แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: JAOTUNTEE
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-21 13:16:43

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราว ๆ หนึ่งชั่วโมง พะแพงที่ยืนอยู่หน้าระเบียงก็มองเห็นรถรางของพายุที่แล่นขึ้นมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักอีกครั้ง แม้ว่าจะค่อนข้างสายไปเสียหน่อย แต่ก็ยังพอมีแสงแดดอ่อน ๆ ที่ทาบทับไปกับไร่ชาเป็นสีทองสดใส พร้อมกับร่างสูงโปร่งของพายุที่ก้าวลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้มที่สดใส

“ถึงจะสายไปสักหน่อย แต่ถ้าไปตอนนี้ก็ยังทันได้เห็นชาวบ้านเก็บยอดชายามเช้ากันอยู่นะครับ”

ทันทีที่พะแพงได้ยินแบบนั้น ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายระยิบระยับทันที

“จริงเหรอคะ! งั้นไปเลยค่ะหนูอยากเห็นมาก ๆ เพียงพอ!!”

หญิงสาวพูดกับชายหนุ่มจบก็หันไปตะโกนเรียกเพื่อน เพียงพอเดินออกจากบ้านพักมาช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ เมื่อเห็นหน้าของพายุ แม้จะไม่ชอบใจผู้ชายคนนี้เท่าไหร่นักแต่ก็ยอมตามใจเพื่อนอยู่ดี สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องเดินลงไปยืนข้างรถรางก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งอย่างตื่นเต้น

"เก็บชากันมั้ยเพียงพอ ยอดอ่อน ๆ หอม ๆ ค่อย ๆ เด็ดทีละยอด ละยอด งื้อ!~"

"จ้า ๆ เอาที่เจ้าแม่ชาเขียวเลิฟเว่อร์ว่าเลยจ้า"

หลังจากสิ้นสุดบทสนทนานั้นทั้งรถก็เงียบไปครู่ใหญ่ ๆ แต่เพียงไม่นานรถรางก็เคลื่อนลงมาตามทางคดเคี้ยว จนถึงไร่ชาขนาดใหญ่ที่พายุจัดสรรไว้เป็นโซนท่องเที่ยวโดยเฉพาะ พะแพงลงจากรถมองไปด้านในก็เห็นคนงานจำนวนหนึ่งกำลังก้มเก็บยอดอ่อนด้วยท่าทางคล่องแคล่ว แสงแดดยามเช้าส่องกระทบหยดน้ำค้างบนใบชาเป็นประกายระยิบระยับราวกับว่าไร่ชาแห่งนี้กำลังเปล่งแสง

"เดี๋ยวทั้งสองคนเดินตามพี่มานะ"

พูดจบพายุก็เดินนำพาทั้งสองสาวอ้อมมาด้านหน้าของโฮมสเตย์ที่ทั้งสองมาเมื่อเช้า พะแพงกวาดตามองที่นี่อีกครั้งอย่างตั้งใจ ปรายตามองถัดไปไม่ไกลก็เห็นว่ามีป้ายไม้แกะสลักว่า ‘เช่าชุดพื้นเมือง’

เธอมองเข้าไปด้านในก็เห็นว่ามีห้องเล็ก ๆ ที่จัดแต่งสีสันสดใสและประดับไปด้วยชุดม้ง ชุดกะเหรี่ยง ชุดพื้นเมืองแขวนเรียงรายจนสะดุดตา

“เพียงพอ.. ชุดพวกนั้นน่ารักจัง ฉันอยากลองใส่อะ”

พะแพงหันมาหาเพื่อนพร้อมกับท่าทางตื่นเต้นจนตาโต เพียงพอเองก็หันมองไปตามที่เพื่อนชี้ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้หญิงสาว

“ก็ดูสวยดีนะ.. เอาสิ”

เมื่อพายุได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคุยกันเข้า ชายหนุ่มก็พาทั้งคู่เดินเข้าไปที่ร้าน ก่อนจะยกมือเรียกพนักงานที่ดูแลที่นี่

“พี่แป้งร่ำครับ.. ฝากพี่ช่วยดูแลทั้งสองคนให้ด้วยนะครับ จัดให้เต็มที่ ทั้งสองคนเป็น VVIP ของไร่ ค่าใช้จ่ายผมจัดการเอง”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเพียงพอก็รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะหันไปมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่เสื้อผ้าพวกเราเช่าเองก็ได้ ไม่อยากให้เรื่องพวกนี้มากลายเป็นบุญคุณในอนาคตสักเท่าไหร่”

