Masuk
“อืม ลม...”
เสียงหวานครางแผ่วอยู่ข้างใบหูทำคนตัวโตที่กำลังซุกไซ้ซอกคอหอมอมยิ้มพอใจ เขาขยับตัวถอดเสื้อยืดแบรนด์เนมทิ้งลงบนพื้นอย่างรีบเร่ง ดวงตาคมกริบวาบลึกกวาดมองคนตัวบางเปลือยเปล่าที่นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงกว้างของคอนโดมิเนียมสุดหรู
ทั้งที่ในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศเสียเย็นฉ่ำ แต่อุณหภูมิร่างกายของหนุ่มสาวกลับพุ่งสูงสวนทาง
วายุ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สาม ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีผู้ชนะการประลองความเร็วในสนามแข่งกวาดมองเรือนร่างบอบบางขาวสว่างสะท้อนแสงของเพื่อนสนิท แล้วโน้มลงบดจูบริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูอมแดงในจังหวะเนิบนาบทำคนตัวบางหลับตาพริ้ม ขยับปากจูบเขากลับไปในแบบเดียวกัน
ในขณะที่มือร้อนผ่าวเลื่อนจากการบีบขยำอกอวบลงมาดันต้นขาเรียวให้แยกออกกว้าง ขยับท่าให้เหมาะสมแล้วเพิ่มความเร่าร้อนลงไปในสัมผัสนั้นอีกเท่าตัวทำเธอร้องครางฮือในลำคออย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
มือร้ายเลื่อนมากรีดไร้รอยแยก ดอกไม้สาวปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมามากมายจนนิ้วลื่นไถลขึ้นลงเมามัน
“อืม น้ำโคตรเยิ้ม”
เขาไต่จูบมายังมุมปาก ลามเลยมาตามแนวสันกรามโค้งมน ก่อนจะซุกไซ้จูบเม้มซอกคอขาวผ่องอย่างเชื่องช้าใจเย็น แต่สัมผัสเนิบนาบชวนฝันทำเอาเธอสั่นสะท้าน หูอื้อตาพร่ามัว หลุดเสียงแห่งความพึงพอใจออกมาอีกครั้ง
“อืม ลม...”
ขวัญข้าว นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ตอนนี้กลายมาเป็นของเดิมพันในการแข่งขันประลองความเร็วของแฟนหนุ่ม เธอแหงนเงยหน้า หลับตาพริ้ม เปิดเปลือยลำคอให้เขารังแกถึงแก่น มือทั้งสองข้างจิกเล็บลงไปบนผ้าปูที่นอนเพื่อระบายความรู้สึกเสียวซ่านครั้งแรกในชีวิต
ร่างกายสั่นระริกที่ดูเหมือนกล้า ๆ กลัว ๆ ทำเขาอมยิ้มละมุน จะว่าเขาชั่วที่ปล้ำได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของตัวเองก็ยอม ก็ใครใช้ให้เพื่อนรักของเขาสวยเย้ายวนหอมหวานไปทั้งตัวแบบนี้กันล่ะ
ทว่าเท่านี้มันยังไม่พอ เขาค่อย ๆ ไต่ริมฝีปากร้อนรุ่มลงมาจนถึงหน้าอกอวบใหญ่เกินตัว มันตั้งเต้าตูมสวยงามไม่หย่อนคล้อยสักนิด เล่นงานความรู้สึกของเขาจนต้องกัดกรามกรอดแล้วแลบลิ้นตวัดเบา ๆ บนปลายยอดสีหวานเพราะเริ่มจะควบคุมความต้องการเบื้องต่ำของตัวเองไม่อยู่แล้ว
“อ๊ะ ลม ไม่เอา”
ร่างงามสะดุ้งโหยงกับสัมผัสแปลกใหม่ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นยันบ่าแกร่ง แต่เขากลับลงลิ้นปาดไล้จนทั่วฐานขนาดเล็ก ก่อนจะตวัดระรัวสลับดูดดึงปลายยอดสีชมพูรสหวานอย่างเมามันราวกับทารกน้อยผู้หิวโหย
“อ๊า มะ ไม่เอาแบบนี้ ลม”
