Masuk"อารมณ์ดีแล้ว?" ผมเลิกคิ้วถามคนตัวเล็กด้านข้างที่นั่งยิ้มไม่หุบ ผิดจากแป้งหอมคนเมื่อกี้มาก
"อื้อ พี่เจมส์โทรมาแล้ว"
"เมื่อกี้ยังทำหน้าหงอยเหมือนหมาอยู่เลย"
"หึ คนไม่เคยมีแฟนอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร ความรู้สึกที่ต้องอยู่ไกลกับแฟนมันทรมานมากนะ"
"หึ ทำไมกูจะไม่เข้าใจ....กูเข้าใจดีเลยแหละ เพราะขนาดกูอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกล ทรมานกว่าร้อยเท่าเลย!"
"มึงพูดอะไรอะกูไม่เห็นเข้าใจเลย?" ไอ้แป้งมันเอียงคอถามผมอย่างงุนงง
"คนโง่อย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร"
"เอ้าด่ากูโง่เฉย กูเกิดมาสวยอย่างเดียวก็พอแล้วไหม"
"สวยแต่โง่"
ผมแกล้งด่าไอ้คนตัวเล็กข้างๆพลางผลักศีรษะของมันเบาๆ อันที่ก็ไม่แกล้งด่าหรืออะไรหรอก กูด่าจริงๆนี่แหละ คนอะไรโง่ฉิบหายมีคนดีๆชอบมึงอยู่แต่โง่ไม่รู้ตัวสักที แล้วกูก็ดันไปชอบคนโง่แบบมึงด้วยนะ เฮ้อ ชีวิต
"พูดอย่างมึงฉลาดตายแหละ" ยังมันยังไม่หยุดต่อปากต่อคำ
"ฉลาดกว่ามึงก็แล้วกัน" ผมสวนกลับอย่างไม่ยอม
"พวกมึงสองคนนี่ทะเลาะกันได้ทุกวันจริง ถ้าเกิดวันหนึ่งผีผลักขึ้นมากูจะหัวเราะให้ฟันร่วง" ไอ้ปืนพูดขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะของปาล์มกับวิวที่นั่งมองเพื่อนซี้สองคนกัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
กูก็อยากโดนผีผลักอยู่เหมือนกันเนี่ย แต่ผีมันไม่ผลักสักที !! ผมได้แต่คิดในใจ
ไอ้แป้งหันขวับไปมองไอ้ปืนแล้วทำหน้าเหวอ
“บ้าเหรอมึง! ผีจะมาผลักกูกับไอ้ปั้นได้ไง กูกับมันเป็นเพื่อนซี้กันเว้ย”
หึ นั่น ย้ำอีกละ ย้ำเก่งจริงๆไอ้คำว่า 'เพื่อน' เนี่ย!
"ใครจะไปรู้ถ้าวันหนึ่งมึงกับพี่เจมส์เลิกกันมึงกับไอ้ปั้นอาจจะได้กันเองก็ได้" ปืนพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก
"โนจ้าาา ไม่มีทางกูกับพี่เจมส์ไม่มีทางเลือกกันแน่นอน อีกอย่างขืนถ้าเกิดกูกับพี่เจมส์เลิกกันจริงๆ กูก็คงไม่คบกับไอ้ปั้นอยู่ดีเพราะกูกับมันเป็น 'เพื่อนซี้' กัน"
"ใครมันจะไปรู้วะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ"
"ไม่มีทางเด็ดขาด ต่อให้โลกนี้เหลือไอ้ปั้นแค่คนเดียวบนโลกกูก็ยอมโสดไปจนตาย"
"หึ" ผมหัวเราะแห้งๆ พยายามข่มความรู้สึกตัวเองเอาไว้
"อะไรมันจะขนาดนั้นวะ ไอ้ปั้นมันไม่ดีตรงไหน?" ปาล์มถามขึ้น
"ก็ไม่ใช่มันจะไม่ดี แต่กูกับไอปั้นเป็นเพื่อนกันไง เพื่อนกันจะเป็นแฟนกันได้ไง"
"แล้วทำไมจะเป็นแฟนกันไม่ได้วะ?" เป็นไอ้ปาล์มที่ถามขึ้นมาอีกครั้ง ผมได้แต่นั่งเงียบ
"ไม่รู้ดิกูแค่รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว ถ้าเปลี่ยนจากเพื่อนมาเป็นแฟนถ้าเกิดวันหนึ่งเลิกกันไปแม้แต่ความเป็นเพื่อนก็คงไม่มีให้กัน"
"อีกอย่างปั้นก็ดีกับกูมาก ถ้าเกิดกูต้องเสียเพื่อนดีๆแบบมันไปกูคงทำใจไม่ได้แน่ๆ"
หึ มึงเสียเพื่อนอย่างกูไปนานละแป้ง แค่มึงไม่เคยรู้ตัวเลย
"ก็จริงอย่างที่มึงว่า" ปาล์มพูดตอบก่อนจะหันหน้ามามองผม ที่ตอนนี้เอาแต่เงียบเพราะพูดอะไรไม่ออก มันรู้สึกเจ็บไปหมด เจ็บที่อกข้างซ้ายเจ็บซ้ำๆกับความรู้สึกเดิมๆ
"อีกอย่างไอ้ปั้นมันก็ไม่ได้คิดอะไรกับกูเกินเพื่อนหรอกใช่ไหมมึง?" แป้งมันพูดขึ้นก่อนจะยืดแขนมากอดคอผม ผมได้แต่หันมองหน้าเรียวใสของคนด้านข้างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ จะให้กูตอบอะไรล่ะ เพราะตอนนี้มันจุกมันเจ็บ จนไม่รู้จะพูดอะไร ข้าวที่เพิ่งซื้อมาก็กินไม่ลงละแม่ง!!
"....."
"มึงรู้ได้ไงว่ามันไม่คิด มันอาจจะคิดแต่ไม่บอกมึงก็ได้" ไอ้ปาล์มพูดพร้อมกับยักคิ้วมาทางผม
"รู้ดิ ทำไมจะไม่รู้ก็ตอนม.หกกูเคยสารภาพรักกับมัน แต่มันเป็นคนปฏิเสธกูเองบอกว่าอะไรนะ....เพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว"
"....." ผมยังคงนั่งเงียบไม่พูดอะไร ใช่ครับไอ้แป้งมันเคยสารภาพรักกับผมจริงๆ อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังตอนแรกไง
ก็ถ้ากูรู้ว่ากูจะชอบมึงมากขนาดนี้ตอนนั้นกูคงรับรักมึงไปแล้ว คงไม่ต้องมาทนเจ็บกับความรู้สึกเดิมๆแบบนี้ซ้ำๆหรอก แป้ง...
"คิดแล้วก็ตลกตัวเองฉิบหายที่ตอนนั้นไปสารภาพรักกับมัน ไม่รู้ตอนนั้นอะไรเข้าสิงกู ฮ่าๆ"
"....."
ในขณะที่ผมยังคงนั่งนิ่ง แป้งก็พูดเล่นหัวเราะไปเรื่อย โดยที่มันไม่ได้รู้เลยว่าทุกคำพูดของมันกำลังบาดใจผมทีละนิด ไอ้ปาล์ม ไอ้วิว ไอ้ปืนก็มองหน้าผมแบบเห็นใจแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา บรรยากาศรอบๆ เงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจผมเต้นชัดเจน
"เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วใช่ป้ะปั้น" จู่ๆมันก็หันมาถามผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมหันไปมองใบหน้าสวยของ เพื่อนสนิท! ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งดวงตาสบเข้ากับแววตาของแป้งหอม แววตาว่างเปล่าของมันทำให้ผมได้สติ ที่แท้ในสายตาของมันก็ไม่เคยมีผมอยู่เลย ในสายตาของมันคงมองผมเป็นแค่เพื่อนจริงๆ
“อืม… เป็นเพื่อนกันก็ดี” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามปกปิดความรู้สึกที่ตีรวนในใจ แล้วเบนสายตาหนีจากใบหน้าของแป้งหอม ในขณะที่คนตัวเล็กด้านข้างก็ยิ้มแป้นพอใจกับคำตอบของผม
"เดี๋ยวกูมานะ" ผมพูดขึ้นพร้อมกับแกะมือของแป้งหอมที่โอบคอผมอยู่
"อ้าวจะไปไหน แล้วไม่กินข้าวหรอ?" แป้งเงยหน้ามาถามผม
"กินไม่ลง"
พูดจบผมก็ลุกเดินออกมาทันทีโดยไม่สนใจสีหน้าของแป้งหอม
