INICIAR SESIÓNฟลุ่บ~
ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งข้างๆคณะด้วยอารมณ์ที่ยังขุ่นมัวอยู่พลางถอนหายใจออกมาอย่างแรง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เวลาเข้าคลาสเรียนเลยเพราะฉันออกมาจากโรงอาหารก่อนเวลาและข้าวปลาก็ไม่ได้กินด้วยไง ฉันถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากะว่าจะแชตไลน์หาเพื่อนๆแก๊งแบดเกิร์ดของฉันเพื่อฆ่าเวลาไปพลางๆ กึก~ แต่ฉันก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรฉันก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆมีใครคนหนึ่งทิ้งตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามฉัน ฉันก็เลยต้องละสายตาจากหน้าจอมือถือมองไปตรงหน้าแทน ผู้ชายคนนี้... ใช่ คนที่ทิ้งตัวลงนั่งตรงหน้าฉันเป็นผู้ชายและถ้าฉันจำไม่ผิดเขาก็คือคนที่มองฉันด้วยสายตาเชิงตำหนิคนนั้นดวงตาคมคู่นี้ฉันจำได้ไม่ผิดแน่ ฉันมองเขาอย่างสงสัยส่วนเขาก็มองฉันเหมือนกัน "..." มองแต่ไม่พูดอะไร...สักคำ "..." ที่นิ่งเงียบนี่เขาต้องการอะไร ทำไมไม่พูดล่ะ "..." ฉันไม่ชอบสายตานิ่งแบบนี้มันอึดอัด! พรึ่บ~ ในที่สุดฉันก็ทนไม่ได้ ฉันอึดอัดจริงๆกับสายตาของเขาฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงได้มานั่งจ้องหน้ากันอยู่ได้แต่ว่าตอนนี้ฉันไม่สนแล้วฉันไม่ใช่หุ่นที่จะมานั่งนิ่งให้เขาจ้องอยู่แบบนี้ ฉันก็เลยตัดสินใจลุกขึ้นยืนแต่ทว่า... หมับ~ มือหนาของเขากลับตวัดมาคว้าข้อมือของฉันไว้ดวงตาคมของเขาก็ยังคงมองฉันอยู่ "ปล่อย" ฉันพูดเสียงขุ่นพลางปรายตามองมือของเขาที่ยังคงจับข้อมือฉันอยู่นายนั่นก็แค่ไล่สายตามองตามสายตาฉันก่อนจะตวัดมันกลับมามองฉันเหมือนเดิม อะไรของเขากันนะ มองอยู่ได้! "ระวังจะตาบอดไม่รู้ตัว" ฉันพูดและฉันรู้ว่าเขาก็เข้าใจความหมายของฉัน ฉันหมายถึงว่าถ้าเขายังมองไม่เลิกฉันอาจจะเอานิ้วทิ่มตาเขาให้บอดไปเลยก็ได้ไง ฮึ่ย--* "หึ" ไม่มีคำพูดใดๆเปล่งออกมาจากปากเขามีเพียงแต่เสียงหัวเราะในลำคอเขาเลิกคิ้วให้ฉันอย่างกวนประสาท "เห้ย ฉันอารมณ์ไม่ดีก็น่าจะรู้ จะมากวนประสาทเพื่อ?" ฉันพูดกลับไปอีกพลางบิดข้อมือออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย "อยากโดนตบเหรอ!" ฉันถามเขาอย่างเอาเรื่อง และนั่นก็ทำให้เขากระตุกยิ้มแล้วยอมพ่นคำพูดออกมาสักที นึกว่าใบ้กินไปซะละ "หึ ตบด้วยอะไรล่ะ มือหรือปาก?" แต่ดูสิ่งที่เขาพูดออกมาสิ พูดอย่างงี้หุบปากเหมือนเดิมเถอะ -- "ลองมั้ยละ่?" "ลอง..." เพี้ยะ~ ไม่รอให้เขาพูดจบด้วยสายตาและท่าทางที่แสดงออกว่าท้าทายฉันก็ทำให้ฉันฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขา หน้าของเขาสะบัดไปเล็กน้อยเพราะฉันยังฟาดไม่เต็มแรงก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น นายนั่นหันหน้ากลับมามองฉันพลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มตัวเองข้างที่โดนตบไปหมาดๆ "นี่แค่เบาๆน่ะ ถ้าไม่ปล่อย อะ อุ้บ!" เห้ย!อะ อะไรเนี่ย? ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อจู่ๆเขาก็ลุกพรวดขึ้นพลางกระชากข้อมือของฉันเข้าหาเขาแล้วเขาก็ประกบริมฝีปากลงบนปากฉันหยุดคำพูดทั้งหมดของฉันเอาไว้โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัวแล้วก็แทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ดวงตากลมโตของฉันสอดประสานกับดวงตาคมของเขาในระยะใกล้และริมฝีปากของเราก็ประกบกันอยู่อย่างแนบชิดแล้วด้วย บ้าเอ้ย! พลั่ก~ "ไอ้...!" ทันทีที่ฉันรวบรวมสติได้ฉันก็ผลักเขาออกอย่างแรงพลางฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขาอีกรอบแต่เขาดันคว้าไว้ทันฉันอ้าปากจะด่าเขาแต่เขาก็พูดสวนขึ้นมาก่อน "ตบมา...