เมื่อทำจนพอใจจึงไต่จูบลงมาตามผิวเนื้ออ่อนบางผ่านหน้าท้องแบนราบที่ขมวดเกร็งทุกครั้งที่เขาพ่นลมหายใจร้อน ๆ หยอกเย้า
เนินเนื้ออวบอูมขาวโพลนไร้เส้นขนคือจุดหมายต่อไป เขากดจูบหนัก ๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วจับขาทั้งสองข้างแบอ้ากว้างเปิดเผยดอกไม้สาวสีชมพูอ่อนแก่สายตาเป็นครั้งแรก
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างตื่นตะลึง ดอกไม้ของเธอสวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา กลีบดอกเล็ก ๆ บอบบางสีชมพูอ่อน ไม่อาจซ่อนติ่งเกสรสาวบวมเป่งไว้ได้ น้ำหวานใส ๆ ไหลเยิ้มเคลือบคลอความสาวจนมันวาววับสะท้อนแสงไฟทำเขาตาพร่า หัวใจดวงโตเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะแทบเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่จนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน
จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จนชุ่มปอด มุมปากยกยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะปาดลิ้นลากขึ้นลงบนกลีบดอกไม้ช้า ๆ
สัมผัสที่ไม่คุ้นเคยทำเธอกรีดร้องเสียงหลง ขาเรียวสั่นระริกจนน่าสงสาร จึงตอบแทนรสชาติหวานติดลิ้นของหยาดน้ำทิพย์ที่หลั่งไหลออกมาเพื่อเขาโดยเฉพาะด้วยการตวัดปลายลิ้นหนักเบาบนจุดที่ไวต่อความรู้สึก ทำเธอดิ้นพล่านครางกระเส่าอย่างลืมอาย
“อ๊า ลม อื้อ...”
ปากร้ายจูบเม้มติ่งเกสรสาวด้วยจังหวะสม่ำเสมอ ทำเธอตื่นเพริดไปทั้งร่าง เขาเร่งเร้าจังหวะตวัดลิ้นสลับกับดูดเม้มเมื่อเธอหยัดเกร็งขึ้นเรื่อย ๆ
ใบหน้าสวยหวานเหยเก คิ้วขมวดมุ่น หลับตาปี๋ เผยอปากร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ไม่รู้ว่าจะหลุดพ้นจากความรู้สึกที่ไม่เคยคุ้นนี้อย่างไร
ไม่กี่อึดใจ คนที่ไม่เคยต้องมือชายก็กระตุกเฮือกเสียวสะบั้นสุดปลายเท้า กรีดร้องครางลั่น ถูกจับโยนขึ้นแตกกระจายกลางท้องฟ้าด้วยปลายลิ้นร้ายของเพื่อนสนิท ก่อนจะทิ้งตังลงนอนระทดระทวยเหมือนร่างกายยังล่องลอยอยู่ในอากาศ
“น้ำเธอโคตรหวานเลย”
คนที่ไม่เคยได้ลิ้มรสหยาดน้ำหวานตวัดลิ้นปาดเลียจนหมดทุกหยาดหยด แต่ไม่ลืมดูดเม้มจุดกระสันหนักเบาเรียกความพร้อมให้เธออีกครั้ง
เขาขยับกายขึ้นคร่อม ต้นขาแกร่งดันขาทั้งสองข้างให้อ้าอีกนิด แล้วโถมตัวลงจูบเธออีกครั้งโดยไม่ได้รอคอยคำตอบ
เมื่อจูบจนพอใจก็ลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือเอื้อมหยิบถุงยางอนามัยที่กองอยู่ข้างตัวเธอ ฉีกซองแล้วเตรียมสวมครอบทำให้เธอที่เลื่อนสายตาตามด้วยความอยากรู้ มองเห็นตัวตนใหญ่โตของเขาได้เต็มตาเป็นครั้งแรก
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง แววตาสั่นระริกตื่นตระหนก พยายามจะขยับตัวหนีแต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อเขาดึงขาของเธอเอาไว้ให้กลับมานอนที่เดิม
