LOGINเขายื่นแก้วไวน์ให้เธอ แล้วนำแก้วของเขาไปชนกับแก้วของเธอเบาๆ เธอจึงจำต้องยกแก้วนั้นขึ้นจิบเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท แม้ว่าจะรู้สึกค่อนข้างเมาแล้วก็ตาม
“พลอย คุณมีใครแล้วหรือยัง”
คนหล่อถามตรงประเด็น แม้ว่าจะสืบข้อมูลมาจากซาร่า เพื่อนรักของเธอจนหมดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากของเธออยู่ดี
“ฉันยังไม่คิดเรื่องนี้ค่ะ ฉันยังชอบชีวิตอิสระอยู่ ลำพังแค่บอดี้การ์ดก็อึดอัดจะแย่ ขืนมีคนรักอีก คงไม่ต้องได้กระดิกตัวทำอะไรแล้ว”
คำตอบแบบตรงไปตรงมาของเธอมันทำให้เขาหลุดขำออกมา เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของมาเฟีย ที่มีพี่ชายถึงสองคน ไม่แปลกที่เธอจะต้องมีบอดี้การ์ดคอยดูแลเรื่องความปลอดภัย และถ้าเดาไม่ผิด บอดี้การ์ดคนนี้ก็ต้องมีหน้าที่คอยกันท่าผู้ชายที่ไม่ดี หรือไม่เหมาะสมกับคุณหนูตระกูลคลาร์กให้ออกไปพ้นทางแน่ๆ ลูกสาวคนเล็กของตระกูลคลาร์กผู้ซึ่งมีทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ถึงยังขายไม่ออก
แต่เขาเองก็ไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าเธอ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตระกูลมาเฟียผู้มีทั้งอำนาจและเงินทองอย่างครอบครัวของเธอ แต่เขาคือลูกชายคนเดียวของเจ้าของธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าหลายประเภท ในเรื่องฐานะทางการเงิน บ้านเขาเองก็ร่ำรวยมหาศาลไม่ต่างจากบ้านของเธอเลย เพราะฉะนั้น เขาเองก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเสนอตัวเป็นตัวเลือกให้กับลูกสาวมาเฟียได้พิจารณาเป็นคู่ชีวิต
ครั้งแรกที่เขาเจอเธอในคลาสเรียน เขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง เพราะเธอไม่เหมือนคนอื่น เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน ที่มีใบหน้าหวานน่ารักราวกับตุ๊กตาฝรั่ง รูปร่างบอบบางแต่อวบอิ่มมีน้ำมีนวลด้วยวัยสาว ผิวพรรณขาวผ่องเนียนละเอียด ไม่มีแม้แต่ไฝฝ้าบนใบหน้างามนั้น ดวงตาของเธอกลมโตหวานมีเสน่ห์ บุคลิกก็เป็นสาวมั่นใจ แต่งตัวแฟชั่นจัด แต่น่าแปลกที่เธอยิ้มหวาน และมีคำพูดคำจาที่ดูไว้ตัวกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ นั่นคงเป็นเพราะเธอมีแม่เป็นคนไทยนั่นเอง
เขาชอบเธอมาก จนแทบไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้ เขาเข้าหาเธอและกลุ่มเพื่อนของเธอทันที ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนย่อมเข้าใจจุดประสงค์ของเขา และเพื่อนเธอเองก็เชียร์เขาออกนอกหน้า แต่ที่ยิ่งประหลาดใจสุดๆ คือเธอแตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยคบมา ที่แม้ว่าพวกหล่อนจะร่ำรวย สวยแซ่บไฮโซเพียงใด แต่เมื่อเขาเข้าไปขอทำความรู้จัก พวกหล่อนมักจะยินดีและแทบจะยอมพลีกายให้เขาเชยชมเสียเดี๋ยวนั้น
