Se connecterPUN PART
หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดผมก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟานุ่มเอามือก่ายหน้าผากอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เมื่อนึกถึงคำพูดของแป้งหอมเมื่อครู่ ที่บอกให้ผมช่วยขับรถพามันไปหาไอ้พี่เจมส์แฟนมันถึงหัวหิน ไหนจะไอ้ที่บอกคิดถึงแฟนมันต่อหน้าต่อตาไม่เกรงใจความรู้สึกกูเลย
แม่ง… เห็นกูเป็นอะไรวะ? เพื่อนที่พร้อมเป็นทุกอย่างให้มัน? หรือไอ้หุ่นยนต์ที่ไม่มีหัวใจ? มันไม่รู้เลยหรือไง ว่าทุกคำพูด ทุกการกระทำของมันแม่งกำลังเล่นกับความรู้สึกของผม
เดี๋ยวก็อ้อน เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ทำเหมือนมีใจจนกูหลงคิดไปเองว่าสำคัญ แล้วจู่ ๆ ก็ตอกกลับด้วยความจริงที่แม่งโคตรเจ็บ คิดว่ากูไม่มีความรู้สึกหรือไง? หรือมันคิดว่าผมรักมัน มันเลยจะทำอะไรกับความรู้สึกผมก็ได้งี้หรอวะ?
“มึงแม่งโคตรใจร้ายเลยแป้ง!” ผมพ่นลมหายใจออกมา เงยหน้าแหงนมองเพดานด้วยความรู้สึกที่มันคับแน่นอยู่ในอก
กูแม่งก็เป็นได้แค่เพื่อน เป็นได้แค่ตัวสำรองที่มึงจะนึกถึงเวลาที่ไม่มีใคร ทำเหมือนมีใจ แต่สุดท้ายกูก็ต้องยืนอยู่ตรงเส้นที่มึงขีดไว้ โคตรเหี้ย!!
ตึ้ง!
เสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นขัดความคิดวุ่นวายในหัว ผมล้วงมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมา สายตาเหลือบมองชื่อที่เด้งขึ้นมา
Line: NAMWHAN
น้ำหวาน… สาวเมื่อคืนที่เพิ่งขอไลน์ผมไว้ ทักมาอีกรอบ รอบนี้น่าจะรอบที่สองได้แล้ว
NAMWHAN: สรุปวันนี้ว่างมั้ยคะปั้น?
ผมกระตุกยิ้มมุมปาก ทักมาตื๊อแบบนี้ คงหวังจะสานต่อจริงจังสินะ? ยอมรับว่าน้ำหวานเป็นคนที่ดูน่ารัก หน้าตาก็ถือว่าโอเค แต่เรื่องนิสัย? อันนั้นไม่รู้ ยังไม่ทันได้คุยกันลึกซึ้งหรอก ตอนเมื่อคืนที่ผมเหมือนจะเล่นด้วย ก็แค่…อยากประชดแป้ง อยากดูปฏิกิริยาของมันเท่านั้นเอง
ประชดว่ามีคนสนใจผมเหมือนกัน อยากดูว่ามันจะรู้สึกยังไง แต่ผลลัพธ์? แม่ง… เหมือนเดิมเลย
ไม่มีคำพูด ไม่มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป มันแม่งไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด เหมือนการกระทำของผมแทบไม่มีความหมาย
มีก็แค่หวงก้าง อ้างสิทธิ์ความเป็นเพื่อนกันท่าไม่ให้ผมสานต่อกับใครทั้งที่ตัวเองมีแฟนแล้ว แต่กลับทำตัวเหมือนหึงกู หวงกู เห็นแก่ตัวไปไหมวะ? ไม่อยากให้กูมีคนอื่น แต่ก็ไม่คิดจะหันมาหากูจริง ๆ
ผมมองข้อความจากน้ำหวานที่ยังรอการตอบกลับ ก่อนจะพิมพ์ตอบไป
PUNKUB : ว่างครับ
ตอนแรกกะจะไม่เล่นด้วย ไม่สานต่อ แต่แม่ง… ถ้าผมยังจมปลักอยู่แบบนี้ มีแต่ผมเองที่เจ็บ อย่างน้อย ๆ ก็ขอมีใครสักคนคุยแก้เหงา อาจจะฟังดูเหี้ย แต่ถ้าวันหนึ่งผมตัดใจจากแป้งหอมได้ บางทีน้ำหวานอาจจะเป็นคนที่ผมลองเปิดใจคบจริงๆ ก็ได้
แต่จะตัดใจจากมันได้ไหม อันนี้ก็ตอบไม่ได้ เพราะแค่ทุกครั้งที่ผมได้อยู่ใกล้มัน แค่ได้ยินเสียงหรือเห็นหน้ามัน ผมก็แพ้ทุกที
แม่ง…เซ็งตัวเองฉิบหาย!!
NAMWHAN: จริงหรอคะ ถ้างั้นเราไปดูหนังด้วยกันมั้ยคะ
NAMWHAN: แต่ถ้าปั้นไม่อยากดูก็ไม่เป็นไรนะ หวานไม่บังคับค่ะ
PUNKUB: เอาที่น้ำหวานอยากทำเลยครับ ผมอะไรก็ได้
NAMWHAN: ปั้นน่ารักจัง ถ้างั้นเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ห้างMJ ดีมั้ยคะ เดี๋ยวหวานจองตั๋วหนัง
PUNKUB: ครับ
หลังจากที่พิมพ์ตอบน้ำหวานเสร็จผมก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วโยนมันลงบนเตียง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เดทวันนี้มันต้องสมบูรณ์แบบ ผมไม่มีทางยอมให้อะไรมาเสียบรรยากาศเด็ดขาด
พออาบน้ำเสร็จ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งและเห็นข้อความไอ้แป้งหอมเด้งขึ้นมา
ตัวภาระแป้งหอม : สรุปมึงจะไม่ไปกับกูจริงๆ ใช่ไหม?
PUNKUB: เออ
ตัวภาระแป้งหอม : ใจร้าย ปล่อยให้กูขับรถไปคนเดียว มึงไม่สงสารกูบ้างเหรอ
PUNKUB: เรื่องของมึง
ผมยิ้มมุมปาก พิมพ์ตอบเสร็จก็กดปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันที
หึ ไอ้บ้าจะให้กูขับรถพามันไปหาแฟน? มันคิดอะไรของมันวะ ครั้งนี้ไม่อ่อนข้อให้แน่นอน มันจะไปหาแฟนก็ให้ขับไปเองเถอะ
ส่วนกู...กูก็จะไปเดทของกูเหมือนกัน
ผมหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินไปส่องกระจก เช็กความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วหยิบกุญแจรถออกจากห้องทันที
ห้างMJ
"รอนานไหมคะปั้น"
เสียงหวานดังขึ้นจากทางด้านหลังผมจึงหันกลับไปมองเจ้าของเสียงใสก่อนจะเห็นว่าเป็นน้ำหวานกำลังยืนส่งยิ้มหวานให้ ร่างบางอยู่ในชุดสีชมพูน่ารักลุคลูกคุณหนู เป็นคนที่เซ็กซี่และน่ารักในเวลาเดียวกันงั้นสินะ เหมือนไอ้แป้งเลย
"ไม่นาน"
อันที่จริงกูก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เลย แต่จะให้พูดอย่างนั้นก็คงไม่ดี
" ถะ…ถ้างั้นเราเข้าไปข้างในกันเลยไหมคะ หวานจองตั๋วไว้แล้ว" ร่างบางตรงหน้าพูดติดประหม่าใบหน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
"ครับ"
"ไม่รู้ว่าปั้นชอบดูแนวไหนหวานเลยจองเรื่องนี้ไว้ ดูได้ไหมคะ?"
หนังแนวรักใสๆ กุ๊กกิ๊กนี่เลือกมาได้ดูหน้าตากูไหมวะ?
แต่ก็เอาเหอะ ไหนๆ ก็จองตั๋วแล้ว ถ้าบอกไม่ชอบดูเดี๋ยวแม่งเสียมารยาทอีก กูเป็นคนดีไง ไม่อยากหักน้ำใจใคร
"ดูได้หมดครับ"
"ปั้นนี่น่ารักจังเลยนะคะ ตอนเห็นในไนท์คลับเมื่อคืนว่าหล่อมากแล้ว พอมาเห็นตอนกลางวันแบบนี้ก็หล่อมากๆ เลยค่ะ"
ขยันชมกูด้วย ปากหวาน นี่ถ้าไอ้แป้งปากหวานชมกูแบบนี้บ้างก็ดี
ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นมาเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อเช้า…เนี่ย มีผลต่อใจกูตลอด เวร!
"ปั้นคะ ปั้น ปั้น?"
"คะ…ครับเมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" เมื่อกี้เอาแต่เหม่อไม่ได้ฟังที่คนตรงหน้าพูด
"หวานถามว่าชอบกินป๊อปคอร์นรสไหนคะ?"
"อ๋อ แล้วแต่น้ำหวานเลยครับ" ผมตอบคนตรงหน้ายิ้มๆ
หลังจากตอบน้ำหวานเสร็จ ผมก็เดินตามเธอเข้าโรงหนังเงียบ ๆ ตลอดทาง น้ำหวานคุยเจื้อยแจ้ว เล่าเรื่องนั่นนี่ที่ผมไม่ได้ใส่ใจฟังนัก หัวผมดันตีกลับไปคิดถึงแต่หน้าแป้งหอม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งที่วันนี้ควรจะใช้โอกาสนี้ลืมมันไปบ้างแท้ ๆ แต่ภาพของมันยังวนเวียนในหัวกูเหมือนเป็นเจ้าของพื้นที่
เมื่อหนังเริ่มฉาย ผมพยายามดึงตัวเองกลับมาโฟกัสกับหน้าจอ แต่พอดูไปสักพัก ความหวานเลี่ยนของฉากพระนางดันทำให้ผมนึกถึงวันเก่า ๆ กับแป้งหอมอีกจนได้
จำได้ว่าตอนนั้น ผมเคยพามันมาดูหนังแนวนี้เหมือนกัน…
‘นางเอกเป็นเหี้ยไรวะตัวเองมีแฟนอยู่แล้วแต่มาให้ความหวัง ทุเรศจัด' เสียงของแป้งหอมบ่นพึมพำไปมา พลางหันหน้ามามองผม
‘อินเกินไปไหมแม่คุณ'
‘หมั่นไส้อ่ะ แล้วพระเอกเป็นอะไรปากแข็ง นี่ถ้าบอกชอบนางเอกไปตั้งแต่แรกไม่มานั่งเสียดายเจ็บปวดงี้หรอก’
‘ก็พระเอกกับนางเอกเขาเป็นเพื่อนกันไง ถ้าบอกไปแล้วเสียเพื่อนก็เจ็บอีก’
'แล้วจะคิดเกินเลยกับเพื่อนทำเหี้ยไรวะ เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่ไง'
'มึงไม่เข้าใจหรอก….พูดมากหันไปดูหนังปะ' ว่าจบผมกับจับคอมันล็อคหันกลับไปมองหน้าจอภาพยนตร์ แล้วเอาป๊อปคอร์นยัดใส่ปากมันจะได้ไม่พูดมาก พูดมากฉิบหาย!!
ผมก็นึกถึงช่วงเวลาดังกล่าวแล้วรู้สึกขำในใจ ไอ้แป้งมันก็อย่างนี้ อินกับหนังหรือซีรีส์จนไม่หยุดพูด บางทีก็ร้องไห้เหมือนคนเสียใจไปสามวันสามคืน กว่าจะปลอบมันได้ก็นานเหมือนกัน
คนบ้าอะไรอินไปเรื่อย!!
"ปั้นหัวเราะอะไรหรอคะ?"
"ห้ะ…ป่าวครับ" ผมหันไปตอบคนด้านข้าง เพราะเมื่อกี้ผมเผลอหัวเราะออกมาเมื่อถึงหน้าไอ้แป้ง
"อ๋อค่ะ กินป๊อปคอร์นไหมคะ?" น้ำหวานถามพร้อมกับยื่นป๊อปคอร์นมาให้
"น้ำหวานกินเลยครับ ผมไม่ค่อยชอบ" ผมยิ้มบางๆ ตอบ ก่อนจะหันไปโฟกัสกับหน้าจอภาพยนตร์
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