Masukบอดี้การ์ดหนุ่มจัดเตรียมทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้ว จึงพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์น่าอึดอัดนั้นโดยการออกมายืนรับลมนอกระเบียง เขาหยิบบุหรี่ติดมือออกมาด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว เขาจะสูบเฉพาะช่วงที่เครียดจัดๆ หรือตอนไปเที่ยวสังสรรค์ดื่มกินกับกลุ่มเพื่อนๆ เท่านั้น
คนหล่ออัดบุหรี่ลงปอดหลายครั้งจนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นนิดหน่อย จึงทิ้งตัวพิงผนังห้องด้านนอกค่อยๆ อัดควันบุหรี่ลงปอดอย่างช้าๆ จนเกือบหมดมวน
“ไคล์ มาทำอะไรตรงนี้คะ”
ซาร่า สาวเซ็กซี่ที่วันนี้มาในชุดสายเดี๋ยวสีดำ เว้าหลังลงลึกจนถึงบั้นเอว เดินนวยนาดมายืนเคียงข้างเขา เธอก้มมองบุหรี่ที่มือของเขาแล้วต้องเอียงคอเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะตลอดเวลา เธอไม่เคยได้เห็นเขาสูบบุหรี่ หรือได้กลิ่นบุหรี่มาจากตัวเขามาก่อน จึงไม่คิดว่าเขาจะเป็นสิงห์รมควันด้วยเหมือนกัน
“คุณสูบบุหรี่ด้วยหรอคะ ซาร่าไม่เคยเห็น”
“ครับ เป็นบางครั้ง”
“เครียดหรือเหนื่อยคะ”
คนหล่อเลิกคิ้วสูง แทนคำถามว่าทำไมเธอถึงถามเขาแบบนั้น
“ก็วันนี้หน้าตาคุณดูเคร่งเครียดนี่คะ ปกติก็ไม่ค่อยยิ้มอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งหน้าดุ๊ดุ ซาร่ากลัวแล้วนะคะ”
เพื่อนรักเจ้านายคนสวยเดินมาประชิดกายแกร่ง มือเล็กยกขึ้นลูบไล้หน้าอกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนเสื้อมาถึงข้อศอก แถมยังปลดกระดุมลงมาหลายเม็ดจนเห็นแผงอกหนั่นแน่นน่าลูบไล้
เร็วเท่าความคิด มือเล็กยกขึ้นมาลูบไล้หน้าอกแกร่งอย่างแผ่วเบา คนที่ตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตัวสูง ดวงตาที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามมองสบกับดวงตาคมกริบสีเทาเข้มอย่างมีเลศนัย ซึ่งเขาเองก็เข้าใจความหมายที่เธอต้องการสื่อมาอย่างดี เพราะตลอดเวลาหลายเดือนที่รู้จักกันมา เธอมักใช้สายตาแบบนี้มองเขาเสมอ
คนหล่ออมยิ้มมุมปาก มองสบตากับคนตัวเล็กที่มองสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ มือบางก็ลูบไล้แผงอกของเขาไปเรื่อยๆ ก่อนจะทำใจกล้าสอดมือเข้าไปในเสื้อของเขาแล้วลูบคลำสะกิดปลายยอดอกของเขาช้าๆ จนมันแข็งตั้งเป็นไตเพราะสาวสวยมากประสบการณ์ตรงหน้า
เขายกบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางเพื่อพ่นควันบุหรี่ แต่คนสวยตรงหน้ากลับใช้มือจับใบหน้าของเขาให้หันมาหาเธอ แล้วยืดตัวขึ้นประกบปากเพื่อรับเอาควันบุหรี่ที่เขากำลังพ่นออกมาเข้าปากของตัวเองไป ท่ามกลางความตกตะลึงของคนตัวโตที่ยืนนิ่งงันอย่างทำอะไรไม่ถูก และคนตัวบางในชุดเกาะอกสีแดง ที่เพิ่งเดินมาถึงที่ประตูระเบียงแล้วเห็นฉากสำคัญเข้าพอดิบพอดี
