เข้าสู่ระบบเราสองคนนั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน แพมไม่ค่อยพูดกับผม ส่วนผมก็พูดกับแพม แต่แพมมันก็ไม่สนใจ รู้อยู่แล้วว่ามันโกรธ ถ้ามันรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับผมแล้วก็ไอ้จัสติน แสดงว่าไอ้จัสตินต้องโทรหาแพมอย่างแน่นอน จะตามหาตัวผมตามไม่ยากหรอกครับ ส่วนใหญ่ผมก็มักใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แพมไม่ไปไหน ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่ใกล้มันแล้วสบายใจ ยิ่งแกล้งก็ยิ่งมีความสุข จะให้ผมไปหาแฟนเอาไว้แกล้งอย่างที่แกล้งแพม คงไม่มีใครอยู่กับผมได้นานหรอกครับ อาจจะเป็นเพราะผมกับแพมสนิทกันมาก บางเรื่องแพมก็ไม่ค่อยเก็บมาใส่ใจเพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อย บางเรื่องแพมก็ปล่อยไป ผมไม่ง้อแพมก็ไม่แคร์ครับ สุดท้ายผมก็ต้องเป็นฝ่ายตามง้อ เพราะอึดอัดที่มันไม่คุยกับผม
"แพม วันนี้กูไปเรียนด้วยดิ "
"กูขับเวสป้าไล่ยุงไป มึงก็ขับรถมึงไปดิ " ประชดประชัน ที่ขอไปด้วยไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ เมื่อคืนผมจอดรถทิ้งเอาไว้ที่ผับเพราะขับกลับมาไม่ไหว ต้องเรียกแท็กซี่ให้มาส่ง ส่วนไอ้จัสตินก็ลากน้องมิ้งไปด้วย สภาพมันก็ไม่ต่างจากผม เฮ้อ.... ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมมันถึงไม่ยอมเข็ดจากผู้หญิงคนนั้นสักที มันก็เห็นนี่ครับว่าน้องมิ้งอ่อยผมแค่ไหน
"เออไปได้ พาแวะคอนโดด้วย จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รถจอดอยู่ที่ผับไม่ได้ขับมาด้วย ขับไม่ไหว " จากสถิติแล้วผมไม่เคยโดนไล่กลับห้องในขณะที่ตัวเองกำลังเมา เพราะแพมรู้ดีว่าผมขับรถโคตรเหี้ยเลยเวลาเมา มันก็เลยจำใจให้ผมนอนด้วย แล้วตอนนี้ผมก็เดาได้ว่ามันกำลังนับหนึ่งถึงสิบในใจ
"กูคนใช้มึงหรอโซล "
"กูขอโทษ " พูดอะไรไม่ออกจริงๆ นอกจากคำว่าขอโทษ ยิ่งเห็นกุ้งเผาในจานก็ยิ่งรู้สึกผิด ผมผิดนัดบ่อยมาก ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แถมยังโกหกอีกด้วย
"เลิกขอโทษได้แล้วเพราะมันไม่มีประโยชน์ คำพูดมึงไม่เคยมีน้ำหนัก กูคิดแล้วว่ามึงต้องไม่มา เอาเงินห้าพันมึงคืนไป เก็บเอาไว้จ่ายค่าล้างแผลที่หน้าตัวเอง ต่อไปนี้ไม่ต้องอยากเลี้ยงอะไรกูอีก เพราะกูมีปัญยาจ่ายเอง " แบงค์พันห้าใบถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าว จากนั้นแพมก็ลุกหนีผมไปเลย ทิ้งให้กูนั่งมองเงินอย่างงงวย สงสัยมันจะเอาจริงว่ะครั้งนี้ เอาไงล่ะทีนี้ นั่นเพื่อนมึงนะโซล ขาดมันไปชีวิตมึงอับเฉาแน่นอน
---------------------
"แพม แพม "
"จะอาบน้ำ ถอย "
"มีเรียนบ่ายจะรีบทำไม คุยกันให้รู้เรื่องดิ กูขอโทษ " ฉันเบื่อค่ะ เบื่อกับคำขอโทษซ้ำๆ ซากๆ ของมันจะแย่อยู่แล้ว เมื่อไหร่มันจะเลิกพูดคำนี้สักที
"เรื่องอะไร มีอะไรต้องคุยอีก ไม่มีอะไรต้องคุยแล้วโซล "
"เฮ้อ ... ไอ้จัสตินบอกอะไรมึง " เหอะ เหลือบตามองบนแล้วเบือนหน้าหนีโดยเร็ว คิดว่าจัสตินขี้ฟ้องขนาดนั้นเลยหรอ ฉันว่าเรื่องนี้จัสตินก็คงมีเหตุผล ส่วนโซลฉันไม่รู้ แล้วตอนนี้ก็ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้นที่เกี่ยวกับมัน
"รู้อยู่แก่ใจโซล กูไม่เคยเก็บเรื่องเล็กน้อยมาใส่ใจเพราะไม่อยากให้เราทะเลาะกัน แต่มึงก็ทำให้เรื่องเล็กน้อยรวมกันจนเป็นเรื่องใหญ่ ความรู้สึกกูไม่เคยมีค่าสำหรับมึงเลย กูโดนเทโอเคกูไม่โกรธ แต่นี่มึงโกหก บอกเลยว่ากูไม่ชอบ " ฉันพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างโกรธปนโมโห พยายามจะไม่พูดแล้วแต่มันก็อดไม่ได้ ตราบใดที่มันยังไม่เลิกโทษคนอื่นมันก็มองไม่เห็นความผิดตัวเองหรอกค่ะ
"โกหกอะไร " หน้าด้านชิบ ยังมีหน้ามาถามอีกว่าเรื่องอะไร
"แล้วแต่มึงเลยโซล กูไม่คุยอะไรทั้งนั้น " ฉันพยายามดันร่างสูงให้ออกห่าง ไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ การที่ฉันไม่ใส่ใจเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาคิด กลายเป็นช่องโหว่ให้มันทำเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ยิ่งฉันไม่ใส่ใจมันก็ยิ่งได้ใจ
"แพม จะดันทำไมเนี่ย "
"เกลียดมึงไง โคตรเกลียด " อยู่ๆ น้ำตาของความน้อยใจมันก็ไหลออกมา น้อยใจมากค่ะ น้อยใจที่สุด ยิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืนมันก็ยิ่งไหล มันให้ฉันนั่งรอทั้งๆ ที่มันไปมีความสุขอยู่กับผู้หญิงของมัน แค่บอกว่าจะไม่มาแค่นั้นก็เข้าใจแล้ว แต่นี่ไม่ มันโกหก มันเห็นฉันเป็นอะไร เป็นเพื่อนที่จะทำยังไงกับความรู้สึกฉันก็ได้งั้นหรอ
"เฮ้ย ร้องไห้ทำไม "
"กูไม่ได้อยากร้อง กูไม่อยากเสียน้ำตาให้มึงเลยสักหยด แต่มึงแม่ง ตอแหล ตอแหลฉิบหายเลยไอ้โซล " ฉันรัวหมัดไปที่แผงอกของมัน โมโหที่สุด ทำไมต้องโกหกกันด้วย
ตุบ ตุบ
"แพม เหี้ยเอ้ย กูขอโทษ หยุดร้องก่อน "
"ฮึก ถอยจะเข้าห้องน้ำ " จะให้หยุดตอนนี้มันคงไม่ได้แล้วล่ะ เพราะอารมณ์มันกำลังได้ ยิ่งได้ยินเสียงมันก็ยิ่งน้ำตาแตก มีทางเดียวคือเข้าห้องน้ำไปสงบสติอารมณ์คนเดียว
"ไม่ถอย มึงต้องหยุดร้องก่อน "
"กูอยากอยู่คนเดียว "
"โอเค ได้ แต่มึงต้องหยุดร้องไห้ งั้นกูกลับละ " มันยอมถอย ถอยชนิดที่ว่ารีบออกไปจากห้องโดยเร็ว ฉันใช้มือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าแบบลวกๆ จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำ ขอให้ฉันได้อยู่คนเดียวสงบสติอารมณ์สักพัก ยังไงมันก็เพื่อน โกรธมันได้ไม่นานหรอกค่ะ
-------------------------------
13.30 น
"แพม แพม "
"หืม " ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียแอลฟ่าเรียกชื่อซ้ำๆ ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเลยสักคน ฉันก็เลยนั่งคิดอะไรอยู่เพลินๆ
"คิดอะไรอยู่ แล้วนี่ยังไม่มีใครมาหรอ"
"อืม ยังอะ "
"ยังไม่ตอบเลยว่าเมื่อกี้เหม่ออะไร " จะตอบยังไงดีล่ะ ความจริงก็คือฉันกำลังนั่งคิดถึงเรื่องเมื่อช่วงสายอยู่ เรื่องที่น้อยอกน้อยใจน้ำตาแตกใส่โซลไปชุดใหญ่ มันคงตกใจล่ะมั้งถึงได้รีบเผ่นออกจากห้องไป ตอนนี้ก็ยังไม่โผล่มาเลย
"เปล่า นึกถึงเรื่องงานอะ ทำถึงไหนแล้วเอามาดูหน่อยสิ"
"ยังไม่ได้เริ่มเลย แล้วของแพมล่ะเป็นไง ต้องออกมาเจ๋งแน่ๆ เพราะวิชานี้โซลมันเก่ง " เอิ่ม ไม่อยากจะคุยว่ายังไม่ได้เริ่มคุยกันเลยค่ะ มัวแต่ยุ่งๆ เรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่จนลืมเรื่องงาน
"ยังเลยอะ ช่วงนี้โซลมันยุ่งๆ " แอลฟ่าควรสนใจฉันพูดบ้างนะ ตามัวแต่จ้องหน้าจอ แต่ละคนก็มีโลกของตัวเองอะเนอะ
"หึ ยุ่งเรื่องอะไร ก็เห็นมันว่างพาน้องมิ้งไปนู่นไปนี่ตลอด " อืม ก็จริงอย่างที่แอลฟ่าพูดนั่นแหละ
"แอลฟ่าเปลี่ยนมาทำกับแพมมั้ยล่ะ ให้จัสตินคู่กับโซล "
"เอาจริงดิ " แอลฟ่าถึงกับวางโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกับฉันแบบจริงจัง ฉันก็จริงจังค่ะ ในเมื่อไม่สนใจ ฉันก็ไม่อยากทำงานด้วย อย่างน้อยๆ แอลฟ่าก็มาเรียนทุกวัน แล้วก็ไม่เอาเวลาว่างไปควงสาวที่ไหนด้วย หรือว่าควง อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อน
"เอาจริงดิ เปลี่ยนมั้ยล่ะ วันนี้จะได้เริ่มทำเลย "
"เค ไอ้จัสตินคงไม่มีปัญหา แล้วไอ้โซล แพมบอกมันด้วยก็แล้วกัน "
"ได้สิ หลังเลิกเรียนเริ่มทำเลยดีมะ อาทิตย์หน้าหยุดยาวแพมว่าจะกลับบ้านสักหน่อย " ทำงานคู่กับแอลฟ่าก็ดีเหมือนกันสบายใจดี ที่จริงทำกับใครก็ได้ แต่ถ้าโซลยังเป็นแบบนี้ฉันคงไม่ไหว เป็นครั้งที่สองที่ร้องไห้ต่อหน้ามัน ครั้งแรกคือวันนั้น วันที่ฉันถูกทำร้าย
"ได้สิ ทำที่ไหนดี อืม หอแพมก็ได้นะสะดวกดี "
"ห้องแพมพัดลมนะ ไม่ร้อนหรอ "
"งั้นก็ ร้านกาแฟ มีอยู่ร้านหนึ่งปิดดึกมาก "
"โอเคได้ " สัปดาห์หน้ามีวันหยุดยาว เสาร์อาทิตย์จันทร์ ฉันวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะกลับบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่ จะได้กลับอีกทีก็คงจะปิดเทอม กลับบ้านไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย สมองน่าจะโปร่งโล่งสบายขึ้นเยอะ ไปช่วยแม่ทำนาดีกว่า ป่านนี้ข้าวคงใกล้ได้เวลาเกี่ยวแล้ว เห็นหน้าสวยๆ แบบนี้ทำนาเป็นนะคะ งานสวนงานไร่น้องแพมผ่านมาหมดแล้วจ้า เหนื่อยมาก แม่บอกว่าถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็จะต้องเหนื่อยแบบนี้แหละ
"เดี๋ยวเราไปรับ "
"โอเค ตามนี้ "
แพม : งานคู่ กูขอเปลี่ยนมาคู่กับแอลฟ่านะ ....ข้อความถูกส่ง...
.
.
.
อ่านแล้ว
............ กำลังตอบกลับ
ฉันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเมื่อจัดการธุระเสร็จ มันจะตอบอะไรกลับมาก็ช่างมัน ฉันถือว่าฉันบอกแล้ว
"แพม ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย"
"จัสติน หน้านาย "
"ขอคุยด้วยหน่อย"
"ได้สิ"
------------------------------------------
การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ทำไมผมอยากนอน อยากนอนสักสิบคืน ป่านนี้เมียคงเตรียมมีดกะซวกไข่ผมเอาไว้แล้ว อารมณ์ตอนนี้คือปวดไข่ ปวดไปหมด หมดฤทธิ์ยาชามันก็จะลำบากหน่อย แต่ผมก็ยังไหว เมียควรภูมิใจที่ผมทำหมัน! ตรงกันข้าม ตอนนี้เมียผมคลั่งหนักมาก ฟาดงวงฟาดงาฟังจากที่ม๊าเล่ามาทั้งหมดแล้ว น่ากลัว (ToT) /~~~ เอาจริงๆ ผมไม่อยากกลับบ้าน ผมไม่อยากปะทะอะไรกับแพมตอนนี้ ไม่ได้หนีปัญหาแต่แค่ไม่อยากทะเลาะ รู้ว่ากลับไปก็ต้องมีปากเสียงกัน ควรเลี่ยงดีกว่า รอให้เมียใจเย็นมากกว่านี้ค่อยกลับ คนไร้บ้านที่เป็นหมันอย่างผม! โคตรน่าสงสาร เหล้าก็กินไม่ได้ คิดถึงลูกก็คิดถึง ส่วนเมีย ก็คิดถึงนั่นแหละครับ แต่พอได้ยินมันบอกว่า หมันมึงหลุดแน่!!! ต้องโหดร้ายขนาดไหนถึงกล้าขู่ผัวแบบนี้ แค่ยาชาหมดฤทธิ์ก็ปวดจะแย่อยู่แล้ว โดนเมียกระแทกมันจะไม่หลุดออกมาทั้งยวงหรอกหรอ บัดซบ! จังหวะนรก!! มาพร้อมกันหมด"ยาค่ะคุณโซล " ผมรับถุงยาจากคุณพยาบาล แก้ปวดแก้อักเสบตามสเต็ป หมอพยาบาลที่นี่รู้จักผมในนามของเพื่อนไอ้แอล ใช่ครับผมเลือกใช้บริการทำหมันที่โรงพยาบาลของไอ้แอล เป็นกันเองแถมยังไว้ใ
เช้าวันแรกของการเป็นคุณแม่ลูกสาม ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ เมื่อคืนช่วงตีสองฉันเพิ่งคลอดเจ้าแฝดแสนแสบออกมาจากท้อง สมใจอยากคุณพ่อ ดีใจตั้งแต่รู้ว่าเด็กน้อยในท้องเป็นแฝดชาย เฝ้ารอให้ลูกออกมาเร็วๆ ถ้าทำคลอดแทนหมอได้คงทำไปแล้ว ตื่นมาพร้อมกับอาการเจ็บแผล คราวนี้ต้องผ่าเพราะเจ้าสองตัวในท้องไม่กลับหัวไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ทั้งสิ้น คิดอยู่ว่าถ้าลูกกลับหัวแม่ก็จะเบ่งออกเอง ความคิดแบบนี้มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าไม่รู้ชะเง้อคอมองประตูอยู่เป็นระยะ ..ผัวหายไปไหน??? ฉันตื่นมาต้องเจอหน้าสามีเป็นคนแรกสิ ปกติโซลไม่น่าจะพลาด หรือว่าจะไปยืนเกาะอยู่หน้าห้องทารกแรกคลอด ก็ไม่น่าใช่ เอิ่ม ชักเริ่มสงสัย หายไปไหน???"ม๊าขา โซลหายไปไหน " แม่ผัวสุดประเสริฐของฉันกำลังปรับระดับเตียงขึ้นในท่านั่ง น่ารักน่าเอ็นดูที่สุดเลย>ส่วนพ่อแม่ฉันตอนนี้ท่านทั้งสองกำลังเดินทางมา ทางนั้นก็เห่อหลานไม่แพ้กัน คาดว่าน่าจะขนหัวปลีมาเป็นคันรถเพราะวันที่คลอดทิชาพ่อกับแม่ก็ขนหัวปลีกับของบำรุงน้ำนมมาให้ล็อตใหญ่ ช่วงนั้นฉันกินขิงจนแสบปาก กินต้มยำหัวปลีจนจะอ้วก ครั้งนี้
หลังจากศึกรักบนเตียงเสร็จสิ้นลง แพมก็ทิ้งตัวซุกหน้าอกผม ผมกระชับร่างนุ่มนิ่มของเธอเข้ามากอดไว้แน่น ลมหายใจสม่ำเสมอ เพียงแค่ไม่กี่นาทีคนดีของผมก็หลับลึก ทิ้งให้กูเวิ้งวางอยู่คนเดียว คนดีตรงไหนเมียปีศาจชัดๆ แต่ก็รักมันฉิบหาย ผมควรทำยังไง ไปหาหมอดีมั้ย อุ้มเมียไปด้วยตอนนี้ ให้หมอผ่าท้องแล้วเอาลูกๆ ของผมออกมาก่อน อย่าเพิ่งไปทำปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้น ได้โปรดเห็นใจพ่อด้วย..มึงมันร้ายแพม รีดน้ำกูไปจนหมด แถมยังยั่วซะจนกูทนไม่ไหวหลงดีใจนึกว่าเมียต้องการความรักและบทรักอันแสนเร่าร้อนจากผัวคนนี้ มันหลอกผมให้ปั๊มลูก! สุขสันต์วันไข่ตก ไข่มึงตกแต่ไข่กูแตก.....ยกมือก่ายหน้าผาก คิดไปคิดมา ยังไงก็ต้องท้อง หันไปมองหน้าทิชาแล้วก็ เฮ้อ ไม่อยากให้ทิชาเหงาเหมือนกันครับ กลับมาถึงบ้าน เพื่อนของทิชาก็คือตุ๊กตา ทิชายังไม่เข้าใจว่าการมีน้องต้องปรับตัวยังไงบ้าง ผมคงต้องเริ่มคุยเรื่องนี้กับลูกอย่างจริงจังแล้วล่ะ เพราะไหนๆ เมียมันก็ยัดเยียดความเป็นเมียให้ผมซะขนาดนี้แล้ว คนท้องมันยังไม่เกรงกลัวอะไรเลย ไม่เคยเข็ดกับการปวดท้องคลอด แพ้ท้องทรมานมากแค่ไหนไม่เคยจำ (ผัวนี่ไง) ^^! แล้วทำไมกูจะต้องมานอนเครียดแทนเมียด้วย____
หลายเดือนต่อมา" แพมขอเอกสารการประชุมเมื่อวานให้หน่อยสิ สรุปไว้หรือยัง""สรุปแล้วแป๊บหนึ่งนะ " เมียผมตอนนี้ท้องเริ่มโต ลุกเดินไปหยิบเอกสารการประชุมมาวางให้ผมที่โต๊ะ จากนั้นเธอก็กลับไปนั่งที่เดิมก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเงียบๆ ห้าเดือนกับการทะนุถนอมเด็กน้อยในท้อง ไม่มีวันไหนเลยที่เราไม่มีความสุข แพมเลิกติดไข่ อันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับผม กว่าจะเลิกได้ก็สามเกือบสี่เดือน ไข่ของผมได้รับการบำรุงล้ำลึกจากโสมเกาหลีของม่าม๊า มันรอดตายมาอย่างหวุดหวิด เมียน่ากลัวกว่าที่คิดเอาไว้ นึกว่าจะติดไข่ยันคลอดซะแล้ว แบบนั้นผมคงต้องลาบวชรอให้เมียคลอดแล้วค่อยสึกมาช่วยเลี้ยงลูก เพราะทนแรงดูด ดึง กัด บี้ ขยี้ ไม่ไหวจริงๆ พูดแล้วก็ขนลุก บุญของไข่กูนักหนา หลังจากที่แพมหายแพ้ท้อง ผมก็ออกมาทำงานได้ตามปกติ จากที่เมียติดไข่ตอนนี้ก็กลายเป็นผมติดเมีย ติดกันยันคลอด เดี๋ยวผัวเดี๋ยวเมีย ผมหอบคุณแม่ท้องป่องห้าเดือนเศษมาทำงานด้วยทุกวัน แพมกลายเป็นเลขาส่วนตัวของผมไปแล้ว ไม่ได้ใจร้ายให้แพมรับหน้าที่คนเดียวหรอกนะครับ มีเลขาอีกหนึ่งคนคอยช่วยอีกแรง ผมให้ฝ่ายบุคคลคัดกรองมาอย่างละเอียด ประวัติศาสตร์จะต้องไม่ซ้ำรอ
ผมสงสารเมีย สงสารมาก ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาไม่เคยมีวันไหนเลยที่ผมสะใจเมียได้เท่านี้มาก่อน ไม่ใช่ครับ ผมสงสารเธอจริงๆ อันที่จริงกำหนดกลับกรุงเทพควรจะเป็นวันนี้แต่คงต้องเลื่อนออกไปก่อนเพราะแพมแพ้ท้องหนักมากจริงๆ หนักจนผมไม่เป็นอันทำอะไร นอนเฝ้านั่งเฝ้าอยู่ทั้งวัน ห่างไปไหนก็ไม่ได้ กลับเข้ามาไม่เห็นเมียนอนอยู่บนเตียง เพราะไปนั่งกอดชักโครกอยู่ในห้องน้ำ หน้าซีดหมดแรง แรงจะเดินแทบไม่มี แต่แรงด่าแรงบ่นยังพอได้อยู่ เพราะถ้าไม่บ่นไม่ด่ามันนอนไม่หลับ หมายถึงเมียนะครับผมนี่หลับฟังตลอด"แพมอยากกินอะไรมั้ย ""หึ ไม่เอาอะ กินแล้วก็อ้วกออกหมดเลย " ใช่ครับกินอะไรเข้าไปก็ออกมาหมด หมดจนไม่มีแรงพูดอยู่แล้ว ผมพาแม่กับลูกไปหาหมอมาแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทุกอย่างปกติ ครรภ์สมบูรณ์ กลับกรุงเทพว่าจะพาไปฝากครรภ์ให้เป็นเรื่องเป็นราว"สงสารว่ะ อะยาดม นวดมั้ย?? ""ไม่เอาไม่นวดขอแค่ยาดมพอ " แพมหยิบยาดมที่มือของผมแล้วยัดเข้าไปในรูจมูกไม่กลัวว่ามันจะบานหนักว่าเดิม ยัดเอาเป็นเอาตาย"รอแป๊บหนึ่งได้มั้ยขอไปกินข้าวก่อน " ดูแลเมียจนลืมไปเลยว่ายังไม่ได้กินข้าว จะเอามากินในนี้ก็ไม่ได้เดี๋ยวเมียจะวิ่งเข้าห้องน้ำอีก แพ้สุด
วันต่อมามนุษย์เมียลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้า วันนี้ฉันมีภารกิจคือการตรวจหาเอเลี่ยนน้อยในท้องว่ามีอยู่จริงหรือเปล่า กวาดสายตาไปรอบๆ ห้องเพื่อหาเอเลี่ยนตัวพ่อ บนพื้น ไม่มีปลอดภัยทางโปร่งโล่งสบาย ก้าวขาลงจากเตียงโดยเร็ว รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยเพราะรีบเกินไป สองมือคว้ากระเป๋าสะพายบนโต๊ะข้างหัวเตียงปรี่เข้าห้องน้ำอย่างเร็วรีบ แอบสงสัยผัวหายไปไหนแต่เช้ามืด ตื่นมาใส่บาตรมันก็ไม่ใช่นิสัย บุญไม่ทำสร้างแต่เวรแต่กรรม จัดการล๊อกประตูแล้ววางกระเป๋าลงบนเคาน์เตอร์ล้างมือทันที"ที่ตรวจครรภ์ ที่ตรวจครรภ์ " ควานหาอย่างเร่งด่วน กระเป๋าก็สุดแสนจะรกรุงรัง เป็นผู้หญิงเรียบร้อยชอบเก็บสลิปซื้อของเอาไว้ในกระเป๋า ปานประหนึ่งว่าสามารถเอาไปชิงโชคได้ อุ๊ย ค้นไปค้นมาดันไปเจอสลิปซื้อกระเป๋าใบล่าสุด นิวคอลค่ะ ไม่ได้แอบซื้อหรอก ซื้อมาแล้วก็ถือให้ผัวเห็น ผัวก็แค่มองแล้วถามว่าซื้อใหม่หรอ แค่นั้นเอง ไม่มีการโวยวายเลยสักนิด ข้อดีของมันคือ ตามใจเมียโคตรๆ อยู่ๆ ข้อดีของสามีก็ลอยขึ้นมา ทั้งๆ ที่ควรจะโกรธต่อไป แต่ใจก็ดันอ่อนยวบให้กับความน่ารักที่ผ่านๆ มา ซะงั้น.....ที่ตรวจครรภ์หลายอันหลากยี่ห้อวางอยู่ตรงหน้า หลังจากที่หยดฉี่ลงไป
"หืม โซล โซล ยังไม่รู้เรื่อง ปล่อยเดี๋ยวนี้เลย โซล ""หืม อะไร ทำไม กูเมา กูเพิ่งได้นอนเองอย่าเพิ่งปลุกดิวะ " ดูมัน เป็นแบบนี้เกือบทุกครั้ง เมาทีไรไม่กลับห้องทุกที แล้วเป็นหอยอะไรทำไมจะต้องแอบเอากุญแจห้องไปปั๊มตลอด ห้องฉันไม่มีคีย์การ์ดเหมือนโซลหรอกนะคะ หมอนี่ทั้งรวยทั้งหล่ออยู่คอนโดติดแอร์ ทำเลติด
ณ คฤหาสน์หลังน้อยของหนูแพมหอพักฉันเองค่ะ กลับมาพร้อมกับถุงอาหารในมือเยอะแยะเต็มไปหมด โดยเฉพาะกุ้งเผากล่องโต ที่ยังไม่ได้แตะชิมเลยสักตัว ป่านนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้ว ใครเขาซื้อกลับมากินบ้านกันล่ะ ไม่มีหรอก กินที่ร้านอร่อยสุดละ แล้วฉันจะมาเพ้อให้มันได้อะไร ฉันเปิดห้องเข้ามา จัดการเอาอาหารไปวางไว้หลังห้
ณ ร้านบ้านกลางน้ำ (ขออนุญาตใช้ชื่อร้านประกอบนิยายค่ะ)โซลบอกให้ฉันมานั่งรอที่ร้าน แล้วสั่งอาหารรอได้เลย เดาได้เลยว่ามันคงจะนัดน้องดาวมหาลัยเอาไว้ ไม่เป็นไรจะมาหรือไม่มาก็ค่อยว่ากันอีกเรื่อง ที่ร้านบรรยากาศดีมากลักษณะของร้านเป็นแนว Open Air ฉันชอบมากเพราะแบบนี้ถึงเลือกให้เป็นร้านประจำในการกินกุ้งเผา
"พี่โซลคะ เดี๋ยวมิ้งถือเองดีกว่าค่ะ คนมองเต็มเลย ""ไม่เป็นไรครับพี่ถือให้ คนมองเยอะสิครับดี เขาจะได้รู้ว่ามิ้งเป็นแฟนพี่ ""ยังไม่ได้เป็นสักหน่อย "น้องมิ้งดาวมหาลัยคนล่าสุด เพิ่งได้ตำแหน่งเมื่อวานช่วงค่ำ เช้าวันนี้ก็ถูกผมควงเกือบทั่วมหาลัยแล้วเรียบร้อย ทุกคนจะได้รู้ว่านี่เด็กผม ประกาศศักดาให้ทุกคน







