Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา

Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-21
Oleh:  JAOTUNTEEOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
25Bab
180Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“ถ้าเจอคนที่ใช่ ต่อให้เร็วแค่ไหนก็เหมือนว่าเจอกันช้าเกินไปนะ.. พี่น่าจะเจอหนูให้ไวกว่านี้สักสองสามปีเนอะ” “ถ้าเจอเร็วกว่านี้ พี่ก็พรากผู้เยาว์แล้วค่ะ!”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“แม่คะ หนูตัดสินใจแล้ว หนูอยากไปเรียนต่อที่เชียงรายค่ะ”

พะแพง สาวน้อยวัย 18 ปี ที่กำลังจะผ่านพ้นชีวิตช่วงมัธยมปลายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีดำหยักศกทรงเสน่ห์ ดวงตากลม ปากนิดจมูกหน่อย มาพร้อมกับผิวขาวจั้วะน่าเจี้ยะตามแบบฉบับสาวลูกครึ่งไทยจีน

เธอเอ่ยขึ้นในตอนที่นิ้วเรียวกำลังเลื่อนดูรายละเอียด ของมหาวิทยาลัยที่เชียงรายอย่างใจจดใจจ่อด้วยความคาดหวัง ทำให้ผู้เป็นแม่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าจากแก้วกาแฟที่ถืออยู่ พร้อมส่งรอยยิ้มจาง ๆ มาให้ด้วยความกังวลเล็กน้อย

“เชียงรายงั้นเหรอ ลูกพูดจริงเหรอคะ ทำไมไม่เรียนที่กรุงเทพตามเดิมล่ะ มันสะดวกกว่าใกล้บ้านด้วย”

“หนูรู้นะคะว่าอยู่กรุงเทพก็ง่ายและปลอดภัย แต่แม่ก็รู้ว่าหนูชอบใบชามาก ๆ หนูอยากเรียนรู้เกี่ยวกับใบชาอย่างจริงจังในสถานที่จริงค่ะ”

พะแพงนั่งยืดตัวตรง ก่อนจะยื่นไอแพดที่มีภาพมหาวิทยาลัยที่เธอสนใจไปให้ผู้เป็นแม่ หญิงสาววัยสามสิบเจ็ดปีถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ มองลูกสาวด้วยความเหนื่อยหน่าย

“นี่ลูกจะจริงจังกับมันมากไปหรือเปล่า”

“หนูเอาจริงค่ะแม่ หนูไม่ใช่แค่ชอบเล่น ๆ นะคะ หนูฝันอยากเห็นไร่ชา อยากรู้ว่ามันเติบโตยังไง อยากเรียนรู้วิธีชงชาให้ดีที่สุด หนูอยากทำงานที่เกี่ยวกับชาให้เต็มที่ ถ้าเป็นไปได้หนูอยากจะซื้อภูเขาสักลูกเพื่อปลูกมันเลยค่ะ”

เสียงของพะแพงมีความหนักแน่นมาก มากเสียจนผู้เป็นแม่นั้นรู้สึกถึงพลังและความตั้งใจของลูกสาว

“แต่เชียงรายไกลนะลูก แล้วเพื่อน ๆ ก็ไม่อยู่ที่นั่น แม่ว่า..”

“หนูรู้ค่ะว่าไกลและอาจเหงานิดหน่อย แต่หนูคิดว่ามันคุ้มค่ามากนะคะ หนูพร้อมรับมือกับทุกอย่าง แม่คะ.. หนูเป็นลูกสาวแม่นะ ไม่เชื่อใจหนูเหรอว่าหนูอยู่ได้”

หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายเป็นคำถาม แม่เงียบไปสักพัก ก่อนจะวางแก้วกาแฟแล้วขยับไปลูบหัวลูกสาวช้า ๆ

“เฮ้อ~ ถ้าเป็นอย่างนี้แม่คงห้ามลูกไม่ได้จริง ๆ ใช่ไหม”

