Masuk‘เฮียไท’ เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ขนาดใหญ่ ดันแอบหลงรักเพื่อนน้องสาวตัวเองต้องแต่มัธยม จะจีบสาวแต่ก็จีบไม่เป็น ชอบไปกวนตีนสาวจนเขาไม่ชอบขี้หน้า "อะ…เอ่อ เฮียไท มันจะเข้าไปได้หรอ ขิมเคยดูหนังมาบ้าง... แต่ไม่เคยเห็นใหญ่ขนาดนี้มาก่อนนะเฮีย" "เด็กทะลึ่ง…ชอบดูหนังโป๊หรอ" "บะ…บ้า ไม่ใช่"
Lihat lebih banyakไหมกำลังนั่งเรียนอย่างตั้งใจในคาบสุดท้ายของวัน จู่ ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็กำลังสั่น เธอแอบหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็น
ข้อความจาก "เฮียไท"
ไท: "ไอ้ไหม! มึงอยู่ไหน เที่ยวที่ไหนกัน รายงานมา"
ไหมมองข้อความนั้นแล้วยิ้มขำในใจ หวงเพื่อนไหมจัดเลยนะเฮีย
เธอเกือบจะหันไปกระซิบถามขิมที่นั่งข้าง ๆ แต่ชะงักไว้ทันที
ไม่ได้ ถ้าบอกขิมว่าเฮียถาม ขิมแม่งต้องโกรธจนไม่ยอมไปไหนแน่ แถมเฮียเป็นพวกขี้งก ถ้าไม่ยอมบอกความจริงเดี๋ยวเย็นนี้แม่งไม่ให้เงินไปเที่ยวอีก
ไหมตัดสินใจเงียบ ไม่บอกเรื่องนี้กับเพื่อน แล้วตอบกลับพี่ชายอย่างตรงไปตรงมา
ไหม: "โอ๊ย! เฮีย ก็ไปกินชาบูหลังมอไง ร้านที่พึ่งเปิดใหม่อะ มีเพื่อนในกลุ่มไปด้วยหลายคน ทั้งผู้หญิงผู้ชายแหละ หายห่วง ไม่ได้ไปไหนคนเดียวหรอก"
ไทอ่านข้อความนั้นแล้วรู้สึกหงุดหงิดทันทีที่เห็นคำว่า "ทั้งผู้หญิงผู้ชายแหละ"
ไอ้ห่า ผู้ชายใครวะ จะมาวุ่นวายกับขิมหรือป่าวเนี่ย ไม่ได้ต้องไปดู ถ้าไอ้หน้าอ่อนคนไหนกล้าเข้าใกล้น้องกู... ไม่ใช่สิ! เมียกู กูจะย่าง แม่งแทนหมูสไลด์เลย!
พอเลิกเรียน ขิม ไหม และเพื่อน ๆ อีกสามสี่คน รวมถึง เจมส์ เพื่อนผู้ชายร่วมห้องที่แอบชอบขิมมานาน ก็พากันไปที่ร้านชาบูชื่อดังหลังมหาวิทยาลัย พวกเขาหัวเราะคิกคัก คุยเรื่องเรียนและเรื่องราวไร้สาระตามประสาวัยรุ่น
ขิมนั่งอยู่ข้างไหม ตรงข้ามกับเจมส์ที่คอยดูแลเธอเป็นพิเศษ
"ขิม นี่เนื้อหมู ตักให้ กินเยอะ ๆ หน่อยนะ" เจมส์พูด พร้อมกับตักหมูสไลด์ลงในหม้อให้ขิม
ขิมยิ้มให้ "ขอบใจนะเจมส์ แกน่ารักที่สุดเลย"
ขณะที่กลุ่มเพื่อนกำลังเพลิดเพลินกับการกินชาบูอยู่นั้น จู่ ๆ ขิมก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากด้านหลัง เธอหันไปมองอย่างช้า ๆ และก็เป็นไปตามคาด...
