LOGIN“คุณช่วยผมได้อยู่แล้ว...” เขาปราดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย มือใหญ่จับมือเล็กที่ลูบไล้ลำคอของเขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ มอบรสจูบที่แสนหิวโหยนั้นลงบนริมฝีปากบาง ดันตัวหญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำลงนอนบนโซฟา
“อื้อ...” เธอครางเสียงหวานตอบรับมืออีกข้างที่ลูบไล้เรียวขาเนียน ล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้า บีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามนั้นอย่างแรง ชวนให้อารมณ์ไปไกลอย่างต้องการ
“...เปลี่ยนสบู่เหรอ?”
หรัญญ์เอ่ยถามเมื่อซุกไซร้ที่ซอกคอ พรมจูบไปทั่วคอขาวระหงส์ กลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะที่ใต้จมูกโด่งคมสันของเขา เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกเขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่กลิ่นเดิม
“ใช่ค่ะ ชอบไหมคะ? ไม่อยากใช้กลิ่นเดิมซ้ำๆ กลัวคนแถวนี้จะเบื่อ”
เธอพูดพลางเบือนหน้าหนีเล็กน้อย หรัญญ์ละจากลำคอเงยขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าพลางยกยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาไป จัดการถอดเสื้อคลุมของหญิงสาวออก
“อื้อ...หรัญญ์...” ครางเสียงหวานเรียกชื่อเขาพลางยกสะโพกรับตัวตนที่ตั้งชันจนกางเกงปูดนูนเด่นชัดเป็นลำใหญ่ เสียดสีเนื้อนิ่มทั้งที่ยังมีอาภรณ์ขวางกั้นเอาไว้อยู่
ใบหน้าหล่อก้มลงดูดเม้มปลายยอดมืออีกข้างบีบเคล้นเต้าสวยที่ผ่านการผ่าตัดมาเรียบร้อยแล้ว ตัวตนโยกโยนเสียดสีเนื้อนิ่มกลางลำตัวของหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจ
มือเล็กรีบเอื้อมมือไปปลดกางเกงของเขาถกร่นมันออกมา ก่อนจะคว้าแก่นกายลำใหญ่เอาไว้ไม่มิดมือ
“อืม...” เขาครางเสียงทุ้มเมื่อหญิงสาวเล่นซน ปลายนิ้วเรียวเล็กเขี่ยปลายยอดไปมาก่อนจะจับมันถูไถที่กลางลำตัวรับสัมผัสความอุ่นแข็งนั้นอย่างกระหาย
“หรัญญ์คะ...อือ...อิงต้องการคุณ...” เธอพูดด้วยเสียงกระเส่า ปรือตามองชายหนุ่มที่ซุกตรงอกอย่างอ้อนวอน
หรัญญ์หยัดตัวขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าสตางค์ที่ไม่ได้พกแค่เงิน หยิบซองสีเหลี่ยมไซด์พิเศษสีน้ำเงินขึ้นมากัดฉีกมัน สายตายังคงมองจ้องที่หญิงสาวใต้ร่าง ก่อนจะสวมถุงป้องกันลงบนแท่งกายลำใหญ่ของตน
“คุณไม่เคยพลาดเลยนะคะ...อย่างนี้อิงจะจับคุณได้ยังไง”
เธอพูดพลางเบือนหน้าหนีชายหนุ่มบนร่าง แต่ก็ต้องรีบหันกลับมาพร้อมกับคว้าท่อนแขนของเขาจิกเล็บลงท่อนแขนนั้นระบายความเสียวกระสันที่แล่นเข้าสู่ร่างพร้อมกับเจ้าแท่งร้อนนั้นที่แทรกเข้ามาในตัวเธอ
“อ๊า!...” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวไปตามแรงอารมณ์ เมื่อเขาเริ่มโยกโยนสะโพกสอบนั้นเข้าออกสุดอย่างไม่มีปราณี
“อืม..” ครางเสียงต่ำเมื่อเธอเกร็งตัวจนร่องแคบรัดตัวตนของเขา เริ่มขยับโยกจังหวะแรงเร็วขึ้นจนอิงฟ้าต้องคว้าลำคอหนาของเขามายืดเอาไว้
“อ๊า อ๊ะ!” เข้าลึกจนสมองเบลอไปหมด ทั้งใหญ่ทั้งลึกและคับแน่น ขาเรียวเกี่ยวรัดเอวสอบนั้นเอาไว้ รับความสุขสมที่เขากำลังกระทำ
