LOGINบรรยากาศภายในร้านกาแฟกลับมาอบอวลไปด้วยความหวานละมุนอีกครั้งเมื่อปราศจากเงาของเด็กวิศวะอันธพาล หมอพิชญ์ดูแลเจ้าขวัญอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อม และใส่ใจในทุกรายละเอียดจนเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบอย่างเธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง
“เดี๋ยวพี่ไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้ก่อนนะครับ ขวัญทานเค้กรอเลย”
ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่น วางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูคว่ำหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าขวัญมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาชื่นชม ทว่า...
ครืด... ครืด...
แรงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำให้หญิงสาวละสายตาลงมามอง แม้ตัวเครื่องจะคว่ำอยู่ แต่แสงไฟจากหน้าจอที่สว่างวาบก็สะท้อนกับพื้นโต๊ะกระจกสะท้อนให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน
[Nadia_N]: ‘คืนนี้หมอจะแวะมาหาไหมคะ นาเดียซื้อไวน์ตัวที่หมอชอบมารอแล้วนะ...’
ช้อนคันเล็กในมือเจ้าขวัญชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางลง ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำว่า ‘หมอ’ และบริบทของการชวนไปหาตอนกลางคืน มันดูห่างไกลจากคำว่าเพื่อนหรือคนไข้เหลือเกิน
“ได้แล้วครับน้องขวัญ”
เสียงนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของหมอพิชญ์ที่เดินกลับมานั่งที่เดิม เขายังคงส่งยิ้มละมุนให้เธอ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอแล้วปัดข้อความนั้นทิ้งอย่างเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งพิรุธใดๆ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติ
“คะ... ค่ะ” เจ้าขวัญฝืนยิ้มตอบ พยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
‘พี่พิชญ์เป็นคนดี เขาอาจจะแค่มีเพื่อนเยอะ หรือไม่ผู้หญิงคนนั้นก็อาจจะแค่มาแอบชอบเขาฝ่ายเดียวเหมือนกัน... ใช่แล้วล่ะ’
เด็กสาวผู้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน พยายามสร้างเหตุผลขึ้นมาปกป้อง ‘เจ้าชาย’ ในอุดมคติของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่ารอยร้าวเล็กๆ ได้ก่อตัวขึ้นในใจแล้วอย่างเงียบเชียบ
.
21.30 น. ณ หมู่บ้านบียอนด์วีไอพี
รถยุโรปสีขาวป้ายแดงจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ เจ้าขวัญก้าวลงจากรถพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เธอโบกมือลาหมอพิชญ์ที่ขับรถมาส่งหลังจากการไปทานมื้อค่ำด้วยกัน รอจนกระทั่งท้ายรถเก๋งขับลับสายตาไป ร่างบางจึงหมุนตัวกลับเพื่อจะไขกุญแจรั้วประตูบ้าน ที่เธอออกไปและกลับมาดึกๆขนาดนี้ได้เพราะหมอพิชญ์โทรมาขออนุญาตแม่ของเธอเอาไว้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ห้ามไม่ให้กลับเกินสี่ทุ่ม
แกร๊ก...
“กลับดึกจังนะ... นึกว่าจะไปต่อยอดกันที่โรงแรมซะอีก”
เสียงทุ้มห้าวที่ดังแหวกความมืดออกมาจากรั้วบ้านข้างๆ ทำเอาเจ้าขวัญสะดุ้งสุดตัว กุญแจในมือแทบร่วงหล่นลงพื้น ร่างสูงใหญ่ของแทนไทในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ริมกำแพง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ลอยแตะจมูก บ่งบอกว่าเขาไปดื่มเพื่อดับความคุกรุ่นมาหมาดๆ
“พี่แทน! มายืนทำบ้าอะไรมืดๆ ตรงนี้ ตกใจหมด!” เธอตวาดแหวด้วยความตกใจปนรำคาญ
“ทำไม? ฉันมาขัดจังหวะฝันหวานหรือไง ยัยเด็กใจแตก”
เขาเหยียดยิ้มร้าย สาวเท้าเข้ามาใกล้ประชิดรั้วเหล็กดัดที่คั่นกลางระหว่างบ้านสองหลัง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากของเธอราวกับกำลังจับผิดว่ามันบอบช้ำจากการถูกใครรังแกมาหรือไม่
“พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ! ฉันแค่ไปกินข้าวกับพี่พิชญ์ ไม่ได้ทำตัวเหลวแหลกเหมือนพี่นี่ ที่เอะอะก็ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า วันก่อนก็พี่วาวา วันนี้ก็มาด่าคนอื่น! ตัวเองดีตายแหละ!”
