Mag-log inไม่พ้นโดนไล่ตะเพิดออกจากห้องทำงานของประธานบริษัทคนสวย หรัญญ์เดินออกมาหาเพื่อนด้วยใบหน้าคิ้วขมวด หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ๆ ข้างๆ เพื่อนทั้งสองที่เขาบอกให้ออกจากห้องมาก่อนหน้า
“อ้าว ไล่พวกกูออกมาแล้วมึงจะออกมาทำไม?” นายน์หันไปเอ่ยถาม เพราะปกติต้องรอพวกเขาสองคนกลับจากพักก่อนหรัญญ์ถึงจะยอมออกมาพัก ถึงจะพักแค่สิบห้านาทีก็ตาม
“ดูท่าแล้วคงไม่พ้นโดนไล่ออกมา” เชนเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมา
“ถ้าอย่างนั้นใครคอยคุ้มกันคุณผู้หญิงล่ะ? หรือว่าหัวร้อนจนไม่ให้ใครเข้าไป” นายน์เอ่ย
“ธามกับเรวิน...” หรัญญ์เอ่ยตอบเสียงเรียบ
“แล้วคราวนี้มึงจะพักกี่นาที จะไปพร้อมพวกกูเลยไหม?” เชนหันไปถามตามปกติ
“นั่นสิ พวกกูแค่มาหากาแฟกิน เดี๋ยวก็กลับเข้าไปแล้วอีกสิบนาที” นายน์พูดพร้อมยกข้อมือตัวเองขึ้นมามองนาฬิกาเรือนหรู
"ครึ่งวัน...คุณผู้หญิงให้พักไปเลยครึ่งวัน” หรัญญ์เอ่ยใบหน้ายังคงขมวดคิ้วเช่นเดิม คำพูดของเขาทำให้เพื่อนร่วมสายงานทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากันไปมาก่อนจะดึงสายตากลับไปมองหรัญญ์ที่ตอนนี่นั่งนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยหนักใจ
“ครึ่งวัน? ทำไมเป็นอย่างนั้น?” เชนพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“มึงไปทำอะไรให้คุณผู้หญิงไม่พอใจหรือเปล่า?” นายน์ถามต่อ
“มึงถามอะไรก็ดูด้วย ไอ้หรัญญ์มันเคยตอบโต้อะไรที่ไหน คุณผู้หญิงผีเข้าเองมากกว่ามั้ง ไม่รู้รอบนี้จะหัวร้อนอะไรขนาดนั้นกะอีแค่พูดคุยกันนิดเดียวเอง” เชนเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงสวยๆ ข้อยกเว้นความเจ้าชู้ของเชนก็คือผู้หญิงสวยที่ชื่อว่าศรา
“ฝากด้วยแล้วกันไอ้นายน์ ยังไงมึงก็เป็นรองหัวหน้ากู” หรัญญ์เงยหน้าขึ้นพลางหันไปฝากฝังเพื่อนของตน
“แล้วมึงจะไปไหนวะ?” เชนหันไปเอ่ยถาม
“กลับไปพักสักหน่อย กูปวดหัวไปหมดแล้วเนี่ย” หรัญญ์ตอบด้วยความหัวเสีย ถูกยั่วยวนจากผู้หญิงสวยระดับนั้นก็ต้องมีรู้สึกกันบ้าง เขาข่มใจจนปวดหัวไปหมด บังคับสมองให้มันสั่งร่างกายตัวเองให้นิ่งอย่างหนักกับการเล่นสนุกของเธอ ยังไงเขาก็คนไม่ใช่ก้อนหินเสียหน่อย
“โห่ มึงไม่อยู่แล้วพวกกูจะไหวไหมเนี่ย?” นายน์เอ่ยอย่างนึกหวั่นใจ ส่ายหน้าไปมาอย่างเซ็งๆ เพราะคนที่แข็งแกร่งที่สุดคงมีแต่หรัญญ์ที่เป็นหัวหน้าของพวกเขา
เพราะศรายังไม่รู้จักหรัญญ์ดีพอถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้กับเขา แต่ถึงอย่างนั้นหรัญญ์ก็เป็นคนแยกแยะได้ดีในเรื่องงานและการรักษากฎ ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่อาจจะมีแหกกฎไปบ้างตามสถานการณ์ในเรื่องผู้หญิง
“เออๆ เดี๋ยวกูดูให้ ถ้าเอาไม่อยู่ก็ให้ไอ้เชนจัดการแล้วกัน” นายน์ตอบอย่างไม่เต็มใจนักซ้ำยังโยนให้เพื่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง
“ทำไมต้องกูวะ”
“ก็มึงช่ำชองเรื่องผู้หญิงไม่ใช่? เอาใจผู้หญิงแค่นี้สบายมึงอยู่แล้ว” นายน์ตอบ
“คนนี้ไม่นับได้ไหมวะ” เชนพูดพลางทำหน้าเครียด
“กูเชื่อมือมึงคนเดียวว่ะไอ้เชน ยังไงคุณผู้หญิงก็คือผู้หญิง”
นายน์ไม่พูดเปล่าพลางเอื้อมมือไปตบบ่าเชนที่นั่งทำหน้าเครียดเบาะอย่างยิ้มๆ หรัญญ์เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจก่อนจะปรายสายตามองเชนแล้วเอ่ยขึ้น
“กูจะเขียนรายงานรอ”
“เดี๋ยวๆ” ไม่รอฟังคำร้องทักของเพื่อนอย่างเชนหรัญญ์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ปล่อยให้นายน์นั่งหัวเราะเชนที่ทำหน้าเครียดกว่าเดิมเมื่อได้ยินหัวหน้าอย่างหรัญญ์พูดแบบนั้น...การเขียนรายงานคือการที่พวกเขาทำผิดกฎ...ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย
หรัญญ์ขับรถออกจากบริษัทอย่างไม่มีจุดหมาย เขาเหยียบคันเร่งมิดไมล์เพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง พลางคิดว่าถ้าเขาอยู่ใกล้เธอมากๆ สักวันเขาคงจะเป็นเหมือนเธอแน่ๆ ด้วยความอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหลังจากต้องอดทนกับผู้จ้างงาน
ตั้งแต่รับงานมาเขาไม่เคยน็อตหลุดเท่านี้มาก่อนเลย ไม่ว่างานไหนเขามักจะเงียบนิ่ง สุขุมเสมอ จะมีบ้างที่หัวเสียแต่ก็ไม่เท่ากับการทำงานกับเธอคนนี้
หรัญญ์คิดว่าไหนๆ เขาก็ได้พักครึ่งวันแล้วก็หาที่ระบายอารมณ์อย่างที่ผู้ชายเขาทำกันเสียบ้างจะดีกว่า เพราะเขาก็เริ่มห่างหายไปนานหลังจากที่เข้ามารับงานที่นี่ คิดแล้วก็ยกโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคย รอสายเพียงครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงหวานจากปลายสาย
(แหม หายไปนานเลย...พึ่งคิดถึงอิงเหรอคะ? ปล่อยให้อิงคิดถึงคุณตั้งนาน)
“อยู่ไหน?”
(คอนโดค่ะ แต่ว่าตอนนี้อิงไม่ว่างเลยค่ะ...ทำกำลังจะออกไปข้างนอกกับเพื่อน)
“เหรอ? งั้นไม่กวนแล้ว”
(เดี๋ยวสิคะ ใจร้อนจังนะคะเนี่ย...ไม่คิดจะง้ออิงหน่อยเหรอคะ? พอมีเวลาอยู่นะคะ)
ปลายสายเอ่ยเสียงออดอ้อนอย่างอารมณ์ดี แต่ตอนนี้หรัญญ์ไม่มีอารมณ์เล่นด้วยเขาแค่ต้องการหาที่ระบายอารมณ์เท่านั้นและอิงฟ้าคือตัวเลือกที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เพราะรู้ว่าหญิงสาวคอยตามตื้อเขาตลอดหลังจากที่เคยนอนด้วยกัน แม้ว่าจะตกลงกันแล้วว่าเป็นเพียงแค่คู่นอนก็เถอะ อิงฟ้าก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะให้เขาเป็นแฟนตัวจริง
“...อีกสิบนาทีเจอกัน”
(ได้สิคะ รีบๆ มานะคะ จะอาบน้ำให้ตัวหอมๆ รอคุณนะคะหรัญญ์)
พูดจบปลายสายก็ตัดไป หรัญญ์โยนโทรศัพท์ของตนลงเบาะข้างๆ ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนแทบมิดเท้า ตรงไปยังคอนโดของหญิงสาวที่เขานัดเอาไว้...