ทันทีที่เห็นว่าแม่เริ่มใจอ่อน พะแพงก็ฉีกยิ้มกว้างแบบเด็กสาวที่รอคอยช่วงเวลานี้มานาน

“หนูสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนและดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดนะคะ”

แม่พยักหน้าช้า ๆ สุดท้ายก็ยอมยกธงขาวด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ไปให้

“ต้องโทรหาแม่ทุกวันด้วยนะ”

พะแพงกอดแม่อย่างอบอุ่น ก่อนจะถอยออกมามองแผนที่กระดาษของเชียงรายในมือ ความฝันเรื่องใบชาที่เธอหลงใหลมาตั้งแต่จำความได้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

2 เดือนต่อมา

ครืด~ ครืด~

เสียงล้อกระเป๋าเดินทางครูดไปตามพื้นที่ไม่เรียบนัก พะแพงกึ่งดึงกึ่งลากกระเป๋าใบโตขึ้นบันไดตามคำบอกของป้าดูแลหอ จนมาหยุดหน้าประตูไม้สีครีมหมายเลข 305

“นี่จ้ะห้องของหนู อยู่กับเพื่อนอีกคนนะจ๊ะ เหมือนว่าเขาจะมาก่อนแล้ว”

ป้าแดงผู้ดูหอในตึกAเอ่ยพร้อมรอยยิ้มใจดี ก่อนจะยื่นกุญแจให้แล้วเดินกลับลงไปด้านล่าง เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอเองไม่เคยอาศัยร่วมกับคนอื่นที่ไม่รู้จักมาก่อนทำให้รู้สึกเกร็งอยู่บ้าง เมื่อรู้ว่าด้านในมีคนเธอจึงยกมือเคาะประตูเบา ๆ อย่างมีมารยาท

ก๊อก! ก๊อก!

แต่รออยู่หลายวินาทีกลับไม่มีเสียงตอบจากด้านใน เธอจึงถือวิสาสะค่อย ๆ บิดลูกบิดเข้าไปช้า ๆ

แอ๊ด~

ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ก็ได้กลิ่นหอมของสบู่อ่อน ๆ ลอยปะปนกับกลิ่นกระดาษหนังสือ กับหญิงสาวร่างเล็กผมหน้าม้าเรียบกริบ สวมแว่นกรอบดำนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะหนังสือริมหน้าต่าง แสงจากพระอาทิตย์ด้านนอกส่องให้พะแพงเห็นว่าบนหนังสือเล่มนั้นมีแต่ตัวอักษรแน่นเต็มไปหมด

‘เด็กเนิร์ดเหรอ’

เพื่อนร่วมห้องเงยหน้ามามองพะแพงเพียงเสี้ยววินาที สายตานั้นนิ่งเฉยเหมือนประเมินสภาพ จากนั้นก็หันกลับไปจดโน้ตต่อโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยทัก

พะแพงยิ้มแห้ง ๆ แบบเก้อ ๆ ก่อนจะลากกระเป๋าไปยังเตียงว่างฝั่งตรงข้าม เธอเริ่มจัดของที่เตรียมมาเงียบ ๆ วางเสื้อผ้าในตู้ ห้อยเสื้อกันหนาวไว้ที่ราว แล้วก็หยิบหมอนกับผ้าห่มออกมาจัดเรียง ระหว่างนั้นเธอฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอแก้ความเงียบงันที่ชวนอึดอัด

แต่สองชั่วโมงผ่านไป ผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงก้มหน้ากับหนังสือเหมือนเดิม ราวกับในห้องนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ พะแพงวางกรอบรูปที่เป็นภาพของเธอกับแม่ลงบนโต๊ะหัวเตียง ก่อนหันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมห้องอีกครั้ง

“เอ่อ.. สวัสดี เราชื่อพะแพง เรียนคณะเกษตรปีหนึ่ง เธอชื่ออะไรเหรอ”

ผู้หญิงคนนั้นหยุดเขียนชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้ามามองเธอเล็กน้อย

“เพียงพอ”

