LOGINน้ำเสียงหวานล้ำลึกกับท่าทีแสนเย้ายวนในมาเก๊าคืนนั้นทำให้เขตถกรติดใจจนต้องตามหา ถึงจะเป็นน้องของผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งานด้วยเื่อทวงคืนบริษัท เขาไก็ไม่ได้สนใจ เพราะเขตถกรหลงน้องเมียคนนี้จนแทบคลั่ง..
View Moreรายงานข่าวจากแวดวงไฮโซของวันนี้ มีข่าวลือเรื่องที่นักธุรกิจดังอย่างเรื่อง เขตถกร พิพัตรตรา กำลังถูกเม้าท์ว่าคบหากับนางแบบสาว นิรา ภัครวัตร วงในยังบอกอีกว่าทั้งคู่อาจจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ค่ะ
ตุบ!
"เหอะ" หลังจากดูข่าวที่ลูกน้องวิ่งเอาให้ดูเขตถกรก็ปิดจอลงแล้วโยนลงที่นอนนุ่มเต็มแรง เขาเหนื่อยหน่ายกับพวกนักข่าวที่จ้องแต่จะทำข่าวแต่ไม่รู้จักสืบมาให้ดีก่อน
เขตถกรยิ่งนึกก็ยิ่งเอาแต่แค่นยิ้ม เขากับนิรากำลังจะแต่งงานกันในไม่ช้านี้ก็จริง แต่มันเป็นเพียงการแต่งงานเพื่อธุรกิจก็เท่านั้น และนั่นไม่ได้ถือเป็นข่าวดีสำหรับเขาแม้สักนิด
ระหว่างพิพัตรตรากับภัครวัตรมันมีข้อตกลงบางอย่างที่ทำให้เขาต้องจำยอมที่จะแต่งงานอย่างห้ามไม่ได้ แต่ในสักวันที่เขาได้ทุกอย่างคืนมา เขาก็จะสลัดนิราออกไปจากชีวิต เขาไม่เคยต้องการผู้หญิงคนนั้น มีแค่เพียงนิราที่อยากจะได้เขาเสียจนตัวสั่น ลูกสาวคนโตของภัครวัตรก็เท่านี้เอง โง่เพียงแค่เพราะอยากได้เขาไปครอบครอง
"ไอเก่ง มึงให้คนเตรียมรถ คืนนี้กูจะไปดื่มสักหน่อย"
"คุณเขตจะให้ผมหาโซน VIP ให้ไหมครับ?"
"ไม่ต้อง วันนี้กูอยากสนุก"
เขตถกรบอกเก่งกาจลูกน้องคนสนิท เขาพยักหน้าให้อีกคนออกไปก่อนเพราะอยากจะอยู่คนเดียวสักพัก ทั้งที่อุตส่าห์หาเหตุผลเรื่องงานมาอ้างเพื่อหนีมาที่มาเก๊าวันนี้จะได้ไม่ต้องไปพบครอบครัวว่าที่ภรรยา แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องให้เขาต้องหงุดหงิดใจอีก
"ผมให้คนเตรียมเครื่องดื่มไว้รอแล้วนะครับ อีกสิบนาทีเราจะถึง น่าจะมาเสิร์ฟคุณเขตตรงเวลาพอดี ส่วนคุณกิตกับคุณดลก็อยู่ที่ร้านแล้วครับ"
"ดี มึงนี่รู้ใจกูจริงๆ"
เขตถกรเอ่ยชมเก่งกาจไป ดูเหมือนลูกน้องเขาจะเก่งเหมือนชื่อเลย อีกคนรู้ดีว่าเขาไม่ชอบรออะไรนานๆ มันจะพาลทำให้หงุดหงิด และถ้าเขาหงุดหงิดก็คือพวกมันนั่นแหละที่ต้องรับกรรม
"หนีหน้าว่าที่ภรรยามาถึงนี่เลยนะมึง" นพดลขมวดคิ้วถาม
"เลิกพูดแบบนั้นที ฟังแล้วกูอยากจะอ้วก"
"คุณนิราก็สวยดีนะ มึงไม่ชอบหรอว่ะ"
"พวกมึงไม่รู้อะไรเลยสินะ"
