INICIAR SESIÓN-Paradise Pub-
"ดื่มแต่วันเลยนะ" เสียงใสๆพูดขึ้นพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงข้างๆฉันที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ฉันละสายตาที่เหม่อมองน้ำสีสวยในแก้วไวน์และหยุดนิ้วเรียวที่วนไปรอบๆขอบแก้วเอียงคอไปหาเจ้าของต้นเสียง "คิดอะไรอยู่อีกล่ะวันนี้?" 'ยาหยี'ถามขึ้นขณะที่เลื่อนสายตามองนิ้วเรียวของฉันที่ยังคงค้างอยู่ที่ขอบแก้วก่อนจะเลื่อนสายตามองหน้าฉัน "ก็...เปล่า" ฉันตอบพลางยกมือออกจากขอบแก้วแล้ววางแขนลงบนเคาน์เตอร์บาร์แทน "แกคิด เวลาแกคิดอะไรแกชอบใช้มือไล้ขอบแก้วแบบนี้ตลอดแหละ จริงมั้ยข้าว?" ยาหยีพูดอย่างรู้ทันฉันพลางหันไปหาคนช่วยยืนยันซึ่งก็คือ'ข้าวหอม'เพื่อนสนิทร่วมแก๊งอีกคนที่ทำหน้าที่เป็นบาร์เทนดี้อยู่หลังเคาน์เตอร์ข้าวหอมหันมาพยักเพยิดกับยาหยีพลางส่งแก้วไวน์สีเดียวกับของฉันให้ยาหยีอีกแก้ว "อือใช่" ฉันมองเพื่อนรักสองคนพลางยิ้มให้ก่อนจะชวนสองคนนั้นพูดคุยเปลี่ยนเรื่องทันที "เออ ว่าแต่ยัยฟ้ามารึยัง?" ฉันถามขึ้น แล้วคำตอบของฉันก็เดินมาจากทางด้านหลัง'ปลายฟ้า'เดินเข้ามาพลางยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์แล้วพูดขึ้นทันที "อยู่นี่ค่ะ" เธอพูดพลางยิ้มให้ฉัน และเมื่อปลายฟ้ามาพวกเราสี่คนก็ครบแก๊งแล้วเรื่องที่ฉันเคยถูกจับผิดอยู่เมื่อกี้ก็สลายหายไปทันทีเพราะพวกเราต่างคุยกันอย่างสนุกสนาน ก็ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นิ่ จะเจอกันทีก็เป็นช่วงเวลาไม่นานพออยู่กันครบก็ต้องพูดคุยกันตามประสาผู้หญิงเป็นธรรมดา พวกเราสี่คนทำงานอยู่ที่พาราไดส์ผับแห่งนี้โดยที่ผับแห่งนี้จะมีสามชั้นชั้นแรกคือชั้นสำหรับนักเต้นขาแดนซ์ทั้งหลายซึ่งฉันกับยาหยีจะทำงานอยู่ที่ชั้นนี้เราสองคนรับหน้าที่เป็นดีเจเปิดเพลงสร้างสีสันบนเวที ส่วนชั้นที่สองเป็นชั้นสำหรับปาร์ตี้และสังสรรค์ชั้นนี้จะมีการนั่งดื่มสังสรรค์กันซะมากกว่าซึ่งข้าวหอมทำงานเป็นบาร์เทนดี้อยู่ที่ชั้นนี้ ส่วนชั้นสุดท้ายเป็นชั้นสำหรับแขกวีไอพีทั้งหลายซึ่งชั้นนี้ก็มีปลายฟ้าทำงานเป็นพีอาร์อยู่เช่นกัน ซึ่งแต่ละชั้นของผับจะมีผนังที่เป็นกระจกทำให้เหล่าบรรดานักเที่ยวสามารถมองผ่านกระจกใสได้ตลอดเวลาด้วย "อะแฮ่ม" เสียงกระแอมไอจากทางด้านหลังทำให้พวกเราหยุดชะงักกันชั่วครู่พลางหันไปทางต้นเสียงก็เห็นว่าเป็นแทนนั่นเองที่เดินเข้ามา "อู้งานกันเหรอครับสาวๆ" แทนยิ้มกริ่มเอ่ยแซวพวกเราพลางเดินเข้ามาจับไหล่ฉันแล้วหมุนตัวฉันทั้งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งเก้าอี้มันหมุนได้ตัวของฉันก็เลยหมุนไปหาเขา "ขอหน่อย คอแห้งพอดี" เขายักคิ้วทะเล้นให้ฉันพลางคว้าแก้วไวน์ในมือฉันที่ถือติดมาด้วยไปกระดกดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะเอนตัวไปวางแก้วที่เคาน์เตอร์โดยที่ยังมีฉันนั่งอยู่ตรงนั้นทำให้ใบหน้าของฉันอยู่ใกล้กับแผ่นอกของเขาในระยะประชิดกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำโชยมาแตะจมูก "วันนี้ไม่นัดสาวที่ไหนหรือไง?" ฉันถามเมื่อแทนยืดตัวขึ้น แทนหลุบตามองฉันที่นั่งอยู่แล้วตอบ "นัดสิ" "ใครล่ะ" "นั่งอยู่ตรงนี้ไง" เขาพูดพลางยักคิ้วให้ ฉันยิ้มให้กับท่าทีของเขา "ฉันว่า...