เพราะเธอยังคงคิดว่าการกระทำของผู้ชายคนนี้ไม่บริสุทธิ์ และการที่เขาให้ที่พักและพาเก็บชาที่เป็นคอร์สท่องเที่ยวของไร่มันก็มากพอแล้ว หากยังดูแลเรื่องอื่นอีกเกรงว่ามันจะเยอะเกินไป แต่ความคิดเหล่านี้กลับไม่มีในหัวของพะแพงเลยสักนิด เธอกลับโน้มใบหน้ามากระซิบห้ามไว้ด้วยน้ำเสียงไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่

“เขาอยากเป็นป๋าเป็นเสี่ยสายเปย์อะไรก็ช่างเขาเถอะ เราไม่ได้ร้องขอ หากว่าเพียงพอกลัวว่าเขาจะมีลำเลิกบุญคุณทีหลัง เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ.. เพราะว่า.. เอ่อ มันเรียกอะไรนะ ที่ดาราเขาชอบใช้กันอะ”

“หือ”

“ก็ไอ้คำสวย ๆ นั่นไง เวลาที่เขาให้ของเพราะความรักความหน้ามืดตามัวโดยที่เราไม่ได้ขออะ”

“ให้เพราะเสน่หาเหรอ”

“เออใช่! คำนี้แหละ! เพราะเขาให้เพราะเสน่หา เราไม่ผิด!”

เพียงพอได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะยอมตามน้ำแบบไม่สบอารมณ์นัก

“แพงได้แล้ว..อุ๊ย! ชุดที่ถืออยู่นั่นเหมาะกับเพียงพอมากเลย”

“ชุดนี้เหรอ”

เธอถามพลางยกชุดนั้นขึ้นให้พะแพงดูอีกครั้ง หญิงสาวก็พยักหน้ารัว ๆ

“งั้นเอาชุดนี้ละกัน”

ในที่สุดหลังจากทั้งสองเดินเลือกชุดที่ตัวเองชอบได้แล้วพนักงานก็พาทั้งคู่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ใช้เวลาเพียงไม่นาน ทั้งสองสาวก็พากันเดินออกมาด้วยท่าทางที่เรียกว่าอารมณ์มาก ๆ

พะแพงเลือกสวมชุดสาวม้งสีสันสดใส ปักลายเสื้อละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ แม้จะดูเหมือนเป็นชุดลายธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่ใคร ๆ ก็สวมกัน แต่พออยู่บนร่างกายของเธอแล้วมันกลับดูโดดเด่นจนพนักงานสาว ๆ เองยังเผลอมองตาค้าง

“สวยมากเลยค่ะคุณลูกค้า”

“จริงเหรอคะ.. ขอบคุณนะคะ แพงชอบชุดนี้จัง”

เธอพูดไปพลางหมุนซ้ายหมุนขวามองกระจกไป ก่อนจะเดินตามพนักงานไปนั่งหน้ากระจก เธอช่วยถักเปียใหญ่ ๆ ทั้งสองข้างให้พะแพงจนเรียบร้อย ก่อนจะสวมหมวกม้งประดับลูกปัดเงินกรุ๊งกริ๊งเข้าชุด พร้อมกับแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้เข้ากัน

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเธอจึงก้าวออกมาจากร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะกวาดสายตาหาเจ้าของไร่ก็เห็นพายุที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขากำลังยืนคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ด้วยท่าทางเคร่งเครียด ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขานั้นหันมามองเธอพอดี

สายตาของชายหนุ่มจับจ้องอยู่ที่พะแพงเพียงอย่างไม่ปกปิด เขายกยิ้มบาง ๆ อย่างพึงพอใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะกดวางสายนิ่ง ๆ

“โอ้โห! นี่มันนางสาวหรือว่านางฟ้าครับเนี่ย”

แม้จะดูเป็นคำเห่ย ๆ แต่ก็ทำให้พะแพงหน้าแดงจัดจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้ในใจจะเตือนตัวเองเสมอว่าผู้ชายคนนี้อาจไม่จริงใจ แต่เพราะเธอไม่เคยถูกชมอย่างจริงจังแบบนี้มาก่อน เลยทำให้เธอเผลอใจพองโตขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะมีเสียงกระแอมเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง

“มุกเก่ามากบ่งบอกอายุเลยนะคะ”

เพียงพอที่ยืนอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้จนต้องเดินเข้ามาเอ่ยแทรก ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่ป้ายหน้าร้านแล้วหันไปเอ่ยถามอีกครั้ง

“ที่นี่มีช่างภาพถ่ายรูปให้ด้วยเหรอคะ”

“มีครับ เดี๋ยวพี่เรียกมาให้”

เขายกมือส่งสัญญาณไปอีกทางหนึ่ง ก็มีชายหนุ่มในชุดพื้นเมืองเดินเข้ามารีบ ๆ เพียงพอมองใบหน้าคมเข้มที่มีกล้องตัวใหญ่สะพายอยู่ที่คอนิ่ง ๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่คงเป็นช่างภาพมือดีประจำไร่ชา

“เดี๋ยววันนี้เราไปถ่ายรูปสองสาวกับพี่นะ ถ่ายได้เลยเต็มที่”

พายุสั่งเสียงทุ้มพร้อมกับยักคิ้วส่งให้เขาเบา ๆ

“อ่อ.. ได้ครับ”

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในไร่ชาด้วยกัน บรรยากาศที่นี่แม้ว่าจะผ่านมาถึงเวลาแปดโมงกว่าแล้ว แต่ยังคงอบอวลด้วยไอหมอกขาวหนาทึบราวกับเพิ่งรุ่งสาง อากาศเย็นจนลมหายใจกลายเป็นควันบาง ๆ ทิวทัศน์สุดสายตาเต็มไปด้วยแถวต้นชาเรียงรายลดหลั่นตามกันไปเป็นชั้น ๆ ราวกับเป็นพรมสีเขียวอ่อนที่คลุมทั้งภูเขา

“อยากลองเก็บใบชาเองไหมครับ”

พะแพงได้ยินแบบนั้นก็ตาโตพยักหน้ารัว ๆ

“แล้วถ้าหนูจะซื้อยอดชาอ่อนที่เก็บได้นี่คิดราคายังไงเหรอคะ แล้วเอาไปทำอะไรได้บ้าง”

“ใบชาที่เก็บได้ทั้งหมดในวันนี้ พี่จะพาไปแปรรูปแล้วก็ให้กลับไปเป็นของฝากจากไร่นะครับ”

“จะดีเหรอคะ ถ้าหนูเก็บเต็มตะกร้านั่นพี่จะไม่ขาดทุนเหรอ”

“สำหรับน้องพะแพงแล้ว พี่ไม่มีคำว่าขาดทุนหรอกครับ”

“พี่พูดอะไรเนี่ย! งั้นหนูจะไม่เกรงใจแล้วนะคะ”

“ยินดีมาก ๆ เลยครับ”

หลังจากพูดจบแล้วทั้งสองสาวก็เดินตามชายหนุ่มเข้าไปเก็บใบชาแบบเดียวกับชาวบ้านที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่รอบ ๆ โดยมีช่างภาพหนุ่มหล่อประจำไร่คอยตามเก็บภาพมุมสวย ๆ ไม่ห่าง ก่อนที่ช่างภาพคนนั้นจะเดินเข้ามากระซิบถามพายุเบา ๆ

“เจ้านายจะให้ถ่ายกี่รูปดีครับ”

พายุหันมามองหน้าเขาก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“ถ่ายไปเลยไม่จำกัด ค่าใช้จ่ายพี่จัดการเอง อ้อ! เน้นถ่ายสาวผมเปียให้มาก ๆ หน่อยนะ”

“ครับ”

พูดเสร็จเขาก็เดินตามพะแพงที่เดินไปก้ม ๆ เงย ๆ มองใบชาทันที พร้อมก้มลงสอนเธออย่างใจเย็น

“ยอดชาที่ดีต้องเป็นใบอ่อนนะครับ.. แบบนี้”

พะแพงเงยหน้ามองเขาแล้วพยักหน้าตามตาแป๋ว มือเรียวของเธอหยิบตามที่พายุสอนทุกขั้นตอนอย่างตั้งใจ และเพราะท่าทางของเธอนั้น ทำให้พายุต้องเหลือบมองใบหน้าใสที่จริงจังสุด ๆ แล้วแอบยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

