LOGINหลังจากที่แทนเดินไปจนลับสายตาแล้วฉันก็ถอนหายใจแล้วสะบัดหัวไปมาเบาๆเพื่อสลัดความคิดอะไรบางอย่างที่แว่บเข้ามาในหัวออกไปก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากมุมมืดด้านหลังของผับเพื่อกลับเข้าไปด้านใน แต่ทว่า...
"หึ" กึก~ ฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อก้าวเท้าผ่านประตูหลังของผับเข้ามาเพียงก้าวเดียวเพราะเสียงหัวเราะในลำคอของใครบางคนซึ่งมันก็ทำให้ฉันหันไปมองทางที่มาของต้นเสียงเช่นกัน ควับ~ "นาย!" และพอเห็นว่าเสียงนั้นเป็นของใครฉันก็กรอกตาไปมาอย่างเซ็งๆเพราะว่าเจ้าของใบหน้าหล่อคมคายที่ยืนพิงผนังด้านข้างประตูในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงยีนส์ที่เหลือบตามองฉันดวงสายตาเดิมคือสายตาตำหนิและเสียงแค่นหัวเราะนี้ก็เป็นน้ำเสียงของการเย้ยหยันยังไงก็ไม่รู้ด้วย นั่นก็คือเขา...ผู้ชายที่ฉวยโอกาสจูบฉันเพียงเพราะเล่นเกมบ้าๆกับเพื่อนแถมยังมาท้าให้ฉันเล่นเกมบ้าๆกับเขาด้วย เขาคนนั้นนั่นแหละ "ไง ลูกโซ่" เขาเอ่ยชื่อฉันขึ้น "เหอะ" ฉันส่งเสียงในลำคอก่อนจะเลือกที่จะไม่สนใจเขาและเดินออกมาทันที แต่ทว่า... หมับ~ "อ๊ะ!" แต่เขาก็ดันมาคว้าแขนฉันพลางกระชากอย่างแรงฉันที่ไม่ทันตั้งตัวจึงเซถลาเข้าไปหาเขาแล้วเขาก็ดันมือไวรวบตัวฉันไว้จากทางด้านหลังเลยด้วย ฟลุ่บ~ "ทำอะไร ปล่อยฉันนะ!" ฉันโวยวายใส่เขาอย่างตกใจพลางดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขาแต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นอีก "เห้ย บอกให้ปล่อยไง!" "ทำสะดีดสะดิ้งนะ!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระชากอยู่ด้านหลังฉันจนฉันหยุดชะงักพลางขมวดคิ้ว "ทีเมื่อกี้จูบกับไอ้เวรนั่นไม่เห็นเป็นงี้!" จะ จูบเหรอ! จริงสิ เมื่อกี้ฉันกับแทน... นี่เขาแอบดูงั้นเหรอ? "นี่นาย!" "ไม่ได้แอบดูไม่ต้องสำคัญตัวผิดแค่ผ่านมาเห็นช็อตเด็ดพอดี แนะนำอะไรให้เอามั้ย...ถ้าอยากมากน่าจะพากันไปโรงแรมก่อน เอ๊ะ หรือว่าเวลามันไม่ทัน" ไอ้บ้าเอ้ย ปากดีเกินไปแล้วนะ ถึงจะหน้าตาเทพบุตรแค่ไหนแต่ปากหมาแบบนี้ฉันก็ถอดรองเท้าตบหน้าได้ง่ายๆเหมือนกันนะเว้ย! "มันก็เรื่องของฉัน ไม่ต้องมาสาระแน!" ฉันกัดฟันพูดพลางหันไปมองหน้าเขาตาขวาง นายนั่นเลิกคิ้วมองฉันก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้ามาหาฉันอย่างเร็วจนฉันหันหน้าหนีแทบไม่ทัน ริมฝีสัมผัสโดนกันแบบฉิวเฉียด ฉันได้กลิ่นบุหรี่จางๆจากเขาด้วย "แหม...ถามอะไรหน่อยดิ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยั่วอารมณ์อย่างน่าหมั่นไส้ ฉันถอนหายใจออกมาแรงๆเพื่อแสดงความไม่พอใจให้เขารู้ และฉันก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาก้มลงมากระซิบเบาๆที่ข้างหูฉัน "ค้างมั้ย...