ด้วยสัญชาตญาณที่ถูกฝึกให้ระแวดระวัง เขาจึงเห็นคนตัวบางด้วยปลายหางตา ทำให้สติที่กำลังเตลิดเปิดเปิงกลับเข้าสู่ร่างทันใด จึงขยับตัวออกจากจากคนสวยตรงหน้าอย่างรวดเร็วเหมือนโดนของร้อน
“เอ่อ คุณพลอย ต้องการอะไรครับ”
ซาร่าที่ได้ลิ้มรสริมฝีปากหยักได้รูปที่หมายปองมานานอย่างสมใจ ก็อมยิ้มน้อยๆ พ่นควันบุหรี่ที่เหลือน้อยนิดนั้นออกจากปาก แล้วเดินกลับเข้าห้องไปทันทีเพราะคิดว่าเพื่อนรักคงมีเรื่องอยากคุยอะไรกับบอดี้การ์ด จึงเดินออกมาตามถึงที่นี่
พลอยชมพูมองตามเพื่อนรักจนลับสายตา แล้วหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรง รู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขามาทำประเจิดประเจ้อกับเพื่อนรักของเธอที่ริมระเบียง ทั้งๆ ที่ในห้องมีเพื่อนของเธอมาร่วมงานตั้งหลายคน
“ไม่มี ขอโทษด้วยที่เข้ามาขัดจังหวะคุณกับซาร่า”
คนสวยสะบัดหน้าแล้วหันหลังกลับเตรียมจะเดินหนีเขาเข้าห้องไป แต่ก็ต้องเซถลามาชนหน้าอกหนั่นแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ตอนนี้กระดุมมันหลุดลุ่ยลงมามากกว่าเดิมอีกสองเม็ดด้วยฝีมือของเพื่อนรักเธอ และด้วยความตกใจทำให้เขากอดเธอเอาไว้แนบอกแกร่ง
“ว๊าย ไคล์ ทำอะไร”
เธอตวาดแหว พร้อมกับยกมือน้อยๆ มาทุบอกแกร่งเพื่อระบายอารมณ์ไม่พอใจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าไม่พอใจเรื่องอะไรเหมือนกัน
“ขอโทษครับ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง คุณพลอยก็มาเดินหนี ผมแค่จะดึงคุณไว้ แต่มันแรงไปหน่อย เจ็บตรงไหนไหมครับ”
คนตัวโตเอ่ยขอโทษ เพราะความตกใจที่เธอยังเข้าใจเขากับเพื่อนรักของเธอผิด แล้วยังจะมาเดินหนีกันไป ไม่ถามความจริง หรือแม้แต่ด่าว่าเขาสักคำ เลยทำให้เขารีบรั้งเธอเอาไว้ แต่เพราะขนาดร่างกายที่ใหญ่กว่าเธอมาก จึงทำให้เธอกระเด็นมาชนเขาเต็มแรงขนาดนี้
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว แค่มาตามหา เห็นว่าทั้งคุณและซาร่าหายมานาน ไม่คิดว่าจะมาแอบจูบกันแบบนี้”
เธอตวัดสายตาขึ้นมองเขาอย่างเอาเรื่องในประโยคสุดท้ายที่หลุดออกจากปากของตัวเอง แล้วขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา ซึ่งเขาเองก็ยอมปล่อยร่างบอบบางนุ่มนิ่มหอมกรุ่นแต่โดยดี
“ผมไม่ได้แอบมาจูบกับคุณซาร่า คุณกำลังเข้าใจผิด”
“ฉันเห็นกับตา”
“ผมแค่ออกมาสูบบุหรี่ ออกมานานแล้วด้วย ก่อนที่คุณซาร่าจะมาซะอีก”
เธอก้มมองที่มือของเขา ก็เห็นบุหรี่ที่ใกล้จะหมดมวนแล้วจริงๆ
“ฉันไม่เคยเห็นคุณสูบ”
“ผมแค่ไม่สูบให้คุณเห็น”
เธอมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง อยากจะออกคำสั่งให้เขาเลิกสูบบุหรี่ เพราะมันไม่ดีต่อสุขภาพ แต่พอคิดอีกที มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา และเธอไม่มีสิทธิ์ไปห้าม