“ผู้หญิงคนนี้.. น่ารักจริง ๆ แฮะ”

หลังจากก้ม ๆ เงย ๆ เก็บยอดชากว่าครึ่งชั่วโมง พะแพงก็หอบตะกร้าของตัวเองขึ้นมาดูแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

‘การเลือกเก็บเฉพาะยอดอ่อนนี่มันใช้เวลานานเหมือนกันนะเนี่ย ตั้งนานเพิ่งได้แค่นี้เอง’

และดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะล่วงรู้ความคิด เพราะทันใดนั้นพายุก็เดินยิ้มหวานเข้ามาหา ก่อนจะยกตะกร้ายอดชาแน่น ๆ ของตัวเองเทลงในตะกร้าเธอจนเกือบเต็ม พะแพงเบิกตาโพลงด้วยความตกใจก่อนจะหันไปมองเขา

“อะ.. อะไรคะ!”

“พี่แค่ไม่อยากได้ยอดชาของวันนี้แต่จะทิ้งก็เสียดาย หนูพะแพงเอาไปสิ.. หรือถ้าไม่อยากได้จะทิ้งก็ไม่ว่ากัน”

หญิงสาวก้มลงมองตะกร้าที่เมื่อครู่ยังมีติดก้นอยู่ไม่กี่ยอด แต่ตอนนี้กลายเป็นเกือบเต็มตะกร้า จู่ ๆ ใบหน้าของเธอก็รู้สึกเลือดลมสูบฉีดอุ่นวาบขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

“ทิ้งทำไมคะเสียดายแย่.. ขอบคุณนะคะ”

เธอพูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง

“ว่าแต่.. หนูยังเก็บต่อได้อีกไหมคะ”

พายุหัวเราะเบา ๆ ให้กับท่าทางนั้นด้วยความเอ็นดูที่ออกมาจากใจจริง ๆ

“สำหรับหนูพะแพง จะเก็บหมดแปลงพี่เลยก็ไม่ว่าครับ”

ทันทีที่เขาตอบออกมาแบบนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที ก่อนจะหันไปจ้องเขาแล้วยิ้มหวานจนตาหยี

“พี่พูดเองนะคะ เพราะหนูไม่ใช่คนที่เกรงใจใครเท่าไหร่เสียด้วยสิ จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหมคะ”

“จัดไปเลยครับ เอาที่หนูมีความสุขที่สุดได้เลย”

หลังจากที่พายุพูดจบเธอก็ยิ้มหวานแล้วหันไปเก็บยอดชาอ่อนอย่างตั้งใจอีกครั้ง

พายุยืนมองหญิงสาวอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่สายตาชายหนุ่มจะเหลือบไปเห็นช่างภาพกำลังเล็งกล้องมาทางพวกเขา เมื่อเห็นแบบนั้นสองเท้าจึงเดินอ้อมไปด้านหลังของเธอ จับตะกร้าที่พะแพงกำลังสะพายอยู่ยกขึ้นแล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้

“อะ.. อะไรคะ”

“ถ่ายรูปกันหน่อยสิ”

พะแพงเงยหน้ามองตามสายตาเขาไปยังช่างภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกล ข้าง ๆ นั้นมีเพียงพอที่ยังจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา จนเมื่อช่างภาพยกมือส่งสัญญาณเหมือนกำลังจะกดชัตเตอร์

“ยิ้มสวย ๆ หน่อยนะ”

พายุเอ่ยเสียงทุ้มก่อนจะก้มมองใบหน้าหวาน พะแพงเหลือบสายตามองเขาเล็กน้อย ก่อนจะยกแขนกอดอก พลางยิ้มหวาน ๆ ส่งให้เขา

“สวย ๆ เลยใช่ไหมคะ”

แล้วทันทีที่ช่างภาพกดชัตเตอร์ เธอก็ทำปากจู๋ใส่กล้องแบบไม่ทันให้ใครตั้งตัว แม้แต่ช่างภาพเองยังถึงกับชะงักหน้าเหวอไปเสี้ยววินาที แต่ก็เก็บอาการยิ้มแห้ง ๆ ส่งกลับมาให้ พร้อมกับเสียงหัวเราชอบใจของเพียงพอที่ดูเหมือนว่าจะสะใจมาก

พายุเหลือบตามองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนจะก้มลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดไปตามลำคอหญิงสาว

“เมื่อกี้หนูไม่ได้ทำหน้าประหลาด ๆ ใช่ไหมคะ ทำไมช่างภาพของพี่ทำหน้าเหวอขนาดนั้น”

“ละ.. แล้วถ้าหนูทำหน้าประหลาดจริง ๆ พี่จะเลิกจีบหนูเหรอคะ”

พะแพงถอยห่างจากลมหายใจนั่นเล็กน้อย ก่อนจะถามออกไปด้วยใบหน้าที่แดงเป็นลูกมะเขือเทศสุก แต่มันกลับยิ่งทำให้ชายหนุ่มนั้นยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหา ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นเป่ารดแก้มเธออีกครั้ง

"ต่อให้หนูพะแพงทำหน้าประหลาดกว่านี้อีกสิบแบบ พี่ก็ยินดีจะตามจีบหนูไปตลอดชีวิตอยู่ดีค่ะไม่ต้องห่วง"

หลังจากที่เขาพูดประโยคนั้น ก็ทำเอาหัวใจของหญิงสาวนั้นเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมาจากอก ก่อนที่เธอจะผละใบหน้าออกห่างจากเขาอีกครั้ง แม้จะออกห่างมาแล้วแต่ความร้อนบนแก้มของเธอยังคงแดงเรื่ออย่างชัดเจน จนพะแพงต้องรีบเบือนสายตาไปอีกทาง

“งั้น.. หนูขอเก็บเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า”

พูดจบเธอก็หันหลังแล้วรีบก้มหน้าก้มตาเก็บยอดชาอ่อน ราวกับว่าจะเอาใบชาเหล่านั้นมาซ่อนความรู้สึกที่กำลังสับสนในอก พายุเองก็ยืนมองท่าทางของหญิงสาวด้วยแววตาพึงพอใจที่สามารถทำให้เธอเขินได้ พร้อมกับมุมปากของเขาที่ยกยิ้มบาง ๆ แบบที่เจ้าตัวเองก็ห้ามไม่อยู่

ก่อนที่เขานั้นจะล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบมือถือออกมา โบกไปมาเล็กน้อย

“ให้พี่ถ่ายวิดีโอให้ไหมครับ เผื่อหนูพะแพงอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

พะแพงเงยหน้าขึ้นหันกลับไปมองเขาที่กำลังยกมือถือชูขึ้นเล็กน้อย

“ถ่ายวิดีโอเหรอคะ งั้น.. เอามือถือหนูถ่ายก็ได้ค่ะพี่พายุจะได้ไม่ลำบาก”

ว่าแล้วเธอก็ยืดตัวทำท่าจะหยิบมือถือของตัวเอง แต่พอล้วง ๆ คลำ ๆ อยู่พักใหญ่ก็ชะงัก ใบหน้าหวานดูเหวอไปครู่หนึ่งเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าชุดชาวดอยนี้มันไม่มีแม้แต่กระเป๋าเดียว! ดวงตากลมโตไหวระริกก่อนที่ริมฝีปากจะขยับพึมพำเบา ๆ

“มือถือหายเหรอ ไม่สิ.. แล้วเอาไปไว้ที่ไหนละเนี่ย”

พายุมองเธอที่ทำหน้าตาสับสนได้น่ารักจนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ ออกมา

“ไม่ใช่อยู่ในกระเป๋าที่หนูฝากไว้ที่ห้องเช่าชุดหรอกเหรอ”

“อ้อ.. จริงด้วย!”

พะแพงตีหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างโล่งอก ในจังหวะนั้นเองพายุก็ฉวยโอกาสเอ่ยต่อ

“งั้นเอาแบบนี้ดีไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้เอง เรากลับลงไปแล้วค่อยส่งให้ก็ได้ แค่ขอช่องทางติดต่อคงไม่หวงหรอกใช่ไหม”

น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยถามอย่างคนที่ตั้งใจจะทำอะไรให้ใครสักคนชวนให้หัวใจเธอสั่น ดวงตากลมโตเหลือบไปมองเพียงพอที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เห็นเพื่อนที่กำลังยืนกอดอกจ้องมองมาทางเธอและพี่พายุด้วยสีหน้าราบเรียบ ก็พอรู้ได้ว่าเพียงพอนั้นยังคงไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่