หรัญญ์กระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างแรงตามแรงอารมณ์ที่ต้องการระบาย หญิงสาวถึงกับสะดุ้งกระตุกรับความแรงที่ส่งให้ของเขาเมื่อมันเข้าไปในร่างลึกสุด
“ระ...รุนแรงจัง อ๊า!! อื้อ อิงไม่ไหวแล้วนะคะ..” เขายังไม่ทันที่จะได้ร่อนสาวสะโพกได้นานหญิงสาวใต้ร่างก็ร้องบอกไม่ไหวเสียแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ฟังเธอแต่อย่างใด
“อ๊า!! หรัญญ์คะ!!” เธอเกร็งกระตุกยกตัวขึ้นกอดคอของเขาเอาไว้แน่นเมื่อถึงฝั่ง แต่หรัญญ์กลับไปยอมแค่นั้น
เขาจับขาเรียวของเธอทั้งสองข้างโน้มไปข้างหน้าพร้อมกับแยกมันออกเพื่อจะได้กระแทกได้ถนัดๆ ใส่แรงเข้าไปเต็มแรงไม่ยั้ง จนคนใต้ร่างทำหน้าเหยเกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันเข้าไปลึกเกินไป
“อ๊า!! หรัญญ์ อิงเจ็บค่ะ!” เธอขอร้องเขา แต่เขากลับไม่ได้ฟังเลยราวกับหูอื้อไปในตอนนี้ หยัดตัวขึ้นเต็มเข่า มันยังไม่ลึกพอสำหรับเขา... ยกสะโยกสวยขึ้น กระแทกเข้าสุดออกสุดอย่างแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหนักแน่นลั่นห้อง
“อื้ม...” เสียงทุ้มครางต่ำ ขมวดคิ้วเป็นปมครู่หนึ่งหลุบสายตามองรอยเชื่อมนั้น...ความรู้สึกนี้มันไม่สาแก่ใจเขาเลยสักนิด... เพราะเขายังยั้งแรงกระแทกของตัวเองอยู่เลย
“หรัญญ์!!” เป็นอีกครั้งที่เธอเรียกเขาพร้อมกระตุกเกร็งสุดตัว ปลดปล่อยน้ำคาวใสอาบชะโลมท่อนลำใหญ่นั้น...แต่เขาก็ยังไม่ถึงความสุขสมเสียที..
ครืดดดดด ครืดดดดดด...
โทรศัพท์ของหรัญญ์สั่นจนเกิดเสียงขัดจังหวะ สำหรับอิงฟ้ามันคงคือเสียงที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ให้ได้พักบ้าง ไม่คิดว่ามารอบนี้เขาจะดุดันรุนแรงขนาดนี้ ไม่เหมือนรอบก่อนๆ เลย แม้ว่าเขาจะยังไม่เสร็จสมแต่ก็ยอมหยุดชะงักเมื่อหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่ถกถอดพอหลอมๆ ตรงหน้าขาแกร่ง ชื่อของผู้โทรหาทำให้เขาขมวดคิ้วก่อนจะรับสายทั้งที่ยังคงคาเอาไว้แบบนั้น
“ครับ...คุณผู้หญิง...”
พูดตอบรับทั้งที่ยังคงโยกโยนสะโพกกระแทกหญิงสาวตรงหน้าเม้มปากแน่นไม่ให้เกิดเสียง แม้ว่าสีหน้าของเขาจะมีไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่มีคนโทรมาขัด จะไม่รับก็ไม่ได้เสียด้วยเพราะคุณผู้หญิงของเขาตั้งกฎเอาไว้
(นี่นายกล้าทิ้งงานไปหรือไง?! ส่งพวกไม่มีน้ำยามาดูแลฉันแบบนี้!!)
เธอแผดเสียงลั่นผ่านสายด้วยความเดือดดาล หรัญญ์ทำหน้าเรียบนิ่งแต่หัวคิ้วกลับยิ่งขมวดชนกันเมื่อได้ยินแบบนั้น...ก็เธอเป็นคนสั่งให้เขาพักงานครึ่งวันเอง...
“...คุณผู้หญิงสั่งให้ผมพักงานครึ่งวันเองนะครับ”
(ฉันไม่สน!! ตอนนี้ฉันเปลี่ยนคำสั่งแล้ว! นายอยู่ไหน?! กลับมาเดี๋ยวนี้!!)
“อ๊า!! หรัญญ์คะ ระ...แรงเกินไปแล้วนะคะ” อิงฟ้าเผลอครางออกมาเมื่อเขากระแทกเข้าอย่างแรงจนจุก
อาจจะเป็นเพราะสายโทรศัพท์สายนี้ที่โทรเข้ามาถึงได้ทำให้เขาหัวเสียจนเผลอทำรุนแรงเกินกว่าเมื่อครู่และเธอก็ไม่ได้อยากร้องออกมาแต่มันก็ทนไม่ได้จริงๆ ...
(...........)
ปลายสายเงียบไปเมื่อได้ยินเสียงกระเส่าของหญิงสาวแทรกเข้ามาในสาย หรัญญ์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าเธอวางสายไปแล้วหรืออย่างไรถึงได้เงียบไป แต่ก็เห็นว่ายังคงคาสายไว้อยู่ เขาเอื้อมมือไปปิดปากของอิงฟ้าเอาไว้ก่อนจะกระแทกเข้าออกจนเหนื่อยหอบ ตอบรับปลายสายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแม้จะพยายามทำเสียงให้เป็นปกติก็ตาม
“ครับ...คุณผู้หญิง...ผมจะกลับเดี๋ยวนี้ แค่นี้ก่อนนะครั...”
(ห้ามวางสาย หรัญญ์...นายต้องกลับมาภายในห้านาที)
“ฮะ? มันจะเป็นไปได้ยังไง...”
(หรือนายอยากให้ทีมของนายมีปัญหากับฉัน!)
“...ครับ คุณผู้หญิง”
เขาตอบแค่นั้นก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหน้าโซฟาทั้งที่ยังไม่ตัดสายจัดการถอดถอนแก่นกายออก ดึงถุงป้องกันทิ้งลงถังขยะเล็กๆ ข้างโซฟา จัดแจงแต่งตัวให้เรียบร้อย
“หรัญญ์...คุณจะไปเลยเหรอคะ? อิงคิดว่าคุณจะค้าง...” หรัญญ์รีบยกมือขึ้นทำท่าให้เธอเงียบเสียงลง กรอกสายตาไปทางโทรศัพท์ที่วางอยู่ อิงฟ้ามองตามสายตานั้นก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“อิงรักคุณนะคะหรัญญ์” เธอเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขา หรัญญ์ไม่ได้ตอบคำบอกรักของเธอได้แต่เพียงมองหน้าเธอนิ่ง
“อิงจะรอคุณนะคะ”
ทุกคำพูดแม้จะกระซิบเสียงเบาแต่ปลายสายก็ยังคงได้ยิน แต่ที่ไม่ได้ยินคือคำพูดของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าบอดี้การ์ดของเธอ ศราได้แต่เงียบฟัง...ไม่ว่าใครก็คงเดาความคิดของผู้หญิงที่ชื่อ ‘ศรา’ ไม่ออก
หรัญญ์รีบออกมาจากคอนโดของอิงฟ้าพร้อมทั้งกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น เมื่อถึงรถก็โยนโทรศัพท์ลงบนเบาะข้างคนขับอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งมิดไมล์เพื่อกลับไปตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายอย่างเลี่ยงไม่ได้...
ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาหัวเสียไม่พักเลยจริงๆ ซ้ำเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงไม่เสร็จสมเหมือนเช่นทุกครั้ง แถมยังมาถูกขัดจังหวะอีกคิดแล้วก็หงุดหงิด
“แม่งเอ๊ย” สบถอยู่หลังพวงมาลัยเบาๆ หงุดหงิดที่ตัวเองยังไม่ปลดปล่อยและหงุดหงิดรถบนถนนที่ดูขวางหูขวางตาไปเสียหมด
“ปะป๊า หนูอีฟจะงอนปะป๊าแย้ว” เด็กหญิงตัวน้อยถักเปียในชุดเดรสสีหวานวัย7ขวบพูดด้วยน้ำเสียงงอแงพร้อมทำหน้ายู่ยืนกอดอกหันหลังให้ชายผู้ที่เธอเรียกเขาว่าปะป๊า หรัญญ์ค่อยๆย่อตัวลงเอื้อมมือไปหวังจะคว้าตัวสาวน้อยเข้ามาโอ๋อย่างเอ็นดู แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับยิ่งหันหลังให้เขาพร้อมทำท่ากระทืบเท้าๆน้อยๆไม่ยอมให้เขาแตะต้อง “หนูอีฟซื้อของเล่นเยอะแล้วนะครับ ถ้าซื้ออีกจะโดนมะม๊าดูเอานะ” หรัญญ์พูดพลางทำเสียงอ่อน เอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยที่ขึ้นชื่อว่าลูกสาวของเขา อดคิดไม่ได้เลยว่าเหมือนใคร... “ปะป๊าจัดการมะม๊าเยย มะม๊ายอมปะป๊า” “ไม่เอาสิครับ หนูอีฟไม่ดื้อกับปะป๊านะครับ” เขาพูดพร้อมยืนขึ้นยื่นมือไปทางหญิงสาวตัวน้อย “ป่ะ เรารีบไปหามะม๊ากันดีกว่า...ไม่ซื้อแล้วนะครับ”&nb
การกลับมาของเขา...เหมือนยารักษาแผลที่อยู่ในใจ จากที่บาดลึกลงไปตอนนี้กลับเหมือนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวด เธอคิดว่าความแค้นที่เธอได้สะสางเป็นสิ่งที่เธอต้องแลกกับคนที่เธอรัก...แต่ฟ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไป... สองมือประสานกันเดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย ทั้งสองหันกลับมามองหน้ากันและส่งยิ้มให้กันบางๆ...ก่อนจะก้าวเข้าประตูบ้านหลังนั้นไปด้วยกัน “ศรา! หนูเป็นไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก” ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาผู้เป็นลูกสาวตัวเองด้วยท่าทางตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนน้ำตาคลอ พ่อผู้ที่เธอไม่เคยอนุญาตให้เจอหน้าเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับยอมให้พ่อมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ “ไม่...เป็นไรแล้ว” คำพูดของลูกสาวแม้จะออกห้วนๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด เธอแค่ประหม่าก็เท่านั้น ศิ