เขตถกรยกแก้วขึ้นดื่มแล้วหัวเราะออกมา เขาได้แต่นึกถึงเรื่องที่เคยบังเอิญไปเจอแล้วก็อดขำไม่ได้ 'สวยแต่รูปจูบไม่หอม' นั่นแหละคำนิยามของว่าที่ภรรยาทางธุรกิจของเขา
"แล้วมีอะไรที่พวกกูต้องรู้?" กิตติธรถามขึ้นมาด้วยความสงสัยจนเขายิ้มมุมปากพอใจ หน้าอยากรู้ของมันเนี่ยแหละ สวรรค์ของคนอย่างเขตถกรเลย
"กูไม่บอก เดี๋ยวสักวันพวกมึงก็รู้เองแหละ"
เขายิ้มด้วยความสนุกตอนที่เห็นท่าทางผิดหวังของเพื่อน เขตถกรยกแก้วขึ้นดื่มอีกรอบแล้วมองไปทางโต๊ะมุมหนึ่งของร้าน ดวงตาคมกริบเอาแต่จ้องมองเด็กสาวตัวเล็กที่เอาแต่ยกมือปฏิเสธเพื่อนที่ยื่นแก้วให้เป็นพัลวัน แถมถูกดึงออกไปเต้นก็ยังไม่ยอมไปอีก ท่าทางอ่อนต่อโลกแบบนั้นยิ่งเร้าให้เขตถกรแอบยิ้ม
"รอยยิ้มมึงนี่ หาเหยื่อเจอแล้วละสิ"
"มึงดูทางนั้น" เขตถกรพยักเพยิดหน้าให้นพดลที่ถามเขาหันไปมอง
"จืดขนาดนั้นเนี่ยนะ มึงชอบหรอว่ะ" เขามองนพดลที่เอาแต่ส่ายหัวแล้วพูดว่าไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่อีกคนชอบ
"เด็กไปไหมกูว่า"
"เข้าผับที่นี่ได้ก็น่าจะเกินยี่สิบ ก็ไม่เด็กแล้วนะ นมก็ใหญ่แล้วด้วย"
"สันดานจริงๆ" กิตติธรด่าเขาด้วยน้ำเสียงเหมือนกับทุกครั้งที่ชอบทำเวลาเขากวนอีกคน
แก้วของเหลวออกฤทธิ์มึนเมายังคงถูกเขตถกรยกขึ้นดื่มไม่รู้จบ เขาดื่มไปด้วยแล้วคอยรอบมองเด็กสาวที่เป็นเป้าหมายคืนนี้อยู่เป็นระยะ พอเห็นว่าเธอลุกเดินออกไปจากโต๊ะเขาก็เลือกที่จะกระดกเครื่องดื่มในแก้วจนหมดแล้วเดินตามไปทันที
เขตถกรเดินตามเด็กสาวออกมาจนถึงหลังร้าน เขามองหาแต่กลับไม่เจออีกคนแล้ว ทั้งที่ตามมาติดๆ แท้ๆ ทำไมถึงได้ไวนักนะ
"ช่วยบอกหน่อยสิคะว่าคุณไม่ได้ตามหนูมา?" เขาหันไปมองตามต้นเสียงที่ตั้งคำถาม เด็กสาวมองเขาแล้วยิ้มมุมปากทั้งยังเดินเข้าหาดันให้เขาชิดกับกำแพง ท่าทีในตอนนี้ไม่เห็นเหมือนเมื่อตอนอยู่ในร้านเลยสักนิด
"ถ้าบอกว่าตามละ?"
"คุณอยากได้อะไรจากหนูคะ?" นิ้วเรียวเล็กไล้ไปตามลูกกระเดือกเขาจนมาถึงต้นคอ เขตถกรรวบข้อมือคนตรงหน้าแล้วออกแรงหมุนให้เธอไปยืนชิดกำแพงแทนที่เขา
"คิดว่าผู้ชายจะอยากได้อะไรจากผู้หญิงสวยๆ กัน"
"ปากหวานจังเลยค่ะ ตั้งแต่หนูเข้ามาในร้าน ไม่เห็นจะมีใครชมว่าหนูสวยเลยสักคน"
"คนพวกนั้นมันคงตาไม่ถึง"
เขตถกรยกยิ้มแล้วเอื้อมมือไปดึงแว่นตาที่บดบังความสวยของคนตรงหน้าออก บอกแล้วว่าสายตาของเขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง
"คุณอายุเท่าไหร่แล้วคะ?"
"สามสิบหก ทำไม?"