เสียงเรียบสั้นและไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ พร้อมทั้งหันกลับไปสนใจหนังสือต่ออย่างไม่ไยดีเธอเลยสักนิด พะแพงทำได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ พอเห็นปฏิกิริยาแบบนั้นจากเพื่อนร่วมห้อง

“อ๋อ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

และเมื่อไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงในบรรยากาศที่ชวนอึดอัดนี้ เธอจึงเลือกที่จะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจะออกไปหายใจหายคอด้านนอกมากกว่า

“เราจะออกไปซื้อข้าว เธอเอาด้วยไหม”

เพียงพอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเธอยังคงเรียบนิ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเพียงครั้งเดียว

“ไม่ล่ะ”

แล้วก็หันไปสนใจกับหนังสือเล่มนั้นต่อ พะแพงยืนเก้ออยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ

“โอเค งั้นเราไปก่อนนะ”

เธอเปิดประตูออกมาด้านนอก พอประตูสีครีมนั้นปิดโรงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“บรรยากาศชวนอึดอัดอะไรกันเนี่ย”

หลังออกจากหอพักตึก A พะแพงรีบเดินไปยังจุดบริการจักรยานเช่าหยอดเหรียญที่เธอเห็นหน้าหอพักของมหาวิทยาลัย หญิงสาวเลือกคันสีฟ้าอ่อน ก่อนจะสแกนจ่ายเงินแล้วปั่นออกไปทางประตูหน้ามหาลัยที่เธอจำได้ว่ามีแหล่งอาหารมากมายรออยู่

ปั่นมาเพียงไม่นาน สายตาก็ปะทะเข้ากับตลาดข้างมหาวิทยาลัยก็อยู่ตรงหน้าห่างกันเพียงรั้วกั้น กลิ่นไส้อั่ว หมูย่าง และน้ำเงี้ยวลอยคลุ้งชวนให้ท้องร้อง พะแพงจอดรถไว้ที่จุดจอด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอกแล้วเดินเลือกซื้อทั้งอาหารและขนมพื้นเมืองอย่างตื่นเต้นจนถุงในมือแทบล้น จากนั้นก็แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของใช้จำเป็นเพิ่มอีกนิดหน่อย

“แม่หนู สนใจลองกินข้าวปุกงาไหมลูก หอม ๆ เลยนะ”

“ขนมเหรอคะ งั้นเอาชุดหนึ่งค่ะ”

คุณยายมีอายุนำขนมใส่ถุงให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งใส่มาในถุงด้วย

"ใบนี้ของหนูนะลูก"

"คืออะไรเหรอคะ"

"ใบดูดวงตามโหราศาสตร์อะไรสักอย่าง มีผู้หญิงที่แต่งตัวแปลก ๆ มาฝากป้าไว้บอกว่าให้กับหนูนั่นแหละจ้ะ"

"กับหนูเหรอคะ"

"ใช่จ้า เพราะเมื่อกี้หนูเดินผ่านไปใช่ไหมล่ะ เธอคนนั้นบอกว่าต้องให้หนูให้ได้เลยนะ"

"อ๋อ ขอบคุณค่ะ"

พะแพงที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ทันทีที่เดินมาถึงที่จอดจักรยานจึงได้หาถุงขนมนั้นแล้วหยิบกระดาษในนั้นออกมาดู

'คนที่เกิดวันศุกร์.. เสน่ห์แรง โรแมนติกชอบความรัก หัวศิลป์สายอาร์ต คุยเก่งเข้าสังคมง่าย อารมณ์อ่อนไหว และรักอิสระ'

"มันก็แค่ดูดวงทั่ว ๆ ไปไม่ใช่เหรอ ไร้สาระ"

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็หยิบกระดาษใส่ถุงขนมไว้ที่เดิม เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่เธอลิสต์ไว้ในหัว มือทั้งสองข้างของเธอก็เต็มไปด้วยถุงข้าวของมากมายจนแทบจะลากพื้น ทำให้การปั่นจักรยานกลับหอจึงกลายเป็นภารกิจที่เรียกว่าทุลักทุเลขั้นสุดกว่าจะถึงที่หมาย