ก็จูบกลับ แฟร์ๆ" แฟร์บ้าแฟร์บออะไรว่ะ ไอ้บ้านี่มือไวใจเร็วชะมัดเลยให้ตายเหอะ เขาแน่มาจากไหนคิดจะจูบใครก็ได้เหรอไงเจอผู้หญิงครั้งแรกยังไม่ทันทำความรู้จักก็จับจูบซะงั้นแหละ ทุเรศที่สุด! ฉันจ้องหน้าเขาตาขวางพลางกระชากข้อมือข้างที่ถูกเขาจับออกอย่างแรง "ไม่เป็นไร...ถือว่าให้หมามันเลียปากเล่น" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆพยายามทำตัวให้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งที่ในใจฉันอยากจะกระชากหัวเขาลงมาตบซ้ำๆ คนประเภทนี้ก็คงคล้ายๆกับพวกโรคจิตที่ชอบโชว์ของลับถ้าเราวิ่งหนีมันก็จะยิ่งได้ใจเพราะฉะนั้นฉันจะต้องไม่โวยวายไม่สติแตกฉันจะต้องนิ่ง นิ่งให้มากที่สุด "ทำบุญทำทาน" พูดจบฉันก็จะเดินออกไปจากตรงนี้ทันทีแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มของเขาพูดขึ้นอีกครั้ง กึก~ "ไม่ถือสาอะไรก็ดี" ควับ~ ฉันตวัดสายตามองหน้าเขา "เพราะเมื่อกี้น่ะ...ฉันแค่เล่นเกม" เล่นเกม เล่นเกมเนี่ยนะ! "พอดีพนันกับเพื่อนไว้..." เขาพูดพร้อมพยักเพยิดไปอีกทางฉันมองตามก็เห็นว่ามีกลุ่มผู้ชายสามสี่คนยืนกันอยู่ไม่ไกลนักพวกนั้นกำลังทำท่าทีเหมือนชื่นชมเขาอยู่ในทีทำให้ฉันกัดฟันด้วยความโกรธ เล่นเกมเหรอ? พนันกับเพื่อนเหรอ? ควับ~ ฉันตวัดสายตามองหน้าเขาอีกครั้ง "ง่ายเหมือนที่พวกมันว่าจริงๆอ่ะนะ ไม่ทันรู้จักก็ได้จูบ..." "เห้ย!" ฉันขึ้นเสียงใส่เขา เขาดูถูกฉัน!เขาหาว่าฉันง่ายทั้งที่เป็นเขาเองที่เล่นทีเผลอฉวยโอกาสกระชากฉันเข้าไปจูบหน้าด้านๆแบบนั้นไม่ใช่เหรอ ไม่คิดเลยนะ ว่าผู้ชายหน้าตานิ่งๆแบบเขาจะนิสัยเสียปากเสียได้ขนาดนี้! "แล้วถ้ารู้จักก็คงได้..." เขาพูดพร้อมกับหยุดคำพูดไว้แต่กลับใช้สายตามองฉันไล่มาตั้งแต่ใบหน้าลงไปเรื่อยๆ หมับ~ แล้วฉันก็ใช้ฝ่ามือคว้าหมับเข้าที่คางของเขาในจังหวะที่สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ช่วงอกของฉันพลางบีบมันแรงๆส่งอารมณ์ที่โมโหทั้งหมดลงไปที่ปลายนิ้วพลางจ้องหน้าเขา "ปากหมา เห่าไม่เลือก!" "หึ" เขาหัวเราะในลำคอพลางปัดมือฉันที่บีบคางเขาออก "บอกตรงๆ ฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้เลยว่ะ" เขาพูดพลางจ้องหน้าฉันกลับ ไม่ชอบก็ไม่ต้องชอบสิ ไม่ได้ขอให้มาชอบเว้ย! "เขาลือกันว่าเธอเจ๋ง" "เจ๋งไม่เจ๋ง หนักหัวนายหรือเปล่าล่ะ?" ฉันถามตอกกลับไป ฉันจะเป็นยังไงมันก็ตัวฉันปะ "เล่นเกมกันมั้ย...ลูกโซ่" รู้จักฉันด้วยสินะ เหอะ! "หนึ่งเดือน...ทำให้ฉันชอบเธอให้ได้" "ไร้สาระสิ้นดี เหอะ" ทำไมฉันจะต้องทำให้เขาชอบฉันด้วย ใครไม่ชอบฉันก็ไม่แคร์อยู่แล้วไง ฉันอยู่ของฉันได้ "ทำไม่ได้ ไหนว่าเจ๋ง" "ไม่ใช่ทำไม่ได้แต่ไม่ทำ ไม่จำเป็นต้องทำ จบนะ" "ก็ฉันอยากลอง หรือเธอไม่กล้า..." ว่าไงนะ? ทำไมจะไม่กล้าล่ะ "นายใจแข็งพอหรือเปล่าล่ะ?" ฉันถามเขานายนั่นเลิ่กคิ้ว "ถึงเวลานั้นถ้าเกิดติดใจฉัน...ฉันไม่เอานายนะ ไม่อยากมานั่งสมเพชที่หลัง" "หึ ถือว่าเธอรับคำท้านะ" เขาพูดพร้อมยื่นมือมาตรงหน้าฉัน ฉันมองมือเขาก่อนจะปัดมือเขาทิ้ง "เตรียมใจไว้ดีๆแล้วกัน"*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

