Masukหมอพิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและปล่อยมือจากเจ้าขวัญอย่างมีมารยาท
“บังเอิญเจอกันน่ะครับ พี่กำลังจะชวนน้องขวัญไปทานข้าวเช้า... น้องขวัญไปกันเถอะครับ” หมอหนุ่มตัดบทและหันมาทางหญิงสาว
“โทษทีว่ะไอ้หมอ...”
แทนไทเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ
“บังเอิญว่าคุณป้า... แม่ของยัยนี่ สั่งให้ฉันคอยดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างใกล้ชิด”
เจ้าขวัญเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขี้ตู่ทันที “พี่พูดบ้าอะไร! แม่ฉันไปสั่งพี่ตอนไหน!”
เธอเถียงเสียงหลง เพราะรู้ดีว่าแม่รดาเกลียดแทนไทเข้าไส้ตั้งแต่แทนไทขึ้นม.ปลายและเริ่มมีเรื่องมีราวไม่เว้นวัน ไม่มีทางจะฝากฝังเธอไว้กับเขาเด็ดขาด
แทนไทไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าแฝงความหมายอันตรายเอาไว้ชัดเจน
“จะไปกินข้าวกับมัน... หรือจะให้ฉันโทรไปบอกแม่เธอตอนนี้... ว่าเมื่อคืนลูกสาวคนดีกลับดึกเพราะไปร่านกินข้าวกับผู้ชายมา”
“พี่แทน!” เจ้าขวัญเบิกตากว้าง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความโกรธและความอับอายพุ่งปรี๊ดขึ้นหน้า
“เลือกเอาเจ้าขวัญ...” แทนไทยืดตัวขึ้น ยิ้มร้ายกาจราวกับผู้ชนะ “จะไปกับฉัน... หรือจะให้เรื่องไปถึงหูแม่เธอ?”
คำขู่ของแทนไทราวกับบ่วงบาศที่รัดคอเจ้าขวัญจนหายใจไม่ออก ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันตา หญิงสาวรู้ดีว่าหากแม่รดารู้เรื่องนี้ ชีวิตในกรงทองของเธอจะยิ่งถูกบีบรัดจนไม่มีที่ว่างให้กระดิกตัว
ทว่าในจังหวะที่ความหวาดกลัวกำลังกลืนกินร่างบางอยู่นั้น... ร่างสูงโปร่งของหมอพิชญ์ก็ขยับก้าวเข้ามาขวางกลาง บดบังเงามืดของอสูรกายวิศวะตรงหน้าเอาไว้ได้อย่างมิดชิด
“พี่ว่า... ไม่จำเป็นต้องรบกวนโทรไปหาคุณแม่หรอกนะครับ”
หมอพิชญ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับบนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตาที่มองสบกับแทนไทกลับนิ่งสนิทและแฝงความท้าทายอยู่ในที แทนไทขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมดุหรี่ลงอย่างจับผิด
“มึงหมายความว่าไงวะ?”
“ก็หมายความว่า เมื่อคืนก่อนจะไปทานข้าวกับน้องขวัญ พี่โทรไปกราบสวัสดีและรายงานคุณแม่รดาเรียบร้อยแล้วน่ะสิครับ”
หมอพิชญ์ตอบกลับอย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับฟาดฟันความเย่อหยิ่งของเด็กวิศวะจนหน้าหงาย
“ท่านอนุญาตให้พี่พาน้องขวัญไปทานข้าวได้ และยังฝากฝังให้พี่ช่วยดูแลน้องขวัญในเช้าวันนี้ด้วย... เพราะฉะนั้น คนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง คือพี่ครับ... ไม่ใช่คุณ”
คำประกาศกร้าวอย่างสุภาพชนทำเอาแทนไทสะอึก ชายหนุ่มชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางมหาวิทยาลัย กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงกรอด
ความเจ็บปวดจากการถูกแบ่งชนชั้นด้วยความลำเอียงตีแสกหน้าเขาอย่างจัง แม่รดารังเกียจเขาที่ใส่เสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นและมีเรื่องไม่เว้นวันมาตั้งแต่ม.ปลลาย แต่กลับยกย่องประเคนลูกสาวให้ไอ้หมอในชุดนักศึกษาแสนสะอาดสะอ้านคนนี้ ทั้งที่มันเพิ่งจะนัดผู้หญิงคนอื่นไปหาตอนดึกดื่น!
