Masuk"ทำไมทำหน้าหงอยจังวะ?" เสียงใสของวิวเอ่ยถามขึ้นจากทางด้านหลัง
หลังจากที่ปั้นมาส่งฉันที่คณะฉันก็เดินมานั่งเงียบๆอยู่ใต้คณะคนเดียว พลางก้มหน้าก้มตารอแชทจากพี่เจมส์เพราะเมื่อหลายวันที่ผ่านมาพี่เจมส์แทบจะไม่ได้ติดต่อมาเลยหรือพูดง่ายๆก็คือหายไปเลย อาจจะไม่ว่างหรือยุ่งอยู่อันนี้ก็ไม่รู้ แต่เล่นหายไปแบบนี้ฉันก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี
"เป็นไรเนี่ยหน้าเศร้าเชียว?" วิวถามก่อนจะนั่งลงข้างๆและเอื้อมมือมาแตะไหล่ฉันเบาๆ
"ก็พี่เจมส์อ่ะดิหายไปเลย โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ"
"อาจจะยุ่งอยู่หรือป่าว"
"แต่จะยุ่งจนไม่มีเวลาโทรหากูหรือไลน์หากูเลยหรอ? อยู่กันไกลขนาดนี้กูก็แอบหวั่นใจเหมือนกันนะ"
อันที่จริงจากกรุงเทพไปหัวหินก็ไม่ได้ไกลสักเท่าไหร่หรอกขับรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง
"อย่าคิดมากมึงกับพี่เจมส์คบกันมาตั้งนานถ้าพี่เขาจะนอกใจมึงพี่เขาคงทำไปนานแล้ว"
"ก็แค่กังวลอ่ะวิว ไม่รู้ดิปกติพี่เจมส์ก็ไม่เคยหายไปแบบนี้"
"เอาน่าอย่าคิดมาก" วิวตบไหล่ฉันเบาๆเชิงปลอบใจ ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาก้มหน้ามองหน้าจอมือถือที่ยังคงเปิดหน้าแชทไลน์ของพี่เจมส์อยู่ ไม่อ่าน ไม่ตอบ หายไปไหนกันเนี่ย!
"ขึ้นห้องเรียนกันดีกว่า นั่งตรงนี้ร้อนจะตาย"
"อือ"
"วันนี้ไปกินข้าวเที่ยงที่ตึกวิศวะกันป้ะ ไม่ได้เจอพวกผู้ชายมาหลายวันละว่าจะชวนไปปาร์ตี้สักหน่อย"
"ปาร์ตี้ไรมึงอีกอ่ะ?"
"ก็ปาร์ตี้ไง อยากดื่มเฉยๆพรุ่งนี้วันเสาร์สังสรรค์ได้ไม่เป็นไร"
"แต่เย็นไอ้ปั้นมันรับปากกูจะพากูไปเลี้ยงหมูทะอ่ะ"
"แหม่ ไปกันสองคนไม่ชวนพวกกูงั้นดิ" วิวพูดแซวๆ
"ก็มันบอกอยากเลี้ยงกูนี่หว่า"
"ชิ พวกมึงค่อยไปกินกันวันอื่นไม่ได้ไงวันนี้ก็ไปปาร์ตี้กับกูก่อน"
"แต่...."
"เถอะน่าา นานๆทีเดี๋ยวไปชวนไอ้พวกผู้ชายด้วย"
"อือ ก็ได้แล้วแต่มึงเลย"
ฉันพยักหน้าตอบเออ'ออไอ้วิวไป ดีเหมือนกันอยู่ห้องก็เบื่อ ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี
เวลาต่อมา....