“ฉันเข้าข้างในก่อน”
เธอหมุนตัวหันหลังให้เขา เตรียมก้าวเดินกลับเข้าไปร่วมสนุกกับเพื่อนที่เริ่มทยอยมากันจนเกือบครบแล้วอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดชะงักยืนอยู่กับที่ เมื่อได้ยินประโยคที่เหมือนจะร้อนรนของเขา
“ผมไม่ได้จูบคุณซาร่า”
“ฉันเห็นกับตา และไม่คิดว่าตาฝาด คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้จูบเพื่อนฉัน แต่เพื่อนฉันดึงคุณเข้าไปจูบเองอย่างนั้นหรอ”
ใช่ ความจริงมันเป็นแบบนั้น เขายังพ่นควันบุหรี่ออกมายังไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
“ผมบอกได้แค่ว่า ผมกำลังสูบบุหรี่อยู่ และไม่ได้จูบคุณซาร่า เธอเป็นเพื่อนคุณ คงไม่เหมาะถ้าผมจะมาทำรุ่มร่ามกับเพื่อนของเจ้านาย”
เขาดับบุหรี่ แล้วเดินเข้าห้องไป โดยที่คนตัวบางยังยืนอึ้งอยู่กับที่เพราะก้าวขาไม่ออก ไคเลอร์ค่อนข้างเป็นสุภาพบุรุษมาก แม้จะดุดัน เข้มงวด ปากร้าย วุ่นวาย ขี้บ่น และบางครั้งก็ดูนิ่งเงียบเฉยชาจนแทบไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ก็ตาม แต่เขาไม่ใช่คนขี้โกหก นั่นก็แปลว่าเพื่อนรักที่คอยจ้องจะงาบเขามาตลอด เป็นฝ่ายรุกจริงๆ สินะ
เธอส่ายหน้าน้อยๆ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอเลย แม้ไคเลอร์จะเป็นบอดี้การ์ด แต่มันก็แค่สองปีนี้เท่านั้น พอเธอเรียนจบ เขาก็จะมีฐานะเป็นถึงที่ปรึกษาและผู้ช่วยกิตติมศักดิ์ของเธอ แม้อาจจะยังควบตำแหน่งคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอด้วยก็ตาม แน่นอนว่า เขาก็ไม่ได้มีฐานะขี้เหร่ สามารถคบหากับเพื่อนรักของเธอได้อย่างไม่น่าเกลียดเลย
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนดึกแล้ว หนุ่มสาวดื่มกินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็จับคู่กันเต้นรำไปตามจังหวะเพลงเร้าใจ ในคืนนี้ริชาร์ดนั่งเคียงข้างพลอยชมพูไม่ยอมห่าง ในขณะที่ไคเลอร์ก็ถูกซาร่าดึงมานั่งข้างๆ กับเธอตลอดทั้งคืน
สาวเซ็กซี่ที่เริ่มเมาได้ที่ เอนตัวไปซบที่แขนแข็งแรงของบอดี้การ์ดของเพื่อนรัก เธอกอดแขนของเขาจนแน่น หน้าอกอวบอิ่มถูไถที่ต้นแขนของเขาจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นเด้งดึ๋ง
“เอ่อ คุณซาร่า เมาหรอครับ”
ไคเลอร์พยายามขยับแขนออกจากการกอดรัดของสาวทรงโต แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เมื่อเธอกอดเขาแน่นขึ้นจนเขาไม่อาจเสียมารยาทหักหาญน้ำใจเธอได้
“ไม่เมาค่ะ คืนนี้สนุกจังเลยนะคะ”
พลอยชมพูมองทั้งคู่ที่กอดแขนออดอ้อนกันเสียงเบาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก จึงกระดกไวน์ลงคอจนหมดแก้ว แล้วขอตัวไปห้องน้ำ
เมื่อพลอยชมพูลุกไปแล้ว ริชาร์ดก็ลุกตามไปทันที เขารอเธออยู่หน้าห้องน้ำ ในมือถือแก้วไวน์อยู่สองใบ