ผมเดินหลบออกมาหาที่เงียบๆ พิงหลังกับต้นไม้ก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ริมฝีปากจุดไฟพ่นควันออกมาเพื่อระบายความรู้สึกของตัวเองที่มันอัดแน่นอยู่ในใจ
เพราะตอนนี้ความรู้สึกของผมที่เป็นอยู่มันโคตรจะอึดอัด โคตรทรมานเลย มันเจ็บ มันจุกไปหมดเมื่อนึกถึงคำพูดของแป้งหอมที่มันพูดออกมาโดยไม่ได้คิดอะไร ทว่าคำพูดพวกนั้นของมันกลับบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผม
ทุกคำพูดที่มันพูดออกมาเมื่อครู่เป็นเหมือนการตอกย้ำจุดยืนของผม มันขีดเส้นความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันไว้อย่างชัดเจนขนาดนั้นแต่ทำไมผมถึงยังไม่ตัดใจจากมันไปสักที ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องมาทนเจ็บซ้ำๆกับเรื่องแบบนี้
"ตัดใจไหมเพื่อน?"
เสียงทุ้มของไอ้ปาล์มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ผมหันไปมองก่อนจะหันหน้ากลับไปทางเดิม
"ตัดใจเรื่อง?"
"ก็เรื่องไอแป้งไง" มันเดินมาหยุดข้างๆก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบและหรี่ตามองผมที่ยืนเงียบอยู่
"กูรู้นะว่าตอนนี้มึงรู้สึกยังไง"
"รู้สึกอะไร กูไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ ก็ปกติ" มันเป็นเรื่องปกติที่ผมควรจะชินได้แล้ว
"ปกติเหี้ยไร ดูหน้ามึงกูก็รู้แล้วป้ะ กูถามจริงมึงชอบไอแป้งตรงไหนวะ?"
"กูไม่ได้ชอบ"
"เลิกแถได้ละไอปั้น คนเขาดูออก มึงชอบมัน"
"...."
"กูรู้นะ ทุกครั้งที่มันโทรหามึงต่อให้ไม่ว่างมึงก็รีบไปหามันทันที เวลามันมีปัญหาทะเลาะกับแฟนมึงก็ไปหามันเป็นคนแรก ป่วยไม่สบายก็ไปเฝ้าดูแลเช็ดตัว กูถามจริงมีเพื่อนคนไหนบ้างที่เขาทำแบบนี้กับเพื่อน กูเห็นก็มีแต่มึงนั่นแหละ"
เออ ก็มีแต่กูไง !
ผมได้แต่ยืนสูบบุหรี่อยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรตอบ
"กูว่านะไอปั้น มึงตัดใจเถอะไอแป้งมันพูดชัดเจนขนาดนั้นมันคิดกับมึงแค่เพื่อน อีกอย่างมันก็มีแฟนแล้ว"
"....."
"กูไม่เข้าใจว่าทำไมมึงถึงจมปลักอยู่กับความรู้สึกที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้"
"กูไม่ได้ขัดขวางหรือไม่สนับสนุนเรื่องที่มึงชอบไอแป้งหรอกนะ แต่ว่านี่มันก็ชัดเจนแล้วหรือป่าวว่ามันไม่ได้คิดอะไรกับมึง"
"...."
"เชื่อกูตัดใจเหอะว่ะ เปิดใจให้คนอื่นดูบ้างอย่าจมปลักกับคนที่เขาไม่ชอบมึงเลย"
"ที่ผ่านมาไม่ใช่กูไม่พยายามตัดใจเว้ย กูพยายามมาตลอดแต่กูทำไม่ได้"
"คือ?" ไอ้ปาล์มเลิกคิ้วมองหน้าผม
"ทุกครั้งที่กูตัดใจจะเปิดใจให้คนอื่น แต่พอกูได้อยู่ใกล้ชิดกับไอแป้งกูก็ไม่เคยตัดใจได้เลย กูว่ากูคงรักมันมาก"
"มึงรักมันแล้วมันรักมึงไหม? สติหน่อย มันรักมึงแบบเพื่อน"
"กู....."
