Share

บทที่ 5. ยัยโง่

last update Tanggal publikasi: 2026-09-28 20:30:59

“เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”

เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป

“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”

คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”

คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่

“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”

หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันทีที่บานประตูห้องปิดล็อกลง ร่างระหงก็ทรุดฮวบลงนั่งพิงบานประตูอย่างหมดแรง มือเล็กยกขึ้นทาบทับหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง ก้อนเนื้อข้างในมันเต้นกระหน่ำรุนแรงจนปวดหนึบไปหมด

‘ถ้าเป็นฉัน... ฉันจะลากเธอขึ้นเตียง แล้วทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินลงมาจากรถด้วยซ้ำ’

ประโยคคุกคามที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ลมหายใจร้อนผ่าวและกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาราวกับยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก เจ้าขวัญหลับตาแน่น ส่ายหน้าไปมาเพื่อสะบัดไล่ความรู้สึกวูบวาบปนหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด

“บ้าที่สุด... ทำไมต้องใจเต้นแรงกับคำพูดทุเรศๆ แบบนั้นด้วย” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความสับสน “พี่แทนมันก็แค่อันธพาลปากเสีย... ใช่... เขาแค่หาเรื่องขู่ให้เรากลัวเท่านั้นแหละ”

แม้จะพยายามหลอกตัวเอง แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจกลับถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอเดินไปทรุดตัวลงบนเตียง หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมาดูหน้าจอแชทที่ว่างเปล่า... ไม่มีข้อความฝันดีจากเจ้าชายของเธอเหมือนทุกวัน หมอพิชญ์เงียบหายไปตั้งแต่ส่งเธอลงรถ หรือว่าคืนนี้... เขาจะไปหาผู้หญิงชื่อนาเดียคนนั้นจริงๆ?

ความรู้สึกระแวงสงสัยเกาะกุมหัวใจ เจ้าขวัญพลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอน ปล่อยให้น้ำตาแห่งความสับสนไหลซึมออกมาเงียบๆ... คืนนี้เป็นคืนที่เธอรู้สึกว่าเจ้าชายช่างอยู่ไกลแสนไกล ในขณะที่เงาของอสูรกายกลับทาบทับเข้ามาในใจ ...ใกล้เสียจนน่ากลัว

.

อีกด้านหนึ่งของกำแพง...

บนระเบียงห้องนอนชั้นสองของบ้านหลังติดกัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำยืนพิงกรอบประตูบานเลื่อน นัยน์ตาคมกริบจดจ้องไปยังหน้าต่างห้องนอนฝั่งตรงข้ามที่ไฟเพิ่งจะดับลง

แทนไทล้วงซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง คาบมันไว้ในปากแล้วจุดไฟแช็ก แสงไฟสีส้มสว่างวาบสะท้อนให้เห็นกรามแกร่งที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขาอัดควันพิษเข้าปอดลึกก่อนจะพ่นมันออกมาอย่างเชื่องช้า หวังให้มันช่วยดับความรุ่มร้อนในอกที่กำลังแผดเผาตัวเขาเอง

‘เกือบไปแล้วไอ้แทน... มึงเกือบจะบีบคอยัยนั่นตายคามือแล้ว’

ชายหนุ่มสบถด่าตัวเองในใจ สัมผัสจากผิวกายนุ่มเนียนและกลิ่นหอมสะอาดของเธอยังคงรบกวนจิตใจจนเขาแทบคลั่ง ตอนที่เห็นเธอเถียงคอเป็นเอ็นเพื่อปกป้องไอ้หมอหน้าจืดนั่น เขาโกรธจนแทบอยากจะกระชากร่างเล็กๆ นั่นมากดจูบให้ขาดใจ อยากจะลบสัมผัสของไอ้หมอนั่นออกไปให้หมด อยากจะสั่งสอนให้รู้ว่าผู้ชายที่เธอมองว่าเป็นปีศาจคนนี้แหละ... ที่รักและหวงเธอมากกว่าไอ้เจ้าชายจอมปลอมนั่นเป็นร้อยเท่า!

แต่เขาทำไม่ได้...

แทนไทบดขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างแรงจนแหลกคามือ เขารู้ดีว่ายิ่งเขาแสดงออกว่าหวงก้างมากเท่าไหร่ เจ้าขวัญก็จะยิ่งถอยห่างและมองเขาเป็นตัวร้ายมากขึ้นเท่านั้น และถ้าพ่อแม่ของเธอรู้เรื่องเข้า ยัยเด็กกะโปโลนั่นจะต้องถูกตีกรอบให้แน่นหนาขึ้นกว่าเดิมจนไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่

“จะโง่ไปถึงเมื่อไหร่วะเจ้าขวัญ...” เสียงทุ้มพึมพำกับความมืด สายตายังคงทอดมองไปยังบานหน้าต่างที่ปิดสนิท “ต้องให้มันลอกคราบมากัดก่อนหรือไง ถึงจะตาสว่าง”

เขาไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น... ถ้าเจ้าขวัญยังดื้อด้านดันทุรังจะวิ่งเข้ากองไฟ งั้นอสูรกายอย่างเขาก็จะยอมโดนไฟคลอก แล้วกระชากเธอกลับมาเอง!

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ มหาวิทยาลัยโกลบอล

บรรยากาศยามเช้าของมหาวิทยาลัยยังคงพลุกพล่านไปด้วยนักศึกษา เจ้าขวัญเดินลงจากรถแท็กซี่ด้วยใบหน้าอิดโรย ใต้ตาบวมช้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับทั้งคืน เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ กอดหนังสือเดินไปตามทางเดินใต้ร่มไม้เพื่อมุ่งหน้าไปยังตึกคณะบริหารธุรกิจ

“น้องขวัญครับ”

เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าขวัญชะงักฝีเท้า หัวใจที่เคยวูบโหวงเมื่อคืนกระตุกเต้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอหันกลับไปมองและพบกับร่างสูงโปร่งของหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย

“พี่พิชญ์...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงแผ่ว ความรู้สึกสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก

“เมื่อคืนพี่ต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไลน์ไปบอกฝันดี พอดีพี่กลับถึงคอนโดแล้วสลบยาวเลยน่ะครับ เหนื่อยจากการอ่านหนังสือสอบนิดหน่อย”

หมอพิชญ์อธิบายด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แววตาไม่มีร่องรอยของการโกหกเลยแม้แต่น้อย

เจ้าขวัญเม้มริมฝีปากแน่น คำแก้ตัวของเขาช่างดูสมเหตุสมผล แต่ข้อความของนาเดียเมื่อคืนมันยังคงค้างคาอยู่ในใจ เธออยากจะถามออกไปตรงๆ แต่ก็ไม่กล้าพอ กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นผู้หญิงงี่เง่าและก้าวก่ายชีวิตเขามากเกินไป

“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญเข้าใจ” เธอฝืนยิ้มตอบ

“แล้วนี่ทานข้าวเช้าหรือยังครับ ไปหาอะไรทานด้วยกันไหม?” หมอพิชญ์เอ่ยชวนพร้อมกับถือวิสาสะเอื้อมมือมาสัมผัสข้อศอกของเธอเบาๆ อย่างคุ้นเคย

ทว่า... ยังไม่ทันที่เจ้าขวัญจะได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เสียงคำรามกระหึ่มของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ก็ดึงความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันไปมอง

บรื้นนนน!! เอี๊ยด!

รถดูคาติสีดำด้านคันใหญ่พุ่งทะยานเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทห่างจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าว ล้อหน้าปาดเข้ามาใกล้จนหมอพิชญ์ต้องรีบดึงตัวเจ้าขวัญหลบตามสัญชาตญาณ

เจ้าของรถในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูกระตุกยิ้มมุมปาก เขาตบเกียร์ดับเครื่องยนต์ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่กำลังมองตรงมายังพวกเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน มือหนาสางผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงจากการใส่หมวกกันน็อกลวกๆ ท่าทางดิบเถื่อนและอันตรายนั้นเรียกเสียงซุบซิบจากนักศึกษาสาวๆ แถวนั้นได้ทันที

แทนไทตวัดขาก้าวลงจากรถบิ๊กไบค์คู่ใจ เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดเข่าย่างสามขุมตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองมือของหมอพิชญ์ที่ยังคงจับข้อศอกของเจ้าขวัญเอาไว้ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน

“เช้าขนาดนี้... คึกคักกันจังเลยนะ”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยทักทาย สายตาคมดุกวาดมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 6. เจ้าชายชนะ

    หมอพิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและปล่อยมือจากเจ้าขวัญอย่างมีมารยาท“บังเอิญเจอกันน่ะครับ พี่กำลังจะชวนน้องขวัญไปทานข้าวเช้า... น้องขวัญไปกันเถอะครับ” หมอหนุ่มตัดบทและหันมาทางหญิงสาว“โทษทีว่ะไอ้หมอ...”แทนไทเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ“บังเอิญว่าคุณป้า... แม่ของยัยนี่ สั่งให้ฉันคอยดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างใกล้ชิด”เจ้าขวัญเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขี้ตู่ทันที “พี่พูดบ้าอะไร! แม่ฉันไปสั่งพี่ตอนไหน!”เธอเถียงเสียงหลง เพราะรู้ดีว่าแม่รดาเกลียดแทนไทเข้าไส้ตั้งแต่แทนไทขึ้นม.ปลายและเริ่มมีเรื่องมีราวไม่เว้นวัน ไม่มีทางจะฝากฝังเธอไว้กับเขาเด็ดขาดแทนไทไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าแฝงความหมายอันตรายเอาไว้ชัดเจน“จะไปกินข้าวกับมัน... หรือจะให้ฉันโทรไปบอกแม่เธอตอนนี้... ว่าเมื่อคืนลูกสาวคนดีกลับดึกเพราะไปร่านกินข้าวกับผู้ชายมา”&ldqu

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 5. ยัยโง่

    “เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันท

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 4. รอยร้าวเล็กๆ

    บรรยากาศภายในร้านกาแฟกลับมาอบอวลไปด้วยความหวานละมุนอีกครั้งเมื่อปราศจากเงาของเด็กวิศวะอันธพาล หมอพิชญ์ดูแลเจ้าขวัญอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อม และใส่ใจในทุกรายละเอียดจนเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบอย่างเธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง“เดี๋ยวพี่ไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้ก่อนนะครับ ขวัญทานเค้กรอเลย”ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่น วางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูคว่ำหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าขวัญมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาชื่นชม ทว่า...ครืด... ครืด...แรงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำให้หญิงสาวละสายตาลงมามอง แม้ตัวเครื่องจะคว่ำอยู่ แต่แสงไฟจากหน้าจอที่สว่างวาบก็สะท้อนกับพื้นโต๊ะกระจกสะท้อนให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน[Nadia_N]: ‘คืนนี้หมอจะแวะมาหาไหมคะ นาเดียซื้อไวน์ตัวที่หมอชอบมารอแล้วนะ...’ช้อนคันเล็กในมือเจ้าขวัญชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางลง ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำว่า ‘หมอ’ และบริบทของการชวนไปหาตอนกลางคืน มันดูห่างไกลจากคำว

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 3. เธอชอบมันมากเหรอ?

    เจ้าขวัญเหลือบสายตามองขวางใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานตาเป็นประกายให้หมอพิชญ์“ค่ะ ขวัญมาซื้อกาแฟค่ะ”เธอตั้งใจเลือกที่จะตอบคำถามของหมอพิชญ์ แทนที่จะตอบคำถามของคนพาลข้างกาย ทำเอาเด็กวิศวะช็อปแดงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน“พี่ว่าแล้วว่าต้องเจอ น้องเจ้าขวัญมาเวลานี้ประจำใช่ไหมครับ”หมอพิชญ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ประโยคที่คล้ายดักรอกันทำเอาใบหน้าหวานยิ่งแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิมแทนไทพ่นลมหายใจออกแรงๆ อย่างหมุดหงิดเต็มทน เขาแกล้งส่งมือไปผลักไหล่บางเบาๆ อย่างหมั่นไส้“ไปสั่งดิ! กูอยากกินกาแฟ! เอาอเมริกาโน่คั่วเข้มนะ… เพราะกูไม่ชอบอะไรที่มันจืดๆ!”คำว่า ‘จืด’ แทนไทจงใจเน้นเสียงหนักพร้อมสายตาดุดันที่จ้องมองหมอพิชญ์อย่างเอาเรื่อง แรงผลักทำให้เจ้าขวัญเซไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หมอพิชญ์รีบยื่นมือเข้ามาช่วยประคองแผ่นหลังบางไว้ทันเวลาภาพสัมผัสนั้นทำเอาแทนไทกำหมัดแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์เตรียมจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอกลับคืนมา ทว่าคำถามเรียบง่ายจากหมอพิชญ์กลับทำให้เท้าเขาชะงักกึก“เป็นอะไรไหมครับ? …เอ่อ นั่นแฟนเหรอครับ?”เจ้าขวัญรีบส่ายหน้าพันละวันด้วยท่าทีร้อนรน “ไม