“พี่พิชญ์... โทรหาแม่ขวัญตั้งแต่เมื่อคืนเลยเหรอคะ”
เจ้าขวัญเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย ความกังวลเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง
“ครับ พี่ไม่อยากให้คุณแม่ท่านเป็นห่วง เลยโทรไปขออนุญาตไว้ก่อน... ขวัญจะได้สบายใจด้วย”
หมอพิชญ์หันมายิ้มอ่อนโยนให้เธอ ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองแทนไท
“เพราะฉะนั้น เลิกใช้คุณแม่มาขู่บีบบังคับน้องได้แล้วนะครับ มันดู... ไม่ค่อยมีวุฒิภาวะเท่าไหร่”
“ไอ้เหี้ยหมอ...!!”
เส้นฟางแห่งความอดทนของแทนไทขาดผึง เขาตวาดลั่นอย่างเดือดดาล พุ่งพรวดเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของเจ้าขวัญอย่างรวดเร็วและออกแรงกระชากจนร่างระหงถลาเข้ามาปะทะอกแกร่ง
“โอ๊ย! พี่แทน! ฉันเจ็บนะ ปล่อย!”
เจ้าขวัญนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็ก
“แม่เธอจะอนุญาตไอ้เวรนี่ก็เรื่องของแม่เธอ! แต่กูไม่ให้ไป! มานี่เจ้าขวัญ กูบอกให้ไปกับกู!”
แทนไทคำรามเสียงกร้าว แววตาแดงก่ำไปด้วยความหึงหวงและห่วงใยจนไร้สติ เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่สนสายตาคนนับสิบที่มองมา เขาแค่ไม่อยากให้เธอเดินตามเกมของไอ้ผู้ชายอันตรายที่วางแผนมาอย่างดีคนนี้
ทว่าก่อนที่แทนไทจะทันได้ลากเธอออกไป มือเรียวยาวของหมอพิชญ์ก็เอื้อมมาจับท่อนแขนแกร่งของแทนไทเอาไว้ หมอหนุ่มออกแรงบีบแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน รอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แฝงอำนาจ
“น้องบอกว่าเจ็บ... ไม่ได้ยินหรือไงครับ”
หมอพิชญ์กดเสียงต่ำ แววตาสงบเยือกเย็นของเขาคืออาวุธที่ใช้สยบความเกรี้ยวกราด
“การใช้กำลังบังคับผู้หญิงที่เขาไม่อยากไปกับคุณ มันไม่ใช่สิ่งที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน... ปล่อยมือน้องขวัญเถอะครับ ก่อนที่ผมจะต้องเรียก รปภ.”
คำพูดที่ใช้เหตุผลและความถูกต้องเข้าข่ม ทำเอาแทนไทชะงัก แววตาคมดุก้มลงมองใบหน้าหวานที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาของเจ้าขวัญที่ช้อนมองเขามีแต่ความหวาดกลัวและชิงชังอย่างปิดไม่มิด
“พี่มันป่าเถื่อน! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
หญิงสาวอาศัยจังหวะที่แทนไทเผลอ สะบัดข้อมือออกอย่างแรงจนหลุดพ้น ก่อนจะรีบก้าวถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังของหมอพิชญ์ สองมือเล็กกำชายเสื้อของนักศึกษาแพทย์ไว้แน่นราวกับเขาคือที่พึ่งพิงเดียวที่ปลอดภัยที่สุด
การกระทำนั้นเปรียบเสมือนมีดที่กรีดลึกลงกลางใจอสูรกาย แทนไทก้มมองฝ่ามือของตัวเองที่ว่างเปล่า ก่อนจะช้อนสายตามองหญิงสาวที่ตนแอบรักมาทั้งชีวิตกำลังไปหลบอยู่หลังศัตรู
ความปวดหนึบแล่นพล่านไปทั่วอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาแพ้... แพ้ราบคาบให้กับคำว่า ‘คนดี’ และ ‘เจ้าชาย’ ที่ไอ้หมอนั่นสร้างภาพเอาไว้ เขามันเป็นเพียงวิศวะเปื้อนฝุ่น วิศวะร้ายๆและป่าเถื่อนในสายตาเธอ
“ไปกันเถอะครับน้องขวัญ เดี๋ยวจะหิวแย่”
หมอพิชญ์ปรับสีหน้ากลับมาอ่อนโยน เอื้อมมือไปโอบไหล่บางอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้แทนไทเล็กน้อยด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ “ขอตัวนะครับ”
“เหี้ยเอ๊ยยย!!”
แทนไททำได้เพียงยืนสบถบ้าคลั่งอยู่ในใจ กรามแกร่งบดเบียดจนปวดร้าวไปทั้งขมับ นัยน์ตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้วูบไหวไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราญ
เขามองแผ่นหลังของเจ้าขวัญที่เดินห่างออกไปเคียงคู่กับเจ้าชายในฝันของเธอ ทิ้งให้อสูรกายอย่างเขาต้องยืนจมอยู่กับความพ่ายแพ้และความเกลียดชังที่เธอทิ้งไว้ให้ ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของคนรอบข้างที่มองเขาราวกับเป็นเพียงแค่ตัวร้ายป่าเถื่อน
กลิ่นน้ำมันเครื่องและเศษโลหะในโรงฝึกงานคณะวิศวกรรมศาสตร์ไม่ได้ช่วยให้อารมณ์คุกรุ่นของแทนไทเย็นลงได้เลย ร่างสูงใหญ่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายไปรอบตัวบอลและเจตที่กำลังง่วนอยู่กับการประกอบชิ้นงานเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิท เจตและบอลลอบสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก็รู้ได้ทันทีว่าอาการ ‘หมาบ้า’ กำลังกำเริบเพราะเรื่องอะไรบอลเป็นคนแรกที่ละมือจากประแจ เดินเข้าไปตบบ่าหนาของเพื่อนเบาๆ ฃ“เรื่องน้องเจ้าขวัญของมึงอีกแล้วดิ?”เจตที่เดินตามมาสมทบรีบขยี้ซ้ำ “คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะวะ หรือว่าไอ้หมอหน้าหล่อนั่นมันคาบไปแดกแล้ว?”“หุบปากไปเลยไอ้สัด!” แทนไทตวัดสายตาคมกริบมองขวางเพื่อนทันที เสียงทุ้มตวาดกร้าว “ได้แดกเหี้ยอะไรล่ะ... กูไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้นแน่”พูดจบอสูรกายหนุ่มก็ระบายอารมณ์ด้วยการเตะท่อนเหล็กที่ขวางทางเท้าจนกระเด็นไปกระแทกผนังเสียงดังลั่น ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหล็กอย่างหัวเสีย สองมือหนายกขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าลวกๆ อย่างคนคิดไม่ตก“มึงชอบน้องมันขนาด
หมอพิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติและปล่อยมือจากเจ้าขวัญอย่างมีมารยาท“บังเอิญเจอกันน่ะครับ พี่กำลังจะชวนน้องขวัญไปทานข้าวเช้า... น้องขวัญไปกันเถอะครับ” หมอหนุ่มตัดบทและหันมาทางหญิงสาว“โทษทีว่ะไอ้หมอ...”แทนไทเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนขวางกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ“บังเอิญว่าคุณป้า... แม่ของยัยนี่ สั่งให้ฉันคอยดูแลลูกสาวสุดที่รักของเขาอย่างใกล้ชิด”เจ้าขวัญเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนขี้ตู่ทันที “พี่พูดบ้าอะไร! แม่ฉันไปสั่งพี่ตอนไหน!”เธอเถียงเสียงหลง เพราะรู้ดีว่าแม่รดาเกลียดแทนไทเข้าไส้ตั้งแต่แทนไทขึ้นม.ปลายและเริ่มมีเรื่องมีราวไม่เว้นวัน ไม่มีทางจะฝากฝังเธอไว้กับเขาเด็ดขาดแทนไทไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทว่าแฝงความหมายอันตรายเอาไว้ชัดเจน“จะไปกินข้าวกับมัน... หรือจะให้ฉันโทรไปบอกแม่เธอตอนนี้... ว่าเมื่อคืนลูกสาวคนดีกลับดึกเพราะไปร่านกินข้าวกับผู้ชายมา”&ldqu
“เปล่าค่ะแม่! ขวัญ... ขวัญแค่กำลังไล่หมาจรจัดแถวนี้น่ะค่ะ!”เจ้าขวัญรีบตะโกนตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงที่จู่ๆ ก็เหือดหายไปดื้อๆ ก้าวขาที่สั่นเทาเดินเข้าบ้านไป“หมาจรจัด? ตายจริง หมู่บ้านเราปล่อยให้มีหมาจรจัดหลุดเข้ามาได้ยังไง รปภ.ทำงานประสาอะไรเนี่ย”คุณรดาบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินเข้ามาลูบแขนลูกสาวอย่างแสนห่วง “แล้วนี่พี่พิชญ์มาส่งถึงบ้านเลยใช่ไหมลูก ดีจริงๆ เลยนะ สุภาพบุรุษแถมยังโทรขอแม่ก่อนดูแลหนูดีขนาดนี้ แม่ล่ะปลื้มจริงๆ”คำชมเชยที่แม่มีต่อหมอพิชญ์ ไม่ได้ทำให้เจ้าขวัญรู้สึกพองโตในอกเหมือนทุกครั้ง รอยยิ้มของเธอฝืดเฝื่อนเต็มที ภาพข้อความแจ้งเตือนชื่อ ‘นาเดีย’ แวบเข้ามาในหัว สลับกับคำพูดร้ายกาจของอสูรกายข้างบ้านที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อครู่“ขวัญ... ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะแม่ วันนี้เหนื่อยมากเลย”หญิงสาวตัดบท รีบสาวเท้าขึ้นบันไดตรงดิ่งไปยังห้องนอนของตัวเอง ทันท
บรรยากาศภายในร้านกาแฟกลับมาอบอวลไปด้วยความหวานละมุนอีกครั้งเมื่อปราศจากเงาของเด็กวิศวะอันธพาล หมอพิชญ์ดูแลเจ้าขวัญอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นสุภาพบุรุษ เพียบพร้อม และใส่ใจในทุกรายละเอียดจนเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงมาในกรอบอย่างเธออดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง“เดี๋ยวพี่ไปหยิบกระดาษทิชชู่ให้ก่อนนะครับ ขวัญทานเค้กรอเลย”ชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่น วางสมาร์ทโฟนเครื่องหรูคว่ำหน้าลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าขวัญมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยแววตาชื่นชม ทว่า...ครืด... ครืด...แรงสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำให้หญิงสาวละสายตาลงมามอง แม้ตัวเครื่องจะคว่ำอยู่ แต่แสงไฟจากหน้าจอที่สว่างวาบก็สะท้อนกับพื้นโต๊ะกระจกสะท้อนให้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอย่างชัดเจน[Nadia_N]: ‘คืนนี้หมอจะแวะมาหาไหมคะ นาเดียซื้อไวน์ตัวที่หมอชอบมารอแล้วนะ...’ช้อนคันเล็กในมือเจ้าขวัญชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหวานค่อยๆ จางลง ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก คำว่า ‘หมอ’ และบริบทของการชวนไปหาตอนกลางคืน มันดูห่างไกลจากคำว