แต่ดูเธอสิ เขาเพียรพยายามเข้ามาชวนพูดคุย หรือแม้แต่ติดต่อเธอมานอกเวลาเรียน แต่เธอกลับไม่เคยมีท่าทีอะไรกับเขาเลย นอกจากคำว่าเพื่อน เลยยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เขาอยากเอาชนะใจเธอให้ได้ เพราะผู้หญิงแบบนี้ เหมาะที่จะเป็นภรรยาและแม่ของลูกเขาที่สุด
“คงไม่ใช่ว่าพ่อคุณหวง จนต้องมีบอดี้การ์ดคอยกันผู้ชายทุกคนออกจากชีวิตหรอกนะครับ”
คนหล่ออมยิ้มมุมปาก แกล้งโยนหินถามทาง เผื่อจะได้หาทางเข้าใกล้เธอได้ถูกวิธียิ่งขึ้น
“ไม่หรอกค่ะ พ่อแม่ฉันท่านให้อิสระกับลูกในเรื่องนี้ ขอแค่คนที่ฉันเลือกเป็นคนดี ไม่ทำให้ฉันเสียใจก็พอ”
“แล้วคุณเจอคนๆ นั้นหรือยัง”
“ยังค่ะ”
เธอตอบเขาออกไปด้วยรอยยิ้ม รู้อยู่หรอกว่าเขาจีบเธอ แต่ถ้าเธอยืนยันสถานะระหว่างเขากับเธอให้หนักแน่น เขาก็คงเปลี่ยนเป้าหมายไปเอง
“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมชอบคุณ”
ดวงตาคมกริบสีฟ้ามีเสน่ห์จ้องมองสบตากับเธอราวต้องการสะกดจิต แต่เสียใจด้วย คุณหนูพลอยชมพูไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆ และยังไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายจิตใจในตอนนี้
“รู้ค่ะ”
“จะเป็นอะไรไหม ถ้าผมจะขอโอกาสคบกับคุณ ในฐานะคนรัก”
เขายิงตรงประเด็นทันที เพราะไม่อยากเสียโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ ต้องยอมรับความจริงเลยว่า สาวสวยของเขา เธอเป็นคนเข้าถึงยากจริงๆ
“ริชาร์ดคะ ฉันไม่อยากทำให้คุณผิดหวัง แต่ฉันยังไม่อยากมีใคร และที่สำคัญ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณเกินคำว่าเพื่อนเลย”
“เพราะผมเคยมีคู่เดตมาเยอะหรอครับ”
คนรูปหล่อ ทั้งยังร่ำรวยมหาศาลอย่างเขา ไม่แปลกที่จะมีคู่เดต หรือแม้แต่คู่นอนมากมาย ซึ่งเธอเองถ้าหากชอบเขา หรืออยากจะคบกับเขา ก็จะไม่สนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเชื่อมั่นว่า ผู้ชายที่ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง วันหนึ่งเมื่อเจอคนที่รัก เขาจะหยุดอยู่ที่เธอคนนั้นได้ แต่ประเด็นคือเธอไม่ได้รักเขาไง
“ไม่เกี่ยวค่ะ คนอย่างฉัน ไม่มีอะไรสำคัญเท่าความรู้สึก ถ้าฉันรัก ต่อให้คนๆ นั้นเป็นอะไร มีประวัติโชกโชนแค่ไหน ฉันก็รับได้”
“คุณจะไม่ลองเก็บผมไว้พิจารณาสักหน่อยหรือครับ ตอบอะไรก็ได้ที่ผมยังมีหวัง หรือเลี้ยงผมไว้ก็ได้ ผมยอมอยู่ในลิสต์ตัวเลือกของคุณ”
คนหล่อส่งสายตาเว้าวอนน่าสงสารจนเธอแทบใจอ่อน แต่มันไม่สนุกแน่ถ้าจะให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเขา
“ขอโทษด้วยนะริชาร์ด ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ อย่ามาเสียเวลากับฉันอีกเลย”
“ผมรอคุณได้นะ อีกนานแค่ไหนก็รอได้ ถึงแม้ว่าวันที่คุณพร้อมจะมีใคร คุณจะไม่เลือกผมก็ตาม”