ท่อนเนื้อใหญ่ยาวตั้งโด่สีเนื้ออ่อนอมชมพู มีเส้นเลือดปูดโปนเต็มลำ ปลายหัวเบ่งบานสีชมพูเข้มมันวาววับมีน้ำใส ๆ ไหลเยิ้มราวสุนัขหิวโหย ทั้งหมดของเขาเป็นโทนสีอ่อน ๆ น่ารัก แต่ขนาดของมันไม่ได้น่ารักเหมือนสีชมพูแสนหวานของมันเลยแม้แต่น้อย
กะจากสายตาแล้วก็น่าจะเท่าขนาดข้อมือของเธอได้ ทั้งใหญ่ทั้งยาวแบบนั้น ไม่มีทางเลยที่จะเข้าไปในช่องทางคับแคบที่ไม่เคยแม้จะสอดนิ้วเข้าไปได้แน่นอน
“ไม่ทำได้ไหม”
“เธอเป็นรางวัลที่ฉันได้มาจากการเดิมพันนะ ฉันเหยียบคันเร่งจนมิด ถ้าพลาดนิดเดียวคือตาย ไม่มีทางได้มาเอาเธออยู่อย่างนี้หรอก บอกแล้วไงว่าฉันไม่เปลี่ยนใจปล่อยเธอไปแน่ ถ้ากลัวก็หลับตาซะข้าว ฉันเอาเธอไม่นานหรอก เดี๋ยวจะพากลับไปส่งบ้าน”
เมื่อพูดจบเธอก็หลับตาปี๋ เขาเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจโยนถุงยางอนามัยทิ้งแล้วโน้มลงละเลียดจูบริมฝีปากจิ้มลิ้มเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน
อาศัยทีเผลอนำตัวตนใหญ่โตมาถูไถที่ปากทางรัก สะกิดจุดกระสันจนเธอร้องครางโหย ก่อนจะค่อย ๆ กดแทรกท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงไปในความคับแคบทีละนิด แต่ก็ทำได้อย่างเย็นเต็มที
หัวคิ้วเข้มกดต่ำ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน ความคับแคบมันบีบรัดตอดตุบจนเขารู้สึกปวดหนึบไปทั้งลำ เดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยออกมาก็ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่
เขาพ่นลมหายใจออกมาทางปากเพื่อระบายความรู้สึกเสียวซ่าน ไม่ต่างจากเธอที่ลืมตามองเขาอย่างเว้าวอน
“ลม...”
“อีกนิดข้าว เกือบครึ่งทางแล้ว อืม...โคตรแน่นเลย”
สะโพกสอบค่อย ๆ ดันท่อนเนื้อเข้ามาทีละนิด ทุกครั้งที่เขาขยับ คนตัวบางที่นอนเกร็งสะท้านอยู่ใต้ร่างก็ส่ายหน้าหวือ สบตาเขาด้วยแววตาสั่นระริกมีน้ำใส ๆ เอ่อคลอ ราวกับกำลังลังอ้อนวอนให้เขาเลิกทรมานเธอเสียที
ซึ่งมันไม่ใช่แค่เธอที่ทรมาน เพราะเขาเองก็ทรมานจากการปวดหนึบจนท่อนเนื้อแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นกัน
เมื่อทนต่อความอึดอัดค้างคาไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงกัดกรามกลั้นใจกดแทรกความใหญ่โตเข้าไปในผนังบอบบางรวดเดียวสุดโคน
“โอ๊ย ฉันเจ็บ”
คนตัวบางสั่นระริก มองเพื่อนรักด้วยแววตาตัดพ้อ น้ำตาไหลลงอาบแก้ม มือสองข้างที่ยันเชิงกรานอยู่จิกเล็บลงไปเพื่อช่วยระบายความเจ็บปวด แต่มันกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
แรงตอดรัดระรัวพร้อมทั้งพยายามผลักไสท่อนร้อนที่เป็นเหมือนสิ่งแปลกปลอมออกไปจากความบอบบางแน่นหนึบ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
แต่ประสบการณ์ที่มีบอกว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอไม่ผิดแน่ จึงสาวสะโพกดึงท่อนเนื้อออกมาจนเหลืองเพียงปลายหัวบาน ๆ เท่านั้นที่ยังอยู่ในตัวเธอ มองจุดสอดประสานหลอมรวมกายเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างทั้งคู่ก็เห็นเลือดจาง ๆ เคลือบคลอความเป็นชายเต็มไปหมด