คำยอกย้อนที่มาพร้อมกับการปกป้องผู้ชายคนอื่น ทำให้เส้นความอดทนของแทนไทขาดสะบั้นอีกครั้ง
ปัง!
มือหนาดันบานประตูรั้วเหล็กที่เจ้าขวัญเพิ่งไขเปิดออกให้กระแทกปิดลงอย่างแรง ร่างสูงใหญ่แทรกตัวเข้ามาในอาณาเขตบ้านของเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะต้อนร่างระหงจนแผ่นหลังบางถอยไปชนกับกำแพงรั้วเย็นเฉียบ
“โอ๊ย! พี่จะทำอะไร ถอยออกไปนะ!”
เจ้าขวัญร้องเสียงหลง สองมือยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเอาไว้ ทว่ามันเหมือนการผลักกำแพงหิน แทนไทไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นเท้ากับกำแพง กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
“ทีกับไอ้หมอหน้าจืดนั่น ยอมให้มันไปส่ง ยอมให้มันใกล้ชิด... ทีกับฉันทำมาเป็นหวงเนื้อหวงตัว!”
น้ำเสียงดุดันลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดพวงแก้มใสจนเจ้าขวัญสั่นสะท้าน
“ก็พี่พิชญ์เขาเป็นสุภาพบุรุษ! เขาไม่เคยก้าวร้าว ไม่เคยทำตัวป่าเถื่อนรังแกฉันเหมือนพี่!”
“หึ... สุภาพบุรุษ?”
แทนไทแค่นหัวเราะอย่างสมเพช ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกัน
“เด็กโง่ถูกขังอยู่ในกรงทองอย่างเธอ จะไปตามเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายพรรค์นั้นทันได้ยังไง เธอมันก็แค่เหยื่อชั้นดีที่มันรอขย้ำตอนเผลอเท่านั้นแหละ!”
“อย่ามาใส่ร้ายพี่พิชญ์นะ! เขารักฉัน!”
“ถ้ามันรักเธอจริง มันคงไม่ปล่อยให้เธอรอดกลับมาถึงบ้านหรอก...”
“ก็เพราะพี่พิชญ์เขาให้เกียรติฉันไงล่ะ ไม่เหมือนพี่!”
แววตาของแทนไทเข้มขึ้น เปล่งประกายความอันตรายในแบบที่เจ้าขวัญไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาคมกริบหลุบมองริมฝีปากสีพีชที่เผยอขึ้นเตรียมจะเถียงอย่างจาบจ้วง
ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นกระหน่ำแข่งกัน ความโกรธขึงของชายหนุ่มเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
“รู้เอาไว้นะเจ้าขวัญ...”
เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจอุ่นจัดคลอเคลียจนหญิงสาวต้องเบือนหน้าหนีด้วยความปั่นป่วนในท้อง
“ถ้าเป็นฉัน... ฉันจะไม่ยอมเป็นแค่เจ้าชายเดินมาส่งหน้าบ้านโง่ๆ แบบนี้หรอก... ฉันจะลากเธอขึ้นเตียง แล้วทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินลงมาจากรถด้วยซ้ำ”
“พะ... พี่แทน! ทุเรศ!” หน้าหวานเห่อร้อนจัดจนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
แกร๊ก...
“ขวัญ? ทำไมยังไม่เข้าบ้านลูก ยืนคุยกับใครอยู่ตรงนั้นน่ะ”
เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออก พร้อมกับเสียงเรียกของผู้เป็นแม่ที่ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตรายลงชั่วพริบตา แทนไทชะงักไปเล็กน้อย เขามองใบหน้าตื่นตระหนกของเด็กสาวในอ้อมแขน ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ผละออกห่างอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าสายตายังคงจดจ้องเธออย่างกินเลือดกินเนื้อ
“ฝันดีนะ... ยัยเด็กโง่”
เขาแค่นยิ้มมุมปาก สวมหน้ากากพี่ชายข้างบ้านจอมพาลกลับคืนมาได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเดินผิวปากกลับเข้าบ้านตัวเองไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้เจ้าขวัญยืนขาสั่น หัวใจเต้นระรัว และหอบหายใจหนักหน่วงอยู่ท่ามกลางความมืดเพียงลำพัง
“ก็ตอนที่พวกกูยืนรออยู่ที่รถ กูก็ไม่ได้ยินชัดหรอกนะ แต่มึงเล่นกดน้องเขาติดกำแพง แล้วกูก็เห็นมึงก้มลงไปฟัด... เอ้ย! ก้มลงไปจูบน้องเขาซะขนาดนั้น พ่อน้องตื่นมาเปิดไฟระเบียงปุ๊บ น้องผลักมึงออกแทบไม่ทัน มึงยังจะหันไปตะโกนลั่นซอยอีกนะ ว่ามึงจะไม่ยอมแพ้ไอ้หมอนั่นเด็ดขาด... โคตรเท่เลยว่ะเพื่อน!”เจตเล่าฉากเด็ดพร้อมกับทำท่าทางประกอบกับบอลจนเห็นภาพ แทนไทแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะหินอ่อนให้ตายไปพ้นๆ เขาจำความรู้สึกที่ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นได้ดี ความหวานละมุนที่ผสมกับกลิ่นแป้งเด็กประจำตัวของเจ้าขวัญมันยังตราตรึงอยู่เลยแต่ที่เขาเครียดคือ... ยัยเด็กนั่นต้องเกลียดเขาเข้าไส้แล้วแน่ๆ ที่ไปฉวยโอกาสตอนเมาแบบนั้น!“กูแม่ง... ทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย” อสูรกายหนุ่มสบถด่าตัวเอง“เอาน่า มึงก็ไปง้อน้องเขาสิวะ...”บอลกำลังจะปลอบใจ แต่สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าโรงอาหารของคณะฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีร้านกาแฟแบรนด์ดังตั้งอยู่“แต่กูว่า... ตอนนี้มึงคงต้องพักเรื่องง้อไว้ก่อนแล้วล่ะว่ะ ไอ้แทน มองไปที่ร้านกาแฟนู่นดิ”แทน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ของครอบครัวเจ้าขวัญ บรรยากาศที่ควรจะสดใสกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ภายในใจของหญิงสาวร่างระหงในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนตัวเก่งยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว ความรู้สึกร้อนผ่าวและรสขมปร่าของแอลกอฮอล์จากจูบอันหนักหน่วงเมื่อคืนยังคงตราตรึงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะบรื้น...เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วดึงสติของเจ้าขวัญให้กลับมา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบคว้ากระเป๋าสะพายและหนังสือเรียนเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องปั้นรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหมอพิชญ์ในชุดนักศึกษาแพทย์ที่ดูสะอาดสะอ้านและเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนส่งยิ้มละมุนละไมพูดคุยอยู่กับคุณก้องเกียรติและคุณรดา พ่อและแม่ของเธอที่ออกมายืนต้อนรับว่าที่ลูกเขยคนโปรดด้วยตัวเอง“แหม หมอพิชญ์ มาแต่เช้าเชียว ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก เข้ามาทานข้าวต้มฝีมือป้าก่อนสิจ๊ะ”คุณรดาเอ่ยด้
