FAZER LOGINเมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว
"เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีมและดรีมรักมาก ฉันก็เห็นว่าสองคนนี้รักกันดี จนวันหนึ่งดรีมก็โทรมาร้องไห้และบอกฉันว่าเลิกกับผู้ชายคนนั้นแล้ว บอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา วันนั้นฉันอยู่หอของเพื่อนเพราะมาทำรายงาน ฉันกำลังเรียนปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ส่วนดรีมกับแฟนก็เรียนอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง ฉันรู้ว่าดรีมเป็นคนหัวอ่อนมาก เธอไม่ค่อยแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ เธอไม่มีภูมิต้านทานด้านความเจ็บปวดเลย ฉันรู้ว่าถ้าเธอเสียใจมากๆเธอจะทำอะไรได้บ้าง ฉันจึงรีบกลับไปหาดรีม แต่ฉันไปไม่ทัน... ฟลุ่บ~ หลังจากที่เราอยู่กับดรีมสักพักเราก็กลับมาบ้าน วันนี้ฉันจะนอนที่นี่ ตอนเรากลับมาฉันเห็นกระเช้าดอกไม้วางอยู่หน้าบ้านของป้าดา ท่านบอกว่าเป็นของผู้ชายคนนั้น เขาเอามาให้ทุกปีพร้อมกับคำว่า'ผมขอโทษครับ' หึ ก็อีแค่คำว่าขอโทษที่ไม่รู้ว่าจริงใจหรือเปล่าด้วยซ้ำ! ฉันนั่งอยู่บนเตียงของดรีม พลางกำลังปลดรหัสล็อกสมุดโน้ต ฉันเดาว่าดรีมน่าจะใช้รหัสง่ายๆ วันเกิดฉันไง... กริ๊ก~ แล้วฉันก็เดาถูก เมื่อรหัสถูกปลดล็อกฉันก็เปิดสมุดโน้ตอ่าน เป็นสมุดโน้ตที่ดรีมเขียนถึงฉันทุกปีในวันเกิดของฉัน ฉันนั่งอ่านมันทั้งน้ำตา "ฮึก" กว่าจะอ่านถึงหน้าสุดท้ายที่ดรีมเขียน น้ำตาฉันก็ไหลพรากแล้ว 'ขอโทษนะข้าว ที่วันนี้ฉันเขียนมันก่อนจะถึงวันเกิดเธอ แต่ฉันคงอยู่ไม่ถึงวันนั้นแล้ว นี่คงเป็นข้อความสุดท้ายจากฉันถึงเธอ...' "อึก" 'ตอนนี้ฉันเจ็บปวดมากจริงๆ ฉันรักเขามาก มากจนจะขาดใจ ฉันรู้สึกเหมือนจะตาย เขามีผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่ฉันแล้ว ผู้หญิงคนนั้นสวยกว่าฉัน ดูดีกว่าฉัน เก่งกว่าฉัน...' นี่สินะเหตุผล ไอ้ผู้ชายเลว! 'ฉันไปเจอผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว ฉันสู้อะไรเธอไม่ได้เลยสักอย่าง ฉันขอร้องเธอแล้วแต่เธอไม่ยอม แล้วคนอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้เค้าได้ ฉันไม่มีทางทำได้เลย ฉันอ่อนแอเกินกว่าจะรับเรื่องแบบนี้ ฉันไม่ไหวแล้ว...' "ทำไมเธอทิ้งฉันล่ะดรีม ทำไมไม่รอฉันก่อน ทำไมไม่รอระบายมันกับฉัน ทำไมต้องเขียนมันแล้วทำแบบนั้น ฮือ" ยิ่งอ่านฉันก็ยิ่งร้องไห้ ฉันรู้เหตุผลที่ดรีมฆ่าตัวตายแล้ว น้ำตาของฉันหยดลงไปบนหน้ากระดาษ มันหยดลงไปปะปนบนรอยสีแดงที่หยดเป็นคราบและเคยแห้งสนิทไปแล้ว...น้ำตาฉันทำให้รอยเลือดหยดหนึ่งบนกระดาษเปียกชื้นขึ้นมาอีกครั้งนึง ฉันกลับจากบ้านของดรีมในวันถัดมา ตอนนี้ฉันกำลังอยากเจอใครบางคนมากที่สุดและฉันจะต้องเจอเขาให้ได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่อยากเจอแค่ไหนก็ตาม! แต่วันนี้ฉันมาทำงานและพักเรื่องของเขาไว้ก่อนเพราะการจะหาคนๆหนึ่งที่ไม่ได้พบเจอกันเลยตั้งสี่ปีมันไม่ใช่เรื่องง่าย "น้องข้าววว" ฉันหันไปที่หน้าบาร์เพราะได้ยินเสียงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงเพลงภายในผับ เป็นพี่โจนั่นเอง "พี่โจ มาคนเดียวเหรอคะ" ฉันถาม พี่โจเท้าคางมองฉันพลางยิ้มมุมปาก "วันนี้ไอ้เหนือมันไม่ค่อยสบายพี่ก็เลยไม่ได้ลากมันมาด้วย คิดถึงมันเหรอ" "พี่โจล่ะก็ อย่ามาแซวข้าวสิคะ" "ฮ่ะๆ" "ข้าวก็นึกว่าพี่จะพาแฟนมาด้วย ว่าแต่พี่มีนปล่อยให้มาเหรอคะเนี่ย" "แหม น้องข้าวก็แซวแรงเหมือนกันนะครับเนี่ย" "อิอ ข้าวล้อเล่นค่ะ" "มีนไปต่างจังหวัดกับครอบครัวเขาน่ะ พี่ก็เลยว่าง" "อ้อ..." "แต่พี่นัดรุ่นน้องมาอีกนะ เป็นเพื่อนไอ้เหนือมัน ใช้แทนกันได้นะ" "ของแบบนี้แทนกันไม่ได้หรอกค่ะ" "ฮ่ะๆ พี่รู้ค่ะว่าในสายตาน้องข้าวมีพี่เหนือคนเดียว" ฉันกับพี่โจก็แซวกันเล่นไปสักพัก เพื่อนรุ่นน้องของพี่โจก็โผล่มาคนนึงเขาชื่อ'เอ็ม' พี่โจกับเอ็มก็แซวฉันเล่นไปอีกสักพักก็เริ่มบ่นถึงอีกคนที่ยังไม่เห็นแม้แต่เงา "ไอ้เชี่ยทอยมันไปมุดอยู่ไหนวะ" พี่โจบ่นและกดโทรศัพท์โทรหารุ่นน้องของเขา ได้ยินชื่อรุ่นน้องเขาแล้วฉันก็ชะงักไปนิดหน่อย แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง คนชื่อนี้ไม่ได้มีคนเดียวในโลกนี่นา โลกมันคงไม่เหวี่ยงเขามาให้ฉันในเวลาที่ฉันอยากเจอง่ายๆ..."..." "ไม่กิน โดนฉีดยาแน่" "รู้แล้วน่า" เขาพึมพำก่อนจะค่อยๆตักโจ๊กเข้าปาก กินไปได้ค่อนชามเขาก็เลิกกินเห็นบ่นว่าเจ็บคอด้วย ฉันก็เลยแกะยาที่ซื้อมาทั้งยาแก้ปวดลดไข้กับยาแก้อักเสบให้เขา "ยาค่ะ" "..." เขาหลุบตาลงมองยาแต่ไม่ยอมแตะมัน "เหมือนเด็กน้อยเลย" ฉันพูดลอยๆแต่เหนือหันมามอง "เด็ก?" "ค่ะ เด็กดื้อที่เวลาไม่สบายแล้วงอแง ไม่ยอมกินข้าวกินยาแล้วก็ไม่ยอมไปหาหมอด้วย" เขาค้อนใส่ฉันทันทีเลยอ่ะ รู้ตัวไงว่าฉันหมายถึงเขานั่นแหละ แต่เวลาที่เขาไม่สบายแบบนี้เขาก็น่ารักดีนะ "ยาค่ะ" ฉันยิ้มพลางพยักเพยิดไปที่ยาอีกครั้ง