"อายุเราห่างกันตั้งสิบกว่าปี แน่ใจหรอคะว่าคืนนี้อยากจะทำความรู้จักกับหนู"
"ถ้าไม่อยากทำความรู้จักก็คงจะไม่เดินตามมา"
"แต่หนูไม่ค่อยชอบคนแก่น่ะสิคะ" เขตถกรได้แต่ยืนขมวดคิ้ว ที่เด็กสาวพูดมามันเป็นคำปฏิเสธเขาทางอ้อมหรือเปล่านะ ในตอนที่กำลังจ้องมองอยู่มือเล็กนั้นก็จับไหล่เขาไว้ ก่อนเธอจะขยับมาใกล้แล้วเขย่งกระซิบข้างหูเขา
"คนแก่ไม่ค่อยอึดค่ะ หนูไม่ชอบ" เธอพูดเท่านั้นแล้วผละออกมาอมยิ้ม เขตถกรเผยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วดันกายเล็กให้กลับไปชิดกำแพงอีกครั้ง มือหนาบีบเอวคอดของเธออย่างนึกมันเขี้ยว ทั้งที่ก่อนหน้าแสดงออกอีกอย่าง แต่ในตอนนี้กลับไม่เหมือนอย่างที่เขาเห็นเลย น่าสนใจดีจริงๆ
"ลองดูหรือยัง ฉันอาจจะอึดกว่าที่คิดก็ได้นะ"
เขตถกรไม่พูดเปล่าแต่รั้งคอของเด็กสาวให้เข้ามาใกล้แล้วครอบครองริมฝีปากนั้นอย่างไม่ได้ขออนุญาต เขานัวจูบอย่างเอาแต่ใจราวกับว่าห่างหายเรื่องนี้มานานทั้งที่ไม่เคยขาดเลย ปากกระจับของอีกคนนุ่มนิ่มเสียจนหยุดไม่ได้ มันหนึบหนับราวกับว่าเขากำลังลิ้มรสเยลลี่แสนอร่อยอยู่ ยิ่งได้ครอบครองก็ยิ่งบ้าคลั่ง
"จูบเก่งจังเลยค่ะ"
"ทำอย่างอื่นก็เก่งเหมือนกัน ลองดูไหม?"
พูดจบเขาก็ถือวิสาสะบีบอกอิ่มแล้วซุกไซร้คอสวย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนยิ่งเร้าให้เขาขยำหน้าอกเธอแรงขึ้นอีก ที่แท้แล้วก็ไม่ได้อ่อนต่อโลกอย่างที่คิดสินะ ออกจะเป็นเด็กช่างยั่วซะมากกว่า
"หนูไม่ชอบตรงนี้เลยค่ะ คุณพอจะมีที่ดีๆ กว่านี้ไหมคะ" เด็กสาวมองมาที่เขาตาแป๋ว นี่คงไม่ใช่ว่ากำลังถูกอ้อนอยู่หรอกนะ
"ไปห้องฉันไหมละ ถ้าเธอไม่รังเกียจ"
อีกคนไม่ตอบคำถามแต่ยกเรียวแขนขึ้นคล้องคอแทน เขตถกรอุ้มกายเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ที่แท้แล้วเป้าหมายของเขาในวันนี้ก็น่าสนใจเสียจนไม่สามารถพลาดไปได้เลย ยังไงก็ต้องได้ผ่านค่ำคืนนี้ไปด้วยกัน
เขาอุ้มเธอมาจนถึงรถที่มีเก่งกาจยืนเปิดประตูรออยู่ วางเธอลงบนเบาะแล้วเขาก็ก้าวขึ้นไปนั่งด้วย เขาไม่ลืมที่จะเอ่ยปากสั่งให้ลูกน้องขับรถด้วยความเร็ว เพราะอีกเพียงนิดก็จะไม่สามารถอดใจได้อีกแล้ว
"จะทำอะไร?"
เขตถกรตั้งคำถามขึ้นมาในตอนที่เด็กสาวถอดสายเข็มขัดนิรภัยออกแล้วก้าวขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขา คนตรงหน้าขยับเอวให้ถูไถกับแก่นกายที่เริ่มจะแข็งตัวอยู่ใต้กางเกงจนเขาต้องซี๊ดปาก
"ช่างยั่วจริง"
"หนูแค่จะช่วยก่อน กลัวคุณจะรอถึงห้องไม่ไหว"
"ฉันต้องสำนึกบุญคุณสินะ"
"แต่คุณช่วยบอกลูกน้องได้ไหมคะ ว่าห้ามแอบมอง"
"ไอเก่งมึงห้ามหันมา แล้วก็ห้ามแอบมองกระจกด้วย เข้าใจไหม!?" เขารีบเอ่ยปากสั่งในทันทีตามคำขอ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กสาวที่นั่งอยู่บนตักจะทำอะไรต่อ
เขตถกรปล่อยตัวเอาหลังพิงกับเบาะรถด้วยความสบายใจ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เด็กสาวช่างยั่วที่ยังเอาแต่บดเอวให้ส่วนอ่อนไหวถูไถกับแก่นกายเขา มือเล็กปลดหัวเข็มขัดเขาออกแล้วตามไปด้วยกระดุมกางเกงแล้วออกแรงดึงให้พอมองเห็นกางเกงชั้นในเขา
เด็กสาวดึงขอบกางเกงชั้นในเขาลงแท่งร้อนของเขาก็เด้งออกมาตั้งชันทันที ก็ยั่วกันซะขนาดนี้ไม่มีอารมณ์สิถึงจะแปลก เธอกอบกุมแก่นกายเขาด้วยมือเล็กที่แทบจะกุมมันไม่มิด แทบไม่ต้องชักรูดเร้าอารมณ์ก็เสียวซ่านไปทั้งร่าง เพราะเขาพร้อมเต็มทีแล้ว รอก็แค่อีกคนจับมันสอดใส่เข้าไปก็เท่านั้น
“เหมือนมันจะอยากเข้ามาในตัวหนูนะคะ”
“แล้วเธอจะให้เข้าไปหรือเปล่าละ?”