เพียงเขาย่างเท้าเข้าในห้องของอิงฟ้า หญิงสาวที่รอเปิดประตูอยู่ก่อนหน้าก็รีบเข้ามากระโดดกอดเขาในทันทีด้วยรอยยิ้มร่า
‘อิงฟ้า’ นางเอกสาวในหน้าจอที่เขาเคยคุ้มกันให้ช่วงที่เธอมีประเด็นดราม่ากับนักแสดงหนุ่มที่เคยเป็นข่าว ทำให้แฟนคลับของนักแสดงหนุ่มตามคุมคาม ทางบริษัทจึงได้จ้างพวกเขาเข้ามาคุ้มกันระยะเวลาสั้นๆ หกเดือน เพื่อรอให้เรื่องมันซาไป
แต่ทว่านางเอกสาวนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยเหมือนในจอเสียเมื่อไหร่ เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการคนมาดูแล ยิ่งโด่งดังยิ่งโดดเดี่ยว เพราะความใกล้ชิดของทั้งคู่ถึงทำให้เรื่องมันเลยเถิด
แต่ก็ได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีอะไรต่อในความสัมพันธ์นอกจากแค่ระบายความเครียดเท่านั้น คนอย่างหรัญญ์มีสิทธิ์เลือกไม่ใช่ตัวเลือกของใคร...
“หายไปนานเลยนะคะ อิงคิดถึงรู้ไหม?”
หญิงสาวพูดพลางกอดเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยซบลงบนอกแกร่งอย่างออดอ้อน แต่หรัญญ์กลับไม่ได้มีสีหน้าที่ดูยินดียินร้ายแต่อย่างใด เขาเพียงแค่หลุบสายตามองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
อิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มพลางทำหน้ายู่ที่เขายังคงเป็นเหมือนเช่นดังเดิม ความไร้อารมณ์บนใบหน้านั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่เรื่องบนเตียงเขากลับไม่เป็นอย่างที่เห็นเลย ไม่ได้จืดชืดอย่างสีหน้าที่ไร้อารมณ์นั้น
“ทำหน้าแบบนี้ งานนี้หนักหรือคะ?” เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ก็นิดหน่อย” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะกอดไหล่หญิงสาวเดินเข้าห้องไปให้พ้นจากประตูที่เขายืนอยู่ในตอนแรก
“ถ้าเหนื่อยทำไมไม่เลิกทำมันซะละคะ ถ้าคุณยอมคบ...”
“อิงฟ้า เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ”
หรัญญ์ตอบทั้งที่เธอยังไม่ทันพูดให้จบเสียด้วยซ้ำ อิงฟ้าได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยอมเขา...ทำยังไงได้ล่ะก็เธอรักเขาไปแล้ว ตั้งแต่มีอะไรกับเขาเธอก็ไม่ได้สนใจใคร...
“คุณเครียดมาอย่างนี้...อิงช่วยให้หายเครียดแล้วกันค่ะ” พูดพลางเอื้อมมือไปลูบที่ลำคอหนาอย่างยั่วยวน...
เธอเอ่ยเสียงเรียบจับจ้องใบหน้าเขาไม่ละสายตา ไม่ต่างจากหรัญญ์ที่ยังคงนิ่งแต่ก็อึ้งที่ได้ยินเธอสั่งแบบนั้น เธอต้องการจะทำอะไรกันแน่...คงจะล้อเขาเล่นเหมือนเช่นเคย คนอย่างศราไม่น่ากล้าทำอะไรบ้าบิ่นแบบนั้นแน่...นั่นคือสิ่งที่เขาคิด“รออะไรอยู่ล่ะ? ไหนบอกว่าเท้าฉันแดงยังจะให้ฉันเดินไปหรือยังไง?” พูดทักท้วงขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เห็นเขานิ่งอยู่นาน“ครับ...”ตอบรับแต่โดยดีก่อนจะถอดสูทของตัวเองออกมาคลุมที่หน้าขาของเธอแล้วโน้มตัวลง ศราเห็นอย่างนั้นก็รีบคว้าคอของเขากอดเอาไว้แน่น สายตายังคงจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนที่หรัญญ์จะใช้แขนข้างที่ว่างช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม อีกข้างหนึ่งถือรองเท้าส้นสูงของเธอเอาไว้ ตัวของเธอเบากว่าที่เขาคิด...แต่แรงตบไม่เบาเลย...“ไอ้หรัญญ์จะโดนแหย่อะไรอีกไหมวะ” เชนเอ่ยพลางมองหรัญญ์อุ้มคุณผู้หญิงขึ้นห้องไป คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน“งานหยาบแน่เลยว่ะ” นายน์เอ่ยต่อ“นั่นดิ...ถึงยังไงไอ้หรัญญ์มันก็ผู้ชาย” ธามพูดพลางทำหน้าเคร่งเครียด“คุณผู้หญิงไม่น่าทำอะไรหรอก...เราก็รู้ๆ