เหนือถอนหายใจแรงก่อนจะคว้ายาไปกินในที่สุด แค่ก~ พอกลืนยากับน้ำลงคอไปเขาก็สำลักออกมานิดหน่อย ฉันมองอาการเขากลัวว่ายาจะติดคอตายซะก่อน "โอเคมั้ยคะ" "อื้อ" เขาพยักหน้าบอกพลางกระดกน้ำกินจนหมดด้วยใบหน้าแหยๆ จากนั้นก็เอนตัวพิงโซฟาเหมือนเดิม "คราวนี้ก็ไปนอนได้แล้วค่ะ" ฉันบอกเขา เหนือปรืตาที่กำลังจะหลับขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่อยากเดิน หัวหมุน" เด็กน้อยจริงๆนะเนี่ย แต่ก็...น่ารักดี "งั้นก็นอนที่...พะ พี่เหนือ" ฟลุ่บ~ ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ เขาก
"นี่ไงเรื่องที่ฉันอยากรู้ ตอบดิ" ฉันกำมือแน่น ทอยเบรกรถข้างทางและหลับตาลง พรึ่บ~ ฉันกระชากแขนเขาพลางเขย่าให้เขาพูด "ตอบดิ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันเจ็บจนต้องตายฟรี แล้วปล่อยให้คู่หญิงร้ายชายเลวไปเสวยสุขกันหรอกนะ ถ้าเพื่อนฉันไม่มีความสุข นายกับมันก็ไม่สมควรมีความสุข!" "รู้ได้ยังไงว่าพี่มีความสุข" ทอยขึ้นเสียงใส่ฉัน เขาผลักมือฉันที่เขย่าแขนเขาออก "พี่ขอ..." "ไม่ต้องขอโทษ ฉันไม่รับ" ทอยมองฉัน เขากำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ด้วย สีหน้าและแววตาเหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ อ้อ เคยเป็นนักแสดงอยู่นี่นา แต่ถึงตอนนี้เขาน่าจะเลิกแล้วเพราะฉันไม่เคยเห็นเขาในบทบาทนั้นอีก ก็อย่างที่บอกว่าเขาหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น แต่ยังไงก็ยังคงแสดงดีอยู่นะ หึ! "เลิกแสดง" "แต่พี่ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆนะข้าว พี่ฝันถึงดรีมแทบทุกคืน" "ก็สมควรแล้วนิ ดรีมมันตายเพราะใครล่ะ" "พี่รู้สึกผิดจริงๆ" "แล้วไง เอาเพื่อนฉันคืนมาได้มั้ยล่ะ" "..." "ฉันไม่สนว่านายจะเสียใจจริงๆหรือแค่แสดง ฉันสนใจแค่ว่าอีนั่นมันเป็นใคร" "เราเลิกกันไปแล้ว ตั้งแต่ดรีมตายพี่ก็เลิกกับเค้าด้วย" "เหรอ น่าดีใจนะ" ฉันถามเสียงสูง ไม่เชื
"มาแล้วพี่" แล้วเสียงที่ดังแทรกผ่านเสียงเพลงมาอีกครั้งก็ทำให้ฉันหันควับไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงแต่ผอมเพรียว ใบหน้าออกแนวทะเล้นน่ารัก เขากำลังเดินเข้ามาหาพี่โจ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ดูเหมือนโลกจะเหวี่ยงเขามาให้ฉันจริงๆนั่นแหละ 'ทอย'! "โอ้โห กูนึกว่ามึงโดนดักฉุดนะเนี่ย" พี่เอ็มผลักไหล่เขาพลางพูดประชดที่เขามาช้า "มาช้าก็ดีกว่าไม่มาป่ะล่ะ" "ถ้ามึงจะช้าขนาดนี้ มึงไม่ต้องมาเลยก็ได้ รู้มั้ยกูรอนานแค่ไหน" พี่โจย้อนเขาอีก "ขอโทษครับบบ" เขายิ้ม ก็ดูใช้ชีวิตปกติดี ดูมีความสุขดีนี่! "เออ มาๆ แนะนำเด็กไอ้เหนือให้รู้จัก" พี่โจตบบ่าเขาพลางดึงแขนเขาให้หันมาทางฉัน "ไหน คนไหน..." เสียงของเขาหายไปเมื่อหันมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "นี่ๆคนนี้ ชื่อข้าวหอมที่พวกมึงส่องเฟซกันวันนั้นไง" "..." "เป็นไงตัวจริง สวยดิ เซ็กซี่ดิ อึ้งเลยดิ ไอ้เอ็มไอ้ทอยพวกมึงอิจฉาไอ้เหนืออ่ะดิ๊" "เออพี่ อิจฉาจริง" พี่เอ็มตอบ แต่ทอยเงียบ "ทอย" "..." "ไอ้ทอย" "..." "ไอ้เชี่ยทอยโว้ยยย" "อะ อะไรวะพี่" "กูเรียกมึงจนแทบจะเข้าไปตะโกนในแก้วหูมึงแล้วเนี่ย จะตะลึงอะไรขนาดนั้น
เมื่อมาหยุดยืนที่หน้าแท่นสุสานของดรีมฉันก็เห็นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่ดรีมชอบวางอยู่แล้ว "เขามาเหรอคะ" ฉันเอ่ยถามทันที ป้าดาวางช่อดอกลิลลี่ของเราลงข้างๆช่อดอกไม้นั้น "ใช่ เขามาหาดรีมทุกปีนั่นแหละจ่ะ" ป้าดาบอกฉัน ฉันกัดฟัน "ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง ถึงกล้ามาหาดรีม!" "คงไม่ใช่หรอกจ่ะ ป้าว่าเขาคงรู้สึกผิดจริงๆ จำได้มั้ยว่าวันนั้นเขาก็มาหาดรีมแต่เขาก็มาไม่ทันเหมือนกับข้าว" "แต่เขาไม่มางานศพดรีมด้วยซ้ำ" "จริงๆเขามานะลูก เขามาหลังจากที่พระสวดเสร็จและทุกคนกลับไปแล้ว เขามากราบขอโทษป้า" "เขาก็สมควรทำแบบนั้นค่ะ" "ป้าให้อภัยเขานะลูก ข้าวก็ต้องให้อภัยเขานะ ป้าเชื่อว่าดรีมคงต้องการแบบนั้น" ป้าดาลูบบ่าฉันเบาๆ ฉันมองหน้าท่านก่อนจะหันไปมองรูปของดรีม "ฉันจะให้อภัยเขาก็ได้นะดรีม..." 'แต่ฉันจะให้ก็ต่อเมื่อเห็นกับตาว่าเขาเจ็บปวดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องตายแล้วเท่านั้น!' ประโยคหลังนี้ฉันพูดในใจ ผู้ชายที่เรากำลังพูดถึงคือแฟนของดรีม ฉันรู้จักกับเขาเพราะดรีมเล่าให้ฟังทุกวันแต่ฉันเคยเจอเขาบ้างเป็นบางครั้ง สองคนนั้นเรียนคณะเดียวกันและแฟนเธอเป็นนักแสดงด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นแฟนคนแรกของดรีม
วันนี้ฉันตั้งใจมาเจอจีน่ากับพี่เชนที่ห้างแห่งหนึ่ง สองคนนั้นกำลังร่วมทำกิจกรรมโปรโมทซีรี่ย์ที่เล่นด้วยกันอยู่ กรี้ดดด~ เสียงกรีดร้องแสดงความฟินเวลาที่สองคนนั้นใกล้ชิดกันบ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาก็เป็นที่จับตามองอยู่เหมือนกัน ยัยจีน่ายิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม คงเพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะประสบความสำเร็จ หมับ~ "ไปไหนคะ?" ฉันหันไปคว้าแขนของเหนือไว้ก่อนที่เขาจะเดินหนีไป วันนี้ฉันชวนเขามาที่นี่เองแหละ ฉันรู้เรื่องของเขาจากหมอกแล้ว ยอมรับเลยว่าสงสารและเห็นใจเขามาก แล้วก็ดูออกด้วยว่าเขายังตัดใจไม่ได้ทั้งๆที่มันผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว "ดูหนังกันมั้ย" เหนือหันมาถามฉันโดยที่ไม่มองไปบนเวทีนั้นเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาแต่ฉันพาเขามาเพื่อให้เขาตัดใจ ฉันจะปล่อยเขาไปถ้าเขาไม่กลับไปหามันอีก "ข้าวขอดูตรงนี้ก่อนนะคะ" ฉันบอกเขาและรั้งแขนเขาไว้ เขาทำสีหน้าอึดอัดและอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดด้วย แต่ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้นานที่สุด... "พี่ว่าสองคนนั้นเค้าแค่จิ้นกันหรือคบกันจริงๆคะ" ฉันถามเขา เหนือเอาแต่มองหน้าฉันเพราะไม่รู้จะมองไปทางไหน เขาถอนหายใจออกมาบ่อยมาก "ไม่รู้" "พี่จำผู้หญิงได้มั้
23.30 น. ปาร์ตี้ตอนนี้กำลังคึกครื้น แขกจะเป็นเพื่อนของพี่โจซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย มีทั้งเพื่อนรุ่นเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นน้อง ซึ่งเหนือเองก็เป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งของพี่โจจึงได้ถูกยื้อไว้ให้ดื่มกับพวกเขา ทุกคนกำลังเมาได้ที่เลยแหละ สวบ~ "แอบมานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียวล่ะ" ฉันที่ปลีกตัวออกมาเพราะเห็นว่าหมอกเดินออกมาจากตรงนั้นสักพัก ตามหาอยู่ไม่นานก็พบว่าเขาหลบมาอยู่แถวๆสวนหลังบ้านของพี่โจ "อ้าวข้าว ไม่อยู่กับเฮียเหรอ" หมอกหันมาถามฉัน เขานั่งอยู่บนม้านั่งยาวๆตัวหนึ่ง ในมือถือแก้วไวน์อยู่ด้วย "อยากออกมาสูดอากาศสักหน่อยน่ะ ขอนั่งด้วยได้มั้ย" "อื้ม นั่งสิ" ฟลุ่บ~ เมื่อหมอกพยักหน้าฉันจึงทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวเดียวกันกับเขา "นายดูไม่ค่อยสนุกนะ" "ก็สนุกอยู่แหละแต่มันแค่เบื่อๆ ถึงจะเข้ากับคนง่ายแต่พี่โจห่างกับฉันตั้งสี่ปี เพื่อนๆเขาก็รุ่นน่าเคารพมากกว่ามาคุยเล่นน่ะ" "นายไม่ค่อยสนิทกับพี่โจเหรอ" "จริงๆก็สนิทระดับนึง พี่โจมาหาเฮียบ่อยๆ แต่ก็อย่างว่าแหละเราห่างกันเยอะ พอดีเพื่อนเฮียอีกสองคนก็มาไม่ได้ด้วยสิ ถ้าพี่สองคนนั้นมาฉันก็ยังพอเข้ากับพวกเค้าได้มากห