“อ้าวริชาร์ด เข้าห้องน้ำหรอคะ”
“เปล่าครับ ผมมารอคุณ เราออกไปสูดอากาศนอกระเบียงดีไหม ผมรินไวน์มาเผื่อคุณแล้ว”
เธอเดินตามเขาออกไปแต่โดยดี เพราะก็ไม่ค่อยอยากไปนั่งเป็นก้างขวางคอของคนสองคนที่กำลังสวีตกันอยู่ที่โซฟา
“อากาศดีนะครับ”
“ค่ะ ออกมาข้างนอกค่อยสดชื่นหน่อย สงสัยฉันจะเมาแล้ว”
บ้านพักบนเกาะส่วนตัวของตระกูลคลาร์ก ได้ต้อนรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงที่พากันบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวหลังคืนส่งตัวเข้าหอที่เจ้าสาวแทบไม่ได้หลับได้นอน ทั้งคู่ตั้งใจมาฮันนีมูนในสถานที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวแบบที่เธอกับเขาชอบ เพราะอยากหลีกหนีความวุ่นวายและมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเดินหน้าผลิตทายาทอย่างที่คนเป็นสามีหวังเอาไว้ “Baby ครับ คุณหน้าซีดจัง ผมจะพาไปหาหมอก่อนก็ไม่ยอม” “ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยมียาติดตัวมาด้วย” เธอชูกระเป๋ายาใบน้อยสีหวาน ที่ภายในบรรจุสารพัดยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นมาจนเต็มกระเป๋า “แต่เรายังไม่รู้เลย ว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ คุณทานยาโรคกระเพาะมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ก็ยังอาเจียนอยู่เลยนี่นา” “คืนนี้ขอพลอยนอนพักก่อนนะคะ เผลอๆ พรุ่งนี้เช้าเราอาจได้รู้กัน ว่าพลอยเป็นอะไร” เธอจูงมือพาคนตัวโตที่เริ่มทำหน้างอแงเพราะเป็นห่วงเธอ แต่ก็ไม่เคยสามารถขัดใจอะไรเธอได้สักอย่างเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำพร้อมกันเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ที่เห็นจะต่างกันก็ตรงที่เธอกับเขาใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานเท่าไร เพราะอยา
หน้าพระแท่นพิธีที่โบสถ์เก่าแก่ของอเมริกา เจ้าบ่าวในชุดสูทสากลสีดำ กำลังบรรจงจูบเจ้าสาวแสนสวยในชุดเนื้อผ้าลูกไม้ราคาแพงเป็นเกาะอกสีขาวกระโปรงบานฟูฟ่องลากชายลูกไม้ยาวร่วมสองเมตร ตัวชุดประดับด้วยคริสทัลและดอกไม้สามมิติเล็กๆ ล้อแสงไฟระยิบระยับไปหมด บ่าวสาวจุมพิตกันอยู่นานหลังจากพิธีสวมแหวนแต่งงาน เจ้าบ่าวก็ละริมฝีปากออกมามองใบหน้าของเจ้าสาวแสนสวยที่เกล้ามวยผมต่ำระท้ายทอย ประดับด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวเล็กๆ และตกแต่งด้วยเวลเจ้าสาวผ้าลูกไม้ราคาแพงหูฉี่ ใบหน้าของเธอตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างงดงามเป็นธรรมชาติถูกใจเขาที่สุด เมื่อพิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์จบลง บ่าวสาวก็ออกมาโยนช่อดอกไม้ที่หน้าประตูโบสถ์ และผู้ที่โชคดีได้รับช่อดอกไม้นั้นก็คือ ริชชี่ เพื่อนรักของเจ้าสาวนั่นเอง ทำให้ริชาร์ด คนรักหนุ่มที่ยืนข้างกายไม่ห่างยิ้มหน้าบานเพราะความดีใจ ในห้องชุดสุดหรูหราของคอนโดมิเนียมสูงเสียดฟ้าที่ถูกใช้เป็นเรือนหอชั่วคราว มีชุดแต่งงานฟูฟ่องราคาแพงที่ถูกถอดออกโดยเจ้าบ่าว และชุดสูทสากลพร้อมทั้งเครื่องประดับต่างๆ ถูกทิ้งกองลงที่พื้นอย่างไม่ไยดี เจ้าบ่าวป้ายแดงรีบช้อนอุ้มเรื