หลังจากที่พวกฉันเรียนคาบเช้าเสร็จ ฉันกับวิวก็เดินไปยังตึกวิศวะที่อยู่ถัดจากคณะของฉันไม่ไกลเท่าไหร่ เราสองคนเดินมาที่โรงอาหารก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นสามหนุ่มที่เดินตรงมาทางพวกฉันสองคน
"เฮ้ หนุ่มๆทางนี้จ้า" วิวโบกมือทักทายสามหนุ่มที่กำลังเดินมา
"มาทำไม" ปาล์มเอ่ยทักขึ้นพลางเอียงคอมองวิว ก่อนจะหันไปหัวเราะกับปืนที่ยืนอยู่ข้างๆ
"มาหาผัวมั้ง มาหาไรกินไงถามโง่ๆ"
"อ้าวเหรอ กูก็นึกว่ามาแรด ทำไมที่คณะบัญชีมันไม่มีโรงอาหารหรือไงถึงได้มากินคณะกูอ่ะ?" ปาล์มไหวไหล่พูดเสียงกวนๆ
"มีค่าา แต่กูอยากมากินที่นี่ไง ทำไมหรือที่นี่เขาเขียนป้ายไว้ไม่ให้พวกกูเข้าหรอ?" วิวท้าวสะเอวเชิดหน้าเถียงปาล์มฉอดๆอย่างไม่ยอมแพ้ ฉันได้แต่ยืนมองพวกมันสองคนเถียงกันเงียบแต่ก็อดขำไม่ได้ วิวกับปาล์มเวลาเจอกันทีไรก็กัดกันทุกที ไอ้ปาล์มนิสัยก็เหมือนๆไอปั้นนั่นแหละ ปากหมาพอๆกัน!!
"มึงสั่งข้าวยัง?" ปั้นเดินเข้ามาหยุดใกล้ๆฉันก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"ยัง ไม่รู้จะกินอะไรดี"
"มึงอยากกินอะไรล่ะ?"
"อะไรก็ได้"
"อะไรก็ได้มันมีที่ไหนล่ะ อยากกินอะไรรีบๆเลือกเดี๋ยวคนเยอะอดแดกพอดี"
"แล้วมึงจะมาเร่งกูทำไมเนี่ย กูยังนึกไม่ออกเลยว่าจะกินอะไรดี" ฉันหันไปตอบไอ้คนข้างๆที่จู่ๆก็มาเร่ง ไม่รู้จะเร่งหาอะไร
"เรื่องมาก"
"เอ้าไอ้นี่ เดี๋ยวแม่ก็เตะก้านคอซะนี่!!" หันไปมองค้อนใส่ไอ้คนตัวโตที่กวนตีนไม่เลิก
"ตัวเท่าหลักกิโลคงก้านคอกูถึงอยู่หรอก"
"ใครจะไปสูงเหมือนเสาไฟแบบมึงล่ะ" คนบ้าอะไรสูงฉิบหาย!!
"หึ งั้นอยากกินอะไรรีบๆเลือก"
"เร่งอย่างกับมึงจะเป็นคนเดินไปซื้อให้กูเองอย่างนั้นแหละ"
"ก็เออไง"
"...." ฉันยกยิ้มขึ้นมาทันทีกับคำตอบของคนตัวโต ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ร้านข้าวมันไก่ "กินข้าวมันไก่ก็ได้"
"อือ เค" เสียงทุ้มตอบพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ
"เฮ้ยปั้นเดี๋ยวก่อน" ฝ่าเท้าหนักชะงักก่อนจะหันมามองหน้าฉัน คิ้วหนาเลิกขึ้นนิดๆ
"อะไร?"
"ของกูไม่เอาหนังนะ" หมายถึงหนังไก่อ่ะ ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนฉันบ้างทุกครั้งที่กินข้าวมันไก่จะสั่งแบบไม่เอาหนัง เพราะเวลากินมันรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้
"เออกูรู้หรอกน่า ไม่หนัง ไม่เครื่องใน ถูกป้ะ?"
"...."
"หึๆ กูจำได้อยู่หรอกว่ามึงชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไรน่ะ ทุกอย่างที่เป็นมึงกูจำได้หมดนั้นแหละ"
"...."
คำพูดของปั้นทำฉันนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับคืนเพราะเสียงวิวที่พูดอย่างกวนๆ
"แหม่ แล้วกูล่ะมึงจำได้บ้างไหมว่ากูชอบกินอะไร" วิวเอ่ยแซวขึ้นทันที
"ทำไมกูต้องจำด้วยวะ?" ไอ้ปั้นมันตอบแบบกวนๆ
"ไอ้คนสองมาตรฐานเอ๊ย!! รีบไปปะเดี๋ยวกูกับแป้งหาที่นั่งรอ"
"แล้วมึงไม่แดกไง?" ปาล์มขมวดคิ้วถามแป้งที่กำลังกอดแขนฉันอยู่
"ก็ฝากมึงไปซื้อให้ไง กูกินก๋วยเตี๋ยวนะ เส้นเล็กพิเศษเนื้อเยอะๆ"
"ไปซื้อเองกูไม่ใช่ทาสครับ"
"นี่เพื่อนไงไอ้ปาล์มขอช่วยหน่อยไม่ได้ไง?" วิวเถียงกลับพลางท้าวสะเอวจ้องหน้าปาล์ม
"แค่เพื่อนครับไม่ใช่ผัว อยากกินก็สั่งเองมานี่"
ว่าจบมือหนาก็คว้าข้อมือเล็กของวิวก่อนจะลากให้เดินตามไปต้อยๆโดยวิวก็บ่นอุบอิบตลอดทาง อะไรวะ ไม่เห็นเหมือนไอ้ปั้นเลยอ่ะ!! ฉันยืนมองตามหลังวิวที่ถูกปาล์มลากไป พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ ท่าทางของสองคนนั้นมันเหมือนแมวกับหมาจริงๆ เจอกันทีไรก็ต้องหาเรื่องกัดกันทุกที
ครืด ครืด....
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นในขณะที่กำลังเดินหาที่นั่ง ฉันนั่งลงตรงที่นั่งว่างตรงใต้ต้นไม้แถวโรงอาหารก่อนจะล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ออกมา รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
[พี่เจมส์]
"พี่เจมส์หายไปไหนคะ แป้งโทรหาไลน์หาพี่ก็ไม่ตอบเลย แป้งน้อยใจนะ" ทันทีที่กดรับสายฉันก็ร่ายยาวใส่คนปลายสายด้วยน้ำเสียงปนน้อยใจ
(ขอโทษนะครับเบบี๋ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่างเลยไม่งอนนะคนดี) เสียงทุ้มจากปลายสายทำให้ฉันถึงกับยิ้มออกมาทันที แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นเสียงแข็งใส่
"แป้งงอนพี่เจมส์มากเลยรู้ไว้ด้วย"
(ไหนเปิดกล้องให้พี่เห็นหน้าคนสวยหน่อยสิครับ) ว่าจบเขาก็กดโทรเป็นวิดีโอคอลมาทันที ฉันกดเปิดกล้องปรับหน้าจอให้พอดีพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของพี่เจมส์ที่ปรากฏขึ้นหน้าจอมือถือ ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นให้
"ไม่ต้องมายิ้มเลยนะแป้งงอนอยู่" ฉันบอกกับคนในหน้าจอที่ยิ้มไม่หยุด
(คิดถึงเบบี๋ที่สุดเยย อยากกลับไปหาไปหอมแก้ม)
"ไม่ต้องมาปากหวานใส่แป้งเลยค่ะ หายไปหลายวันแบบนี้แป้งไม่รักแล้วนะคะ" ฉันยู่ปากใส่คนตัวโตผ่านหน้าจอมือถือ แต่พี่เจมส์กลับหัวเราะออกมาซะอย่างนั้น ตัวเองทำผิดยังจะมาหัวเราะอีกเดี๋ยวเถอะ!!
(ขอโทษค้าบบบ เค้าผิดไปแล้ว ไม่งอนนะคนสวยของพี่)
"ไม่รู้ไม่ชี้"
(ถ้าหายงอนเดี๋ยวพี่ซื้อขนมไปฝาก)
"อย่าเอาขนมมาล่อค่ะ"
(โอ๋ๆ เลิกงอนพี่ได้แล้วนะคนดี) พี่เจมส์พูดเสียงอ้อนๆ พร้อมกับทำหน้าตาออดอ้อนตาเป็นประกาย ให้ตายเถอะ
"ก็ได้หายงอนก็ได้ค่ะ" สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ให้กับลูกอ้อนของคนตัวโตจนได้ ไม่เคยที่จะงอนเขาได้นานเลยอ่ะ!