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 2. พี่ชายข้างบ้าน

    “แง้! เอามันออกไปนะ! แง้ๆๆ!”เสียงร้องไห้โฮของเด็กน้อยวัยแปดขวบดังลั่นไปทั่วซอยในหมู่บ้านบียอนด์วีไอพี ร่างเล็กนั่งแปะอยู่กับพื้นถนนคอนกรีต จ้องมอง ‘งูยาง’ ตรงหน้าด้วยความขวัญเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะลุกหนี“ฮ่าๆๆ ยัยซื่อบื้อ! นั่นมันแค่งูของเล่นเองนะ ขี้แยชะมัด!”เด็กชายวัยเก้าขวบที่ยืนชี้นิ้วหัวเราะร่าท่ามกลางกลุ่มเพื่อน คือจุดเริ่มต้นความเกลียดชังในใจของ ‘เจ้าขวัญ’... เธอปักใจเชื่อตั้งแต่ตอนนั้นว่า พี่ชายข้างบ้านคนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจตัวร้ายในการ์ตูนเจ้าหญิงที่เธอชอบดูเวลาหมุนผ่าน ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดกันเรื่อยมาจนกระทั่งเข้าสู่วัยมัธยมปลาย พี่ชายคนเดิมเริ่มกลายเป็นคนเงียบขรึมและเข้าถึงยาก ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน... คือเขายังคงหาโอกาสแกล้งเธออยู่เสมอและเหตุผลนั้นเอง...“ห่างๆ กับแทนไทหน่อยนะลูก แม่ไม่ชอบพวกอันธพาล ได้ข่าวว่ามีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน” ‘แม่รดา’ เอ่ยกำชับด้วยสีหน้าแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิดเจ้าขวัญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ร้องตอบอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ “หนูก็ไม่ได้อยากยุ่งจ้ะแม่ พี่แทนชอบแกล้งหนู แต่หนูไม่เคยคิดอยากเข้าใกล้เขาเลยสักนิด”ผู้เป็นแม่ยิ้มรับด้วยค

  • Heart's Gear วิศวะร้ายก็มีหัวใจ   บทที่ 1. บทนำ

    ซ่าาา…!เสียงของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนเนื้อผ้าซาตินสีชมพูฟูฟ่อง ท่ามกลางบรรยากาศในงานเลี้ยงเชื่อมความสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยโกลบอลที่เคยคึกครื้นไปด้วยกลุ่มนักศึกษาเซเลบระดับนานาชาติ บัดนี้กลับเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจกลุ่มชายหนุ่มวิศวะปี 4 สาขายานยนต์และยานยนต์ไฟฟ้าในชุดช็อปสีแดงเด่นชัดยืนล้อมกรอบหญิงสาวคนหนึ่งไว้ และหนึ่งในนั้น... 'แทนไท' เพิ่งจะถือแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือด้วยสีหน้านิ่งเรียบระคนกวนประสาท ก่อนเขาจะปรายตามองชุดที่เปียกชุ่มแล้วเอ่ยหน้าตาย“ชุดเธอเปื้อนไวน์แล้ว... เดี๋ยวฉันพาไปเปลี่ยน”พูดจบก็ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วกึ่งลากกึ่งจูงพ้นวงล้อมของแขกเหรื่อ ออกมาจากมือของ ‘หมอพิชญ์’ นักศึกษาแพทย์ปี 4 ในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นทันที“อะไรของพี่เนี่ย! พี่แทน! พี่บ้าไปแล้วหรือไง!”‘เจ้าขวัญ’ ร้องโวยวายตลอดทางพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับ แต่ ‘แทนไท’

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status