FAZER LOGIN"เปิดประตูรถสิ"
เสียงของไอ้บ้าตะวันที่พูดขึ้นทำให้ฉันหันไปมองเขาพลางแบมือไปตรงหน้า "กุญแจ" ฉันถามหากุญแจรถเขาเพราะจะให้ฉันเปิดประตูรถแต่ไม่เอากุญแจให้แล้วฉันจะเปิดได้ยังไงล่ะ ถามว่าทำไมเขาไม่เปิดเองแล้วทำไมฉันถึงต้องเปิดประตูให้เขาทั้งๆที่ก็ไม่ได้เต็มใจเท่าไหร่ก็เพราะว่าตอนนี้ตะวันอุ้มลูกแก้วที่เมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ไงล่ะ ตอนนี้เขากำลังจะพาเราสองคนกลับไปส่งห้องเพราะหลังจากที่เขาอัดไอ้บ้านั่นจนนิ่งไปแล้วจับโยนไว้ในห้องน้ำห้องเดียวกับที่เขาโผล่ออกมานั่นแหละมันก็กินเวลางานของฉันจนเลยเวลาเลิกงานมาแล้วด้วยและก็ไม่ใช่ว่าฉันยอมกลับกับเขาง่ายๆหรอกนะ ฉันโทรหาแทนแล้วแต่โทรยังไงก็ไม่ติดฉันก็เลยจำใจต้องไปกับเขาอย่างช่วยไม่ได้ "ในกระเป๋ากางเกง" เขาตอบพลางเบี่ยงตัวหันข้างให้ฉันแล้วพยักเพยิดหน้าบ่งบอกว่ากุญแจรถอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้ายของเขา ฉันหลุบตาลงมองกระเป๋ากางเกงเขาก่อนจะช้อนตามองเขา "เอ้า หยิบสิ" เขาเร่งฉัน ฉันกรอกตาไปมาถอนหายใจก่อนจะยื่นมือไปที่กระเป๋ากางเกงของเขาอย่างช่วยไม่ได้ "อย่าล้วงพลาดนะ" กึก~ ฉันชะงักมือที่กำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของเขาเพราะจู่ๆเขาก็พูดขึ้นฉันค้อนตามองเขา นายนั่นกระตุกยิ้มกวนประสาท "ถ้าเธอพลาดไปจับอย่างอื่นฉันจะคิดว่าเธอตั้งใจ" "จิ๊!" ฉันจิ๊ปากส่งเสียงไม่พอใจที่เขามากวนกันแบบนี้แต่ไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียง ก่อนจะใช้นิ้วชี้เกี่ยวกุญแจรถที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาได้แล้วกดปลดล็อกรถของเขาแล้วเปิดประตูหลังรถของเขาทันทีตะวันอุ้มลูกแก้วเดินมาปล่อยให้เธอนอนลงที่เบาะหลังรถ Rrrr~ ทันทีที่ปล่อยตัวลูกแก้วที่เบาะหลังแล้วเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นตะวันปิดประตูรถก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเบอร์ "เข้าไปรอในรถก่อน" เขาพูดก่อนจะเดินหายไปเพื่อไปคุยโทรศัพท์ล่ะมั้ง ทำเป็นมีความลับคิดว่าฉันอยากจะรู้เรื่องของเขามากนักหรือไง ชิ 5 นาทีต่อมา ตะวันเดินกลับมาพลางเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับที่ฉันนั่งอยู่ฉันเงยหน้ามองเขา "อะไร?" "ไปขับรถ" "ห๊ะ?" ฉันถามซ้ำอย่างสงสัย เขาหมายถึงให้ฉันไปขับรถเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ? "ฉันไม่ใช่คนขับรถเธอสองคนพี่น้องไง ไปสิ" เขาพยักเพยิดให้ฉันไปขับรถฉันถอนหายใจ "เขยิบไป" "นี่!" ฟลุ่บ~ ฉันแหวใส่เขาก่อนจะตะเกียกตะกายไปนั่งฝั่งคนขับแบบทุลักทุเลเพราะไอ้บ้านั่นดันทิ้งตัวนั่งลงมาบนเบาะที่ฉันนั่งอยู่ถ้าฉันไม่รีบกระเถิบไปเขาก็ต้องนั่งทับฉันสิ "ทำหน้าไม่พอใจ เธอเป็นหนี้บุญคุณฉันอยู่นะ" ตะวันพูดพลางเอนหลังพิงเบาะ หนี้บุญคุณงั้นเหรอ เหอะ! "แล้วไง จะให้ฉันใช้คืนเหรอ" ฉันมองเขาตาขวาง "แน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้" "เหอะ!" "น้องเธอนี่..." แล้วจู่ๆเขาก็พูดขึ้นพลางมองลูกแก้วที่นอนนิ่งอยู่ที่เบาะหลังรถ "น่ารักดีนะ ขอเบอร์ได้ปะ?" ฉันหันไปจ้องหน้าเขา "ถือเป็นการใช้หนี้บุญคุณปะ?" "ง่ายไปมั้ง เธอนี่ชอบทำอะไรง่ายๆนะ" ง่าย ง่ายอีกแล้วเหรอวะ! "คำก็ง่าย สองคำก็ง่าย" "..." "ว่าฉันง่าย...นายได้ฉันหรือยัง" ฉันพูดพร้อมกระตุกยิ้มก่อนจะยักคิ้วอย่างท้าทายให้เขาจากนั้นก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที บรื้นนน~ "เธอนี่แม่ง!" ตะวันส่งเสียงขุ่นใส่ฉันพลางมองหน้าฉันอย่างไม่ชอบใจ เขาชะงักไปพักนึงด้วยล่ะตอนที่เจอฉันพูดสวนไปแบบนั้นนะ ก็นอกจากคำที่ฉันพูดจะทำให้เขาไม่ชอบใจแล้วมันยังเป็นการหยามเขานิดๆด้วยจากสายตาที่ฉันส่งไปนั่นแหละ หยามว่าเขาอ่อนหัดไงก็ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงง่ายแต่เขายังไม่ได้ฉันเลยนิ สมน้ำหน้า ชิ "ทำไมอ่ะ ก็ฉันพูดจริงนิ" ฉันยักไหล่ทำหน้าไม่แคร์กับสิ่งที่พูดออกไป ตะวันจ้องหน้าฉันนิ่งไปพักนึงก่อนจะพูดขึ้น "แล้วไอ้ที่พูดเนี่ย ท้าทายหรือ..." แล้วตะวันคนเดิมก็กลับมาเพราะเขากระตุกยิ้มก่อนจะเลื่อนมือของเขามาวางแหมะลงบนต้นขาฉัน "เชิญชวน" เขายิ้มพลางเลื่อนมือข้างเดิมบนต้นขาฉันขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงขอบกางเกงขาสั้นที่ฉันใส่อยู่และมันก็ดันใกล้กับจุดสำคัญของฉันเพียงแค่ไม่ถึงคืบด้วยไง ไอ้บ้านี่! เอียด~ "เฮ้!" ปึก~ ฉันเหยียบเบรกกระทันหันอย่างตั้งใจฉันขืนตัวเองไว้ทันแต่ตะวันไม่รู้ตัวเขาก็เลยกระแทกกับคอนโซลรถอย่างจัง เขาตวัดสายตามองฉันที่ยิ้มให้เขาอย่างจงใจ "โทษที พอดีฉันจั๊กจี้อ่ะ" "เธอนี่!"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







