Mag-log in-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
07.40 น. ติ้ง~ ฉันเดินออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ฉันเพิ่งจะกลับมาถึงห้อง ใช่ เพิ่งจะกลับมาตอนนี้นี่แหละ ดีที่วันนี้ไม่มีเรียนไม่งั้นฉันคงอดหลับอดนอนไปเรียนแหง๋ๆ ถามว่าทำไมกลับมาเอาป่านนี้น่ะเหรอ? ก็นะเวลาที่ฉันไม่อยากคิดอะไรเลยฉันก็จะเหลวไหลเรื่อยเปื่อยไปแบบนี้แหละ แต่ถึงอย่างนั้น
เมื่อเดินลงจากบันใดเลื่อนเราสองคนก็ตรงดิ่งไปที่ร้านเป้าหมายทันที แต่ระหว่างทางที่เดินไปเราต้องเดินผ่านร้านอาหารญี่ปุ่นฉันก็ไม่ได้อะไรหรอกนะถ้าจะไม่มีใครเดินตัดหน้าฉันเพื่อที่จะเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นนั้น กึก~ ฉันกับข้าวหอมชะงักพร้อมกันพลางช้อนสายตามองร่างบางของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ก็หยุดยืนเช่น
เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่ดังขึ้นโดยฝีมือการมิกซ์เพลงของสองดีเจสาวอย่างฉันกับยาหยียังคงดังต่อเนื่องอยู่ตลอดจนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานของฉันนั่นแหละ วันนี้ผู้คนโซนนี้ไม่เยอะและแออัดเหมือนทุกวันนั่นคงเป็นเพราะว่ามีคนลงทุ่มทุนปิดโซนนี้จัดเลี้ยงฉลองวันเกิด พวกที่เต้นๆกันอยู่หน้าเวทีก็คงเป็นพวกแขกที่มาร่วมปา
-ตะวัน- ซ่าาา~ "แม่ง!" ผมสบถออกมาพลางเปิดน้ำเพื่อล้างหน้าตัวเองให้อารมณ์ที่ครุกรุ่นสงบลงบ้าง หลังจากที่ผมเห็นภาพนั้นผมก็แทบจะพุ่งไปเอาเรื่องเธอทันทีเลยแต่เพราะแพรดูเหมือนจะคอยยื้อผมอยู่ผมก็เลยทำได้แค่นั่งสงบสติอารมณ์ก่อนจะปลีกตัวมาเข้าห้องน้ำ อย่างน้อยๆผมก็ได้ละสายตาจากลูกโซ่ทำให้ผมไม่คลั







