Masuk“เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”
เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป
“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”
คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”
คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่
“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”
หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันทีที่บานประตูห้องปิดล็อกลง ร่างระหงก็ทรุดฮวบลงนั่งพิงบานประตูอย่างหมดแรง มือเล็กยกขึ้นทาบทับหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง ก้อนเนื้อข้างในมันเต้นกระหน่ำรุนแรงจนปวดหนึบไปหมด
‘ถ้าเป็นฉัน... ฉันจะลากเธอขึ้นเตียง แล้วทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินลงมาจากรถด้วยซ้ำ’
ประโยคคุกคามที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ลมหายใจร้อนผ่าวและกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาราวกับยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก เจ้าขวัญหลับตาแน่น ส่ายหน้าไปมาเพื่อสะบัดไล่ความรู้สึกวูบวาบปนหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด
“บ้าที่สุด... ทำไมต้องใจเต้นแรงกับคำพูดทุเรศๆ แบบนั้นด้วย” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน “พี่แทนมันก็แค่อันธพาลปากเสีย... ใช่... เขาแค่หาเรื่องขู่ให้เรากลัวเท่านั้นแหละ”
แม้จะพยายามหลอกตัวเอง แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจกลับถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอเดินไปทรุดตัวลงบนเตียง หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาดูหน้าจอแชทที่ว่างเปล่า... ไม่มีข้อความฝันดีจากเจ้าชายของเธอเหมือนทุกวัน หมอพิชญ์เงียบหายไปตั้งแต่ส่งเธอลงรถ หรือว่าคืนนี้... เขาจะไปหาผู้หญิงชื่อนาเดียคนนั้นจริงๆ?
ความรู้สึกระแวงสงสัยเกาะกุมหัวใจ เจ้าขวัญพลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสับสนไหลซึมออกมาเงียบๆ... คืนนี้เป็นคืนที่เธอรู้สึกว่าเจ้าชายช่างอยู่ไกลแสนไกล ในขณะที่เงาของอสูรกายกลับทาบทับเข้ามาในใจ ...ใกล้เสียจนน่ากลัว
.
อีกด้านหนึ่งของกำแพง...
บนระเบียงห้องนอนชั้นสองของบ้านหลังติดกัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำยืนพิงกรอบประตูบานเลื่อน นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปยังหน้าต่างห้องนอนฝั่งตรงข้ามที่ไฟเพิ่งจะดับลง
แทนไทล้วงซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง คาบมันไว้ในปากแล้วจุดไฟแช็ก แสงไฟสีส้มสว่างวาบสะท้อนให้เห็นกรามแกร่งที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขาอัดควันพิษเข้าปอดลึกก่อนจะพ่นมันออกมาอย่างเชื่องช้า หวังให้มันช่วยดับความรุ่มร้อนในอกที่กำลังแผดเผาตัวเขาเอง
‘เกือบไปแล้วไอ้แทน... มึงเกือบจะบีบคอยัยนั่นตายคามือแล้ว’
ชายหนุ่มสบถด่าตัวเองในใจ สัมผัสจากผิวกายนุ่มเนียนและกลิ่นหอมสะอาดของเธอยังคงรบกวนจิตใจจนเขาแทบคลั่ง ตอนที่เห็นเธอเถียงคอเป็นเอ็นเพื่อปกป้องไอ้หมอหน้าจืดนั่น เขาโกรธจนแทบอยากจะกระชากร่างเล็กๆ นั่นมากดจูบให้ขาดใจ อยากจะลบสัมผัสของไอ้หมอนั่นออกไปให้หมด อยากจะสั่งสอนให้รู้ว่าผู้ชายที่เธอมองว่าเป็นปีศาจคนนี้แหละ... ที่รักและหวงเธอมากกว่าไอ้เจ้าชายจอมปลอมนั่นเป็นร้อยเท่า!
แต่เขาทำไม่ได้...
แทนไทบดขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างแรงจนแหลกคามือ เขารู้ดีว่ายิ่งเขาแสดงออกว่าหวงก้างมากเท่าไหร่ เจ้าขวัญก็จะยิ่งถอยห่างและมองเขาเป็นตัวร้ายมากขึ้นเท่านั้น และถ้าพ่อแม่ของเธอรู้เรื่องเข้า ยัยเด็กกะโปโลนั่นจะต้องถูกตีกรอบให้แน่นหนาขึ้นกว่าเดิมจนไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่
“จะโง่ไปถึงเมื่อไหร่วะเจ้าขวัญ...” เสียงทุ้มพึมพำกับความมืด สายตายังคงทอดมองไปยังบานหน้าต่างที่ปิดสนิท “ต้องให้มันลอกคราบมากัดก่อนหรือไง ถึงจะตาสว่าง”
เขาไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น... ถ้าเจ้าขวัญยังดื้อด้านดันทุรังจะวิ่งเข้ากองไฟ งั้นอสูรกายอย่างเขาก็จะยอมโดนไฟคลอก แล้วกระชากเธอกลับมาเอง!
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ มหาวิทยาลัยโกลบอล
บรรยากาศยามเช้าของมหาวิทยาลัยยังคงพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษา เจ้าขวัญเดินลงจากรถแท็กซี่ด้วยใบหน้าอิดโรย ใต้ตาบวมช้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับทั้งคืน เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ กอดหนังสือเดินไปตามทางเดินใต้ร่มไม้เพื่อมุ่งหน้าไปยังตึกคณะบริหารธุรกิจ
“น้องขวัญครับ”
เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าขวัญชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยวูบโหวงเมื่อคืนกระตุกเต้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอหันกลับไปมองและพบกับร่างสูงโปร่งของหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย
“พี่พิชญ์...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ความรู้สึกสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก
“เมื่อคืนพี่ต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไลน์ไปบอกฝันดี พอดีพี่กลับถึงคอนโดแล้วสลบยาวเลยน่ะครับ เหนื่อยจากการอ่านหนังสือสอบนิดหน่อย”
หมอพิชญ์อธิบายด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แววตาไม่มีร่องรอยของการโกหกเลยแม้แต่น้อย
เจ้าขวัญเม้มริมฝีปากแน่น คำแก้ตัวของเขาช่างดูสมเหตุสมผล แต่ข้อความของนาเดียเมื่อคืนมันยังคงค้างคาอยู่ในใจ เธออยากจะถามออกไปตรงๆ แต่ก็ไม่กล้าพอ กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้หญิงงี่เง่าและก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป
“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญเข้าใจ” เธอฝืนยิ้มตอบ
“แล้วนี่ทานข้าวเช้าหรือยังครับ ไปหาอะไรทานด้วยกันไหม?” หมอพิชญ์เอ่ยชวนพร้อมกับถือวิสาสะเอื้อมมือมาสัมผัสข้อศอกของเธอเบาๆ อย่างคุ้นเคย
ทว่า... ยังไม่ทันที่เจ้าขวัญจะได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ก็ดึงความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันไปมอง
บรื้นนนน!! เอี๊ยด!