เฮียไท กำลังเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับเพื่อนซี้อีกสองคนคือ พี่ปอ และ พี่เพชร โดยมีสีหน้าเหมือนพึ่งวิ่งไล่จับวัวมาอย่างไงอย่างงั้นแหน่ะ
ไทเดินมาหยุดที่โต๊ะของขิมพร้อมกับทำหน้าประหลาดใจแบบจงใจเกินเบอร์ โอเว่อร์แอ็คติ้ง
"เห๊ยย! อะไรกันวะเนี่ย บังเอิญชิบหายเลย กูพึ่งมาถึง มาเจอพวกมึงกินชาบูอยู่ที่นี่ได้ไงวะ" ไทพูดเสียงดัง เหมือนนักแสดงละครเวทีที่เล่นใหญ่
ขิมหันไปมองไทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แล้วสายตาของเธอก็ค่อย ๆ เคลื่อนไปจ้องที่ไหมอย่างคาดคั้น
มึงบอกพี่มึงใช่ไหม ไอ้ไหม สายตาของขิมกำลังบอกอย่างนั้น
ไหมที่รู้ตัวดีว่าพี่ชายมาถึงที่นี่ได้ยังไงก็รีบก้มหน้าก้มตากินชาบูต่อทันที พร้อมกับแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร และตีหน้ามึนใส่เพื่อน
"เฮีย มาทำอะไรคะเนี่ย บอกว่าไม่ต้องมารับไง" ขิมถามไทด้วยเสียงไม่พอใจ
"โอ๊ย! ไม่ได้มารับ ก็แค่อยากกินชาบู ร้านนี้มันอร่อยจะตายไป พวกมึงคิดว่าอู่กูมีลูกค้าหรือไง กูว่าง ว่างมาก ว่างจนหิว" ไทแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
"เออ ๆ พวกมึง ไปนั่งโต๊ะนู้นไป โต๊ะข้าง ๆ น้องเขานั่นแหละ ไป สั่งของมา มื้อนี้กูเลี้ยงเอง!"
ไอ้ปอและไอ้เพชรก็ทำหน้าเบื่อโลก แล้วพากันไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ ตามคำสั่งของไท
เมื่อไทกับเพื่อนมานั่งข้าง ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ความเป็นส่วนตัวของกลุ่มขิมหายไปหมดสิ้น
ไอ้ปอที่นั่งลงก็หันไปกระซิบกับไททันที "โห่! ไอ้สัสไท มึงว่างขนาดต้องมานั่งกินเป็นเพื่อนไอ้ไหมกับน้องเขาเลยเหรอวะ มึงแม่ง... โคตรว่าง"
"เออ! เงียบปากไปเลยพวกมึง กูให้มาแดกชาบู ไม่ได้มานั่งนินทาคน สั่งของไป"
จังหวะนั้นเอง เจมส์ เพื่อนของขิม ก็ตักลูกชิ้นให้ขิมอีกครั้งอย่างเอาใจ "ขิม ลูกชิ้นกุ้งอร่อยนะ ลองดูสิ!"
ขิมรับลูกชิ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม "ขอบใจๆ" เพื่อนๆทั้งกลุ่มก็ต่งพาแซวกันยกใหญ่
ไทที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาจ้องมองหม้อชาบูของขิมอย่างเดือดดาลจนเกือบจะลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อไอ้หน้าอ่อนนั้น
"เฮ้ย! ไอ้ปอ ไอ้หน้าอ่อนนั่นมันเป็นใครวะ ทำไมมันต้องตักนั่นตักนี่ให้ขิมด้วย" ไทกระซิบกระซาบกับเพื่อนอย่างฉุนเฉียว
"ก็เพื่อนในกลุ่มน้องเขาไงวะ มึงจะไปอะไรนักหนา!" ไอ้ปอถามอย่างไม่เข้าใจ
"ทำไมมันต้องตักให้ขิมด้วย ขิมมันก็ไม่มีมือหรือไงวะ มันกินเองไม่ได้หรอ กูเห็นแล้วหงุดหงิดชิบหายเลย" ไทบ่นเสียงดังจนไอ้ปอแทบจะเอาตะเกียบอุดหู
"เดี๋ยวกูจะเดินไปจับหักคอแม่ง กล้าดียังไงมาแตะต้องอาหารของ... ของ..." ไทพูดไม่จบ
"ของเมียในอนาคตมึงไงวะ" ไอ้เพชรพูดต่อให้พร้อมกับหัวเราะเยาะ
"เออ! นั่นแหละ กูจะไปจัดการไอ้เด็กนั่น" ไททำท่าจะลุกขึ้น
ไอ้ปอรีบดึงแขนไทไว้ "ใจเย็นไอ้ไท มึงเป็นบ้าเหรอ น้องเขาก็ต้องชอบพวกเด็ก ๆ รุ่นเดียวกันสิวะ ใส ๆ น่ารัก ๆ ไม่ใช่พวก... แก่! เหม็นเหงื่อ แล้วก็ปากหมา ใครเขาจะชอบมึงวะ แถมหลอกกูตอนเช้าว่าน้องเป็นเมียมึงอีก หวงก้างจริงๆเพื่อนกู"
"ไอ้ห่าปอ มึงจะโดนกูตบปากแตกตอนนี้นี่แหละ!"
