Masukเวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์ ช่อพิกุลลุกขึ้นเตรียมตัวแต่เช้าเพื่อไปงานมิลานดีไซน์แฟร์ ร่างแบบบางเดินชมตามบูธต่างๆ ที่นำเฟอร์นิเจอร์มาจัดแสดงโชว์ งานนี้เป็นงานใหญ่ระดับโลกมีผู้คนให้ความสนใจมากมายรวมทั้งบรรดานักออกแบบสถาปนิกต่างๆ เข้าชมงานมากมาย
ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นชุดโต๊ะนั่งชุดหนึ่งที่ดูแปลกตาก่อนหยุดยืนมองด้วยความสนใจ ในฐานะที่เติบโตมากับธุรกิจไม้เธอมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นไม้หายาก มือบางยื่นไปลูบสัมผัสอย่างชื่นชมก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น "สวัสดีครับ" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยทักทายขึ้นด้านหลัง ช่อพิกุลหลุดออกจากภวังค์ก่อนละสายตาหันไปมองเจ้าของเสียงที่เอ่ยทักขึ้น ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลารูปร่างสูงใหญ่ดวงตาสีน้ำตาลเธอจำได้แม่น เขาคือคนที่ช่วยเธอจากคนเมาในบาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน "คุณ...สวัสดีค่ะ" เสียงหวานเอ่ยทักทายกลับอย่างสุภาพ ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าจะได้เจอกับคนใจดีคนนั้นอีกครั้ง "คริสโตเฟอร์ครับ คุณคือ.." น้ำเสียงนุ่มทุ้มทักทายเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่คนอิตาเลี่ยนเหมือนเขา "ช่อพิกุลค่ะ เรียกช่อเฉยๆ ก็ได้" ช่อพิกุลแนะนำตัวเองสั้นๆอย่างเป็นกันเองพลางส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรไปให้ "อ่าคุณช่อ..ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณที่นี่เลยนะบังเอิญจังเลย มาเที่ยวเหรอครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นก่อนจะหลุบมองโต๊ะชุดที่เธอสนใจเมื่อสักครู่ "ช่อมาศึกษาดูงานค่ะ พอดีมันเกี่ยวกับเนื้องานด้วย" เธอเอ่ยตอบเขา "งั้นเหรอครับ ผมรบกวนหรือเปล่า" เขาเอ่ยขึ้นพลางทำหน้าครุ่นคิด "ไม่เลยค่ะ ช่อดีใจซะอีกที่ได้เจออีกครั้งนะคะ วันนั้นช่อไม่ทันได้ขอบคุณเลย" เสียงหวานเอ่ยตอบ "อ่า..งั้นเหรอครับแต่เรื่องนั้นช่างมัน วันนี้ผมอยากดูเฟอร์นิเจอร์สักชิ้นไปไว้ที่ห้องทำงานถ้าไม่รบกวนมาช่วยกันเลือกดีไหม" เขาเอ่ยบอกก่อนจะลอบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า แม้จะรูปร่างเพรียวบางแต่กลับมีสะโพกอวบผายหน้าอกอวบใหญ่ถึงจะอำพลางด้วยเสื้อเชิ้ตแต่จากประสบการณ์เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคนนี้ซ่อนรูปเอาไว้อย่างแน่นอน อีกทั้งใบหน้าหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางค์บางเบาดวงตากลมโตใสแจ๋วใบหน้ารูปไข่ดูแล้วเธอคงมีเชื้อสายเอเชีย "ยินดีค่ะ แต่ก็ขอบคุณที่ช่วยช่อวันนั้นนะคะ ถ้าคุณไม่ผ่านมาป่านนี้หมอนั่นคงลากช่อไปขึ้นรถมันแล้ว" ช่อพิกุลเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้งพลางคิดไปถึงเรื่องเมื่อวันนั้นยังตามหลอกหลอนเธอไม่หาย "ครับ.. ว่าแต่คุณช่อสนใจตัวนี้เหรอมันสวยดีนะ" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับเบนความสนใจไปที่โต๊ะไม้ชุดตรงหน้า "ค่ะ มันสวยแปลกตาดีดูแล้วมันคงทำมาจากไม้ซาเปเล" ช่อพิกุลเอ่ยบอกพร้อมกับมองดูโต๊ะชุดหรูหราลวดลายสวยงามก่อนจะละสายตามามองชายหนุ่มที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ที่น้อยคนนักจะได้เห็นทำเอาใบหน้าหวานแดงก่ำเล็กน้อยก่อนจะรีบหลบสายตาคมกริบนั้นทันที "แค่มองก็รู้แล้วเหรอว่าทำมาจากไม้อะไร" เขาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ "ค่ะ ไม้แผ่นใหญ่พวกนี้ส่วนมากเป็นไม้ที่นำเข้าจากแอฟริกาหรือไม่ก็อเมริกาใต้แทบทั้งนั้น แต่ละชนิดจะมีเอกลักษณ์ลวดลายของมัน คนที่คลุกคลีมานานก็จะรู้ว่าทำมาจากไม้อะไร" เสียงหวานเอ่ยบอกพลางกวาดสายตามองไปทั่วร้านที่นำมาตั้งโชว์ละลานตา "งั้นช่วยผมเลือกไม้แบบนี้สักชุดนะครับ" เขาถามหญิงสาวที่กำลังเดินชม "ได้สิคะ" เธอขานรับอย่างเต็มใจก่อนจะลอบมองชายหนุ่มในชุดสูทหรูหราราคาแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า นาฬิกาเรือนหรูกะคร่าวๆ ด้วยสายตาน่าจะหลายสิบล้านเหรียญ ทั้งคู่เดินชมสินค้าจนทั่วงานอย่างเพลิดเพลินโดยเธอเลือกโต๊ะตัวหนึ่งให้เขา ก่อนจะพากันดูอีกหลายร้านจนกระทั่งกินเวลาไปถึงบ่ายกว่า "โอ้..นี่บ่ายกว่าแล้วเหรอคะช่อรบกวนเวลาคุณเกินไปแล้ว" ช่อพิกุลยกนาฬิกาขึ้นดูหลังจากที่ทั้งคู่เดินมานั่งพักที่ร้านกาแฟในโซนล็อบบี้ "ไม่เป็นไรครับวันนี้ผมว่าง แล้วคุณช่อรีบไปไหนหรือเปล่าครับ ถ้าคุณช่อไม่รีบผมขอเลี้ยงมื้อกลางวัน" คริสโตเฟอร์เอ่ยบอกพลางสังเกตท่าทีของหล่อนที่ดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลง รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดที่หน้าภัตราคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ร่างสูงก้าวลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ "เป็นอาหารสวิส คุณช่อทานได้หรือเปล่า" เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองคนตัวเล็กที่เดินเคียงคู่กันมา "ช่อทานได้ทุกอย่างค่ะ ถามว่าอะไรที่ไม่ทานดีกว่า..คิก" หญิงสาวเอ่ยบอกพลางยิ้มขันตัวเองทำเอาคนตัวใหญ่ยิ้มตามไปด้วย พนักงานรีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับเมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้ามา "เชิญค่ะท่าน" ทั้งสองเดินตามพนักงานเข้าไปในโต๊ะด้านในสุด บรรยากาศสามารถมองเห็นรถราที่วิ่งผ่านไปมาได้ ในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจย้อนยุคผสานกลิ่นอายความเป็นสวิสดั้งเดิมเข้าไปอย่างลงตัว ดวงตากลมโตกวาดมองรอบๆ ร้านด้วยความสนใจก่อนจะกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้าที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว "คุณช่อทำงานที่ไหนครับ" คริสโตเฟอร์เอ่ยถามพลางตักอาหารใส่จานให้เธอ "ช่อทำที่บริษัทของพี่ชายค่ะ เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ส่งออก เป็นธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัวค่ะ" ช่อพิกุลเอ่ยเล่าให้เขาฟังคร่าวๆ "งั้นเหรอครับ คุณช่อคงทำงานเก่งมากเลยสินะครับ" "ช่อก็อยากเป็นแบบนั้นค่ะแต่ช่อเพิ่งเข้ามาช่วยงานได้ยังไม่ถึงเดือนเลย พี่แซมเป็นคนดูแลทั้งหมดเลยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยถึงพี่ชายด้วยความชื่นชมในขณะที่ดวงตาคมกริบประกายวาวโรจน์ขึ้นมาก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วจนอีกคนไม่ทันสังเกตเห็น ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มให้เธอก่อนจะตักอาหารที่เพิ่งมาเสิร์ฟใส่จานเธอ "งั้นพี่ชายคุณช่อก็เก่งมากเลยสินะครับดูแลธุรกิจมาจนใหญ่โตขนาดนี้" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ว่าแต่คุณคริสรู้จักบริษัทของครอบครัวเราด้วยเหรอคะ" "รู้จักสิครับ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านผมก็สั่งซื้อจากอิตาเลี่ยนวู้ดส์หลายชิ้นทีเดียว" เขาเอ่ยบอกพร้อมกับเอื้อมไปหยิบทิชชู่เช็ดมุมปากอวบอิ่มที่เลอะน้ำสลัด ช่อพิกุลชะงักเล็กน้อยแต่ก็หยุดอยู่นิ่งๆให้เขาช่วยก่อนจะยิ้มให้เขาเป็นการขอบคุณ หลังจากทานอาหารกลางวันเรียบร้อย คริสโตเฟอร์ขับรถมาส่งเธอด้านหลังสถานที่จัดงาน "ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสเจอกันอีก ผมจะพาไปทานร้านแถวเมืองเวนิสนะครับ ที่นั่นมีร้านอร่อยๆเยอะเลย" เขาเอ่ยบอกคนตัวเล็กในขณะที่ส่งจนถึงรถของหล่อน "ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" เสียงหวานเอ่ยก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนรถออกไป ร่างสูงใหญ่ยืนมองออดี้คันงามเคลื่อนออกไปจนลับสายตาก่อนจะกลับมาที่รถของตัวเอง สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดสั่นครืดคราดมานานหลายนาที มือใหญ่เอื้อมมากดรับสาย "ฮัลโหล ครับลี" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยกรอกไปตามสายก่อนพร้อมกับกดเลื่อนกระจกขึ้นปิดมุ่งสู่ท้องถนน 'นึกว่าคริสจะไม่รีบสายลีซะแล้ว เรามีนัดกันนะคะ' เสียงหวานกระเง้ากระงอดเอ่ยมาจากปลายสาย "ไม่ลืมสิครับ ผมเพิ่งเสร็จธุระน่ะ ไว้เจอกันนะ" จากนั้นกดวางสายโยนลงเบาะข้างคนขับแล้วหยิบแว่นตาแบรนด์ดังมาสวมใส่ก่อนจะเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง...คริสโตเฟอร์พาช่อพิกุลเดินมายังโต๊ะที่จัดเอาไว้ด้านหน้าเพื่อทักทาย"พ่อครับ""ไอ้คริสลูกพ่อ โผล่มาสักที""ช่อ นี่พ่อฉันแล้วนั่นคุณป้า" คริสโตเฟอร์แนะนำหญิงสาวในขณะที่ท่อนแขนกำยำยังกอดเอวคอดเอาไว้ไม่ปล่อย"สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณป้า" ช่อพิกุลเอ่ยทักทายผู้ใหญ่ก่อนด้วยท่าทางนอบน้อม ใบหน้าหวานที่แต้มรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นทำเอารุจิรางค์นึกถูกจริตส่งยิ้มกว้างให้ก่อนจะลุกขึ้นไปสวมกอดเบาๆ"สวัสดีหนูช่อ ตามสบายนะ" สตีเฟ่นเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น เขาวางมือจากการบงการเรื่องผู้หญิงของลูกชายนานแล้ว ไม่ว่าลูกชายเขาเลือกใครมาเขาก็ยินดีทั้งนั้น "สวัสดีหนูชื่อช่อพิกุลหรอจ้ะ เป็นลูกครึ่งไทยรึเปล่า" รุจิรางค์เอ่ยถามก่อนจะดึงร่างบางมานั่งข้างกัน"ใช่ค่ะ" "ป้าดีใจนะที่ครอบครัวเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้น อยู่กันหลายคนอบอุ่นดี" รุจิางค์ชวนคุยพร้อมกับสั่งให้คนนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเพิ่ม"คุณป้าครับ ช่อไม่ดื่มแอลกอฮอลล์" คริสโตเฟอร์รีบเอ่ยบอกเมื่อเห็นผู้เป็นป้าสั่งให้คนรินไวน์ให้ในขณะที่ช่อพิกุลเหลือบมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจและไม่เข้าใจความหมายเขา"อ้าวเหรอ งั้นเป็นน้ำผล