“เรื่องแบบนี้มันไม่สนุกนะริชาร์ด แล้วคุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนแบบไหน”
“คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”
“ค่ะ คุณหาผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณได้อีกเยอะ อย่ามารอฉันเลย”
เขามองหน้าเธอนิ่งนาน ก่อนถอนหายใจยาวออกมา ยอมแพ้ในความใจแข็งของเธอ
“โอเค ผมไม่อยากทำให้คุณอึดอัด ผมจะไม่รอคุณ แต่ถ้าถึงวันที่คุณต้องการมีใคร คุณช่วยสะกิดบอกผมหน่อยแล้วกัน จะมาเป็นตัวเลือกให้คุณเป็นคนแรกเลย”
“ริชาร์ด คุณนี่จริงๆ เลย”
หนุ่มสาวหัวเราะให้กันอีกครั้ง แม้ในใจของเขาจะรู้สึกเจ็บหน่วงๆ ไม่น้อย เพราะไม่เคยรู้สึกชอบใครได้มากมายแบบนี้มาก่อน แต่ในเมื่อตบมือข้างเดียวไม่ดัง เธอไม่เล่นด้วย ก็ไม่ควรตามตอแยคนอย่างพลอยชมพูอีกต่อไป
“ขอกอดหน่อยสิ”
เธออมยิ้มมุมปาก แล้วตรงเข้าสวมกอดเขาทันที ซึ่งเขาเองก็กอดเธอตอบเสียแน่น เพราะครั้งนี้คงเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ที่จะได้กอดเธอในฐานะคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขา หลังจากนี้ เขาเองก็ต้องเดินหน้าต่อไป ในเมื่อพระเจ้าไม่ได้มอบเธอให้เขา เขาก็จะไม่ฝืน
บอดี้การ์ดหนุ่มที่พยายามแทบตายกว่าจะหลุดจากมือไม้ปลาหมึกของคนเมา เพราะต้องรีบออกมาดูเจ้านายสาวที่หายออกมานอกห้องกับชายหนุ่มรูปงามที่จ้องจะงาบเธอจนปิดบังทางสายตาไม่มิด
ก็รู้อยู่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว เธอจะคบใคร จะเดตกับใคร หรือแม้แต่จะนอนกับใคร เขาไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่ง แม้จะมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับเธอ แต่ไม่ได้มีหน้าที่มากันผู้ชายทุกคนให้ออกจากชีวิตเธอ แม้จะมีคำสั่งให้คอยจับตาดู แต่นั่นก็เพื่อคัดคนที่ไม่ดีออกไปจากชีวิตของเธอเท่านั้น ซึ่งไอ้หมอนี่ ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเก่ง และนิสัยก็โอเค ไม่ได้มีอะไรเสียหายเลยจริงๆ
ไคเลอร์กลับเข้ามานั่งที่เดิมอีกครั้ง เพราะดันไปเห็นภาพของหนุ่มสาวที่กำลังยืนกอดกันกลม ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พูดคุยอะไรกัน หรือได้ทำอะไรกันไปถึงไหน แต่ในเมื่อไม่ใช่เรื่องของเขา เขาก็จะไม่ยุ่ง
“ไคล์ ไปไหนนานจัง”
ทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่ง ซาร่าก็ขยับมานั่งกอดแขนเขาอีกแล้ว ในตอนนี้ เพื่อนของพวกเธอหลายคนที่มาร่วมปาร์ตี้ ต่างพากันทยอยกลับเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงริชชี่ที่นั่งหมุนขวดเบียร์ขวดน้อยบนโต๊ะเล่น กับซาร่าแม่สาวมือปลาหมึก ที่นั่งกอดและซบแขนเขาแน่นอยู่แบบนี้
“อ้าว เพื่อนๆ ไปไหนกันหมด”