“นี่เรื่องจริงเหรอ ฉันอยากกรี๊ด”น้ำอิงยิ้มกว้าง มองเพื่อนรักที่กำลังจะได้เป็นแม่คนซึ่งนั่งอยู่ในอ้อมกอดของวายุที่ตั้งแต่ลงมานั่งในสวนหลังเชิญเพื่อนมาร่วมปาร์ตี้บาร์บีคิวก็ยังไม่ยอมหุบยิ้ม ทั้งยังจูบหน้าผากมนอย่างแสนรักไม่อายใคร ก็อดจะอมยิ้มตามไม่ได้ ในขณะที่อีกสองคู่ชู้ชื่นเองก็ยิ้มกว้างยินดีไม่ต่างกัน“ฉันดีใจด้วยนะข้าว ลม แซงหน้ากันไปอีกแล้ว พี่ขุนไม่เห็นได้เรื่องเลย ขี้โม้ไปวัน ๆ แถมยังบ้างาน ไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันด้วย”โมนาทำหน้าแง่งอนใส่คนรักที่เพิ่งเปิดตัวกันได้ไม่นาน ฝ่ายชายหัวเราะร่วนแต่จ้องเขม็งคาดโทษที่กล้าว่าเขาขี้โม้ไปวัน ๆ ไม่สามารถทำเธอท้องได้เสียที ทั้งที่เขาและเธอยังไม่ทันได้แต่งงานกันด้วยซ้ำ“เหอะ ถ้าพี่ได้เรื่องขึ้นมาโมนาก็ว่าพี่อีกว่าทำโมนาท้องก่อนแต่ง งานเราอีกสองเดือนเลยนะครับ ถ้าท้องก่อนหน้านี้นี่ท้องโตแน่ ใส่ชุดแต่งงานไม่สวยนะ เอาไหม”สาวสวยสะบัดหน้าหนีแง่งอนแต่ขุนพลกลับดึงเธอมาหอมแก้มเพื่อง้อหน้าตาเฉย จึงถูกน้อง ๆ โห่แซว“โห่ เฮีย พอเปิดตัวนี่คลั่งรักสุด ๆ ไปเลยนะครับ เมื่อก่อนว่าผมกับข้าวว่าคลั่งรัก ตอนนี้ตัวเองเป็นเอง กอดโมนาไม่ปล่อยเลย”วายุยักคิ้วแซว แต่ขุนพล
รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ ขวัญข้าวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูน่ารักที่ยืนรออยู่แล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กำลังเปิดประตูรถลงมา“ข้าว...”วายุก้าวยาว ๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัว รั้งร่างบางเข้ามากอดแน่น น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มแต่ริมฝีปากยิ้มกว้าง“ดีใจด้วยนะลม”เขาพยักหน้า หลับตา จูบศีรษะทุยอย่างแสนรัก แล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น รู้สึกหวงแหนคนรักสุดหัวใจ“ผมดีใจที่สุดเลยที่ไม่ได้มีลูกกับคนอื่นนอกจากข้าว ผมขอโทษนะ ชาตินี้จะไม่มีวันทำข้าวเสียใจอีกแล้ว”“อืม อย่าทำข้าวเสียใจอีกนะ” ขวัญข้าวเองก็กอดเขาแน่นเช่นกัน“สาบานเลย”หนุ่มสาวผละห่าง ต่างเช็ดน้ำตาให้กัน หัวเราะออกมาด้วยความโล่งอกแล้วโผเข้ากอดกันอีกครั้ง“ผมรักข้าว”“ข้าวก็รักลม”ผละห่างออกมาเช็ดน้ำตาให้กันอีกครั้ง ก่อนวายุจะประคองใบหน้าสวยงามขึ้นรับจูบอ่อนโยนที่ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความรักล้นหัวใจเสียงอาเจียนดังออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางปลุกให้ขวัญข้าวรู้สึกตัวตื่น หันมองคนรักที่เคยนอนกอดอยู่ด้านหลังก็พบเพียงความว่างเปล่าเป็นการยืนยันว่าเสียงที่ดังอยู่ในห้องน้ำเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ฝันไป“ลม..