เพื่อนทั้งสองคนหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานกับอาการหึงที่เก็บไว้ไม่อยู่ของไท ส่วนขิมที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ก็ได้ยินเสียงบ่นและเสียงโวยวายของไทเป็นระยะ ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็... แอบยิ้มเล็ก ๆ ในใจ
การกินชาบูดำเนินไปอย่างทุลักทุเลเพราะสายตาที่ราวกับกล้องวงจรปิดของไทที่จ้องมาตลอดเวลา จนกระทั่งกินเสร็จ
"โอ๊ย! อิ่มมากๆเลย กลับกันเถอะพวกเรา" ไหมพูด
ขิมลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะเดินออกจากร้าน แต่ไทก็เข้ามาขวางทางไว้ทันที
"ขิม เดี๋ยวเฮียไปส่ง"
"ไม่ต้องอะ หนู...หนูมีคนมารับแล้ว"
ไทเลิกคิ้ว "ใครมารับ ไอ้หน้าอ่อนนั่นหรอ ให้มันไปรับใครก็ไป แต่ขิมต้องกลับกับพี่"
"เฮีย! หนูไม่ได้เป็นอะไรกับเฮียสะหน่อย แล้วก็... พ่อแม่หนูมารับแล้ว" ขิมพูดโกหกเขาเพื่อจะเอาตัวรอดจากสถานะการณ์น่าอึดอัดนี้
ไทมองไปรอบ ๆ ร้านอย่างงุนงง "ห้ะ พ่อแม่มึงมารับที่ไหน กูไม่เห็นรถ..."
ขิมไม่รอให้ไทพูดจบ เธอรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที
"บ๊ายบายนะไหม ฝากบอกพี่ชายมึงด้วยว่ากูกลับแล้ว แล้วไม่ต้องตามมา!" ขิมตะโกนบอกเพื่อน แล้ววิ่งหายไปในฝูงชนหลังมหาวิทยาลัย
ไทยืนอ้าปากค้าง มองตามหลังขิมที่โกหกแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย! อะไรวะ พ่อแม่มารับที่ไหนวะ โกหกกูชัดๆ" ไทสบถอย่างหัวเสีย
เขาคอตกทันทีที่รู้ตัวว่าแผนการมาเฝ้าเมีย (ในอนาคต) ล้มเหลว
"ไปเหอะพวกมึง กลับอู่ ไอ้ขิมแม่งวิ่งหนีกูไปแล้ว" ไทพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แล้วเดินไปที่รถกระบะอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ไหมมองพี่ชายที่ทำหน้ามุ่ยคอตกแล้วถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
"โอ๊ย... พี่ไทนะพี่ไท... ถึงจะรู้ว่าพี่คิดอะไรกับขิม... แต่การจีบแบบพิสดาร ชอบทำตัวเป็นพ่อ เป็นผัว เป็นเจ้าชีวิต ใครเขาจะไปชอบวะ" ไหมคิดในใจอย่างขำ ๆ ก่อนจะเดินตามพี่ชายกลับไปที่รถ
อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ เค้าอ่านทุกข้อความ และทุกความคิดเห็นของคุณรี้ดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานในอนาคตของเค้า
ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการติดตามและกดหัวใจ หวังว่าการเดินทางของการอ่านและการเขียนของเค้าจะดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ🙏🏻🥰
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส





