INICIAR SESIÓNกลับมาถึงคอนโดฯ ก็เกือบตีหนึ่ง พอธามส่งฉันถึงหน้าห้อง มันก็โทร. หาวินด์เพื่อให้ลงมารับ เพราะจะดุ่มๆ เดินไปหาวินด์ที่ชั้นสามสิบเอ็ดไม่ได้ ด้วยว่าไม่มีคีย์การ์ดสแกนลิฟต์ชั้นนั้น
“ไม่รับเหรอ” ฉันถามธามเมื่อเห็นมันกดโทร. หาวินด์เป็นสายที่สาม แต่เพื่อนของเราสองคนก็ไม่มีทีท่าว่าจะรับ
“อือ คงนอนหลับไปแล้วมั้ง”
ทุกคนในกลุ่มต่างก็รู้ว่าเวลานอนไอ้วินด์มันจะปิดเสียงโทรศัพท์ บางวันก็ปิดเครื่องไปเลยเพราะไม่ต้องการให้ใครรบกวนเวลาพักผ่อนอันแสนมีค่าของมัน
“งั้นเอาไง จะกลับบ้านไหม หรือว่า.. นอนห้องกู” ธามมองหน้าฉัน คงกำลังคิดว่าจะเอายังไงดีแหละ
“แล้วกู.. นอนได้ไหม”
“ก็ได้แหละ” บ้านธามอยู่ไกลพอสมควร แล้วนี่ก็ดึกแล้ว มันก็ดูง่วงด้วย ฉันคงไม่ใจร้ายไล่ให้มันขับรถกลับตอนนี้หรอก
ฉันเปิดประตูพาธามเข้าห้อง เหตุการณ์อย่างนี้เคยเกิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และวันนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คงต่างจากครั้งไหนที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ธามแค่มาค้าง เราคง.. ไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่ากัน
“มึงจะอาบน้ำไหม กูจะได้หาเสื้อกับผ้าเช็ดตัวให้”
“อือ อาบสิ กูเหนียวตัวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
“งั้นรอแป๊บ” ฉันเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า โชคดีที่ครั้งก่อนที่ธามมาค้างกับฉัน มันดันลืมเสื้อผ้าทิ้งไว้ “อ้ะนี่เสื้อผ้ามึง ส่วนผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องน้ำ”
“ขอบใจ”
“ไม่ต้องขอบใจ เพราะกูไม่ได้ให้มึงนอนฟรีๆ พรุ่งนี้เลี้ยงข้าวกูเลยนะมึง ค่าห้อง” ฉันไม่ได้หวังอะไรจากมันอยู่แล้ว แค่ต้องการให้บรรยากาศเก่าๆ ของความเป็นเพื่อนระหว่างเราสองคนกลับคืนมา เลยพยายามพูด พยายามทำเหมือนอย่างที่ไอ้เฟย์คนเก่าเคยทำเคยเป็นเท่านั้น
“กับเพื่อนกับฝูงก็ยังงกอีกมึงนี่ เออๆ เลี้ยงก็เลี้ยง”
ธามเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ฉันเลยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตัวเองที่ปกติจะมีแค่ฉันคนเดียวเป็นเจ้าของ ยกเว้นก็แต่ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาที่บางวันจะมีใครบางคนมานอนด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ไอ้คนตัวสูงๆ หน้าหล่อๆ ที่พึ่งเดินเข้าห้องน้ำไปนั่นแหละ
ใช้เวลาไม่นานธามก็อาบน้ำเสร็จ มันแต่งตัวเรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำ ไม่ได้นุ่งแค่ผ้าขนหนูเดินโทงๆ ออกมาเหมือนอย่างเมื่อก่อน แต่ก็ดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากเห็นหุ่นล่ำๆ ของมัน ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงได้จินตนาการบรรเจิดแน่ ก็หุ่นไอ้ธามแซ่บซะขนาดนั้น ไม่ให้คิดไปไกลได้ยังไงไหว
“มึงนอนก่อนกูเลยก็ได้นะ กูอาบน้ำนาน” ฉันลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ ซึ่งก็ตั้งใจว่าจะอาบให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาบแม่งสักชั่วโมงไปเลย เพราะจะได้ออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่ไอ้ธามหลับแล้ว
"เปล่า" ฉันคว้าเดรสสีชมพูที่แขวนอยู่ในตัวเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองไปที่ห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดที่ไอ้ธามไม่ทำอะไร "ชิ! คนอุตส่าห์เคลิ้ม คอยดูนะ ครั้งหน้าแม่จะเล่นตัวซะให้เข็ด"ไม่นานฉันก็ออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นเดรสสีชมพูหวาน ทั้งยังปล่อยให้ผมยาวสลวยพลิ้วไหวเคลียคลอไปกับแผ่นหลังบาง"สวย" ธามมองฉันตาเยิ้ม เล่นเอาฉันเขินจนไปไม่เป็น"เฮ! อย่ามองแบบนี้ดิ""ก็เฟย์สวย" พ่อน้องฟางคว้าเอวฉันให้นั่งลงบนตัก "สวยมาก สวยจนทำธามใจสั่นไปหมดแล้วรู้ไหม""ไม่คิดว่าธามจะพูดอะไรแบบนี้เป็นกับเขาด้วย" แต่ก่อนธามเย็นชาเข้าถึงยาก แต่ก็นั่นล่ะถึงทำให้ฉันตกหลุมรักพ่อน้องฟางเรียวปากบางหยักขยับยิ้มให้ฉัน เป็นยิ้มที่ส่งให้ดวงตาคู่คมสว่างเจิดจ้า แถมยังทำให้ฉันได้เห็นรอยตีนกาที่หางตาธามอีกด้วย "พรุ่งนี้ก็สามสิบแล้วสินะธาม""ใช่ สามสิบแล้ว อายุเหมาะสมที่จะมีครอบครัว""หาแฟนสิ ถ้าอยากแต่งงาน" ธามมองฉันแล้วอมยิ้ม"ก็นั่งอยู่บนตักนี่ไงแฟนธาม""ขี้ตู่ เฟย์ไปเป็นแฟนธามตั้งแต่ตอนไหน""เป็นตั้งนานแล้ว รู้ไหมตอนที่ธามอยู่เมืองนอก เวลามีคนถามว่ายูมีแฟนไหม ธามก็บอกว่า แฟนไอชื่อเฟย์""ง้ะ! ได้ไง ธามยังไม่เคยขอเฟย์เป็นแ
“ธามไม่เหลือใครแล้วนะเฟย์ เฟย์อย่าทิ้งธามไปเหมือนที่แม่ทิ้งธามไปได้ไหม” ไม่รู้หรอกว่าธามถูกผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่ทำอะไรไว้บ้าง แต่คงสาหัสสากรรจ์จนฉันไม่อยากจินตนาการถึง“อื้อ เฟย์จะอยู่ตรงนี้ อยู่กับธาม” ฉันกอดธามแน่นกว่าเดิม “ไม่ต้องห่วงนะ เราจะมีกันและกัน มีธาม มีน้องฟาง มีเฟย์ มีเราสามคน ดีไหมธาม”“ดี” ธามซุกหน้าเข้าหาอกฉันเหมือนลูกน้องตัวน้องที่ต้องการหาที่พึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่คิดปฏิเสธ ที่ฉันพูดกับแม่ธามไปว่าพ่อน้องฟางเป็นคนในครอบครัวที่ฉันต้องปกป้องดูแล ไม่ได้จะพูดเอาเท่ส์อะไร แต่หมายความตามที่ปากพูดออกไปจริงๆ “ธามโชคดีที่มีเฟย์อยู่ข้างกัน”“แล้วที่ผ่านมา.. ธามต้องเจออะไรแบบนี้บ่อยไหม”“ทุกครั้งที่แม่มาหา” ฉันสะเทือนไปทั้งอก สงสารพ่อของลูกจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวครอบครัวฉันแม้ฐานะไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ทว่าก็มีความรักความอบอุ่นให้กันและกันจนล้นเหลือ ซึ่งคงตรงกันข้ามกับธาม ธามที่มีเพียงท่านธนัส พ่อที่แบกรับทุกอย่าง ทั้งความเสียใจจากภรรยา และดูแลลูกชายคนเดียวเพียงลำพัง“อาทิตย์หน้าพ่อแม่เฟย์จะมาเยี่ยมเฟย์กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ ชวนพ่อธามมากินข้าวที่บ้านเฟย์ดีไหม แม่เฟย์ทำอาหารอร่อยนะ”
เพราะอย่างนี้เองสินะที่ตลอดมาทำไมธามไม่เคยเล่าเรื่องแม่ให้ฉันฟัง ทั้งที่กับเจ้าสัวธนัสเอง ธามมักเล่าเรื่องท่านให้ฉันกับน้องฟางฟังอยู่บ่อยๆ“ไม่ว่าลูกจะพูดยังไง ลูกก็คือลูกของแม่ เป็นสมบัติของแม่ แม่สั่งให้ทำอะไร ลูกก็ต้องทำ!”“พอสักทีเถอะค่ะ ธามไม่ใช่สมบัติของคุณ และธามก็ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกเรื่องที่คุณสั่ง ชีวิตธามเป็นของธามเอง ไม่ใช่ของใคร” ในฐานะที่ฉันเองก็มีลูก ฉันไม่เคยคิดจะขีดเส้นทางให้ลูกเดิน ลูกมีสิทธิ์เลือกชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ แม่อย่างฉันขอแค่สองอย่าง หนึ่งคือลูกต้องปลอดภัย และสองคือขอให้ลูกมีความสุขโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร“แล้วเธอมายุ่งอะไรด้วย ฉันจะคุยกับลูกชายฉัน”“ธามเป็นลูกชายคุณหญิงก็จริง แต่ก็เป็นพ่อของลูกสาวดิฉันด้วย ถือเป็นคนในครอบครัวที่ดิฉันต้องปกป้อง” นาทีต่อให้เป็นแม่ธามฉันก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ป้าทรงผมกะบังลมนี่ถือสิทธิ์อะไรกันมาสั่งให้ธามทำตามที่ตัวเองต้องการ มิหนำซ้ำยังพูดออกมาได้ว่าธามเป็นสมบัติของตัวเอง “ดิฉันว่าสิ่งที่คุณหญิงควรทำ ไม่ใช่การมาบังคับลูกชาย แต่เป็นการฝึกจิตใจตัวเองให้สงบ อ้อ! แล้วก็เข้าวัดทำบุญบ้างนะคะ จะได้เลิกฟุ้งซ่านแล้วก็ไม่มีเวล
“ยังไงน้องฟางก็เป็นหลานคุณท่านนะคะ”“ฉันไม่นับคนที่มีสายเลือดผู้หญิงต่ำต้อยอย่างเธออยู่ครึ่งหนึ่งว่าเป็นหลานหรอกนะ”“คำก็ต่ำต้อย สองคำก็ไม่คู่ควร แล้วท่านสูงส่งมาจากไหนเหรอคะ” ถ้าไม่นับเสื้อผ้าที่สวมใส่ เครื่องประดับที่อยู่บนร่างกาย พวกเราก็คนเหมือนกัน ไม่ใช่นางฟ้าหรือเทวดามาจากไหน“ฉันเป็นผู้ดี สังคมฉันกับพวกเธอมันคนละระดับกัน พูดไปเธอก็คงไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ยอมรับเธอกับลูกมาร่วมวงตระกูล”“ได้ค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ได้อยากจะร่วมวงตระกูลกับคุณท่านเหมือนกัน” ถึงจะเป็นแม่ธาม แต่มาพูดกับฉันอย่างนี้ก็เหลืออดเหมือนกัน“จำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดี แล้วก็จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายฉัน ฉันไม่ว่าถ้าธามจะหาเศษหาเลยกับเธอบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นจะเอาเป็นเมีย ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาด”“มีอะไรหรือเปล่าเฟย์” ธามที่พึ่งประชุมเสร็จถามฉันก่อนเดินเข้าห้องเพียงแค่อารมณ์ฉันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ธามก็จับสังเกตได้ พ่อน้องฟางใส่ใจฉันเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น คนต่ำต้อยอย่างฉันก็ไม่ควรเพ้อพกไปไกลว่าสักวันจะได้ลงเอยกับคุณชายผู้สูงส่ง เพราะหม่อมแม่ของธามคงไม่มีวันยอม“เปล่านี่ แม่ธามรออยู่ในห้องน่ะ รีบเข้าไปเ
ช่วงแรกธามให้ฉันฝึกงานกับคุณพิทักษ์ไปก่อน พอเป็นงานแล้วค่อยให้แบ่งหน้าที่กันว่าใครจะรับผิดชอบส่วนไหน การทำงานที่ทีกรุปแตกต่างไปจากลาลิลพร็อพเพอร์ตี้มาก ที่นี่เป็นระบบมากกว่า และไม่มีระบบอุปถัมภ์ พนักงานทุกคนล้วนแล้วแต่เข้าทำงานด้วยความสามารถที่ตัวเองมี เพราะอย่างนี้บริษัทถึงได้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่เหมือนบริษัทเก่าฉันที่นับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง“เดี๋ยวผมจะให้คุณเฟย์ทำงานเอกสารง่ายๆ ก่อนนะครับ พอเข้าใจระบบแล้วค่อยไปขั้นต่อไป”“ได้ค่ะ” ฉันทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างที่เต็มที่ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ซึ่งมากกว่าที่เดินถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ชั้นผู้บริหารไม่ใช่ใครจะเข้าจะออกได้ง่ายๆ แต่พอฉันก้มหน้าทำงานไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของใครบางคน พอเงยหน้าขึ้นมองจึงได้เห็นว่าเป็นผู้หญิงนิรนามที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน ทว่าหน้าตายังสวยราวกับสาวอายุสามสิบกลาง“สวัสดีครับคุณสินี” ฉันรีบลุกขึ้นพร้อมพิทักษ์แล้วทำความเคารพผู้มาเยือนตามเลขานุการรุ่นพี่ ผู้หญิงท่าทางผู้ดีมองฉันเพียงหางตาก่อนเชิดหน้าขึ้นอย่างคนถือตัว “บอสเข้าประชุมอยู่ครับ”“นานไหม”“น่าจะประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงได้ครับ ยังไงรบ
ตั้งแต่ที่ฉันบอกผู้บริหารลาลิลพร็อพเพอร์ตี้ว่าไม่ได้เป็นอะไรธาม ฉันก็ได้รับการปฏิบัติต่างไปจากเดิม จากตอนแรกที่แทบจะหาม กลายมาเป็นอีเฟย์นางทาสที่ไม่มีใครเห็นหัวเหมือนก่อนหน้าที่ทุกคนจะรู้ว่าฉันเป็นแม่ของลูกธาม“ไม่ได้คบกันค่ะ พวกเราแค่เพื่อนกัน” นี่ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันกับธามเป็นเพื่อนกันจริงๆ“อ้อ! งั้นก็ไปทำงานเถอะ” สุพจน์โบกมือไล่ฉันเหมือนอย่างที่ประธานลาลิลพร็อพเพอร์ตี้เคยทำ ทั้งสองทำอย่างกับฉันเป็นหมูเป็นหมาเพียงเพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงของธามอย่างที่หลายคนเข้าใจฮึ่ม! หางานที่ใหม่ที่เงินเดือนดีๆ ได้เมื่อไหร่ แม่จะไปไม่ให้เห็นฝุ่นเลยคอยดูชีวิตแต่ละวันของฉันก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรหวือหวา เช้าไปทำงาน ตกเย็นกลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ใช้เวลากับครอบครัว หมายถึงน้องฟางนะ ส่วนธามไม่เกี่ยว ถึงมันจะมาใช้เวลากับพวกเราสองแม่ลูกทุกวันก็เถอะ“แม่เฟย์ขา”“ขาลูกสาว” ฉันละสายตาจากงานตรงหน้าเพื่อพูดคุยกับลูกสาวที่ตอนนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาแล้ว “ทำไมยังไม่เปลี่ยนชุดอีกล่ะคะน้องฟาง”“น้องฟางชอบชุดนี้ น้องฟางชอบเป็นนักเรียน” ใช่ค่ะทุกคน น้องฟางกำลังเห่อชุดนักเรียน เห่อการเป็นนักเรียนชั้นประถม