“เสพสมดั่งใจดีไหมล่ะ? คุณหัวหน้า”เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาก้าวเข้าห้องทำงานของเธอมา หรัญญ์แค่โค้งศีรษะลงเล็กน้อยให้กับหญิงสาวที่ยืนหันหน้าออกมองวิวเมืองผ่านกำแพงกระจก แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามแนบแนมของเธอแต่อย่างใด ใบหน้าของหรัญญ์ยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ก่อนจะปรายสายตามองเพื่อนๆ ของเขาที่ก้มหน้านิ่งทำสีหน้าเคร่งเครียดกันเป็นแถว“คุณผู้หญิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องและถามเข้าประเด็นทันที ที่เธอเรียกเขามาทั้ง ๆ ที่ไล่เขาออกไปพักแล้ว แต่ก็อย่างว่า...เอาแน่เอานอนกับเธอไม่ได้หรอกมันอาจจะไม่ได้มีเรื่องอะไรก็ได้...“ฮึ...ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ? แฟนนายงั้นสิ? ถึงใจดีไหมล่ะบอกให้ฉันรู้หน่อยสิ”ศราพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองเขา ใบหน้าสวยแสยะยิ้มจ้องมองเขาไม่วางตา สองเท้าเรียวที่ใส่ส้นสูงสีดำมันวาวเดินปราดเข้าไปหาเขาเชิดหน้าขึ้นรอคำตอบ“ผมไม่ตอบเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานครับ” หลุบสายตาคมจ้องมองหญิงสาวที่เชิดหน้ามองเขาพร้อมกับตอบเสียงเรียบ“เธอเป็นใครล่ะ? ตอบฉันมาสิ&rdq
“คุณช่วยผมได้อยู่แล้ว...” เขาปราดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย มือใหญ่จับมือเล็กที่ลูบไล้ลำคอของเขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ มอบรสจูบที่แสนหิวโหยนั้นลงบนริมฝีปากบาง ดันตัวหญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำลงนอนบนโซฟา“อื้อ...” เธอครางเสียงหวานตอบรับมืออีกข้างที่ลูบไล้เรียวขาเนียน ล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้า บีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามนั้นอย่างแรง ชวนให้อารมณ์ไปไกลอย่างต้องการ“...เปลี่ยนสบู่เหรอ?”หรัญญ์เอ่ยถามเมื่อซุกไซร้ที่ซอกคอ พรมจูบไปทั่วคอขาวระหงส์ กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะที่ใต้จมูกโด่งคมสันของเขา เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกเขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่กลิ่นเดิม“ใช่ค่ะ ชอบไหมคะ? ไม่อยากใช้กลิ่นเดิมซ้ำๆ กลัวคนแถวนี้จะเบื่อ”เธอพูดพลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย หรัญญ์ละจากลำคอเงยขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าพลางยกยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาไป จัดการถอดเสื้อคลุมของหญิงสาวออก“อื้อ...หรัญญ์...” ครางเสียงหวานเรียกชื่อเขาพลางยกสะโพกรับตัวตนที่ตั้งชันจนกางเกงปูดนูนเด่นชัดเป็นลำใหญ่ เสียดสีเนื้อนิ่มทั้งที่
ไม่พ้นโดนไล่ตะเพิดออกจากห้องทำงานของประธานบริษัทคนสวย หรัญญ์เดินออกมาหาเพื่อนด้วยใบหน้าคิ้วขมวด หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ๆ ข้างๆ เพื่อนทั้งสองที่เขาบอกให้ออกจากห้องมาก่อนหน้า“อ้าว ไล่พวกกูออกมาแล้วมึงจะออกมาทำไม?” นายน์หันไปเอ่ยถาม เพราะปกติต้องรอพวกเขาสองคนกลับจากพักก่อนหรัญญ์ถึงจะยอมออกมาพัก ถึงจะพักแค่สิบห้านาทีก็ตาม“ดูท่าแล้วคงไม่พ้นโดนไล่ออกมา” เชนเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมา“ถ้าอย่างนั้นใครคอยคุ้มกันคุณผู้หญิงล่ะ? หรือว่าหัวร้อนจนไม่ให้ใครเข้าไป” นายน์เอ่ย“ธามกับเรวิน...” หรัญญ์เอ่ยตอบเสียงเรียบ“แล้วคราวนี้มึงจะพักกี่นาที จะไปพร้อมพวกกูเลยไหม?” เชนหันไปถามตามปกติ“นั่นสิ พวกกูแค่มาหากาแฟกิน เดี๋ยวก็กลับเข้าไปแล้วอีกสิบนาที” นายน์พูดพร้อมยกข้อมือตัวเองขึ้นมามองนาฬิกาเรือนหรู"ครึ่งวัน...คุณผู้หญิงให้พักไปเลยครึ่งวัน” หรัญญ์เอ่ยใบหน้ายังคงขมวดคิ้วเช่นเดิม คำพูดของเขาทำให้เพื่อนร่วมสายงานทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากันไปมาก่อนจะดึงสายตากลับไปมองหรัญญ์ที่ตอนนี่นั่งนวดข
เพี๊ยะ!!!“อย่ามาแส่อยากรู้เรื่องของฉัน!! หน้าที่ของนายก็แค่คอยดูแลปกป้องฉัน!! และฟังคำสั่งของฉันเท่านั้น!!”เธอเดินเข้าไปวาดมือขึ้นสูงแล้วฟาดลงที่ใบหน้าของคนตัวสูงกว่าเต็มแรงจนเขาหน้าหัน หรัญญ์ใช้ลิ้นดุนแก้มข้างที่โดนตบ ก่อนจะหันกับมาทำหน้าเรียบนิ่งข่มใจก้มโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างสุภาพ เขาโดนเธอตบมานับครั้งไม่ถ้วน...ทั้งมีเหตุผลทั้งไร้เหตุผลเพราะเธอคุมสติอารมณ์ของตัวเองไม่ได้“...ครับ...คุณผู้หญิง”ยอมตอบรับแต่โดยดีอย่างสงบนิ่ง ศราเห็นอย่างยิ้มก็ยิ้มเยาะและยังคงจ้องมองเขาไม่ละสายตา หรัญญ์ได้แค่เหลือบมองใบหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนหลุบตาลงเลี่ยงสายตาของเธอเพราะไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้คนอย่างเขาไม่เคยยอมใคร แต่ก็ต้องมายอมผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อว่าผู้จ้างวานอย่างว่าง่าย ที่ผ่านมาเขาเคยเจอแต่ผู้จ้างวานเอาแต่ใจเพราะอยากจะเข้าหาเขา แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่จ้างงานคนไหนดุเดือดเลือดเย็นอย่างเธอคนนี้มาก่อน...ไม่ใช่ว่าเขาห่วงเงิน แต่เขาห่วงหน้าที่...มันคือประวัติการทำงานของเขาที่ต้องรักษาความเชื่อมั่นเอาไว้ มันจะมีผลต่
‘ศรา’ ที่แปลว่า ‘บริสุทธิ์ดั่งเจ้าหญิง’ ในตอนนี้เธอแอบหนีออกจากนรกนั่น เดินระหกระเหินไปตามทางด้วยเท้าเปล่า ปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาอย่างเหม่อลอย ไม่มีจุดหมายปลายทาง ไม่มีแผนที่จะหนีไปที่ไหน ไม่ไปหาญาติทั้งฝั่งพ่อและฝั่งแม่เพราะไม่อยากไว้ใจใครอีกแล้วเดินกุมท้องน้อยที่เจ็บปวดออกมารับลมตรงสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ รถยังคงวิ่งไปมาไม่หลับใหลต่างจากความคิดของเธอที่ต้องการจะหลับใหลไปตลอดกาลในตอนนี้...สองเท้าเปล่าปีนขึ้นบนราวสะพานอย่างไม่ได้สติ นั่งลงบนเหล็กราวสะพานนั้นเงยหน้ารับลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้ามาโดนใบหน้า มือเล็กที่เคยจับราวสะพานไว้ปล่อยกางอ้าแขนออกรับลมนั้นก่อนจะตั้งท่าทิ้งดิ่งตัวเองลงไปหลังให้จมดิ่งสู่แม่น้ำอันกว้างใหญ่...อยากไปให้พ้นจากโลกที่โหดร้ายนี้ไปเสียเหลือเกิน“แม่หนู!!!” ไม่ทันที่จะโยนตัวลงสู่แม่น้ำอย่างใจหวัง หญิงวัยกลางคนก็รีบเข้ามากอดตัวเธอเอาไว้ ใช้แรงทั้งหมดที่มีลากเธอลงมาจากราวสะพานอย่างทุลักทุเล“ช่วยหนูไว้ทำไม!! ช่วยหนูทำไม!!! ฮือๆ”เมื่อล้มลงนั่งกับพื้นก็เอามือปิดหน้าร้องไห้โฮออกมา หญิงวัยก

![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