ต่อกับฉันได้นะ“ เกินไปแล้ว พูดเกินไปแล้ว! "ต่อเหรอ..." ปากหมามาก อยากลองมากเหรอ...ได้! ฉันหลับตาลงระงับอารมณ์ที่ประทุขึ้นมาก่อนจะเปลี่ยนการแสดงออกจากที่โวยวายเมื่อกี้เป็นนิ่งเฉย ฉันต้องคอยเตือนตัวเองเสมอว่าคนแบบเขาใช้อารมณ์ไม่ได้ผล และสิ่งที่ฉันกำลังจะทำบางที...มันก็อาจดึงให้เขาตกหลุมพลางของเกมที่ฉันจะเอาชนะเขาก็ได้ ใครจะรู้ล่ะ จริงมั้ย "ได้เหรอ?" ฉันเอียงคอมองหน้าเขาหลังจากตั้งสติได้ปรับสีหน้าและแววตาจากแข็งกร้าวให้กลายเป็นหวานขึ้น นายนั่นหลุบตาลงมองหน้าฉันส่วนฉันก็จ้องตอบเขา หลายคนบอกว่ารอยยิ้มและดวงตาของฉันมีเสน่ห์ฉันก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก...แต่ก็จะลองดู หึ ก็นั่นแหละ สงสัยจะจริง เพราะพอฉันมองเขาด้วยดวงตาหวานหยาดเยิ้มพร้อมกับระบายยิ้มหวานๆให้เขาอ้อมแขนแข็งแกร่งที่เคยรัดตัวฉันแน่นก็เริ่มคลายแต่ก็ยังไม่ปล่อยฉันอยู่ดีดวงตาคมของเขาก็ยังคงจ้องมองใบหน้าหวานปนเซ็กซี่ของฉันไม่วางตา ฉันบิดตัวหันหน้าเข้าหาเขาพลางใช้แขนทั้งสองข้างค่อยๆเลื่อนจากข้อมือของเขาผ่านแขนทั้งสองข้างไปถึงต้นแขนเรื่อยไปถึงบ่ากว้างก่อนจะประสานมือไว้ที่ต้นคอของเขาพลางรั้งต้นคอเขาลงมาหาฉันด้วย "ตอบสิ...ว่าต่อกับนายได้เหรอ หึ๊" ฉันถามเหมือนต้องการคำตอบจริงๆ นายนั่นกระตุกยิ้มเขาไม่พูดอะไรสักคำแต่สิ่งที่เขาทำคือเขาเลื่อนมือข้างหนึ่งมาแตะที่ริมฝีปากฉันก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบมันไปมาเหมือนต้องการจะลบรอยจูบที่แทนจูบฉันไว้เมื่อกี้ฉันหลุบตาลงมองนิ้วมือของเขาก่อนจะช้อนสายตามองหน้าเขาอีกครั้งแต่ทว่า... "อะ อื้อ" นายนั่นกลับก้มลงมาจูบฉันอย่างรวดเร็วโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวมือข้างนั้นที่ใช้ลูบริมฝีปากฉันเขาก็ใช้มันจับใบหน้าของฉันให้อยู่นิ่งส่วนแขนอีกข้างก็รวบเอวฉันเข้าหาเขาพลางกดจูบลงมาหนักขึ้นอีก "อื้อ" ฉันเบิกตากว้างพลางเลื่อนมือที่คล้องคอเขาเมื่อกี้ลงมาดันอกกว้างของเขาออกโดยอัตโนมัติ นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาฉวยโอกาสกับฉันแบบนี้แต่ต่างกันตรงที่ครั้งแรกเขาแค่ทาบริมฝีปากลงมาเฉยๆแต่ว่าครั้งนี้เขากลับจูบฉันแบบจริงจังจนฉันตกใจและใจเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน น่าแปลก...ขนาดแทนจูบฉันฉันยังไม่รู้สึกแบบนี้เลย หรือว่าเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนอื่นสำหรับฉัน... คนอื่นงั้นเหรอ? บ้า!แล้วฉันจะมารู้สึกบ้าบออะไรอยู่ได้เล่า จะยอมให้เขาจูบแบบนี้ไม่ได้สิ สติ!