พลอยชมพูเดินเข้าห้องมากับริชาร์ด ก็ต้องเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เมื่อเสียงดนตรีในห้องที่เคยเป็นจังหวะเร้าใจ เปลี่ยนเป็นเพลงช้าๆ เปิดคลอเบาๆ และเพื่อนที่ลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนานก็หายไปหมดด้วย
“กลับกันหมดแล้ว นี่ก็ดึกแล้วด้วย ยัยพวกนั้นก็เมาแอ๋ เลยรีบกลับกันน่ะ”
ริชชี่ตอบเพื่อนรัก ก่อนจะกลับมากลิ้งขวดที่วางบนโต๊ะเล่นอีกครั้ง
“แล้วแกเมารึยัง”
พลอยชมพูถามเพื่อนรัก เพราะดูท่าริชชี่ยังไม่เหมือนคนเมาสักเท่าไหร่ วันนี้คงมัวแต่เต้นสินะ เลยไม่ค่อยได้ดื่ม
“ยัง ได้อีกยาว”
“ดี งั้นเรามาเล่นเกมกันดีกว่า ถ้าปากขวดไปหยุดอยู่ที่ใคร คนนั้นต้องตอบคำถามของคนที่กลิ้งขวด ถ้าตอบไม่ได้ก็ดื่ม แล้วเป็นคนกลิ้งขวดและตั้งคำถามกับคนต่อไป ดีไหม”
ในคลับหรู ร่างบางนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาว ใกล้กันกับมาเฟียหนุ่ม แต่เธอก็พยายามเว้นระยะห่างให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้น่าเกลียด เพราะเธอเองก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่อยู่ใกล้กับเขา โซฟาตัวเล็กด้านข้างมีบอดี้การ์ดของเธอนั่งคุมเชิงอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง “ชอบที่นี่ไหมครับ” เจฟฟ์ถามสาวสวยที่นั่งข้างๆ ก่อนรินเครื่องดื่มให้เธออย่างเอาใจ ซึ่งเธอก็รับมาจิบแต่โดยดี เพราะไม่ค่อยอยากจะคุยอะไรกับเขาเท่าไรนัก ลำพังแค่มานั่งที่นี่ราวชั่วโมงกว่า เขาก็ป้อยอหยอดคำหวานเลี่ยนๆ จนเธอเอียนแทบจะอ้วก สงสัยสาวๆ ที่เขาเคยจีบติดจะชอบอะไรแบบนี้ เขาถึงเอามาใช้กับเธอด้วยเพราะคิดว่าเธอจะอ่อนระทวยกับถ้อยคำพวกนั้นสินะ “ชอบค่ะ เพลงเพราะแล้วก็กว้างขวางดี” เธอดื่มไปอีกหลายแก้ว รู้สึกอยากกลับโรงแรมเต็มทน จึงตั้งใจที่จะมอมเหล้าตัวเองนี่แหละ จะได้มีข้ออ้างให้กลับเพราะเมาแล้ว อย่างไรเสีย บอดี้การ์ดของเธอก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตรายแน่นอน “อือ ฉันรู้สึกเมาแล้วค่ะ ยังไงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะคุณเจฟฟ์” สาวสวยคนเดียวในโต๊ะส่งเสียงอ้อแอ้
เธอรั้งเขาเอาไว้อีกแล้ว เธอจะรู้ตัวไหม ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าพรุ่งนี้เธอตื่นมาแล้วจำสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ เธอคงด่าเขายับ หรือไม่ก็ฟ้องพ่อของเธอ ซึ่งเขาเองก็คงต้องยอมรับบทลงโทษที่มันจะตามมา ในเมื่อเขาอดใจไม่ไหว อยากชิมความหวานฉ่ำของเธอเอง “ไม่ได้ครับ คุณเมามาก คุณรู้ไหม ว่าผมเกือบจะทำอะไรคุณแล้ว” “ทำอะไร” “คุณพลอยยยย...