(แล้วนี่อยู่ไหนครับเนี่ย?)
"ตึกวิศวะค่ะ วิวชวนมากินข้าวที่นี่แล้วก็มาหาปั้นด้วย"
(อ๋อ คิดถึงพี่ไหมครับคนสวย)
"คิดถึงสิคะ ไม่คิดถึงแฟนแล้วจะให้ไปคิดถึงใครล่ะคะ" ฉันตอบกลับคนปากหวาน ดวงตายิ้มแย้มด้วยความอารมณ์ดี ความน้อยใจที่เคยมีก่อนหน้านี้หายไปหมดเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลากับเสียงออดอ้อนจากเขา
ร่างบางของฉันนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองหน้าจอมือถือด้วยความสุข สายตาหวานใสในขณะที่พูดคุยหัวเราะคิกคักไปกับคำพูดของพี่เจมส์ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เคยเหงาหงอยราวกับโลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบเหงา แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับสดใสขึ้นอีกครั้ง
โดยที่ไม่รู้เลยว่า... ใครบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กำลังแอบฟังทุกการสนทนาของทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไป...
PUN PART
ผมที่ยืนอยู่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของแป้งหอมกับไอ้พี่เจมส์ กรามคมขบเข้ากันแน่น มือไม้สั่นจนควบคุมไม่อยู่ ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายบีบรัดแน่นจนปวดหนึบไปหมด เสียงหวานที่พูดคุยกันไหนรอยยิ้มหวานของเพื่อนสนิทมันทำให้ผมเจ็บแปลบๆ
"มายืนทำไรตรงนี้วะ?" ปาล์มที่เดินตามมาติดก็เอ่ยถามขึ้นพลางหันมองตามปั้นที่กำลังจ้องมองร่างบางของแป้งหอมที่กำลังวิดีโอคอลกับแฟนหนุ่มของมันหน้าตามีความสุข
กูเก็ทละก็ว่าอยู่ทำไมมายืนทำหน้าหงอยเหมือนหมา!!
"ยืนทำหน้าหงอยเหมือนหมาเลยนะมึง" ผมตวัดตามองไอ้เพื่อนเวรพูดกวนส้นตีน
"พูดบ้าอะไรมึง กูแค่ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะความสุขมันมากกว่า" ผมตอบปัดๆ ไป ทำเป็นไม่สนใจเสียงหัวเราะเยาะของไอ้ปาล์มที่ยืนมองผมด้วยสายตากวนประสาทเต็มที
"แถไปเรื่อยเลยนะมึง แถจนสีข้างถลอกหมดละ ไอ้เวร" มันพูดแหย่ไม่เลิกก่อนจะตบหลังผมเต็มแรงจนผมเซไปข้างหน้าเล็กน้อย
"กวนตีนละไอ้ปาล์ม ไปนั่งได้ละไปๆ" ผมพูดพลางโบกมือไล่มันให้เดินนำไปที่โต๊ะ กวนตีนเก่งฉิบหายไอ้เวรนี่!!
"เออๆ ไปก็ได้ มึงก็รีบตามมาเร็วๆ" ไอ้ปาล์มยักไหล่ทำหน้ากวนๆ ก่อนจะเดินนำผมไปนั่งตรงข้ามกับแป้งหอม
ผมพยายามไล่ความรู้สึกบ้าๆ นี้ออกไปจากหัว ทั้งๆ ที่ควรจะชินได้แล้วกับภาพมันคุยกับแฟน ยิ้มหวานออดอ้อนใครอีกคนที่ไม่ใช่ผม แต่ทุกครั้งที่เห็นมันยิ้มอย่างมีความสุขกับคนอื่น ใจผมมันก็เจ็บแปลบๆ ขึ้นมาทุกที อย่างกับมีอะไรบางอย่างบีบรัดแน่นอยู่ในอก
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผมแม่งทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากแกล้งทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี ติดอยู่ในสถานะโง่ๆ ที่หาทางออกไม่เจอ ถ้าเป็นเพื่อนคนอื่นล่ะก็ ผมคงยิ้มยินดีไปกับมันที่เห็นมันมีความสุขขนาดนี้ แต่กับแป้งหอมมันไม่ใช่ ผมไม่เคยรู้สึกยินดีเลยสักนิด
เจ็บฉิบหาย เจ็บสุดๆ แต่ก็ทำได้แค่เก็บความรู้สึกไว้ในใจพูดออกไปก็ไม่ได้ แสดงออกยิ่งไม่ได้อีก ทรมานสัส!