ตั้งสติหน่อยยัยลูกโซ่เอ้ย "อื้อ" ฟลุ่บ~ แต่ฉันยังไม่ทันได้หายตกใจด้วยซ้ำเขาก็พลิกตัวฉันพลางดันจนหลังฉันติดกับกำแพงที่เขาเคยยืนพิงมันอยู่ส่วนตัวเขาก็ยืนประกบฉันพลางส่งปลายลิ้นร้อนชื้นเข้ามาในปากฉันจนฉันต้องเบิกตากว้างอีกครั้งเพราะเขาทำเกินไปแล้ว มากเกินไปแล้วจริงๆ "หึ" น้ำเสียงหัวเราะในลำคอของเขาดังขึ้นอีกครั้งดวงตาคมมองสบตากับฉันอย่างช่วยไม่ได้แต่เหมือนน้ำเสียงหัวเราะเหยียดหยามนั้นของเขาจะช่วยเรียกสติฉันให้กลับคืนมาอีกครั้ง ปล่อยให้เขาเหยียดหยามแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด! กึก~ "โอ้ย!" นายนั่นร้องลั่นพลางดีดตัวถอยหลังปล่อยฉันเป็นอิสระทันที ฉันมองหน้าเขาพลางยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเอง "นี่เธอ!" เขายกมือขึ้นปิดปากตัวเองพลางส่งเสียงอู้อี้ออกมาด้วยความเจ็บปวดเขาชี้หน้าฉันอย่างแค้นเคือง ส่วนฉันก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากให้เขาบ้าง ก็สะใจเบาๆอ่ะนะ เขาทำฉันขนาดนี้มีเหรอฉันจะไม่เอาคืน ก็แค่กัดลิ้นเขาไปแรงๆทีนึง แค่นั้นเอง "โทษทีนะ...พอดีหมดเวลาแล้วอ่ะ" ฉันพูดพลางก้าวเดินไปตรงทางเดินของผับ "ถ้าติดใจฉัน ไว้วันหลังแล้วกันนะ" ฉันขยิบตาให้เขาทีนึงก่อนจะโบกมือให้เขาแล้วหัวเราะเยาะกับสีหน้าเจ็บปวดที่เขาแสดงออกมา "เธอ...!" "ห๊ะ อะไรนะ ติดใจฉันแล้วเหรอ?" ฉันแกล้งถามเขากลั้วหัวเราะออกมา นายนั่นก้าวเท้าเดินเข้ามาหาฉัน ฉันก็ก้าวถอยหลังพลางพูดขึ้นอีก "อย่าลืมตัวมากนักสิ ฉันรอสมเพชนายอยู่นะ หึ" เมื่อฉันพูดจบนายนั่นก็หยุดชะงักขาพลางจ้องฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีวันชอบเธอ!" "เหรอ ปากแข็งเปล่า?" ถึงทีฉันบ้างล่ะนะ "ไว้จะรอดูนะ บายยย" พูดจบฉันก็ยักคิ้วแบบกวนประสาทให้เขาบ้างก่อนจะหันหลังเดินออกมาทันที อย่างน้อยฉันก็ได้เอาคืนบ้าง สมน้ำหน้า ชิ!-ตะวัน- ปึ้ง~ ผมจอดรถหลังจากขับรถเข้ามาในรั้วบ้าน สายตาผมมองไปที่รถหรูคันหนึ่งที่จอดอยู่ภายในบ้านของผมเช่นกัน ซึ่งรถคันนี้ผมไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าเป็นของใคร สวบ~ ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้บ้านเงียบ ปกติแล้วเมื่อผมกลับมาถึงบ้าน ลูกกับเมียผมจะออกมารับถึงหน้าบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีใครโผล่มา... หรือว่าไม่อยู่? "พ่อขาาา" ผมหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเล็กๆของลูกสาวตัวเอง ผมหันหลังกลับไปก็เห็นเด็กผู้หญิงอายุสามขวบกว่าๆวิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่น เด็กน้อยหน้าตาน่ารักวิ่งเข้ามาหาผม พรึ่บ~ ผมก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางหอมแก้มไปทั้งสองข้าง "หอมจริงๆ ลูกสาวใครครับ" "ลูกสาวพ่อค่ะ^^" เด็กผู้หญิงในอ้อมแขนผมพูดพลางยิ้มกว้างและจิ้มนิ้วชี้ลงมาบนอกผม ผมมองรอยยิ้มนั้น เหมือนแม่ไม่มีผิด ลูกสาวหน้าตาคล้ายผม แต่กลับมีรอยยิ้มเหมือนกับแม่ซึ่งทำให้ผมแพ้เสมอ "หอมพ่อยัง" ฟอด~ พอผมพูดไป ลูกสาวผมก็หอมแก้มผมซ้ายขวาบ้าง ผมยกยิ้มพลางถามขึ้น "แม่ไปไหนครับ วันนี้ไม่เห็นออกมารับเลย" "แม่อยู่กับลุงแทนค่ะ" "ลุงแทน?" ผมครางถามพลางขมวดคิ้ว ลุงแทนเหรอ... สวบ~ "ตะวัน" ผมหันไปม