เนื่องจากเสียเลือดไปเยอะจากการคลอดลูก ทำให้มินอาหลับสนิทไปทันทีด้วยความอ่อนเพลียหลังให้นมลูกครั้งแรกเมื่อวายุคุยธุระเสร็จก็เข้ามาในห้องพัก เห็นพ่อแม่ของเขาและมะขวิดยืนมองร่างเล็กป้อมในรถเข็นเด็กแรกเกิดจึงเดินเข้าไปหา“ลม มาดูหน้าลูกสิ น่ารักน่าชังเชียว” พิชามญช์เรียกลูกชายเสียงเบาทันทีที่เห็นใบหน้าอ้วนกลมขาวผ่องที่ต้องบอกว่าไม่คล้ายเขาและมินอาเท่าไรนักก็อดที่จะรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ แม้ว่าที่ผ่านมาหลายเดือนเขาไม่เคยดูดำดูดีสองแม่ลูกเลยก็ตาม จึงยื่นนิ้วเข้าไปเขี่ยแก้มราวซาลาเปาเล่น“น่ารักจังเลยนะคะคุณลม แต่มะขวิดว่าหน้าไม่คล้ายคุณลมเลยนะคะ แต่ก็ไม่เห็นเหมือนคุณมินอา” คำพูดมะขวิดทำวายุชะงัก“มะขวิด เด็กเล็กก็แบบนี้แหละ ยังมองไม่ออกหรอกนะว่าเหมือนใคร”พิชามญช์ดุเสียงเบา เหลือบมองลูกชายที่ขมวดคิ้วสงสัย ด้วยรู้ดีว่าลูกชายไม่อยากยอมรับเด็กคนนี้เป็นทุนเดิม แถมตอนนี้ยังกลับไปคืนดีกับขวัญข้าวเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก“ผมแอบตรวจไม่ได้ถ้าผมไม่เซ็นรับรองเด็กคนนี้ก่อน แต่ผมจะเซ็นได้ไงครับแม่ ในเมื่อผมยังไม่แน่ใจเลยว่าเป็นลูกผมจริงหรือเปล่า” วายุถอนหายใจ“แล้วลมจะเอายังไง” คนเป็นพ่อเอ่ยถาม“ถ้าผมไม่รอ
ความอัดอั้นตันใจพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย น้ำอิงที่ยืนอยู่ด้านข้างกุมมือเขาแน่นขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรักให้กับคนที่พยายามทำทุกอย่างให้เธอกับเขาได้อยู่ด้วยกันคำพูดยาวเหยียดและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของลูกชายทำพ่อแม่ชะงัก ผลผลิตที่ไม่ได้เกิดจากความรัก ต่อให้เลี้ยงดูมาอย่างดีด้วยเงินทองของมีค่า แต่อย่างไรสิ่งที่เด็กคนหนึ่งต้องการที่สุดก็คือความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่นในครอบครัวอยู่ดีซึ่งจะมีได้มันต้องเริ่มจากความรักของคนเป็นพ่อแม่ที่มีให้กันก่อน และนั่นเป็นสิ่งที่เวกัสโหยหามาตลอดชีวิตวิภูถอนหายใจ สงสารลูกชายที่ต้องเกิดมาในครอบครัวที่มีความอบอุ่นแค่ฉากหน้า ทุกวันนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องขวนขวายหาชื่อเสียงเงินทองจากที่ไหนอีกแล้วเพราะตัวเองก็มีมากจนไม่รู้จะใช้อย่างไรหมด จึงตั้งใจตัดวงจรอุบาทว์ตั้งแต่วันนี้“อืม พ่ออนุญาต ที่เหลือพ่อเคลียร์เอง จะไม่มีใครบังคับจับแกหมั้นได้อีก พ่อสัญญา”เวกัสยิ้มกว้างทั้งน้ำตา ยกมือไหว้ขอบคุณพ่อแล้วจับมือพาน้ำอิงเดินออกไปจากตรงนี้ทันที“คุณทำแบบนี้ได้ยังไง คุณภู คุณปล่อยลูกไปลงนรกกับผู้หญิงคนนั้น”“นี่คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอคุณวัน ว่านรกที่แท้จริงมันคือที่บ้