“เพียงพอ! เอามือถือมาด้วยไหม”

ทันทีที่เธอเอ่ยถามเพียงพอก็ส่ายหน้ากลับมาแทบจะทันที

“ลืมไว้ในกระเป๋าที่ห้องแต่งตัวน่ะ”

เมื่อเป็นแบบนั้นพะแพงจึงหันกลับมาหาพายุอีกครั้ง

“งั้น.. หนูขอรบกวนพี่พายุหน่อยนะคะ แต่ว่า.. ถ่ายให้สวย ๆ นะคะ ห้ามถ่ายออกมาดูเหมือนหนูอ้วนนะ”

“จัดให้ตามที่ขอเลยครับคนสวย”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 25

    หลังจากคืนนั้นพายุก็ทำตามที่พูดไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็นเขาจะเป็นคนมารับมาส่งพะแพงด้วยตัวเองเสมอ ราวกับว่าเวลาของเขามีไว้เพื่อเธอเพียงคนเดียว การปรากฏตัวของชายหนุ่มสูงใหญ่ในรถหรูที่หน้ามหาวิทยาลัยทุกวันทำให้หลายคนหันมามองด้วยความสนใจ และข่าวลือก็แพร่ไปทั่วอย่างรวดเร็วที่ว่าพะแพงมีแฟนเป็นเจ้าข

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 24

    คำพูดบ้า ๆ นั่นทำให้พะแพงแทบจะสำลักอากาศทั้งตกใจทั้งเขิน“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย!”หลังจากที่เธอพูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์จอดสนิทที่หน้าหอพักในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ทั้งพายุและพะแพงต่างนั่งนิ่งราวกับถูกกลืนไปกับความเงียบในห้องโดยสาร กระทั่งเสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“ที่พี่บอก

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 23

    “พี่กำลังจะบอกว่าพี่ถูกวางยาเหรอคะ แต่ว่าถึงจะวางยา ถ้าเป็นยาปลุกเซ็กส์.. ถ้าอย่างนั้น..”“พี่ไม่รู้ว่าสปายตั้งใจจะทำอะไร แต่ดูเหมือนว่ายาที่พี่กินมันจะเป็นยานอนหลับ”“แล้วพี่จะทำยังไงต่อคะ”“หลังจากที่บริกรลากพี่เข้าไปในห้องได้ไม่นาน ก็เป็นสปายที่เดินตามเข้าไปในห้องจริง แต่ที่แปลกคือพอผ่านไปไม่กี่น

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 22

    พะแพงเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อได้ยินคำสั่งนั้นของผู้เป็นพ่อ รวมทั้งสายตาของพายุที่มองไปยังประมุขของบ้านเองก็ดูจะไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่อีกด้วย เรียกได้ว่าสายตาของสองพ่อลูกคู่นี้ทำให้บรรยากาศตอนนี้จะดูตึงเครียดเกินกว่าที่เธอจะพูดอะไรออกมาได้ แต่โชคดีที่ผู้เป็นแม่ซึ่งดูเหมือนจะเห็นว่าบรรยากาศกำลัง

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 21

    เพียงพอที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลเห็นท่าทางใจอ่อนของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกเสียงดัง“เฮ้อ~ เพื่อนฉัน”แต่สุดท้ายก็รู้ดีว่าในใจของพะแพงนั้นคงมีคำตอบอยู่แล้ว และถ้าคำตอบนั้นมันทำให้เธอมีความสุข เธอก็ไม่อยากจะเข้าไปขัดความสุขนี้ของเพื่อน“หนูจะฟังก็ได้.. แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ”พายุกระชับแขนแน่นอี

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   บทที่ 20

    “เดี๋ยวนะ! แล้วมันยังไงอะ ทำไมเมื่อกี้แกร้องไห้ อย่าบอกนะว่าเขาข่มขืนเธอรึเปล่า ถ้าใช่ฉันจะพาไปแจ้งความเดี๋ยวนี้เลย”ทันทีที่ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น พะแพงเองก็ส่ายหน้าพรืดเป็นการปฏิเสธ“ไม่ใช่..”“แล้วทำไมก่อนนี้ถึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นละ”“ฉันเพิ่งรู้เมื่อเช้า..”หญิงสาวพูดออกมาเพียงเท่านั้นก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status