“อุบ แหวะ” คนตัวบางรู้สึกตัวตั้งแต่เช้ามืดด้วยอาการเวียนหัวคลื่นไส้เล่นงาน จนต้องรีบวิ่งไปโก่งคออาเจียนเอาน้ำย่อยใสๆ ในกระเพาะอาหารออกมาจนหมด “Baby เป็นอะไรครับ” คนตัวโตรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงอาเจียนของคู่หมั้นสาวสุดที่รัก จึงรีบวิ่งมาลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน “พลอยคลื่นไส้ค่ะ ช่วงนี้ทานข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา มันไม่ค่อยหิวเลย” “เห็นไหม ผมบอกแล้ว ว่าคุณต้องทานข้าวให้ตรงเวลา เรื่องงานก็อย่าไปเคร่งเครียดกับมันมากเกินไปสิครับ ผมก็ไม่ได้กดดันคุณแล้วนะ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนก็ได้ อีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงงานแต่งของเราแล้วนะครับ ถ้าคุณป่วยจะทำยังไง หื้มมม” เขาส่งแก้วน้ำให้เธอบ้วนปาก แล้วพยุงร่างบางที่เหมือนจะผอมลงไปนิดหน่อยกลับมานอนกอดกันบนเตียงนุ่ม “ไม่ได้สิคะ สองพ่อลูกนั่นทำระบบเละเทะ แถมยังทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงจนขาดความน่าเชื่อถือขนาดนี้ ถ้าเราไม่รีบปรับระบบแล้วกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา บริษัทที่พ่อคุณสร้างมาต้องจบสิ้นแน่ๆ อีกอย่างตั้งอาทิตย์นึงค่ะ แค่โรคกระเพาะ พลอยกินยาไม่กี่วันก็หาย” เขากอดกระชั
“กรี๊ดดดดด ไคล์” เสียงกรีดร้องของพลอยชมพูดังขึ้น เธอวิ่งเข้ามากอดร่างที่หมดสติไม่ไหวติง นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นท่ามกลางความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย “พลอย ออกมาก่อน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยไคล์ก่อน” คนเป็นพ่อรีบลากลูกสาวที่เอาแต่กรีดร้องกอดร่างโชกเลือดที่หายใจรวยรินของคนรักหนุ่ม เธอแอบตามพวกเขามา จนทันได้เห็นคนรักล้มลงไปกองต่อหน้าต่อตา ทันทีที่คนเป็นพ่อดึงลูกสาวสุดที่รักขึ้นมากอดแนบอก ร่างบางก็อ่อนแรง เป็นลมทันทีเพราะความสะเทือนใจ “พลอย พลอยลูก” “รถพยาบาลมาถึงแล้วครับ เรารีบพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลก่อนดีกว่า” “ไคล์..” ดวงตากลมโตลืมขึ้น แล้วเจ้าของมันก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “พลอย ใจเย็นๆ ลูก” มาดามพิมพ์มาดารีบถลาไปที่เตียงโรงพยาบาลที่ลูกสาวนอนพักอยู่เพราะเป็นลมหมดสติที่เห็นคนรักถูกยิงล้มลงต่อหน้าต่อตา “แม่ ไคล์ ล่ะคะ ไคล์อยู่ไหน” มือเล็กสั่นเทาไล่คว้ามือของมารดามาเขย่าแรงๆ เอ่ยถามถึงคนรักอย่างร้อนรน เธอใจคอไม่ดีเลยตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาต้องทำตามแผนนี้ แต่ไม่ว่าจะ