เห้อ ผมขอโทษจริงๆ ผมต้องไปแล้ว” เสียงทุ้มลากยาวราวกับกำลังลำบากใจที่จะเอ่ย แต่ก็ต้องตัดใจ ก่อนที่อะไรๆ มันจะเกินเลยไปกว่านี้ “อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวไคล์ ฉันกลัว” เธอยังหวาดผวากับเรื่องที่เกิดขึ้นที่ผับ ในตอนนี้เธอกำลังรู้สึกดีและลืมมันได้อยู่แล้วแท้ๆ เพราะความอบอุ่นวูบวาบที่เขามอบให้ แล้วทำไมล่ะ เขาถึงจะทิ้งเธอไว้ให้จมอยู่กับความรู้สึกหวาดผวาแบบเดิมๆ อีก “คุณพลอย” ดวงตากลมโตน้ำตารื้น แค่เพียงกะพริบเบาๆ หยาดน้ำนั้นมันก็ไหลออกมาอาบแก้มนวล หัวใจแกร่งปวดแปลบที่เห็นเธออยู่ในสภาพนี้ จึงก้มลงจูบซับหยาดน้ำตาของเธอจนหมด “อย่าร้องครับ ผมอยู่นี่แล้ว” “อย่าไ
เขาพาเธอเข้ามานั่งเคียงข้างกันในรถยนต์คันหรูที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ มือใหญ่จับมือสั่นเทาของเธอทั้งสองข้างมากุมไว้ “คุณเป็นอะไรไหม” “มะ ไม่เป็นไร แค่ตกใจ” “ต่อไปจะไปไหนต้องบอกผม ถ้าผมตามมาไม่ทัน จะเกิดอะไรขึ้น คุณรู้ไหม” “ระ รู้ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่จะไปห้องน้ำ ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้” คนตัวบางเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะหยดไหล รู้สึกผิดเป็นครั้งแรกที่ความเอาแต่ใจเกือบทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย ซึ่งถ้าหากไอ้ล่ำนั่นมันลากเธอออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ ไม่ต้องคิดต่อเลยว่าเธอจะตกอยู่ในสภาพบอบช้ำแค่ไหนจากการถูกมันกระทำย่ำยี “คุณเห็นแล้วใช่ไหม ว่าอันตรายมันมีอยู่ทุกที่ และผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณ ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้” “อืม รู้แล้ว” เขาปล่อยมือของเธอ แล้วขับรถออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที จุดหมายปลายทางคือคฤหาสน์ตระกูลคลาร์ก “ไคล์ ฉันไม่อยากกลับบ้าน คืนนี้พาฉันไปนอนที่คอนโดหน่อย” “จะดีหรอครับ ถ้าคุณพอลรู้อาจเป็นห่วง” “เดี๋ยวฉันส่งข้อความบอกพ่อเอง ว่าวันนี้ฉันจะไปนอนคอ
พอล คลาร์ก เงียบไปชั่ววินาที ก่อนยกยิ้มมุมปาก แล้วเอ่ยต่อรองกับมหาอำนาจทางท่าเรืออย่างรามิเรซ “แต่ข้อเสนอที่คุณยื่นให้ ผมบอกเลยว่าน่าสนใจมาก แต่ผมไม่แน่ใจ ว่ายัยพลอยจะชอบกับเจฟฟ์ได้ไหม ผมขอให้คุณร่างเป็นสัญญาว่าถ้าลูกสาวผม ลงเอยแต่งงานกับทายาทคนใดคนหนึ่งของรามิเรซแทนแล้วกันครับ เพราะคงไม่เสียหายอะไร ถ้ายัยพลอยดันไปชอบกับลูกหลานคนให้คนหนึ่งที่ก็ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงของรามิเรซ เพราะอย่างไรเสีย อำนาจ เงินทอง ชื่อเสียง และผลประโยชน์ที่คุณคิดว่ามันเอื้ออำนวยกันได้ มันก็ไม่หนีหายไปไหน ยังไงมันก็ตกอยู่กับลูกหลานคนใดคนหนึ่งของรามิเรซอยู่ดี แบบนี้ดีไหมครับ” จอห์น รามิเรซ หยุดคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้ หากลูกชายเขาสามารถจีบเธอคนนี้ติด ก็จะเป็นไปตามความต้องการสูงสุด แต่ถ้าเป็นหลานของเขา หรือลูกชายนอกสมรสคนใดคนหนึ่งของเขาครองใจเธอได้ อย่างไรทั้งผลประโยชน์มหาศาล และฐานอำนาจที่เขาต้องการได้ ก็มาอยู่ในมือของคนตระกูลรามิเรซอยู่ดี “ผมตกลงครับ งั้นผมจะกลับไปแก้สัญญา ข้อตกลงเดิมตอนเริ่มทำสัญญาคือ 60/40 และถ้าหนูพลอยแต่งงานกับทายาทคนใดคนหนึ่งของรามิเรซ นับตั้งแต่การสมรสม