เจ้าขวัญเหลือบสายตามองขวางใส่เขาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานตาเป็นประกายให้หมอพิชญ์“ค่ะ ขวัญมาซื้อกาแฟค่ะ”เธอตั้งใจเลือกที่จะตอบคำถามของหมอพิชญ์ แทนที่จะตอบคำถามของคนพาลข้างกาย ทำเอาเด็กวิศวะช็อปแดงขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน“พี่ว่าแล้วว่าต้องเจอ น้องเจ้าขวัญมาเวลานี้ประจำใช่ไหมครับ”หมอพิชญ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน ประโยคที่คล้ายดักรอกันทำเอาใบหน้าหวานยิ่งแดงเรื่อขึ้นกว่าเดิมแทนไทพ่นลมหายใจออกแรงๆ อย่างหมุดหงิดเต็มทน เขาแกล้งส่งมือไปผลักไหล่บางเบาๆ อย่างหมั่นไส้“ไปสั่งดิ! กูอยากกินกาแฟ! เอาอเมริกาโน่คั่วเข้มนะ… เพราะกูไม่ชอบอะไรที่มันจืดๆ!”คำว่า ‘จืด’ แทนไทจงใจเน้นเสียงหนักพร้อมสายตาดุดันที่จ้องมองหมอพิชญ์อย่างเอาเรื่อง แรงผลักทำให้เจ้าขวัญเซไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หมอพิชญ์รีบยื่นมือเข้ามาช่วยประคองแผ่นหลังบางไว้ทันเวลาภาพสัมผัสนั้นทำเอาแทนไทกำหมัดแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์เตรียมจะก้าวเข้าไปคว้าตัวเธอกลับคืนมา ทว่าคำถามเรียบง่ายจากหมอพิชญ์กลับทำให้เท้าเขาชะงักกึก“เป็นอะไรไหมครับ? …เอ่อ นั่นแฟนเหรอครับ?”เจ้าขวัญรีบส่ายหน้าพันละวันด้วยท่าทีร้อนรน “ไม
“แง้! เอามันออกไปนะ! แง้ๆๆ!”เสียงร้องไห้โฮของเด็กน้อยวัยแปดขวบดังลั่นไปทั่วซอยในหมู่บ้านบียอนด์วีไอพี ร่างเล็กนั่งแปะอยู่กับพื้นถนนคอนกรีต จ้องมอง ‘งูยาง’ ตรงหน้าด้วยความขวัญเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะลุกหนี“ฮ่าๆๆ ยัยซื่อบื้อ! นั่นมันแค่งูของเล่นเองนะ ขี้แยชะมัด!”เด็กชายวัยเก้าขวบที่ยืนชี้นิ้วหัวเราะร่าท่ามกลางกลุ่มเพื่อน คือจุดเริ่มต้นความเกลียดชังในใจของ ‘เจ้าขวัญ’... เธอปักใจเชื่อตั้งแต่ตอนนั้นว่า พี่ชายข้างบ้านคนนี้ไม่ต่างอะไรกับปีศาจตัวร้ายในการ์ตูนเจ้าหญิงที่เธอชอบดูเวลาหมุนผ่าน ทั้งคู่กลายเป็นคู่กัดกันเรื่อยมาจนกระทั่งเข้าสู่วัยมัธยมปลาย พี่ชายคนเดิมเริ่มกลายเป็นคนเงียบขรึมและเข้าถึงยาก ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน... คือเขายังคงหาโอกาสแกล้งเธออยู่เสมอและเหตุผลนั้นเอง...“ห่างๆ กับแทนไทหน่อยนะลูก แม่ไม่ชอบพวกอันธพาล ได้ข่าวว่ามีเรื่องชกต่อยไม่เว้นแต่ละวัน” ‘แม่รดา’ เอ่ยกำชับด้วยสีหน้าแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิดเจ้าขวัญพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ร้องตอบอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ “หนูก็ไม่ได้อยากยุ่งจ้ะแม่ พี่แทนชอบแกล้งหนู แต่หนูไม่เคยคิดอยากเข้าใกล้เขาเลยสักนิด”ผู้เป็นแม่ยิ้มรับด้วยค