ในยามดึกสงัด เรือขนส่งสินค้าลำใหญ่สองลำจอดเทียบท่า ในขณะที่คนงาน เครื่องจักรและเคนยกของกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขนของสำคัญขึ้นเรือเพราะต้องแข่งกับเวลา “ทุกอย่างเรียบร้อยไหม โจอี้” มาเฟียหนุ่มและพ่อของเขาเข้ามาตรวจความเรียบร้อยของการขนสินค้าลงเรืออีกครั้ง เพราะคราวนี้เป็นการระบายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ก่อนที่ทางคนของคลาร์กจะเข้ามาวุ่นวายกันสินค้าในโกดังนี้ “เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไรครับ สินค้าปกติขนลงเรือเกือบหมดแล้ว ส่วนเรืออีกลำ คนงานกำลังขนสินค้าสำคัญของเราครับ” “ดี อย่าให้มีอะไรผิดพลาด ต่อไปเราคงสต๊อกของทีละมากๆ แบบนี้ไม่ได้บ่อยๆ” จอห์น รามิเรซ ตอบเสียงทุ้ม ตราบใดที่ยังให้ทายาทคนใดคนหนึ่งแต่งงานกับทางคลาร์กไม่ได้ ก็ยังไม่ควรทำอะไรโจ่งแจ้งไป แม้ทางนั้นจะเป็นมาเฟีย มีโรงแรมและบ่อนกาสิโนที่ยิ่งใหญ่ แต่ทางนั้นก็ไม่เคยทำอาชีพที่ผิดกฎหมายมาเกือบชั่วอายุคนแล้ว แต่ถ้ามีการแต่งงานของทายาททั้งสองตระกูลเกิดขึ้น อะไรๆ ก็คุยกันง่ายหน่อย เผลอๆ เขาอาจดึงให้ทางคลาร์ก กลับมาสนใจแผ่ขยายอำนาจมาในสายสีเทาอีกครั้งก็ได้ ใครจะไปรู้ และคราวน
พอล คลาร์ก ส่งมือดีเข้าไปเป็นพนักงานในท่าเรือของบริษัทขนส่งของรามิเรซมาสักพักใหญ่แล้ว โดยที่ทางรามิเรซไม่มีใครระแคะระคายในตัวลูกน้องที่รับหน้าที่หัวหน้าคนงานคนสำคัญในโกดังเก็บสินค้าคนนี้เลย “เรือใหญ่จะเข้ามารับของวันไหน โจอี้” เจฟฟ์ รามิเรซ เอ่ยถามหัวหน้าคนงานผู้ดูแลโกดังเก็บสินค้าที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์แบบมอบกายถวายชีวิตมาพักใหญ่ เขาเจอโจอี้คนนี้โดยบังเอิญในตอนที่เขาพาคนรักเก่าไปเที่ยวพักผ่อนต่างรัฐแบบส่วนตัวไม่มีบอดี้การ์ดติดตามให้รุงรัง แล้วโชคร้ายสุดๆ ที่บังเอิญว่ารถยนต์เกิดเสียในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองและเขากับคนรักกำลังถูกแก๊งเด็กวัยรุ่นขี้ยาแถวนั้นดักปล้น แม้ว่าเขาจะเป็นมาเฟีย แต่การถูกเลี้ยงดูมาราวกับเจ้าชาย มีคนคอยดูแลล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา ทำให้เขาไม่สนใจเรียนเรื่องการต่อสู้ป้องกันตัวมากนัก เพราะคิดว่ามีเงินก็จ้างคนดูแลได้เป็นโขยง ไม่เห็นต้องเรียนต้องฝึกให้เสียเวลาและเจ็บตัวเลย แต่ในระหว่างที่เขากับคนรักสาวกำลังเผชิญเรื่องราวอันตราย แม้แต่ปืนในรถยังหาไม่เจอว่าเอาไปไว้ตรงไหน ก็ยังมีความโชคดีที่มีคนงานในไร่บริเวณนี้ เป็นชายหนุ่มร่างกายให