"ลูกโซ่" ฉันหันไปตามเสียงเรียกหาที่ดังมาจากด้านหลัง คนที่เรียกชื่อฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก "ทำไมหลบมาอยู่นี่ ฉันหาตั้งนาน" ตะวันพูดพร้อมกับคว้ามือฉันไปจับไว้ ฉันหลุบตาลงมองมือของเราที่จับกันก่อนจะพูดขึ้น "ฉัน..." "ทำไม เป็นอะไร?" ตะวันขมวดคิ้วมองฉันอย่างสงสัย ตอนนี้เราอยู่ที่บ้านของเขาวันนี้มีการจัดงานปาร์ตี้วันเกิดคุณลุงอาทิตย์พ่อของตะวัน และเพราะท่านเป็นนักธุรกิจก็เลยมีแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานมากอยู่เหมือนกันพ่อของฉันก็มาที่นี่พร้อมกับแม่เลี้ยงและลูกแก้ว ฉันเองก็ถูกเชิญให้มาที่นี่เหมือนกันในฐานะคู่หมั้นของตะวันลูกชายคนโตของท่าน แต่ที่ฉันกำลังคิดจะขอตัวกลับเพราะฉันคิดว่าฉันไม่ควรจะมายืนอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ เห้อออ~ ฉันถอนหายใจออกมาเพราะก่อนหน้านี้ฉันแยกไปเข้าห้องน้ำและฉันบังเอิญได้ยินพวกลูกผู้ดีหลายคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังพูดถึงฉันและพูดถึงในทางเสื่อมเสีย ปกติฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้วกับเรื่องพวกนี้แต่เพราะมีคำพูดหนึ่งที่พวกนั้นพูดกันมันทำให้ฉันสะอึก 'ไม่รู้พี่ตะวันไปหมั้นกับผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไงเนอะ ผ่านผู้ชายมาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้วทำไมพี่เขาถึงได้ใฝ่ต่ำจัง'
เขากัดฟันพูดกับฉันเหมือนหมดความอดทนหลุบตาลงมองสำรวจตัวฉันอีกครั้ง ปิดประตูรถใส่หน้าดังปึ้งก่อนจะเดินจ้ำมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถขับออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว บรื้นนน~ *คอนโด ฟลุ่บ~ "ดะ เดี๋ยว" ฉันร้องห้ามเมื่อตะวันดันร่างของฉันที่เข้ามาในห้องพอประตูปิดลงเขาก็ดันฉันเข้าหาฝาผนังข้างประตูก่อนจะตามมายืนประกบไว้ เขาใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงแทบจะฝังเข้าไปในกำแพงได้อยู่แล้วแถมยังก้มลงมาจรดริมฝีปากกับต้นคอของฉันเลยด้วย "ฟังก่อนสิ..." ฉันใช้มือดันหน้าเขาออกมา ตะวันหลุบตาจ้องมองฉันอย่างคาดโทษ "ชอบยั่วนักไม่ใช่เหรอ ห้ามทำไม" แต่ตะวันกลับตอกกลับมาจนฉันสะอึก "แต่งตัวแบบนี้คราวหลังก็แก้ผ้าเลยสิ" เขามองการแต่งตัวของฉันอีกครั้งตั้งแต่ศีรษะจนปลายเท้า ฉันรู้ว่าเขาโกรธอยู่และฉันก็กำลังจะง้อเขาอยู่เหมือนกัน ฉันถึงได้ยิ้มออกมาจนตะวันชักสีหน้าตึงเข้าไปอีก "หึงเหรอ" ฉันถามเชิดหน้ามองอย่างท้าทาย ตะวันถอนหายใจแรงอย่างหงุดหงิด "จะยั่วประสาทฉันอีกนานมั้ย ลูกโซ่" "^^" ฉันกระตุกยิ้มพลางเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เมื่อตะวันทำท่าจะผละออกไป ฉันแค่อยากให้เขา