“มีความสุขกันจังเลยนะคะ เวย์”เสียงที่ดังอยู่เบื้องหลังทำให้เวกัสกับน้ำอิงที่กำลังยืนเลือกขนมหวานของโรงแรมชื่อดังหันกลับไปมอง เห็นเป็นจินนี่กับแม่ของเธอ รวมถึงแม่ของเขาที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ทั้งเขาและน้ำอิงจึงพนมมือไหว้“อ้อ คนนี้เองเหรอคะคุณวัน ที่มาแย่งตาเวย์ไปจากจินนี่”จรรยากวาดมองน้ำอิงตั้งแต่หัวจรดเท้า สวยขนาดนี้นี่เองเวกัสถึงหลงรักนักหนาถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งพ่อแม่“ค่ะ คนนี้แหละ หน้าด้านหน้าทน ทำตัวเป็นลิงหลอกเจ้า มารยาทำเป็นเลิกกับเจ้าเวย์แล้ว สุดท้ายก็กลับมาฉกเจ้าเวย์ไปใหม่ มือเหนียวเป็นปลาหมึกจับไม่ปล่อย”ถ้อยคำถากถางจากปากแม่ของคนรักทำน้ำอิงกัดฟันแน่น น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเจ็บใจ“แม่ พูดอะไรครับ”“หุบปากไปเลย ไปนั่งที่โต๊ะกับแม่ รู้ไม่ใช่หรือไงว่าควรต้องทำตัวแบบไหน แม่บอกแกแล้วนี่ว่าวันนี้แกต้องมาอยู่กับจินนี่”เขารู้อยู่แล้วว่างานวันนี้ครอบครัวของเขาและครอบครัวของจินนี่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเพราะรู้จักสนิทสนมกันดีกับพ่อแม่ของไม้หมอน และเขาตั้งใจขัดคำสั่งไม่ยอมไปร่วมโต๊ะด้วยตั้งแต่แรก“แล้วทำไมผมต้องทิ้งแฟนไปอยู่กับจินนี่ด้วยล่ะครับ”“เจ้าเวย์” วันทนาตวาดลูกชายเสียงไม่ดังนักเพราะแ
ความในใจที่พรั่งพรูออกมาทำผู้ใหญ่ทุกคนชะงัก แต่ไม่มีใครอยากยอมรับความผิด โดยเฉพาะมิรินที่แม้จะโดนปฏิเสธต่อหน้า แต่กลับอยากแย่งเขามาเป็นของตัวเองให้ได้“ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นมันกระจอกไง มันเอามาเชิดหน้าชูตาไม่ได้ แต่รินทำได้ คุณจะกลายเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับริน”“ใครกันแน่ที่กระจอก คุณหรือเอมิ” ไม้หมอนตวาดลั่นไม่ยอม ก่อนพูดต่อ“คุณไม่ใช่เหรอที่กระจอกจนถึงขั้นให้ผู้ใหญ่มาบีบบังคับให้ผมหมั้นด้วยเพราะไม่มีปัญญาทำให้ผมรัก ในขณะที่เอมิไม่ต้องทำอะไรเลย ผมก็รักและอยากแต่งงานด้วย”“ไม้...กรี๊ด...”มิรินกรีดร้องอีกครั้ง ก้าวพรวดจะตบหน้าเอมิโยะแต่ถูกไม้หมอนเอาตัวบังไว้ได้ทัน จึงถูกผลักออกห่างจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว“ไม้ นี่คุณกล้าทำแบบนี้กับรินเลยเหรอ”“เลิกทำตัวทุเรศ ๆ สักทีริน อย่าทำร้ายเมียผม ยังไงชาตินี้ผมก็ไม่มีวันรักคุณ ไม่มีวันยอมแต่งงานด้วย ถึงจะไม่มีเอมิก็ไม่เอาคุณ เข้าใจหรือยัง”“นี่นายกล้าทำกับลูกสาวฉันขนาดนี้เลยเหรอ”กิตติตวาดลั่น ดวงตาลุกโชนด้วยความโกรธ ไม้หมอนไม่ได้เกรงกลัว และไม่สนใจรักษาความสัมพันธ์จอมปลอมให้พวกผู้ใหญ่อีกแล้ว“ครับ ช่วยเอาลูกสาวคุณอากลับไปด้ว