รถดูคาติสีดำด้านคันใหญ่พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทห่างจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว ล้อหน้าปาดเข้ามาใกล้จนหมอพิชญ์ต้องรีบดึงตัวเจ้าขวัญหลบตามสัญชาตญาณ
เจ้าของรถในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูกระตุกยิ้มมุมปาก เขาตบเกียร์ดับเครื่องยนต์ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่กำลังมองตรงมายังพวกเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน มือหนาสางผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงจากการใส่หมวกกันน็อกลวกๆ ท่าทางดิบเถื่อนและอันตรายนั้นเรียกเสียงซุบซิบจากนักศึกษาสาวๆ แถวนั้นได้ทันที
แทนไทตวัดขาก้าวลงจากรถบิ๊กไบค์คู่ใจ เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดเข่าย่างสามขุมตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองมือของหมอพิชญ์ที่ยังคงจับข้อศอกของเจ้าขวัญเอาไว้ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
“เช้าขนาดนี้... คึกคักกันจังเลยนะ”
เสียงทุ้มห้าวเอ่ยทักทาย สายตาคมดุกวาดมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นเขา
หมอพิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและปล่อยมือจากเจ้าขวัญอย่างมีมารยาท“บังเอิญเจอกันน่ะครับ พี่กำลังจะชวนน้องขวัญไปทานข้าวเช้า... น้องขวัญไปกันเถอะครับ” หมอหนุ่มตัดบทและหันมาทางหญิงสาว“โทษทีว่ะไอ้หมอ...”แทนไทเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ“บังเอิญว่าคุณป้า... แม่ของยัยนี่ สั่งให้ฉันคอยดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างใกล้ชิด”เจ้าขวัญเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขี้ตู่ทันที “พี่พูดบ้าอะไร! แม่ฉันไปสั่งพี่ตอนไหน!”เธอเถียงเสียงหลง เพราะรู้ดีว่าแม่รดาเกลียดแทนไทเข้าไส้ตั้งแต่แทนไทขึ้นม.ปลายและเริ่มมีเรื่องมีราวไม่เว้นวัน ไม่มีทางจะฝากฝังเธอไว้กับเขาเด็ดขาดแทนไทไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าแฝงความหมายอันตรายเอาไว้ชัดเจน“จะไปกินข้าวกับมัน... หรือจะให้ฉันโทรไปบอกแม่เธอตอนนี้... ว่าเมื่อคืนลูกสาวคนดีกลับดึกเพราะไปร่านกินข้าวกับผู้ชายมา”&ldqu
“เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันท
บรรยากาศภายในร้านกาแฟกลับมาอบอวลไปด้วยความหวานละมุนอีกครั้งเมื่อปราศจากเงาของเด็กวิศวะอันธพาล หมอพิชญ์ดูแลเจ้าขวัญอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อม และใส่ใจในทุกรายละเอียดจนเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบอย่างเธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง“เดี๋ยวพี่ไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้ก่อนนะครับ ขวัญทานเค้กรอเลย”ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่น วางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูคว่ำหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าขวัญมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาชื่นชม ทว่า...ครืด... ครืด...แรงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำให้หญิงสาวละสายตาลงมามอง แม้ตัวเครื่องจะคว่ำอยู่ แต่แสงไฟจากหน้าจอที่สว่างวาบก็สะท้อนกับพื้นโต๊ะกระจกสะท้อนให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน[Nadia_N]: ‘คืนนี้หมอจะแวะมาหาไหมคะ นาเดียซื้อไวน์ตัวที่หมอชอบมารอแล้วนะ...’ช้อนคันเล็กในมือเจ้าขวัญชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางลง ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำว่า ‘หมอ’ และบริบทของการชวนไปหาตอนกลางคืน มันดูห่างไกลจากคำว