ฉันไปเตรียมตัวทำงานดีกว่า" แล้วปลายฟ้าก็พูดขึ้นพลางแตะมือลงที่บ่าของฉันแล้วยิ้มให้ "นั่นสิ" ยาหยีก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกคน "พระเอกมา ตัวประกอบอย่างเราก็หมดความหมาย พวกฉันไปดีกว่า" ยาหยีเอ่ยแซวพลางหันไปพยักเพยิดกับข้าวหอมและปลายฟ้า "เอ้อ แล้วอย่าลืมรีบตามมาทำงานน่ะค่ะแม่นางเอก เพื่อนนางเอกรอที่เวทีนะจ้ะ" ยาหยีพูดก่อนจะพากันเดินไปกับปลายฟ้าที่หันมาโบกมือให้ฉันแล้วก็เดินหายไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เริ่มมีมาบ้างประปรายแล้ว "เอ้า พวกนั้นทิ้งฉันหนีฉากสวีตไปแล้ว แล้วฉันจะหนีไปไหนล่ะเนี่ย" ข้าวหอมเอ่ยแซวขึ้นอีก ที่เธอไม่รู้จะไปไหนก็เพราะเธอทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์นี้ไงล่ะ "ไปต้องหนีไปไหนหรอกครับคนสวย" แทนพูดขึ้นพลางส่งยิ้มให้ข้าวหอม "แหม ปากหวานจังนะ" ข้าวหอมยิ้มให้แทนพลางเอ่ยแซว เพื่อนของฉันทุกคนรู้ว่าแทนเป็นคู่ควงของฉันแต่ก็ยังไม่วายที่จะเอ่ยแซวฉันกับเขาเรื่อยๆทุกคนบอกว่าฉันกับแทนดูเข้ากันดีถ้าเป็นแฟนกันก็คงจะเหมาะสมกันมาก แต่สำหรับฉัน...ไม่รู้สิ "เออ มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ" แล้วแทนก็หันมาพูดกับฉันหลังจากที่เขาทำตัวลอยออกทะเลไปพอสมควรก็กลับเข้าสู่โหมดจริงจังสักที ฉันเลิกคิ้วมองเขาแทนไม่พูดอะไรเพียงแต่คว้ามือฉันไปจับไว้ "ไปคุยกันหน่อย" "อื้ม ไปสิ" จากนั้นฉันก็ลุกจากเก้าอี้หันไปโบกมือให้ข้าวหอมสองสามทีแล้วเดินตามแทนออกไปจากตรงนั้นทันที บนชั้นสามของผับ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลากำลังหลุบตาลงมองลงไปเบื้องล่างคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยริมฝีปากหยักได้รูปขยับพูดพึมพำออกมาเบาๆ "คนนี้สินะ แทน" ฟลุ่บ~ สิ้นคำพูดโซฟาสีดำสนิทฝั่งตรงข้ามของเขาก็ทรุดฮวบลงเพราะมีชายหนุ่มอีกคนทิ้งตัวลงนั่งพลางชะโงกหน้ามองผ่านกระจกไปที่ชั้นที่สองของผับตามอีกคน "เห้ยตะวัน มองไรวะ?" เขาถามเมื่อมองไปเบื้องล่างแต่ก็ยังไม่เห็นอะไรที่น่าเป็นจุดสนใจของเพื่อนรักของเขาได้เลย "เปล่า...แค่คนคุ้นหน้า" ชายหนุ่มละสายตาขึ้นมามอง'ไปป์'เพื่อนสนิทที่เขาเพิ่งจะย้ายมาเรียนร่วมคณะด้วยซึ่งเขากับไปป์สนิทกันมาตั้งหลายปีแล้วก่อนที่จะเรียนมหาวิทยาลัยซะอีก "เหรอวะ" ไปป์พูดออกมาอย่างไม่ได้สนใจนักเขารินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดีรสเลิศใส่แก้วพลางดันแก้วใบนั้นไปให้ตะวัน "เออ ต้องการสาวนั่งดริ้งมั้ยวะ ผับนี้เด็ดนะเว้ย ฉันขอแนะนำเลย ชื่อปลายฟ้า สวย เซ็กซี่ เริ่ดมากขอบอก" ตะวันเหลือบตามองเพื่อนรัก "เห้ย ลุคส์นี้เสปคแกด้วยนะเว้ย เห็นว่าเคยเป็นลูกคุณหนู..." "ไม่" ตะวันพูดแทรกก่อนที่ไปป์จะบอกสรรพคุณของหญิงสาวพีอาร์ดาวเด่นของร้านหมดซะอีก เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์มานั่งดื่มกับสาวที่ไหนทั้งนั้นแหละยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดีถ้ามีสาวมาจู้จี้จุกจิกก็คงหงุดหงิดตายกันพอดีสิ "อะไรว้า" ไปป์พูดอย่างเสียดายพลางเอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วเหล่ตามองสาวเสิร์ฟที่เดินผ่านไป "ขาวว่ะแม่ง" เขาพึมพำออกมา ตะวันเหล่ตามองเพื่อนสนิทก่อนจะส่ายหัวอย่างเอือมๆแล้วกระดกเครื่องดื่มขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ฟลุ่บ~ เขาวางแก้วเครื่องดื่มลงก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เห้ย ไปไหนวะ?" "ห้องน้ำ เดี๋ยวมา" เขาตอบแบบส่งๆจากนั้นก็เดินออกไปทันทีโดยทิ้งให้ไปป์ที่ก็ไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้จุดสนใจเขาอยู่ที่สาวเสิร์ฟหุ่นสะบึ้มที่มีผิวขาวยั่วตายั่วใจคนนั้นต่างหากล่ะ*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