"อย่าว่ากูสอนเลยนะไอ้ปั้น ผู้หญิงมันไม่ได้มีแค่ไอ้แป้งคนเดียวเว้ย มีดีกว่าไอแป้งเป็นร้อยเป็นพันมึงจะจมปลักอยู่แต่กับมันเนี่ยนะ กูขอแนะนำว่าอย่าดีกว่า ถ้ามึงยังดื้อรั้นไม่ตัดใจจากมันก็มีแต่มึงนั้นแหละที่เจ็บ กูหวังดีนะปั้นกูไม่อยากเห็นมึงต้องมานั่งเสียใจแดกเหล้าย้อมใจคนเดียวอีก"
ปาล์มพูดพลางตบไหล่ผมเบาๆ ผมได้แต่ยืนฟังมันเงียบๆ ก็จริงอย่างที่มันว่าหรือบางทีผมควรจะตัดใจจากมัน รึป่าว?
เวลาต่อมา....
หลังจากเลิกเรียนผมก็ขับรถไปส่งแป้งหอมเหมือนเดิม พยายามปรับอารมณ์ปรับความรู้สึกให้เป็นปกติมากที่สุด
"คืนนี้มึงจะไปปาร์ตี้ที่ไนท์คลับป้ะ?" แป้งหอมหันมาถามผมในระหว่างทางกลับคอนโด
"ปาร์ตี้อะไร?"
"ก็วันนี้ไอวิวมันนัดกันปาร์ตี้ไง จะชวนมึงแล้วแต่ว่ามึงลุกออกไปไหนไม่รู้"
"ไม่อยากไป"
"ทำไม เหตุผล?"
"ขี้เกียจจบป้ะ!"
"ขี้เกียจอะไรมึง พรุ่งนี้วันหยุดไปสังสรรค์กันไม่ดีกว่าหรอ?"
"มึงอยากไปก็ไป"
"มึงเป็นอะไรเนี่ย แปลกๆตั้งแต่ตอนเที่ยงละ กูพูดด้วยก็ไม่พูดเอาแต่เงียบใส่" แป้งถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
"ป่าว"
"มีไรก็พูดตรงๆได้ป้ะ หรือมึงโกรธ มึงงอนอะไรกู?"
"ป่าว" คนอย่างกูมีสิทธิ์ไปโกรธไปงอนมึงด้วยหรอ
"ไอปั้น กูถามมึงดีๆนะมึงเป็นอะไร มางี่เง่าใส่กูแบบนี้กูไม่ชอบนะ!" แป้งหอมมองหน้าคนตัวโตกว่าที่เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา คิ้วสวยขมวดเข้าหากันไม่พอใจ
"ไอ้ปั้น!!"
"แล้วมึงจะมายุ่งอะไรกับความรู้สึกกูอ่ะ กูเป็นอะไรก็ช่างแม่งดิวะ"
"ก็มึงเป็นเพื่อนกูไง กูก็แคร์ป้ะจู่ๆเพื่อนมาเงียบใส่กูก็รู้สึกไม่ดีมีอะไรก็พูดตรงๆดิ"
"ย้ำจังนะคำว่าเพื่อนเนี่ย!"
"เอ้า ก็เพื่อนกันกูพูดไรผิดตรงไหนเนี่ย?"
"หึ ไม่หรอกมึงไม่ผิดหรอก กูผิดเองแหละ" ผิดที่ไปชอบเพื่อนสนิท
"งี่เง่าฉิบหายเลย! ถ้าอยากงี่เง่าทีหลังก็ไปงี่เง่ากับแฟนนะ" เสียงหวานบ่นอุบอิบ
"แป้ง กูถามไรมึงหน่อยได้ป้ะ"
"ถามอะไร?"
"ถ้าเกิดว่าวันนึงกูมีแฟนขึ้นมาจริงๆมึงจะยินดีกับกูป้ะ?"
"....."
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