เฮฮฮฮ~ วู้ววว~ เอี้ยด~ ฉันเหยียบเบรกรถทันทีที่รถคันหรูที่ฉันขับเคลื่อนที่เข้าสู่เส้นชัยพลันสายตาก็มองรถอีกคันที่พุ่งเข้าสู่เส้นชัยนำหน้าฉันในระยะแค่เส้นยาแดงผาแปดมันแค่นิดเดียวเท่านั้น...แต่ก็นะไม่ได้อยากจะชนะอยู่แล้ว ปึ้ก~ ฉันมองร่างสูงผู้ชนะที่เปิดประตูและก้าวลงมาจากรถพร้อมกับพวกคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มเดินลงมาในสนาม บรรยากาศแบบนี้ฉันคุ้นเคยดีเพราะฉันเคยแข่งรถอยู่บ่อยๆถึงช่วงนี้ฉันจะไม่ค่อยได้มาเลยก็เถอะ ฉันเห็นพวกเขาแต่ด้านนอกไม่มีใครมองเห็นฉันเพราะรถคันนี้ติดฟิล์ม รถคันนี้ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นรถของคนที่จะต้องลงแข่งขันกับเขาแต่เผอิญว่าฉันได้มาเป็นคนขับแทนด้วยการช่วยเหลือจากเพื่อนรักของเขานั่นเอง สายตาของฉันโฟกัสไปที่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้น คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนของเขาคนที่ทำหน้านิ่งๆไม่แสดงอารมณ์ของความดีใจที่ได้เป็นผู้ชนะออกมาเท่าไหร่...ตะวัน ฉันไม่รู้ว่าที่ตัดสินใจทำแบบนี้ถูกมั้ยแต่ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีการง้อในแบบของฉัน ตอนแรกฉันกะว่าจะมาหาเขาพร้อมพี่ไปป์เพราะได้คุยกับพี่ไปป์ทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้แต่พอมาถึงฉันแอบเห็นผู้หญิงหลายคนเข้ามายุ่งกับเขา มันก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อยที
กึก~ ฉันชะงักแล้วเงยหน้ามองแทนที่จ้องฉันเขม็ง "ถ้าเธอรับสายมัน ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอกลับไปหามันแน่" หมะ หมายความว่าไงกัน! "ตะวัน..." ฉันหยุดชะงักขาเมื่อก้าวเข้ามาในห้องและรู้สึกว่าภายในห้องเงียบเกินไป เหมือนกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ สวบ~ ฉันก้าวเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับเรียกหาตะวันแต่ก็พบกับความว่างเปล่า ตืดดด~ ฉันเลยเลือกที่จะโทรหาเขาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียง สรุปแล้วก็คือเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องและไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ไปไหนของเขานะ? ฟลุ่บ~ ฉันนั้งลงบนเตียงข้างๆโทรศัพท์ของเขาพลันมือก็เลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มากดดู บนภาพหน้าจอมีรูปของเราที่ถ่ายคู่กันปรากฏอยู่ ฉันจ้องมองภาพรอยยิ้มของเราผ่านหน้าจอนั้น... ก่อนที่ฉันจะได้กลับมาที่ห้องฉันไม่ได้รับสายตะวันเขาคงโกรธฉันมากแน่ๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าวพลันคิดไปถึงเรื่องที่โรงพยาบาล 'รีบตามไปง้อมันด้วยล่ะ' เมื่อฉันเอาแต่หลุบตาลงมองโทรศัพท์ที่มันดังแล้วก็หยุดไปเป็นแบบนี้เกือบสิบสาย ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองด้วยความหวั่นใจ 'อะไรนะ' ฉันร้องถามเขาอย่างประหลาดใจเงยหน้ามองแทนที่จู่ๆก็พูดขึ้นมา
ฉันถามย้อนกลับไปอีกครั้งเมื่อปลายสายบอกอะไรบางอย่างกับฉัน ซึ่งมันน่าตกใจจนตะวันมองฉันอย่างตกใจด้วยเช่นกัน "แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ...ค่ะ ฉันจะไป" รับปากเสร็จสรรพฉันก็กดตัดสายแล้วลุกพรวดขึ้นทันที หมับ~ "โซ่ จะไปไหน" ฉันตกใจจนลืมไปว่ามีตะวันนั่งอยู่ข้างๆจนกระทั่งเขาคว้าขอมือฉันไว้ ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยใบหน้าถอดสี "ใคร เป็นอะไร?" เมื่อเห็นสีหน้าไม่ดีของฉันตะวันก็หน้าเจื่อนลง เขากระเถิบเข้ามาหาฉันพลางถามแล้วบีบมือเบาๆ "คือว่า..." ฉันจะบอกเขาดีมั้ยนะ แล้วถ้าบอกไปเขาจะยอมให้ฉันไปเหรอ... "เกิดอะไรขึ้น" "ฉัน...ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" "ทำไมล่ะ เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นอะไร" แต่พอฉันพูดออกไปแบบนั้นตะวันก็รัวคำถามใส่ฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าตกใจและเชาก็คงตกใจ "บอกฉันสิ..." ตะวันบีบมือฉันอีกครั้ง ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถอนหายใจ ยังไงก็คงต้องพูดสินะ "คือ...แทน" "ใครนะ?" ตะวันเอียงคอถามเขาชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อของแทน "ทะ แทน เขาขับรถชนเมื่อคืนตอนนี้อาการ..." "จะไปหามันเหรอ" ตะวันถามแทรกขึ้นมาจนฉันต้องกลืนคำพูดลงคอ ใช่ ฉันต้องไปหาเขา...ก่อนที่
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อ
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม
ฟลุ่บ~ "นี่" "..." "หลับยัง..." "..." "ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ" "..." รู้แล้วจะถามเพื่อ? ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวสักนิดเดียวยังคงแสร้งนอนนิ่งเหมือนคนที่หลับไหลไปแล้วทั้งๆที่จริงๆแล้วฉันก็ยังไม่หลับนั่นแหละ "ลูกโซ่" เสียงเรียกชื่อฉันแผ่วเบาดังมาจากด้านหลังของฉันพร้อมกับ
"โซ่..." เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆทั้งสิ้นเขาก็จับหน้าฉันให้หันไปหาเขาแภมยังเรียกชื่อฉันสั้นๆเหมือนคนสนิทด้วย แต่พอเห็นว่าฉันน้ำตาไหลเขาก็ชะงักไปก่อนจะใช่นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาบนใบหน้าฉันเบาๆ "อย่ามายุ่ง" ฉันสะบัดหน้าหนีเขาอีก ตะวันก็จะจับหน้าฉันให้หันกลับไปอีกแต่พอเห็นว่าฉันขัดข