เช้ามืดวันต่อมา ร่างกำยำก้าวลงจากรถคันหรูตามด้วยร่างบางที่ก้าวตามลงมา มีความวุ่นวายในพื้นที่จอดรถวีไอพีเกิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อผู้บริหารมาด้วยตัวเองพร้อมกับสาวสวยลูกครึ่งชายหนุ่มจูงมือเธอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของตระกูล ทั้งคู่ถูกรายล้อมด้วยบอดี้การ์ดเดินผ่านหน้าผู้คนที่พากันมองมาด้วยความสนใจ เขาเห็นพวกนักข่าวที่แอบซุ่มตามจุดต่างๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไปเพราะความเคยชิน"คุณคริส" เสียงหวานเรียกชายหนุ่มพร้อมกับบีบมือเขาอย่างไม่สบายใจขณะที่อยู่ในลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร"ว่าไงที่รัก" คนตัวโตโน้มใบหน้าเข้าใกล้เพื่อฟังว่าเธอจะพูดอะไร"มีนักข่าวตามทำข่าวคุณด้วยนี่คะ""อย่าใส่ใจเลยที่รัก""แต่ที่บ้านไม่รู้ว่าช่ออยู่กับคุณที่นี่ พวกเขาต้องไม่สบายใจแน่ถ้าเห็นรูปหลุดออกไป" ช่อพิกุลเอ่ยบอกด้วยความกังวล"ที่บ้านคุณคงรู้แล้วล่ะ เมื่อวานไอ้แซมมันโทรมาสอบสวนฉันชุดใหญ่แล้ว เลยฝากให้มันบอกคนอื่นๆ ด้วยซะเลย" ชายหนุ่มเอ่ยบอกหน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา"ห้ะ! พี่แซมโทรมาเหรอคะ" ช่อพิกุลหน้าตาตื่น เธอเป็นห่วงความรู้สึกพี่ชายเธอมากที่สุดเพราะตอนนี้อยู่ระหว่างการรัก
"ที่รัก..ซี้ดส์.." ดวงตาคมกริบหลุบมองจุดเชื่อม แก่นกายอันเขื่องถูกหลับอวบอูมสูบกลืนขึ้นลงสุด ผนังเนื้อนุ่มรีดรัดลำกายแน่นหนึบจนแตกระส่ำพ่นน้ำกามขาวขุ่นออกมาไหลย้อนลงอาบเคลือบลำกายจนเปรอะถึงกล้ามท้องแกร่งตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ร่างบางยกสะโพกรูดท่อนเนื้อขึ้นจนสุดลำก่อนจะกดทิ้งตัวลงมาจนสุดโคนถี่รัวทำเอาชายหนุ่มเกร็งสะท้านทั่วร่าง"ซี้ด อ่า..เสียวมาก..โอววว..ช่อ..ช่อ" กรามแกร่งขบกันเป็นสันกระตุกพุ่งแตกอีกครั้ง ร่างบางที่กำลังขยับโยกเป็นผู้คุมเกมก้มลงประกบจูบริมฝีปากหยักอย่างดูดดื่มถึงใจ ท่อนแขนกำยำรัดเอวบางเอาไว้แน่นก่อนจะปรือตามองใบหน้าหวานที่ก้มลงซบไหล่แกร่งเพราะความเหนื่อยบ๊วบ! เขาจำใจถอนแก่นกายออกก่อนจะรูดซิบขึ้นทั้งที่ส่วนนั้นยังแข็งพาดเป็นลำอยู่ มือใหญ่คว้าเสื้อโค้ทตัวใหญ่ที่พาดอยู่ใกล้มือมาพันรอบเอวเธอเอาไว้ก่อนจะตวัดอุ้มลงจากรถในท่าอุ้มเตงเดินผ่านหน้าลูกน้องหลายสิบชีวิตที่พากันหลับตาตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด"ช่อ.." เขาวางร่างบางบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างรวดเร็วตามด้วยเสื้อผ้าของเธอก่อนจะขึ้นคร่อมร่างบางที่กำลังนอนมองเขาสลึมสลือราวกับจ
เครื่องบินส่วนตัวลำหรูของคริสโตเฟอร์แล่นลงสนามบินในเวลาเที่ยงคืน มือใหญ่จูงคนตัวเล็กลงจากเครื่องมาขึ้นรถลีมูซีนที่จอดเทียบรออยู่ ใบหน้าหวานเรียบเฉยไม่บ่งบอกอามณ์ใด คริสโตเฟอร์คอยชำเลืองมองใบหน้าหวานที่ปิดปากเงียบมาตลอดทาง"ช่วยหายาคุมมาด้วยค่ะ" เสียงหวานเอ่ยบอกเขาในขณะนั่งบนรถ"พรุ่งนี้" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอก"ไม่ทันค่ะ" ช่อพิกุลคิ้วขมวดมองเขาอย่างไม่พอใจครืด~~~ โทรศัพท์สั่นครืดคราดคั่นบทสนทนาระหว่างเขากับเธอ เมื่อล้วงออกมาดูพบว่าเป็นเบอร์นางแบบคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในคู่ขาหล่อนมักจะโทรหาเขาเมื่อรู้ว่าเขามาเยือนปารีส ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าหวานที่ยังจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาและตอนนี้เธอกำลังเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์เขาอยู่พร้อมกับแสยะยิ้มออกมาก่อนจะหันหน้าหนีมองออกนอกกระจกรถคริสโตเฟอร์กดตัดสายแล้วนวดขมับเบาๆเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรหยิบโทรศัพท์ออกมาตอนนี้"ฉันเลิกติดต่อกับผู้หญิงพวกนั้นแล้ว" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอกก่อนจะพาดขาไขว่ห้างเอียงหาคนตัวเล็กพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปสางผมสลวยเล่น"ติดต่อไปเถอะค่ะ ยังไงพวกเธอก็ทำให้คุณมีความสุข" ช่อพิกุลเอ่ยเสียงเรียบ
"ฉันจะชดเชยให้ เธออยากได้อะไรบอกมาเลย" คริสโตเฟอร์เอ่ยพร้อมกับรวบร่างบางกอดแน่น ในหัวเขาคิดอะไรไม่ออกนี่เป็นสิ่งที่เขาทำให้เธอได้"ตอนนี้ฉันไม่อยากได้อะไรจากคุณเลยสักอย่างเดียว แล้วก็หยุดตามฉันสักที ไม่มีวันที่ฉันจะยอมเป็นของเล่นให้คุณอีก!" ร่างบางดิ้นขลุกขลั่กในขณะที่ท่อนแขนกำยำก็กอดรัดเอาไว้แน่น"มันต้องมีสิ แค่เธอบอกมาหรือว่าอยากได้บริษัทคืนฉันก็ทำให้ได้" "เราแค่แยกย้ายจากกันไปแค่นั้นพอแล้วค่ะ ฉันอยากจะเริ่มต้นใหม่" เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ "ช่อ..หยุดพูดแบบนี้" เสียงห้าวทุ้มกดต่ำ"ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก" เอ่ยพร้อมกับผลักไสคนตัวโตออกจากห้อง มือใหญ่จับรวบข้อมือบางเอาไว้เมื่อเธอเริ่มพูดไม่รู้เรื่องเอาแต่ไล่เขาอยู่นั่น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ"ไม่มีเวลาแล้วที่รัก" เขาคว้ากระเป๋าสะพายข้างของเธอก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นพาดบ่าเดินออกมาจากห้อง"จัดการต่อให้เรียบร้อย" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยสั่งเดวิดที่ยืนรออยู่หน้าประตู"ครับนาย" เดวิดโค้งศรีษะรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องอีกสองคน ทั้งหมดก
ช่อพิกุลต้องทนนั่งข้างเขาที่คอยแต่จับนั่นจับนี่มาตลอดทางอีกทั้งยังต้องทนครึ่งหลับครึ่งตื่นเพราะคอยระแวงอีด เป็นเวลากว่าห้าชั่วโมงกว่าเครื่องจะแลนดิ้งถึงเอดินบะระ ประเทศสก็อตแลนด์จุดหมายปลายทางในช่วงเช้าพอดี"ช่อ" เสียงห้าวทุ้มเอ่ยเรียกพลางเดินตามเธอไปติดๆ ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และความหล่อโดดเด่นทำให้ผู้คนที่เดินสวนกันไปมาต่างหันมองด้วยความสนใจ"อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม" คริสโตเฟอร์เอ่ยบอกเมื่อเธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีเขาที่ก้าวขายาวๆตามมา"อย่าตามมาค่ะ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ" ช่อพิกุลหันไปบอกเขาด้วยใบหน้าขึงขังก่อนจะรีบสับขาเดินหนีมาขึ้นแท๊กซี่หน้าสนามบินเพื่อไปยังโรงแรมที่พักโดยที่คริสโตเฟอร์ทำได้เพียงยืนมองตาม"นายครับ" ชายชุดดำสามคนที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาหาเจ้านายที่ยืนมองตามท้ายรถแท๊กซี่ที่เพิ่งแล่นออกไป"ส่งคนตามดูเธอไว้" เขาหันไปสั่งบอดี้การ์ดพลางส่งกระเป๋าและเสื้อสูทให้ก่อนจะก้าวขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่ตรงหน้าพอดี เขาจะปล่อยให้หล่อนได้พักผ่อนเที่ยวเล่นสักสองสามวันไปก่อน หลังจากนั้นเขามีงานสำคัญที่ต้องไปปารีสราวเกือบสัปดาห์และตั้งใจจะพาเธอไปด้วยไม่ว่าจะเต็มใจหร