เธอจอดรถจักรยานไปที่เดิม พร้อมหอบหิ้วข้าวของเดินขึ้นไปเคาะประตูห้อง 305 อยู่สองสามครั้ง และไม่นานเพียงพอเพื่อนร่วมห้องป้ายแดงก็เดินมาเปิดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หญิงสาวสบตาพะแพงแวบหนึ่งก่อนจะขยับตัวหลบให้เธอเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูลง ดวงตากลมโตที่ลอดผ่านใต้เลนส์แว่นมองพะแพงที่กำลังวางถุงทั้งหมดลงบนโต๊ะกลางห้อง

“ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม ฉันซื้อขนมมาฝากด้วยนะ”

หลังจากที่พะแพงวางถุงทั้งหมดลงแล้ว เธอหันมาพูดกับเพื่อนร่วมห้องด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร แต่เพียงพอมองถุงอาหารที่แทบเต็มโต๊ะด้วยสายตานิ่ง ๆ

“ไม่หิว”

เธอพูดเพียงแค่นั้นและทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะหนังสือของตัวเองอีกหน ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่พะแพงคิดเอาไว้สักเท่าไหร่ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอื้อมคว้าข้อมือเพียงพอเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิญชวนอีกครั้ง

“ฉันซื้อมาเยอะขนาดนี้เธอจะไม่ช่วยกินหน่อยเหรอ ฉันกินไม่หมดหรอกนะ”

เพียงพอหยุดเท้าก่อนจะใช้สายตามองไปที่ข้อมือตัวเองโดยไม่พูดอะไร แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้พะแพงรู้ตัวว่าทำเกินไปหน่อย ก่อนจะรีบปล่อยมือพร้อมพูดติดขำเพื่อทำลายบรรยากาศ

“มากินเถอะน่า ฉันไม่ใส่ยาพิษหรอก”

เพียงพอยืนเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ หญิงสาวมองพระแพงที่กำลังแยกถุงอาหาร เมื่อเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบจานชามมาหลายใบแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม ทั้งคู่ช่วยกันแกะถุงเทอาหารใส่จาน แม้จะไม่ได้คุยอะไรกันมาก แต่บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงกว่าเดิมไม่น้อย

ครืด! ครืด!

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจะตักอาหารกินกันนั้น จู่ ๆ มือถือของพะแพงที่วางไว้ข้าง ๆ ก็ดังขึ้น เธอเหลือบไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกก็ชั่งใจอยู่คู่หนึ่ง แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ

“ฮัลโหล.. อ๋อ ได้ค่ะ เดี๋ยวลงไปค่ะ”

เธอกรอกเสียงให้ปลายสายก่อนจะรีบวางแล้วหันมาหาเพียงพอ

“ฉันลงไปรับของก่อนนะ เธอกินก่อนเลย”

พะแพงกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงไปชั้นล่าง เพื่อรับน้ำที่เธอสั่งเอาไว้จากไรเดอร์ จ่ายเงินเสร็จแล้วก็รีบกลับขึ้นห้องทันที แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามากลับพบว่าเพียงพอนั้นนั่งเฉย ๆ รอเธออยู่ก่อนแล้ว

“ฉันไม่รู้ว่าเธอชอบกินอะไรเลยซื้อมาเหมือนกัน เธอกินชาเขียวได้ไหม”

เธอพูดก่อนจะยื่นชาเขียวไปให้เพียงพอแก้วหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้พะแพงประหลาดใจก็คือ ทันทีที่เพียงพอเห็นชาเขียว แววตาที่เคยเย็นชาของเธอกลับดูเป็นประกายขึ้น

“กินได้”

เพียงพอตอบสั้น ๆ ก่อนจะดูดน้ำในแก้วนั้นอย่างอารมณ์ดีผิดกับคนก่อนหน้านี้ลิบลับ

“นี่เธอก็ชอบชาเขียวสินะ ดีเลย! อย่างน้อยเราก็มีอะไรที่ชอบเหมือนกัน”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
25 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status