Se connecterเวลาผ่านไปสักพัก...
"ปั้นไม่ชอบดูแนวนี้หรอคะ?" น้ำหวานถามเบา ๆ หลังจากหันมามองผมที่นั่งนิ่งจนเกือบหลับ
"อ๋อ…เปล่าครับ ดูได้" ผมตอบส่ง ๆ พร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้คนด้านข้าง
"ถ้างั้น…ครั้งหน้าหวานเลือกแนวที่ปั้นชอบก็ได้นะคะ หวานอยากให้ปั้นมีความสุข"
":) " ผมได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้คนตรงหน้า
หนังแม่งโคตรน่าเบื่อ นี่ถ้ามาดูกับไอ้แป้งน่าจะสนุกกว่านี้
แล้วกูจะไปคิดถึงมันทำซากอะไรวะเนี่ยย ไอปั้นนะไอปั้น!!
"ปั้นจะไปที่ไหนต่อไหมคะ?"
หลังจากที่หนังจบ เราสองคนเดินออกจากโรงหนัง หนังที่ดูไปได้ไม่ถึงครึ่งเรื่องเพราะผมดันเผลอหลับไปซะก่อน มันก็ไม่แปลกอะไรหรอก หนังแม่งน่าเบื่อจนตายเลยไม่สนุกเลยสักนิด
"ไม่มีครับ"
"ถ้างั้นหิวหรือยังคะ ไปหาอะไรทานด้วยกันไหม?" ร่างบางส่งยิ้มหวานให้
"ได้สิครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง ถือเป็นการไถ่โทษที่ตอนดูหนังผมเผลอหลับ"
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ หวานเข้าใจคราวหลังถ้าปั้นไม่ชอบก็บอกหวานตรงๆ นะไม่ต้องตามใจหวาน :) "
พูดซะกูรู้สึกผิดไม่ทันเลย
"เอ่อ…"
"ไม่ต้องเลี้ยงข้าวขอโทษหรอกค่ะ แค่ทำตัวสบายๆ เวลาที่คุยกับหวานก็พอ :) "
"เอ่อ…ครับ"
"งั้นเราไปนั่งคุยกันที่คาเฟ่ตรงนั้นไหมคะ หวานเคยมากับเพื่อนเค้กร้านนี้อร่อยมากๆ เลยค่ะ" ร่างบางพูดพร้อมกับส่งยิ้มตาหยี
"แล้วแต่น้ำหวานเลยครับ"
"แล้วแต่หวานได้ไงล่ะคะ"
"เอ่อ…"
"ถ้าปั้นไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรนะคะ หวานเข้าใจค่ะปั้นดูฝืนมากเลยนะคะ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คือ…คือนี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเดทกับผู้หญิงเลยไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง" เพราะปกติก็มีแต่ไปไหนมาไหนกับไอ้แป้งตลอด กับคนอื่นนี่ครั้งแรกเลย
"จริงหรอคะ หน้าตาอย่างปั้นเนี่ยนะคะ?"
"ทำไมครับ?"
"ก็หน้าปั้นดูเหมือนพวกเพลย์บอยเจ้าชู้น่ะค่ะ"
หน้ากูดูเจ้าชู้มากแหละ ไอ้แป้งก็เคยพูด ที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงเข้าหาแต่ผมไม่เคยเล่นด้วย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ลองมาเดทน่ะ
"ที่ผ่านมาไม่เคยจีบผู้หญิงคนอื่นเลยหรอคะ?"
"ครับ มีแต่คนเข้าหา"
"งั้นหวานก็เป็นผู้หญิงคนแรกสินะคะที่ปั้นยอมมาเดทด้วย ดีใจจัง"
"คงงั้นมั้ง"
"งั้นเราไปนั่งคุยในคาเฟ่กันดีกว่าค่ะ " ว่าจบมือเรียวก็ลากผมเดินไปนั่งในคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้น ผมนั่งมองหน้าคนตรงหน้าก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆ ให้ อึดอัดจัด ทรมานตัวเองสุด!
"กินเค้กไหมคะเดี๋ยวหวานสั่งให้"
"สะ…สั่งเลยครับ แล้ว…"
"แล้วแต่น้ำหวานเลย จะพูดงี้ใช่ไหมคะ" คนตรงหน้าพูดขึ้นอย่างรู้ทันด้วยสีหน้ายิ้มๆ จนผมเผลอยิ้มออกมา
"เอ่อ...ครับ"
"ปั้นนี่น่ารักจริงๆ เลยนะคะ สเปคหวานเลยรู้หรือป่าว"
"…."
"เดี๋ยวหวานสั่งเค้กให้นะคะ เค้กเนยถั่วร้านนี้อร่อยมาก" ร่างบางบอกพลางส่งยิ้มสดใสมาให้
"แพ้ถั่วไม่ใช่หรือไง?"
"เมื่อกี้ปั้นว่าอะไรนะคะ?" คนตรงหน้าเอียงคอถามพลางขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างมึนงง
เวร ฉิบหายละไง ผมลืมตัวนึกว่ามากับไอ้แป้ง!!
"มะ...ไม่มีอะไรครับ"
"ไม่ทราบว่าใครแพ้ถั่วหรอคะ แต่หวานไม่ได้แพ้ถั่วนะ ยิ่งเป็นแอลมอนด์นี่ของโปรดหวานเลยค่ะ" คนตรงหน้ายิ้มบอกผมตาหยี ผมจึงทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ร่างบางตรงหน้าเท่านั้น
"เพื่อนน่ะ พอดีเพื่อนผมมันแพ้ถั่วแค่ได้กลิ่นผื่นก็ขึ้นเต็มตัวแล้ว" ผมพูดโดยเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"เพื่อนผู้หญิงหรอคะ ใช่คนที่อยู่ในไอจีปั้นหรือป่าว?"
"...."
"คือพอดีว่าเมื่อคืนน่ะหวานหาไอจีปั้นทั้งคืนเลย เลยเห็นน่ะค่ะว่าปั้นลงรูปเพื่อนผู้หญิงคนนี้บ่อยๆ"
"เพื่อนสนิทหรอคะ?"
"ครับ"
"เพื่อนคนนี้คงสำคัญกับปั้นมากเลยสินะคะ ดูปั้นจะจำรายละเอียดเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้ได้ดี"
"...." ผมเงียบไป ไม่รู้ว่าควรตอบยังไงดี สายตาของน้ำหวานยังคงจ้องมาที่ผมสีหน้าของเธอยิ้มแย้มก็จริง แต่ทว่าแววตานั้นกลับดูไม่ค่อยพอใจอย่างเห็นได้ชัด
"คือแป้งเป็นเพื่อนสนิทผมน่ะครับ เราสนิทกันมาหลายปีก็เลยพอรู้รายละเอียดอะไรกันเยอะ อย่าคิดมากเลยครับ" ผมส่งยิ้มให้คนตรงหน้า
"หวานก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยค่ะ แต่ถ้าหากว่าปั้นไม่ชอบหวานหรือไม่อยากคุยต่อก็บอกได้เลยนะคะหวานเข้าใจค่ะ" เธอยิ้มบางๆ ให้ผม แต่คำพูดนั้นทำให้ใจผมกระตุก สีหน้าของเธอดูเหมือนไม่ได้ถือโทษอะไร แต่แววตากลับสะท้อนบางอย่างที่บอกว่าคำพูดของผมก่อนหน้านี้ทำให้เธอไม่สบายใจ
"...." ผมเงียบไป สายตาหลุบมองโต๊ะ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
"ถ้างั้นหวานขอไปสั่งเค้กก่อนนะคะ ปั้นเอาอะไรไหม?"
"อะไรก็ได้ครับ แล้วแต่หวานเลย"
"ถ้างั้นนั่งรอแปปนึงนะคะ เดี๋ยวหวานไปสั่งขนมให้" ว่าจบร่างบางก็ส่งยิ้มหวานให้ผมพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไป
ผมมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินไปหยุดอยู่หน้าเคาท์เตอร์ ภายในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยที่วันนี้ตัวเองมาเดทกับเธอ แต่ใจกลับคิดถึงอีกคน โคตรเหี้ยเลยกู!!
จะว่าไปน้ำหวานก็มีบางมุมคล้ายๆกับแป้งหอมอยู่เหมือนกันนะ ยิ้มหวานมีลักยิ้มที่มุมปาก ตัวเล็กเหมือนไอ้แป้งเลย แต่ที่ไม่เหมือนอย่างนึงคือไอ้แป้งโคตรจะขี้บ่น อะไรนิดอะไรหน่อยก็บ่นไม่หยุด บ่นจนหูชาอ่ะบางที พอพูดถึงมันละก็คิดถึงฉิบหายทั้งๆที่เพิ่งเจอกัน
นั่น แล้วบอกจะตัดใจแต่เสือกไปคิดถึงมันอีก เวรไหมล่ะกู!!
