ช่อพิกุลเอ่ยเสียงเรียบ
"ฉันจะชดเชยให้ เธออยากได้อะไรบอกมาเลย" คริสโตเฟอร์เอ่ยพร้อมกับรวบร่างบางกอดแน่น ในหัวเขาคิดอะไรไม่ออกนี่เป็นสิ่งที่เขาทำให้เธอได้"ตอนนี้ฉันไม่อยากได้อะไรจากคุณเลยสักอย่างเดียว แล้วก็หยุดตามฉันสักที ไม่มีวันที่ฉันจะยอมเป็นของเล่นให้คุณอีก!" ร่างบางดิ้นขลุกขลั่กในขณะที่ท่อนแขนกำยำก็กอดรัดเอาไว้แน่น"มันต้องมีสิ แค่เธอบอกมาหรือว่าอยากได้บริษัทคืนฉันก็ทำให้ได้" "เราแค่แยกย้ายจากกันไปแค่นั้นพอแล้วค่ะ ฉันอยากจะเริ่มต้นใหม่" เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ "ช่อ..หยุดพูดแบบนี้" เสียงห้าวทุ้มกดต่ำ"ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก" เอ่ยพร้อมกับผลักไสคนตัวโตออกจากห้อง มือใหญ่จับรวบข้อมือบางเอาไว้เมื่อเธอเริ่มพูดไม่รู้เรื่องเอาแต่ไล่เขาอยู่นั่น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ"ไม่มีเวลาแล้วที่รัก" เขาคว้ากระเป๋าสะพายข้างของเธอก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าเดินออกมาจากห้อง"จัดการต่อให้เรียบร้อย" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยสั่งเดวิดที่ยืนรออยู่หน้าประตู"ครับนาย" เดวิดโค้งศรีษะรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องอีกสองคน ทั้งหมดก
ช่อพิกุลต้องทนนั่งข้างเขาที่คอยแต่จับนั่นจับนี่มาตลอดทางอีกทั้งยังต้องทนครึ่งหลับครึ่งตื่นเพราะคอยระแวงอีด เป็นเวลากว่าห้าชั่วโมงกว่าเครื่องจะแลนดิ้งถึงเอดินบะระ ประเทศสก็อตแลนด์จุดหมายปลายทางในช่วงเช้าพอดี"ช่อ" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยเรียกพลางเดินตามเธอไปติดๆ ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และความหล่อโดดเด่นทำให้ผู้คนที่เดินสวนกันไปมาต่างหันมองด้วยความสนใจ"อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม" คริสโตเฟอร์เอ่ยบอกเมื่อเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีเขาที่ก้าวขายาวๆตามมา"อย่าตามมาค่ะ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ" ช่อพิกุลหันไปบอกเขาด้วยใบหน้าขึงขังก่อนจะรีบสับขาเดินหนีมาขึ้นแท๊กซี่หน้าสนามบินเพื่อไปยังโรงแรมที่พักโดยที่คริสโตเฟอร์ทำได้เพียงยืนมองตาม"นายครับ" ชายชุดดำสามคนที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาหาเจ้านายที่ยืนมองตามท้ายรถแท๊กซี่ที่เพิ่งแล่นออกไป"ส่งคนตามดูเธอไว้" เขาหันไปสั่งบอดี้การ์ดพลางส่งกระเป๋าและเสื้อสูทให้ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่ตรงหน้าพอดี เขาจะปล่อยให้หล่อนได้พักผ่อนเที่ยวเล่นสักสองสามวันไปก่อน หลังจากนั้นเขามีงานสำคัญที่ต้องไปปารีสราวเกือบสัปดาห์และตั้งใจจะพาเธอไปด้วยไม่ว่าจะเต็มใจหร