พลอยชมพูที่ยืนเสียมารยาทแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์แบบจริงจังเป็นครั้งแรก รู้สึกตกใจไม่น้อยที่คนรักเก่าของเขาพูดออกมาแบบนี้ ดูท่าแล้วอีกไม่นาน เธอคนนั้นต้องกลับมาหาเขาแน่ๆ เพราะคนรักปัจจุบันของเธอคงตีตัวออกหากเธอแน่แล้วจริงๆ “เรื่องมันผ่านมาสี่ปีแล้วเคธี่ อย่ากลับไปคิดเรื่องเก่าๆ อีกเลย” “ฉันขอโทษค่ะ” “ผมไม่ได้โกรธคุณ ไม่เคยโกรธ เพราะทุกคนต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองอยู่แล้ว” “แต่สิ่งที่ฉันเลือก มันไม่ได้ดีเท่าคุณเลย ฉันไม่เคยรู้สึกรักเขาได้เท่าที่เคยรักคุณเลยไคล์ และตอนนี้ ความรู้สึกนั้นมันก็ยังอยู่” “คุณเมาแล้วเคธี่ ไปนอนเถอะ” เขาตัดบทเพราะรู้สึกว่าคนรักเก่าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดแล้ว ต่อให้เธอจะเลิกกับนายนั่นจริง และเธอกลับมาหาเขา เขาก็ไม่มีทางกลับไปหาเธออีก ไม่ใช่รังเกียจอะไรหรอกนะ แต่ไม่อยากที่จะหลอกตัวเองอีกแล้ว การที่เขาคบเธอเพราะคิดว่าเข้ากันได้ดีทุกเรื่อง แต่เอาเข้าจริง ความรู้สึกรักใคร่พิศวาสในตัวเธอ มันแทบไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ เลยด้วยซ้ำ “คุณมาหาฉันได้ไหม ฉันอยากนอนกอดคุณค่ะไคล์” คนตัวโ
โอเค มันโอเคไม่น้อย ใจจริงเขาไม่ได้ต้องการผลประโยชน์อะไรมากมายจากท่าเรือแห่งนี้นักหรอก แต่การร่วมทุนและส่งผู้บริหารจากทางคลาร์กเข้าไปร่วมบริหารและแทรกซึมในครั้งนี้ เขามีเหตุผล ที่ยังบอกใครไม่ได้ แม้แต่ลูกสาวที่ต้องรับหน้าที่เข้าไปร่วมบริหารงานในครั้งนี้ “โอเคครับ 60/40 แต่ผมขอให้ลูกสาวผมเข้าไปบริหารในฐานะรองประธาน มีอำนาจเสนอ และตัดสินใจเรื่องการดำเนินงาน การตลาด หรือทุกเรื่องของท่าเรือและบริษัทขนส่งนี้ อีกเรื่องคือ ผมขอตำแหน่งที่ปรึกษาของลูกสาวผม ให้ไคเลอร์คนของผมเข้าไปดำรงตำแหน่งนี้ มีอำนาจหน้าที่คัดค้านและร่วมตัดสินใจเทียบเท่าผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่ง” “ครับ ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องสัญญา ทางผมจะนำไปให้คุณตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งถึงบริษัท” “ได้ครับ” “งั้นจากนี้ ผมส่งต่อหน้าที่ติดต่อประสานงานเรื่องสัญญา ให้ลูกชายผมเป็นคนประสานกับหนูพลอยเลยนะครับ” “ไม่มีปัญหาครับ” พลอยชมพูเงยหน้ามองลูกชายของผู้ชายคนนั้น ที่นั่งตรงข้ามกับเธออีกครั้ง ก็เห็นว่าหมอนี่นั่งมองเธอด้วยแววตาหยาดเยิ้มแทบจะกลืนกินเธอลงท้องไปอยู่แล้ว



![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