ทันทีที่บานประตูเหล็กดัดเปิดออกกว้างพอให้แทรกตัวผ่าน ร่างสูงใหญ่ที่โอนเอนไร้สติเมื่อครู่กลับพุ่งพรวดเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนเจ้าขวัญตั้งตัวไม่ทัน“อ๊ะ! พี่แทน!”มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางก่อนจะออกแรงรั้งร่างระหงให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงดึงนั้นทำให้เจ้าขวัญเซถอยหลังไปชิดกับกำแพงรั้วด้านในที่มืดสนิทและพ้นจากรัศมีสายตาของหน้าต่างชั้นสองพอดี“เฮ้ยไอ้แทน! มึงอย่าทำอะไรน้อง!”เจตกับบอลร้องเสียงหลง เตรียมจะถลันเข้ามาจับเพื่อนแยกออก แต่แทนไทกลับตวัดสายตาแดงก่ำมองขวาง หันไปคำรามใส่เพื่อนสนิทเสียงกร้าว“พวกมึงถอยไป! กูจะคุยกับขวัญแค่สองคน... ถอยไปดิเทวะ!”“แต่ว่า…” บอลอึกอัก มอ
เสียงตะโกนข่มขู่จากเบื้องล่างทำให้เจ้าขวัญเบิกตาโต หญิงสาวรู้ดีว่าคนห่ามๆและเอาแต่ใจอย่างแทนไท เวลาเมาแล้วหน้ามืดทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอไม่รอช้า รีบคว้าเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาวที่พาดอยู่ปลายเตียงมาสวมทับชุดนอนสายเดี่ยวอย่างลวกๆเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างระมัดระวังที่สุด พยายามก้าวเท้าลงบันไดด้วยความเงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงบนขั้นบันไดไม้ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สายตาก็คอยระแวดระวังมองไปทางประตูห้องนอนของพ่อกับแม่ตลอดเวลา ภาวนาในใจขออย่าให้พวกเขาตื่นลงมาเลยทันทีที่เท้าแตะพื้นชั้นล่าง เจ้าขวัญวิ่งฝ่าความมืดตรงไปยังประตูหน้าบ้าน มือบางปลดล็อกกลอนด้วยความเร่งรีบ เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของเธอ หญิงสาวผลักประตูออกแล้วสับเท้าวิ่งเหยียบผืนหญ้าหน้าบ้านตรงไปยังประตูรั้วทันที“พี่แทน! หยุดบ้าได้แล้ว!”เสียงหวานที่แฝงไปด้วยควา
ความเงียบสงัดของหมู่บ้านจัดสรรยามตีสองถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท แสงไฟหน้ารถสาดกระทบรั้วอัลลอยด์สีเข้มของบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกันบรรยากาศยามดึกสงัดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและสายลมเย็นเยียบที่พัดผ่านมา ทว่าความสงบนั้นกลับถูกฉีกกระชากด้วยความทุลักทุเลของกลุ่มชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวลงจากรถ“ไอ้แทน! มึงก้าวขาดีๆ ดิวะ ตัวหนักอย่างกับควาย!”เสียงของเจตสบถขึ้นอย่างเหลืออด ขณะที่เขากับบอลสองเพื่อนสนิทกำลังช่วยกันหิ้วปีกร่างสูงใหญ่ของแทนไท ลงมาจากเบาะหลังรถ กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งฉุนกึกบอกให้รู้ถึงปริมาณน้ำเมาที่เจ้าตัวซัดเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตาร่างของแทนไทโงนเงนไร้ทิศทาง ขาทั้งสองข้างพับอ่อนราวกับคนไม่มีกระดูก ศีรษะหนักอึ้งพับตกลงมาซบกับบ่าของบอล“เออแม่ง... ดื่มเหมือนพรุ่งนี้จะเอาให้ตับพ
เสียงเบสหนักหน่วงจากลำโพงในร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดกับความมืดมิดและควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง ทว่าบรรยากาศคึกคักรอบกายไม่อาจกลบความเยียบเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากโต๊ะวีไอพีมุมสุดของร้านได้เลยแก้วทรงเตี้ยที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำสนิทนั่งพิงพนักโซฟา นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำทอดมองแก้วเหล้าเพียวๆ ในมือด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะยกมันขึ้นสาดของเหลวสีอำพันรสบาดคอลงคอไปรวดเดียวราวกับมันเป็นแค่น้ำเปล่า“เฮ้ยๆ ไอ้แทน! พอมึง พอ! แดกเพรียวแบบนี้มึงกะจะเอาให้ตายคาร้านเลยหรือไงวะ!”บอลรีบพุ่งเข้าไปแย่งขวดเหล้าแบล็คเลเบิ้ลออกจากมือเพื่อน ก่อนที่มันจะรินใส่แก้วช็อตอีกรอบ แทนไทตวัดสายตาขวางใส่ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงแย่งคืน ชายหนุ่มทิ้งศีรษะพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ยกท่อนแขนแกร่งขึ้นก่ายหน้าผากเพื่อหลบเลี่ยงแสงไฟวิบวับที่สาดส่อ