“หนูก็อยากจะให้มันเข้ามา แต่ว่า….” เขตถกรมองคนที่หยุดพูดไปแล้วเอื้อมมาจับมือเขาไปสัมผัสกับส่วนอ่อนไหวของเธอผ่านกางเกงชั้นใน เขาเองก็ไม่ได้เข้าใจอะไรยาก หยัดตัวขึ้นจากเบาะรถแล้วกระชับชายกระโปรงขึ้นก่อนจะล้วงเข้าไปแล้วใช้เรียวนิ้วถูวนจุดกระสันอย่างที่เธอต้องการ
“พอใจไหมแบบนี้?” เขาถามอย่างเอาใจทั้งยังมองกายเล็กที่บิดเร่าอยู่บนตัก เขารู้จักผู้หญิงดีว่าต้องการอะไร ถึงในตอนแรกคนตรงหน้าจะดูคาดเดายาก แต่ก็ไม่เกินความสามารถของเขตถกรคนนี้หรอก
“หนูไม่อยากส่งเสียงค่ะ กลัวลูกน้องคุณได้ยิน” เด็กสาวรั้งแขนเขาไว้ในตอนที่เขากำลังจะใส่นิ้วเข้าไปเร้าให้เธอสุขสมกว่าเก่า
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันก็ทำได้แค่ฟังนั่นแหละ”
“ไม่เอาหรอกค่ะ มันน่าอาย”
“งั้นฉันจะช่วยเอง” เขตถกรครอบครองริมฝีปากกระจับแล้วใส่นิ้วเข้าไปในเวลาเดียวกัน เขาชักเรียวนิ้วเข้าออกทั้งเร็วและแรงหวังให้เด็กสาวได้ถึงจุดเสียวเร็วขึ้นจะได้ไม่เสียเวลา แม้ไม่มีเสียงครางเล็ดรอดเพราะเขาใช้ปากตัวเองปิดเสียงเธอเอาไว้ แต่เสียงของความชื้นแฉะก็ยากเกินความสามารถของเขตถกรที่จะทำให้มันไม่เกิดขึ้น
เขามอบความเสียวซ่านให้เธอจนพอใจแล้วผละออกมาในตอนที่รู้สึกได้ว่าเด็กสาวกำลังจะหายใจไม่ทัน แต่พอผละออกได้เพียงไม่นานเสียงหวานก็ดังขึ้นอย่างเผลอตัวจนเขาต้องรั้งเธอลงมาจูบอีกครั้งก่อนกายเล็กจะกระตุกเกร็งทั้งส่งเสียงอื้ออึงออกมา
“ไหนบอกว่าไม่อยากให้ใครได้ยิน แต่ก็ร้องซะดัง”
“เพราะคุณทำให้หนูเสียวเกินไป” เขตถกรหัวเราะร่าแล้วยิ้มมุมปาก คำพูดแสนถูกใจนั้นทำเอาเขาพอใจมากเสียด้วยสิ
“รู้ไหมว่าเวลาพูดถูกใจจะโดนอะไร”
“โดนอะไรคะ? ทำให้หนูดูหน่อยสิ” เขามองดูมือเล็กจับแท่งร้อนเขาชักรูดอยู่สองสามทีก่อนจะดันตัวเองขึ้นจับขอบกางเกงชั้นในให้เปิดออกแล้วใส่มันเข้าไปทั้งจะพูดอย่างท้าทาย
“อย่ามาร้องขอให้หยุดทีหลังก็แล้วกัน”
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา