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูไอจีของแป้งหอมที่เพิ่งลงไปเมื่อไม่กี่นาที ว่ากำลังเดินทางขับรถไปหัวหิน หึ อุตส่าห์มาก จากกรุงเทพไปหัวหินแล้วไปตัวคนเดียวด้วยนะ เหลือจะเชื่อมันเลย
"มาแล้วค่ะปั้น" ผมหันไปมองตามเสียง ก่อนที่ร่างบางจะนั่งลงตรงข้ามแล้วส่งยิ้มหวานให้
"เค้กร้านนี้อร่อยมากเลยนะปั้นลองชิมดูสิคะ"
ว่าจบคนตรงหน้าก็ตักเค้กขึ้นมาคำนึงก่อนจะป้อนเข้าปากผม ดวงตากลมโตจ้องมองผมอย่างไม่ลดละสายตาใบหน้าสวยยังคงส่งยิ้มหวานมาให้ เวลายิ้มตาเป็นสระอิเหมือนกับไอ้แป้งไม่มีผิด
"อร่อยไหมคะ?" น้ำหวานยิ้มถามผม
"ครับ อร่อยดี"
"ใช่ไหมล่ะ หวานบอกแล้วว่าเค้กร้านนี่เนี่ยอร่อยมาก"
คนตรงหน้ายิ้มสดใส พอได้มองดูเธอจริงๆจังๆก็รู้สึกว่าน้ำหวานเป็นคนที่น่ารักมากเวลาพูดคุยก็ดูน่ารักสุดๆ แถมเวลายิ้มและมีลักยิ้มสองข้างที่มุมปากก็มีเสน่ห์มากๆ หรือว่าผมอาจจะลองเปิดใจให้กับคนนี้ดูจริงๆสักที
"วันหยุดปกติแบบนี้ปั้นชอบทำอะไรหรอ?"
"ไม่นะ ส่วนใหญ่จะนอนมากกว่า บางครั้งก็ออกไปนั่งเล่นที่คอนโดเพื่อนบ้าง" ผมตอบคนตรงหน้าก่อนจะหยิบแก้วกาแฟที่น้ำหวานสั่งมาดื่ม
"ใช่เพื่อนผู้หญิงคนนั้นหรือป่าวคะ?"
"ครับ?"
"กับเพื่อนคนนี้ปั้นสนิทมากเลยหรอคะ เป็นแค่เพื่อนจริงๆใช่ไหมคะ?"
"...."
"คือหวานไม่ได้จะวุ่นวายหรือก้าวก่ายเลยนะคะ หวานแค่อยากให้แน่ใจว่าปั้นน่ะไม่มีใครในใจหรือแอบชอบใครอยู่"
"เอ่อ..."
"หวานชอบปั้นมากจริงๆนะคะ เห็นครั้งแรกก็ชอบเลย หวานเลยไม่อยากเสียใจถ้าเกิดว่าปั้นมีใครอยู่แล้วหรือแอบชอบใครอยู่ก็ช่วยบอกหวานตรงๆนะคะ"
น้ำหวานพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่ทว่าแววตานั้นเหมือนกับกำลังแฝงอะไรบางอย่างอยู่ ผมมองหน้าคนตรงหน้านิ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาและวางแก้วกาแฟลงช้าๆ พร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า
"น้ำหวาน..." ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอเสียงเบา น้ำหวานเอียงคอนิดๆ รอฟังคำตอบ
"ผมกับแป้งหอมเราเป็นแค่เพื่อนสนิทกันจริงๆครับ...อีกอย่างมันก็มีแฟนแล้ว" พอพูดประโยคหลังแล้วก็เจ็บนิดหน่อยที่อกข้างซ้าย
เอาจริงๆครั้งนี้ผมควรตัดใจจากมันจริงๆสักที ทำตัวเป็นแค่เพื่อนอย่างที่มันต้องการ
"ค่ะ หวานเข้าใจแล้ว" น้ำหวานส่งยิ้มให้ผม
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเย็น ผมเพิ่งสังเกตว่าผมนั่งอยู่ที่นี่กับน้ำหวานนานแค่ไหนแล้ว นานจนลืมเวลาจริงๆ พอได้ลองเปิดใจคุยกับเธอ ผมก็ต้องยอมรับว่าเธอเป็นคนที่คุยง่าย มีเสน่ห์ในแบบที่ทำให้ผมเผลอหัวเราะไปกับเรื่องที่เธอเล่าโดยไม่รู้ตัว
แต่ในขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตว่า...น้ำหวานมีบางอย่างที่คล้ายแป้งหอมมากเกินไป มากจนบางครั้งผมเผลอเรียกชื่อผิดในใจ
I*******m
Punn.np : หวานดี :)
2.8K Like and 356 Comments
Plamm_p :รำคาญญญญ !!
Pean.yai :ไปกับใครครับเพื่อน
Punn_p : @Pean.yai ไม่เสือก
Vi.view : ไม่ชวน จัดการที @Peang_hom28
Peang_hom28 : หึ
ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นนิดๆ ตอนเลื่อนอ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ล่าสุด รูปที่เพิ่งลงไปเป็นภาพที่น้ำหวานถ่ายให้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน แสงรอบๆ มันสวยดี ผมเลยเลือกโพสต์ แต่คิ้วที่เคยเรียบเฉยกลับต้องขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นคอมเมนต์จากแป้งหอม
'หึ' แค่เนี้ย? เพื่อ? หมายความว่ายังไงก่อน
ผมไถหน้าจอไปมา คิดไม่ตก นี่มันโกรธผมที่ไม่ยอมไปเป็นเพื่อนด้วยหรือเปล่า? แต่แล้วจะให้ไปเพื่ออะไร? มันไปหาแฟนมันแล้วนี่ จะลากผมไปทำไม?
มือหนาวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ พร้อมกับถอนหายใจออกมา พลางหันไปมองน้ำหวานที่ยังคงนั่งกินเค้กแล้วก็ถ่ายอัพสตอรี่ไอจีของเธอ
18.30น.
หลังจากที่นั่งคุยกับน้ำหวานที่คาเฟ่เกือบทั้งวัน เธอก็ชวนผมมาเดินช้อปปิ้งต่อ ซื้อนู่นนี่ตามประสาผู้หญิง ซึ่งผมไม่ได้ติดอะไร เพราะปกติก็เคยมากับไอ้แป้งบ่อยๆ
"สีนี้สวยไหมคะ?" น้ำหวานหันมาถาม พร้อมชูลิปสติกสีแดงสดในมือให้ดู
ผมมองเธอสลับกับลิปสติกในมือ ก่อนหยิบลิปสติกอีกแท่งจากชั้นใกล้ๆ สีชมพูตุ่นๆ สีที่แป้งหอมชอบซื้อเป็นประจำ ยื่นให้แทน
"สีนี้ดีกว่า น่ารักดี สีนี้มันเข้ากับหวานมากกว่า" ผมพูดโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะลุคของน้ำหวานและแป้งหอมมันคล้ายกัน เลยเผลอเลือกสีตามความเคยชิน
"สีนี้ก็ได้ค่ะ" น้ำหวานตอบนิ่งๆ แต่สายตาเธอดูเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่างในคำพูดของผม ก่อนจะยิ้มบางๆ ให้ "ปั้นเลือกสีลิปเป็นด้วยเหรอคะ?"
"ก็นิดหน่อย เคยมาซื้อกับเพื่อนบ่อย"
"อ๋อออ" เธอลากเสียงยาว พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปเลือกสีอื่นต่อเหมือนไม่มีอะไร
"แล้วนี่ปั้นจะไปไหนต่อไหมคะ หรือว่าจะกลับเลย?" น้ำหวานหันกลับมาถามพร้อมยิ้มหวานให้
ครืด ครืด
ผมเตรียมอ้าปากจะตอบ แต่ทว่าเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นซะก่อน ผมจึงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นไอ้ตัวภาระมันโทรมา
'ตัวภาระ'
"แปปนึงนะครับน้ำหวาน" ผมเอ่กยบอกคนตรงหน้า ก่อนจะกดรับสายไอ้ตัวภาระที่โทรเข้ามา
"ว่า?" ผมพูดขึ้นหลังจากกดรับสาย น้ำเสียงออกจะติดรำคาญนิดหน่อย แต่สิ่งที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงโวยวายหรือคำพูดกวนๆ แบบปกติ
(ฮึก...ฮึก)
เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังมาตามสาย ทำให้คิ้วผมขมวดเข้าหากันทันที
"ว่าไง เป็นอะไร?" ผมเอ่ยถามด้วยความงุนงงปนความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ไม่มีคำตอบกลับมา มีเพียงเสียงสะอื้น
"ไอ้แป้ง มีอะไรมึงเป็นอะไร!" น้ำเสียงของผมเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วงแบบฉับพลัน
ปลายสายยังคงนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นๆ
"แป..."
(ฮึก...มึงอยู่ไหน?) เสียงปลายสายเอ่ยถามขึ้น น้ำเสียงที่สั่นไหวจนผมรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
"มึงเป็นอะไร ร้องไห้?"
(ฮึกๆ มึงอยู่ไหน ช่วยมาหากูหน่อยได้ไหม)
"...."
(กูไม่อยากอยู่คนเดียว ฮือๆ)
"ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวกูไป"
ตู๊ด!
เสียงสายถูกตัดไปพร้อมกับข้อความโลเคชั่นที่เด้งขึ้นในแชตทันที ผมมองข้อความนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า
"มีอะไรหรอคะ?" น้ำหวานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เมื่อเห็นท่าทีรีบร้อนของผม
"ขอตัวก่อนนะ" ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้าง ตรงไปที่รถหรูของตัวเองโดยไม่ได้สนใจสีหน้าผิดหวังของเธอแม้แต่น้อย
ผมนั่งลงในรถ เปิดดูโลเคชั่นที่แป้งส่งมา ในใจตอนนี้โคตรจะเป็นห่วงมัน ร้อยแปดคำถามผุดขึ้นในหัว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน และไม่รู้ว่าตอนนี้มันกำลังเจอกับเรื่องอะไร
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