เจ้าขวัญเหลือบสายตามองขวางใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานตาเป็นประกายให้หมอพิชญ์“ค่ะ ขวัญมาซื้อกาแฟค่ะ”เธอตั้งใจเลือกที่จะตอบคำถามของหมอพิชญ์ แทนที่จะตอบคำถามของคนพาลข้างกาย ทำเอาเด็กวิศวะช็อปแดงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน“พี่ว่าแล้วว่าต้องเจอ น้องเจ้าขวัญมาเวลานี้ประจำใช่ไหมครับ”หมอพิชญ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ประโยคที่คล้ายดักรอกันทำเอาใบหน้าหวานยิ่งแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิมแทนไทพ่นลมหายใจออกแรงๆ อย่างหมุดหงิดเต็มทน เขาแกล้งส่งมือไปผลักไหล่บางเบาๆ อย่างหมั่นไส้“ไปสั่งดิ! กูอยากกินกาแฟ! เอาอเมริกาโน่คั่วเข้มนะ… เพราะกูไม่ชอบอะไรที่มันจืดๆ!”คำว่า ‘จืด’ แทนไทจงใจเน้นเสียงหนักพร้อมสายตาดุดันที่จ้องมองหมอพิชญ์อย่างเอาเรื่อง แรงผลักทำให้เจ้าขวัญเซไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หมอพิชญ์รีบยื่นมือเข้ามาช่วยประคองแผ่นหลังบางไว้ทันเวลาภาพสัมผัสนั้นทำเอาแทนไทกำหมัดแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์เตรียมจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอกลับคืนมา ทว่าคำถามเรียบง่ายจากหมอพิชญ์กลับทำให้เท้าเขาชะงักกึก“เป็นอะไรไหมครับ? …เอ่อ นั่นแฟนเหรอครับ?”เจ้าขวัญรีบส่ายหน้าพันละวันด้วยท่าทีร้อนรน “ไม
“แง้! เอามันออกไปนะ! แง้ๆๆ!”เสียงร้องไห้โฮของเด็กน้อยวัยแปดขวบดังลั่นไปทั่วซอยในหมู่บ้านบียอนด์วีไอพี ร่างเล็กนั่งแปะอยู่กับพื้นถนนคอนกรีต จ้องมอง ‘งูยาง’ ตรงหน้าด้วยความขวัญเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะลุกหนี“ฮ่าๆๆ ยัยซื่อบื้อ! นั่นมันแค่งูของเล่นเองนะ ขี้แยชะมัด!”เด็กชายวัยเก้าขวบที่ยืนชี้นิ้วหัวเราะร่าท่ามกลางกลุ่มเพื่อน คือจุดเริ่มต้นความเกลียดชังในใจของ ‘เจ้าขวัญ’... เธอปักใจเชื่อตั้งแต่ตอนนั้นว่า พี่ชายข้างบ้านคนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจตัวร้ายในการ์ตูนเจ้าหญิงที่เธอชอบดูเวลาหมุนผ่าน ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดกันเรื่อยมาจนกระทั่งเข้าสู่วัยมัธยมปลาย พี่ชายคนเดิมเริ่มกลายเป็นคนเงียบขรึมและเข้าถึงยาก ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน... คือเขายังคงหาโอกาสแกล้งเธออยู่เสมอและเหตุผลนั้นเอง...“ห่างๆ กับแทนไทหน่อยนะลูก แม่ไม่ชอบพวกอันธพาล ได้ข่าวว่ามีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน” ‘แม่รดา’ เอ่ยกำชับด้วยสีหน้าแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิดเจ้าขวัญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ร้องตอบอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ “หนูก็ไม่ได้อยากยุ่งจ้ะแม่ พี่แทนชอบแกล้งหนู แต่หนูไม่เคยคิดอยากเข้าใกล้เขาเลยสักนิด”ผู้เป็นแม่ยิ้มรับด้วยค
ซ่าาา…!เสียงของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่อง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยโกลบอลที่เคยคึกครื้นไปด้วยกลุ่มนักศึกษาเซเลบระดับนานาชาติ บัดนี้กลับเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจกลุ่มชายหนุ่มวิศวะปี 4 สาขายานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าในชุดช็อปสีแดงเด่นชัดยืนล้อมกรอบหญิงสาวคนหนึ่งไว้ และหนึ่งในนั้น... 'แทนไท' เพิ่งจะถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือด้วยสีหน้านิ่งเรียบระคนกวนประสาท ก่อนเขาจะปรายตามองชุดที่เปียกชุ่มแล้วเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์แล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบก็ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วกึ่งลากกึ่งจูงพ้นวงล้อมของแขกเหรื่อ ออกมาจากมือของ ‘หมอพิชญ์’ นักศึกษาแพทย์ปี 4 ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นทันที“อะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”‘เจ้าขวัญ’ ร้องโวยวายตลอดทางพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับ แต่ ‘แทนไท’