"ข้าวมันไก่ตามที่สั่งได้แล้วครับคุณนาย" ผมเดินไปนั่งลงข้างๆพร้อมวางจานข้าวมันไก่ไอ้แป้งที่เพิ่งจะวางสายจากแฟนมันพอดี พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ให้ดูเป็นปกติที่สุด
ใบหน้าเรียวสวยหันมายิ้มแป้นมองผมตาหยี ก่อนจะยื่นมือมาหยิกแก้มผมอย่างหมั่นเขี้ยว
"ขอบใจน้าา ปั้นเพื่อนรัก"
"ไอ้แป้งกูเจ็บ!"
"คิกๆ"
"อารมณ์ดีแล้ว?" ผมเลิกคิ้วถามคนตัวเล็กด้านข้างที่นั่งยิ้มไม่หุบ ผิดจากแป้งหอมคนเมื่อกี้มาก
"อื้อ พี่เจมส์โทรมาแล้ว"
"เมื่อกี้ยังทำหน้าหงอยเหมือนหมาอยู่เลย"
"หึ คนไม่เคยมีแฟนอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร ความรู้สึกที่ต้องอยู่ไกลกับแฟนมันทรมานมากนะ"
"หึ...."
ขอบคุณนักอ่านทุกคนจากใจจริงนะคะ ที่สละเวลาอันมีค่าเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ของไรท์ ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านที่ติดตามมาตั้งแต่ตอนแรก นักอ่านที่เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ระหว่างทาง หรือนักอ่านที่อ่านเงียบ ๆ ไม่ได้คอมเมนต์ ไรท์อยากบอกว่าทุกการเข้ามาอ่านของทุกคนมีความหมายกับไรท์มากจริง ๆ ค่ะ นิยายหนึ่งเรื่องอาจเป็นเพียงตัวอักษรบนหน้าจอสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับไรท์แล้ว มันคือความตั้งใจ ความคิด จินตนาการ และความรู้สึกมากมายที่ค่อย ๆ ถักทอออกมาเป็นเรื่องราว ตลอดระยะเวลาที่เขียนเรื่องนี้ ไรท์ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องการวางพล็อต การพัฒนาตัวละคร การถ่ายทอดอารมณ์ และการจัดการกับความกดดันของตัวเอง บางช่วงอาจเขียนได้อย่างราบรื่น บางช่วงอาจติดขัด เหนื่อย หรือท้อไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดอ่าน คอมเมนต์ หรือข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน ไรท์ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเสมอ และอยากจะเขียนต่อไปให้จบให้ดีที่สุดเพื่อทุกคนค่ะ ไรท์ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับนักอ่านที่คอยคอมเมนต์ แสดงความคิดเห็น หรือส่งฟีดแบ็กมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำแนะนำ หรือแม้แต่คำติ ไรท์อ่านทุกข้อความและซาบซึ้งใจมากจริง ๆ ค่ะ คำติชมเหล่านี
ตลอดทั้งคืนในหัวของฉันมันก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของปั้นซ้ำไปซ้ำมา รีบทำไม แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ใช่หรอ? ก็จริงอยู่ที่ตอนนี้เราก็มีความสุขกันดี แต่ว่า.... ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องอนาคต เขาก็เงียบ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่า แต่งงาน เขาก็เลี่ยง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกที่จะน้อยใจไม่ได้ มันเหมือนกับว่าฉันคิดเองคนเดียวอย่างนั้นแหละ ฉันถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอนตัวพิงหัวเตียง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มอึดอัดในอก เหมือนเรากำลังอยู่ใกล้กันแต่ใจกลับห่างออกเรื่อย ๆ "เป็นอะไร หืม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับโอบกอดฉัน ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดฉันจากด้านหลังแน่นขึ้นอย่างอ่อนโยน ฉันพลิกตัวกลับไปสบตากับเขา ดวงตาคมคู่นั้นยังคงนิ่งและอบอุ่นเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้ฉันกลับมองมันไม่ออก "ปั้น" "มีอะไรหรือป่าว?" เขาเลิกคิ้วถาม “ก็... ช่วงนี้มึงดูแปลก ๆ ไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงาน มึงก็เลี่ยงตลอด” ฉันพยายามกลืนก้อนสะอื้นในลำคอ ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “กูก็เลยอดคิดไม่ได้... ว่ามึงอาจจะเริ่มเบื่อกูแล้วหรือเปล่า” "ทำไมถามแบบนั้น?" "ก็....ช่วงนี้มึงดูแปลกๆไป แถมพอกูพูดถึงเรื่องแต่งงานมึงก็เลี่ยง
หมับ! ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนโผเข้ามากอดจากด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจเตรียมมื้อเช้าให้ ยัยตัวภาระ ที่เมื่อครู่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง “ทำอะไรอยู่คะ... ที่รัก” คิ้วหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกเลี่ยนขึ้นมานิด ๆ กับสรรพนามใหม่ที่อีกคนเอ่ยเรียก “เมื่อกี้... เรียกว่าอะไรนะ?” ขอชัด ๆ หน่อย เผื่อเมื่อกี้หูฝาดไป “ที่รักไง... หรือจะให้เรียกว่า ผัวขา ดี?” “ผีเข้าหรือไง?” เขามองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ปกติเมื่อก่อนขอให้เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ต้องเอาของแข็งอ้างปากถึงจะยอม วันนี้เป็นอะไร? “ไม่ชอบเหรอ? ปกติก็บังคับให้กูเรียกแบบนี้นี่นา” “ชอบดิ... แค่แปลกใจเท่านั้นแหละ” แป้งหอมกลั้นหัวเราะ พลางกอดเอวเขาแน่นขึ้น “ก็ตอนนี้เราคบกันมาเกือบจะสามเดือนแล้วนี่นา ก็เลยคิดว่าควรจะมีสรรพนามเรียกกันบ้าง น่าจะดีออก” “ปกติก็เรียกตลอดอยู่แล้วนี่... เวลาที่โดนกูกระแทกตอกอัดแรง ๆ น่ะ” ประโยคหลังเขากระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำแผ่วชิดจนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้ม ทำเอาแป้งหอมหน้าแดงซ่านทันที แปะ! “นี่แน่ะ! ทะลึ่งแต่เช้าเลย” เธอเผ่นมือตีเบา ๆ แล้วถามต่อ
PEANG HOM PART หลายเดือนต่อมา หลายเดือนผ่านไปนับตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันกับปั้นได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งสถานะของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะตอนนี้...เราสองคนเปลี่ยนจาก เพื่อน มาเป็น แฟน แล้ว เอ๊ะ! ไม่สิ จะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราข้ามขั้นไปไกลกว่านั้นอีก คิดแล้วก็เขินมากกกกก >อ๊ะ ตกใจหมดเลย" ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็มีคนเข้ามากอดจากทางด้านหลัง พอหันไปก็รู้ว่าเป็นปั้นเลยแอบฟาดเขาไปหนึ่งทีโทษฐานที่ทำให้ตกใจ "ขวัญอ่อนจัง ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มนั่นพูดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอฉันไปมา จนรู้สึกทั้งจั๊กจี้ทั้งใจสั่นแถมมือเจ้ากรรมยังซุกซนลูบคลำหน้าอกฉันไปมาจนต้องร้องห้าม “อ๊ะ! ปั้น... อย่าแกล้ง ทำรายงานอยู่” "ค่อยทำไม่ได้หรอ?" “ไม่ได้สิ! ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว อีกอย่างกูต้องรีบหาที่ฝึกงานด้วย ไม่อยากวุ่นวายตอนท้ายเทอม” “ขยันจริง ๆ เมียใครวะเนี้ย” เขาพูดพร้อมขยี้หัวฉันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ฉันเลยหันไปกอดเอวเขาแน่น ซุกหน้าลงกับอกอุ่น ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่เราคบกัน ฉันก็รู้เลยว่าตัวเอง คลั่งรัก ปั้นขนาดไหนแถมดูเหมือนฉันจะติดสกินชิพเขามากกว่าเขาติดฉ
เวลาต่อมา "อ๊าา" จ๊วบ พรึ่บ! เสียงริมฝีปากบวกกับเสียงน้ำลายดัง เรียวลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวไปมากับลิ้นร้อนของคนตัวโตพร้อมกับผลักร่างสูงให้นอนราบไปบนโซฟานุ่มก่อนที่เธอจะขึ้นคร่อมนั่งทับร่างหนาของเขาพร้อมจูบกันอย่างดูดดื่ม เสียงลมหายใจหอบถี่ ทำเอาคนตัวโตถึงกับเลือดในกายสูบฉีดอย่างแรงกับการจู่โจมที่ร้อนแรงของคนตัวเล็ก "อ๊า แป้งใจเย็น" เขาร้องออกมาเพราะคนตัวเล็กตะโบมจูบเขาจนเขาแทบจะหายใจไม่ทัน อย่างกับคนหิวโหย "เย็นไม่ได้เลย กูคิดถึงมึง คิดถึงมาก" แป้งหอมเสียงตอบเสียงกระเซ้าทำเอาเขาใบหน้าร้อนผ่าว แป้งหอมแม่งร้อนแรงเกินไปแล้ว เขาตั้งตัวไม่ทัน "อื้มมม อ๊าแป้ง" "คิดถึงกูไหม มึงเองก็คิดถึงกูใช่ไหมปั้น" "ซี๊ด แป้ง!" มือเรียวลูบไล้ไปมาบริเวณแผงอกของเขาพร้อมกับค่อยๆแกะเม็ดกระดุมนักศึกษาเขาทีละเม็ดๆ ความร้อนแรงของแป้งหอมทำเอาเขาแทบคลั่ง ก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งโดยที่แป้งหอมยังคงนั่งทับบนตักเขา เขาประคองท้ายทอยคนตัวเล็กสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากหวาน มือเขาลูบไล้ไปทั่วทั้งร่างกายของร่างบาง แค่เขาสัมผัสก็ทำเอาแป้งหอมแทบคลั่งเคลิบเคลิ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตัวเองสวม
"มึงรักกูจริงๆ หรือแค่เหงาเพราะไม่มีเพื่อนอย่างกูคอยกวนใจ ดูแลมึงอยู่ข้างๆ กันแน่?" "...." แป้งหอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นยังจ้องมาอย่างไม่วางใจ เหมือนกำลังรอให้เธอพิสูจน์อะไรสักอย่าง ทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กันนะ? "กูรักมึงจริงๆ ปั้น... กูรู้ว่ากูผิดที่รู้ตัวช้าไป แต่ในใจกูมันมีแต่มึงมาตลอด กูแค่...โง่ไปเองที่ไม่ยอมรับ กูขอโทษที่เคยพูดจาแย่ๆ ทำร้ายความรู้สึกมึงมาตลอด" "...." ปั้นมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางที่เขามองมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รู้สึกถึงความเย็นชาที่เขาพยายามแสดงออกมา "กูรู้ว่ามึงคงยังไม่เชื่อ แต่ขอให้กูได้พิสูจน์ได้ไหม ขอให้กูได้ทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง ครั้งนี้กูจะไม่ปล่อยมันพังลงไปอีก" แป้งหอมพูดพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือหนาไว้แน่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องให้อภัยตอนนี้ก็ได้... แค่อย่าทำหน้าเย็นชาแบบนั้น... แต่แล้ว... ปั้นสะบัดมือตัวเองออกจากการกอบกุมเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย แป้งหอมที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจหล่นวูบ ก่อนจะรีบ







