LOGINไม่พ้นโดนไล่ตะเพิดออกจากห้องทำงานของประธานบริษัทคนสวย หรัญญ์เดินออกมาหาเพื่อนด้วยใบหน้าคิ้วขมวด หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ๆ ข้างๆ เพื่อนทั้งสองที่เขาบอกให้ออกจากห้องมาก่อนหน้า
“อ้าว ไล่พวกกูออกมาแล้วมึงจะออกมาทำไม?” นายน์หันไปเอ่ยถาม เพราะปกติต้องรอพวกเขาสองคนกลับจากพักก่อนหรัญญ์ถึงจะยอมออกมาพัก ถึงจะพักแค่สิบห้านาทีก็ตาม
“ดูท่าแล้วคงไม่พ้นโดนไล่ออกมา” เชนเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมา
“ถ้าอย่างนั้นใครคอยคุ้มกันคุณผู้หญิงล่ะ? หรือว่าหัวร้อนจนไม่ให้ใครเข้าไป” นายน์เอ่ย
“ธามกับเรวิน...” หรัญญ์เอ่ยตอบเสียงเรียบ
“แล้วคราวนี้มึงจะพักกี่นาที จะไปพร้อมพวกกูเลยไหม?” เชนหันไปถามตามปกติ
“นั่นสิ พวกกูแค่มาหากาแฟกิน เดี๋ยวก็กลับเข้าไปแล้วอีกสิบนาที” นายน์พูดพร้อมยกข้อมือตัวเองขึ้นมามองนาฬิกาเรือนหรู
"ครึ่งวัน...คุณผู้หญิงให้พักไปเลยครึ่งวัน” หรัญญ์เอ่ยใบหน้ายังคงขมวดคิ้วเช่นเดิม คำพูดของเขาทำให้เพื่อนร่วมสายงานทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากันไปมาก่อนจะดึงสายตากลับไปมองหรัญญ์ที่ตอนนี่นั่งนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยหนักใจ
“ครึ่งวัน? ทำไมเป็นอย่างนั้น?” เชนพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“มึงไปทำอะไรให้คุณผู้หญิงไม่พอใจหรือเปล่า?” นายน์ถามต่อ
“มึงถามอะไรก็ดูด้วย ไอ้หรัญญ์มันเคยตอบโต้อะไรที่ไหน คุณผู้หญิงผีเข้าเองมากกว่ามั้ง ไม่รู้รอบนี้จะหัวร้อนอะไรขนาดนั้นกะอีแค่พูดคุยกันนิดเดียวเอง” เชนเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงสวยๆ ข้อยกเว้นความเจ้าชู้ของเชนก็คือผู้หญิงสวยที่ชื่อว่าศรา
“ฝากด้วยแล้วกันไอ้นายน์ ยังไงมึงก็เป็นรองหัวหน้ากู” หรัญญ์เงยหน้าขึ้นพลางหันไปฝากฝังเพื่อนของตน
“แล้วมึงจะไปไหนวะ?” เชนหันไปเอ่ยถาม
“กลับไปพักสักหน่อย กูปวดหัวไปหมดแล้วเนี่ย” หรัญญ์ตอบด้วยความหัวเสีย ถูกยั่วยวนจากผู้หญิงสวยระดับนั้นก็ต้องมีรู้สึกกันบ้าง เขาข่มใจจนปวดหัวไปหมด บังคับสมองให้มันสั่งร่างกายตัวเองให้นิ่งอย่างหนักกับการเล่นสนุกของเธอ ยังไงเขาก็คนไม่ใช่ก้อนหินเสียหน่อย
“โห่ มึงไม่อยู่แล้วพวกกูจะไหวไหมเนี่ย?” นายน์เอ่ยอย่างนึกหวั่นใจ ส่ายหน้าไปมาอย่างเซ็งๆ เพราะคนที่แข็งแกร่งที่สุดคงมีแต่หรัญญ์ที่เป็นหัวหน้าของพวกเขา
เพราะศรายังไม่รู้จักหรัญญ์ดีพอถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้กับเขา แต่ถึงอย่างนั้นหรัญญ์ก็เป็นคนแยกแยะได้ดีในเรื่องงานและการรักษากฎ ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่อาจจะมีแหกกฎไปบ้างตามสถานการณ์ในเรื่องผู้หญิง
“เออๆ เดี๋ยวกูดูให้ ถ้าเอาไม่อยู่ก็ให้ไอ้เชนจัดการแล้วกัน” นายน์ตอบอย่างไม่เต็มใจนักซ้ำยังโยนให้เพื่อนที่ขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง
“ทำไมต้องกูวะ”
“ก็มึงช่ำชองเรื่องผู้หญิงไม่ใช่? เอาใจผู้หญิงแค่นี้สบายมึงอยู่แล้ว” นายน์ตอบ
“คนนี้ไม่นับได้ไหมวะ” เชนพูดพลางทำหน้าเครียด
“กูเชื่อมือมึงคนเดียวว่ะไอ้เชน ยังไงคุณผู้หญิงก็คือผู้หญิง”
นายน์ไม่พูดเปล่าพลางเอื้อมมือไปตบบ่าเชนที่นั่งทำหน้าเครียดเบาะอย่างยิ้มๆ หรัญญ์เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจก่อนจะปรายสายตามองเชนแล้วเอ่ยขึ้น
“กูจะเขียนรายงานรอ”
“เดี๋ยวๆ” ไม่รอฟังคำร้องทักของเพื่อนอย่างเชนหรัญญ์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ปล่อยให้นายน์นั่งหัวเราะเชนที่ทำหน้าเครียดกว่าเดิมเมื่อได้ยินหัวหน้าอย่างหรัญญ์พูดแบบนั้น...การเขียนรายงานคือการที่พวกเขาทำผิดกฎ...ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย
หรัญญ์ขับรถออกจากบริษัทอย่างไม่มีจุดหมาย เขาเหยียบคันเร่งมิดไมล์เพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง พลางคิดว่าถ้าเขาอยู่ใกล้เธอมากๆ สักวันเขาคงจะเป็นเหมือนเธอแน่ๆ ด้วยความอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหลังจากต้องอดทนกับผู้จ้างงาน
ตั้งแต่รับงานมาเขาไม่เคยน็อตหลุดเท่านี้มาก่อนเลย ไม่ว่างานไหนเขามักจะเงียบนิ่ง สุขุมเสมอ จะมีบ้างที่หัวเสียแต่ก็ไม่เท่ากับการทำงานกับเธอคนนี้
หรัญญ์คิดว่าไหนๆ เขาก็ได้พักครึ่งวันแล้วก็หาที่ระบายอารมณ์อย่างที่ผู้ชายเขาทำกันเสียบ้างจะดีกว่า เพราะเขาก็เริ่มห่างหายไปนานหลังจากที่เข้ามารับงานที่นี่ คิดแล้วก็ยกโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคย รอสายเพียงครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงหวานจากปลายสาย
(แหม หายไปนานเลย...พึ่งคิดถึงอิงเหรอคะ? ปล่อยให้อิงคิดถึงคุณตั้งนาน)
“อยู่ไหน?”
(คอนโดค่ะ แต่ว่าตอนนี้อิงไม่ว่างเลยค่ะ...ทำกำลังจะออกไปข้างนอกกับเพื่อน)
“เหรอ? งั้นไม่กวนแล้ว”
(เดี๋ยวสิคะ ใจร้อนจังนะคะเนี่ย...ไม่คิดจะง้ออิงหน่อยเหรอคะ? พอมีเวลาอยู่นะคะ)
ปลายสายเอ่ยเสียงออดอ้อนอย่างอารมณ์ดี แต่ตอนนี้หรัญญ์ไม่มีอารมณ์เล่นด้วยเขาแค่ต้องการหาที่ระบายอารมณ์เท่านั้นและอิงฟ้าคือตัวเลือกที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เพราะรู้ว่าหญิงสาวคอยตามตื้อเขาตลอดหลังจากที่เคยนอนด้วยกัน แม้ว่าจะตกลงกันแล้วว่าเป็นเพียงแค่คู่นอนก็เถอะ อิงฟ้าก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะให้เขาเป็นแฟนตัวจริง
“...อีกสิบนาทีเจอกัน”
(ได้สิคะ รีบๆ มานะคะ จะอาบน้ำให้ตัวหอมๆ รอคุณนะคะหรัญญ์)
พูดจบปลายสายก็ตัดไป หรัญญ์โยนโทรศัพท์ของตนลงเบาะข้างๆ ก่อนจะเหยียบคันเร่งจนแทบมิดเท้า ตรงไปยังคอนโดของหญิงสาวที่เขานัดเอาไว้...
เพียงเขาย่างเท้าเข้าในห้องของอิงฟ้า หญิงสาวที่รอเปิดประตูอยู่ก่อนหน้าก็รีบเข้ามากระโดดกอดเขาในทันทีด้วยรอยยิ้มร่า
‘อิงฟ้า’ นางเอกสาวในหน้าจอที่เขาเคยคุ้มกันให้ช่วงที่เธอมีประเด็นดราม่ากับนักแสดงหนุ่มที่เคยเป็นข่าว ทำให้แฟนคลับของนักแสดงหนุ่มตามคุมคาม ทางบริษัทจึงได้จ้างพวกเขาเข้ามาคุ้มกันระยะเวลาสั้นๆ หกเดือน เพื่อรอให้เรื่องมันซาไป
แต่ทว่านางเอกสาวนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยเหมือนในจอเสียเมื่อไหร่ เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการคนมาดูแล ยิ่งโด่งดังยิ่งโดดเดี่ยว เพราะความใกล้ชิดของทั้งคู่ถึงทำให้เรื่องมันเลยเถิด
แต่ก็ได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีอะไรต่อในความสัมพันธ์นอกจากแค่ระบายความเครียดเท่านั้น คนอย่างหรัญญ์มีสิทธิ์เลือกไม่ใช่ตัวเลือกของใคร...
“หายไปนานเลยนะคะ อิงคิดถึงรู้ไหม?”
หญิงสาวพูดพลางกอดเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยซบลงบนอกแกร่งอย่างออดอ้อน แต่หรัญญ์กลับไม่ได้มีสีหน้าที่ดูยินดียินร้ายแต่อย่างใด เขาเพียงแค่หลุบสายตามองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
อิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มพลางทำหน้ายู่ที่เขายังคงเป็นเหมือนเช่นดังเดิม ความไร้อารมณ์บนใบหน้านั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่เรื่องบนเตียงเขากลับไม่เป็นอย่างที่เห็นเลย ไม่ได้จืดชืดอย่างสีหน้าที่ไร้อารมณ์นั้น
“ทำหน้าแบบนี้ งานนี้หนักหรือคะ?” เธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ก็นิดหน่อย” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะกอดไหล่หญิงสาวเดินเข้าห้องไปให้พ้นจากประตูที่เขายืนอยู่ในตอนแรก
“ถ้าเหนื่อยทำไมไม่เลิกทำมันซะละคะ ถ้าคุณยอมคบ...”
“อิงฟ้า เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้วนะ”
หรัญญ์ตอบทั้งที่เธอยังไม่ทันพูดให้จบเสียด้วยซ้ำ อิงฟ้าได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยอมเขา...ทำยังไงได้ล่ะก็เธอรักเขาไปแล้ว ตั้งแต่มีอะไรกับเขาเธอก็ไม่ได้สนใจใคร...
“คุณเครียดมาอย่างนี้...อิงช่วยให้หายเครียดแล้วกันค่ะ” พูดพลางเอื้อมมือไปลูบที่ลำคอหนาอย่างยั่วยวน...
“ปะป๊า หนูอีฟจะงอนปะป๊าแย้ว” เด็กหญิงตัวน้อยถักเปียในชุดเดรสสีหวานวัย7ขวบพูดด้วยน้ำเสียงงอแงพร้อมทำหน้ายู่ยืนกอดอกหันหลังให้ชายผู้ที่เธอเรียกเขาว่าปะป๊า หรัญญ์ค่อยๆย่อตัวลงเอื้อมมือไปหวังจะคว้าตัวสาวน้อยเข้ามาโอ๋อย่างเอ็นดู แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับยิ่งหันหลังให้เขาพร้อมทำท่ากระทืบเท้าๆน้อยๆไม่ยอมให้เขาแตะต้อง “หนูอีฟซื้อของเล่นเยอะแล้วนะครับ ถ้าซื้ออีกจะโดนมะม๊าดูเอานะ” หรัญญ์พูดพลางทำเสียงอ่อน เอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยที่ขึ้นชื่อว่าลูกสาวของเขา อดคิดไม่ได้เลยว่าเหมือนใคร... “ปะป๊าจัดการมะม๊าเยย มะม๊ายอมปะป๊า” “ไม่เอาสิครับ หนูอีฟไม่ดื้อกับปะป๊านะครับ” เขาพูดพร้อมยืนขึ้นยื่นมือไปทางหญิงสาวตัวน้อย “ป่ะ เรารีบไปหามะม๊ากันดีกว่า...ไม่ซื้อแล้วนะครับ”&nb
การกลับมาของเขา...เหมือนยารักษาแผลที่อยู่ในใจ จากที่บาดลึกลงไปตอนนี้กลับเหมือนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวด เธอคิดว่าความแค้นที่เธอได้สะสางเป็นสิ่งที่เธอต้องแลกกับคนที่เธอรัก...แต่ฟ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไป... สองมือประสานกันเดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย ทั้งสองหันกลับมามองหน้ากันและส่งยิ้มให้กันบางๆ...ก่อนจะก้าวเข้าประตูบ้านหลังนั้นไปด้วยกัน “ศรา! หนูเป็นไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก” ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาผู้เป็นลูกสาวตัวเองด้วยท่าทางตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนน้ำตาคลอ พ่อผู้ที่เธอไม่เคยอนุญาตให้เจอหน้าเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับยอมให้พ่อมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ “ไม่...เป็นไรแล้ว” คำพูดของลูกสาวแม้จะออกห้วนๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด เธอแค่ประหม่าก็เท่านั้น ศิ
“ศรา!”หรัญญ์ดิ้นสุดแรงเมื่อเสียงปืนลั่นขึ้น เพราะจิณณ์เจษแย่งปืนในมือของศราทันพอดี อีกทั้งยังจับลำคอเล็กของศราเอาไว้แน่นด้วยมืออีกข้าง“กล้ามากนะที่หลอกกู! มึงคงลืมความรู้สึกตอนนั้นไปแล้วใช่ไหม!” แรงบีบที่คอแน่นขึ้นจนใบหน้าสวยแดงไปหมด ปากกระบอกปืนจ่อไปที่ศรา...ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!เสียงหมัดหนักๆ ปะทะเข้าที่หน้าของจิณณ์เจษ เพราะหรัญญ์ตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหามีดที่ศราตั้งใจโยนทิ้งไปทางเขา และก็ใช้มันตัดเชือกได้ในที่สุดขณะที่ลูกน้องจิณณ์เจษหันหลังให้จากที่เห็นว่าเจ้านายตัวเองกำลังจะมีความสุขหญิงสาวและเพราะการแสดงของศราด้วยที่ทำให้จิณณ์เจษตายใจไปครู่หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของจิณณ์เจษเองที่ชอบเรื่องอย่างว่าจนไม่คิดถึงอะไรหรัญญ์รีบถอยหลังไปหาศราและเอาตัวเองบังเธอไว้ข้างหลังอย่างหวงแหน จ้องมองจิณณ์เจษที่ล้มลงไป เหล่าลูกน้องต่างกรูเข้ามาพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปทางศราและหรัญญ์ บางส่วนก็ช่วยพยุงมาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยความโมโหอยู่ดีเพราะเขาพลาดท่าซะได้เมื่อจิณณ์เจษลุกข
ศราเดินเข้าห้องน้ำมาด้วยสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบางสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงพยายามเก็บกลั้นมันไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเจอจิณณ์เจษมันทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ เพราะทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการที่เจ้าของงานจะกล่าวบอกข่าวดีบางอย่าง...“คุณศรา” เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าห้องน้ำทำเอาศราที่กำลังคิดเรื่องอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง“หรัญญ์...”“ครับ...ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำจนกว่าคุณจะออกมา”เขาพูดขึ้นราวกับว่ารู้ความรู้สึกของเธอ ศรายิ้มบางๆ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็กำลังทำให้เธอสบายใจ“อือ...”เธอตอบเขาไปเบาๆ ก่อนจะหายใจเข้าลึก จัดการอารมณ์ตัวเองพร้อมกับมองตัวเองที่หน้ากระจก...ตั้งมั่นกับใจว่าจะต้องไม่อ่อนไหวแม้แต่นิดเดียวไม่อย่างนั้นจะเสียแผน...เงาในกระจกเริ่มปรากฏเงาอื่นนอกจากเธอ...ศราเบิกตากว้างรับหันควับไปด้านหลัง แต่ทว่า...“อื้อ!...” เธอถูกมือหนาปิดปากและจมูกเอาไว้ทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา สติเริ่
“นายคิดว่าไงหรัญญ์” ผู้ที่ขึ้นว่าเจ้านายของเขาเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ดูอารมณ์ดี และแน่นอนว่าสีหน้าของแต่บอกชัดเจนว่ากำลังแกล้งเขา“คุณศราอยากให้ผมตอบ หรือว่าแค่อยากแกล้งดูปฏิกิริยาของผม” เขายังคงยืนนิ่งในท่าสุภาพ หลุบสายตามองผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่เขาตกหลุมรักด้วยแววตาสื่อความหมายว่าเขารู้ทันเธอ“ฮึฮึ...”ศราหัวเราะในลำคอเบา รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิท ปลายนิ้วเลื่อนลูบที่แผงอกซ้ายของเขา ช้อนตามองสบกับสายตาคมนั้นอย่างได้ใจ“ฉันอยากได้ยินคำตอบ...จากข้างในอกซ้ายนี้ของนาย” ยกยิ้มร้ายออกมา แต่สำหรับหรัญญ์ไม่ได้มองว่าเธอร้ายเลยสักนิด แต่มองว่าเธอชอบที่จะยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน“คุณอยากให้ผมพูด...หรืออยากให้มันแสดงออกมาเป็นการกระทำล่ะครับ?”.อีกด้านหนึ่ง“รู้ไหมว่าคุณพัชรส่งของขวัญให้ยัยเด็กนั่นราคาเป็นสิบๆ ล้าน!!”กานดาพูดอยากหงุดหงิดหลังจากก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานข
กว่าจะฝ่าพายุฝนของห้วงอารมณ์มาได้ก็เล่นเอาคุณผู้หญิงของเขานอนนิ่งในอ้อมแขนแกร่งนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจในความเงียบกับความอุ่นซ่านหลังจากเหตุการณ์สงบลงที่ยังคงเหลืออยู่เป็นหลักฐานพร้อมกับบนเตียงนอนที่เปียกปอนศรายังคงนอนนิ่งในอ้อมแขนของเขาอย่างล่องลอย ราวกับหัวใจของเธอยังไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงไหนระหว่าง ‘รัก’ กับ ‘แก้แค้น’หรัญญ์หลุบมองใบหน้าเธอที่อยู่ในอ้อมแขน ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่เปียกเหงื่อออกจาแก้มเนียน ก่อนจะพูดเสียงเบา“ผมไม่ได้เมินคุณ...แต่แค่ผมพยายามที่จะ....”“ไม่ต้องพูดมันจะดีกับฉันมากกว่า”เขาตั้งใจจะบอกเธอว่าเขาพยายามที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง และพยายามที่จะไม่เล่นตามเกมของเธอเพราะเขาไม่ได้อยากเป็นแค่ของเล่นของเธอ แต่ก็ดันถูกดักทางไว้เสียก่อน“ผมอยากให้คุณลองคิดเริ่มต้นใหม่....” เขาหยุดชะงักพลางเหลือบมองสีหน้าของเธอ “กับผม”ประโยคนั้นเหมือนตรึงเธอเอาไว้....แม้ใจเธอเอนเอียงไปกับคำพูดของเขาราวกับเห็นแสงสว่างในใจที่มืดมิด และอยากที่จะทำอย่างที่เขาพูด แต่....ควา
ยิ่งได้ยินแบบนั้นหรัญญ์ยิ่งเหยียบคันเร่งเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเอง ปาดหน้ารถทุกคันทิ้งระยะเพื่อนๆ ของเขาจนลับตา โดยมีคุณผู้หญิงคนสวยที่ยังไม่ละความพยายามในขณะที่เขาควงพวงมาลัยสองมือ เธอก็เอนตัวมาซบเขาอีกทั้งมือเล็กยังซุกซนบีบคั้นเจ้าตัวตนลำใหญ่ที่ตั้งผงาดเต็มที่อย่างมันมือ“อืม..&rdqu
บรรยากาศภายในรถก็ยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม ศรานั่งไขว่ห้างกอดอกมองออกไปนอกรถ มีเพียงหรัญญ์เท่านั้นที่ลอบมองเธอเป็นระยะผ่านกระจกหน้ารถ“เรื่องที่ฉันให้ไปสืบ...ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” เธอเอ่ยถามขึ้นทั้งที่ไม่หันกลับมามองเขา“ผมให้เชนกับเรวินสืบให้อยู่ครับคุณศรา”
ไม่ทันที่หรัญญ์จะพูดจบเสียงกรีดร้องของศราก็ดังขึ้นจากในห้อง หรัญญ์รีบเปิดประตูเข้าไปทันทีพร้อมทั้งนายน์และธาม...มันเกิดขึ้นแบบนี้ขึ้นแทบทุกวัน...“คุณศรา” หรัญญ์เอ่ยพร้อมเอื้อมมือไปปิดฝักบัวและคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้มาคลุมร่างของเธอเอาไว้ เขาอุ้มเธอออกจากมุมห้องอาบน้ำเหมือนเช่นเ
และแล้วเขาก็ได้แค่เปิดประตูฝากชามข้าวต้มให้นายน์เอาไปเก็บแทนและกลับเข้ามาเฝ้ายืนเธอข้างเตียงเหมือนเช่นทุกคืน แม้ว่าตัวเขาจะยังไม่ได้กินอะไรเลยก็ตามแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ส่วนศรานั่งเล่นไอแพดอยู่บนเตียงเป็นที่เรียบร้อย“นายกินอะไรมาหรือยัง?” อยู่ๆ เธอก็เอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้ละสายตา