“ศรา!”หรัญญ์ดิ้นสุดแรงเมื่อเสียงปืนลั่นขึ้น เพราะจิณณ์เจษแย่งปืนในมือของศราทันพอดี อีกทั้งยังจับลำคอเล็กของศราเอาไว้แน่นด้วยมืออีกข้าง“กล้ามากนะที่หลอกกู! มึงคงลืมความรู้สึกตอนนั้นไปแล้วใช่ไหม!” แรงบีบที่คอแน่นขึ้นจนใบหน้าสวยแดงไปหมด ปากกระบอกปืนจ่อไปที่ศรา...ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!เสียงหมัดหนักๆ ปะทะเข้าที่หน้าของจิณณ์เจษ เพราะหรัญญ์ตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหามีดที่ศราตั้งใจโยนทิ้งไปทางเขา และก็ใช้มันตัดเชือกได้ในที่สุดขณะที่ลูกน้องจิณณ์เจษหันหลังให้จากที่เห็นว่าเจ้านายตัวเองกำลังจะมีความสุขหญิงสาวและเพราะการแสดงของศราด้วยที่ทำให้จิณณ์เจษตายใจไปครู่หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของจิณณ์เจษเองที่ชอบเรื่องอย่างว่าจนไม่คิดถึงอะไรหรัญญ์รีบถอยหลังไปหาศราและเอาตัวเองบังเธอไว้ข้างหลังอย่างหวงแหน จ้องมองจิณณ์เจษที่ล้มลงไป เหล่าลูกน้องต่างกรูเข้ามาพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปทางศราและหรัญญ์ บางส่วนก็ช่วยพยุงมาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยความโมโหอยู่ดีเพราะเขาพลาดท่าซะได้เมื่อจิณณ์เจษลุกข
ศราเดินเข้าห้องน้ำมาด้วยสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบางสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงพยายามเก็บกลั้นมันไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเจอจิณณ์เจษมันทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ เพราะทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการที่เจ้าของงานจะกล่าวบอกข่าวดีบางอย่าง...“คุณศรา” เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าห้องน้ำทำเอาศราที่กำลังคิดเรื่องอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง“หรัญญ์...”“ครับ...ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำจนกว่าคุณจะออกมา”เขาพูดขึ้นราวกับว่ารู้ความรู้สึกของเธอ ศรายิ้มบางๆ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็กำลังทำให้เธอสบายใจ“อือ...”เธอตอบเขาไปเบาๆ ก่อนจะหายใจเข้าลึก จัดการอารมณ์ตัวเองพร้อมกับมองตัวเองที่หน้ากระจก...ตั้งมั่นกับใจว่าจะต้องไม่อ่อนไหวแม้แต่นิดเดียวไม่อย่างนั้นจะเสียแผน...เงาในกระจกเริ่มปรากฏเงาอื่นนอกจากเธอ...ศราเบิกตากว้างรับหันควับไปด้านหลัง แต่ทว่า...“อื้อ!...” เธอถูกมือหนาปิดปากและจมูกเอาไว้ทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา สติเริ่
“นายคิดว่าไงหรัญญ์” ผู้ที่ขึ้นว่าเจ้านายของเขาเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ดูอารมณ์ดี และแน่นอนว่าสีหน้าของแต่บอกชัดเจนว่ากำลังแกล้งเขา“คุณศราอยากให้ผมตอบ หรือว่าแค่อยากแกล้งดูปฏิกิริยาของผม” เขายังคงยืนนิ่งในท่าสุภาพ หลุบสายตามองผู้หญิงเจ้าเล่ห์ที่เขาตกหลุมรักด้วยแววตาสื่อความหมายว่าเขารู้ทันเธอ“ฮึฮึ...”ศราหัวเราะในลำคอเบา รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ บอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิท ปลายนิ้วเลื่อนลูบที่แผงอกซ้ายของเขา ช้อนตามองสบกับสายตาคมนั้นอย่างได้ใจ“ฉันอยากได้ยินคำตอบ...จากข้างในอกซ้ายนี้ของนาย” ยกยิ้มร้ายออกมา แต่สำหรับหรัญญ์ไม่ได้มองว่าเธอร้ายเลยสักนิด แต่มองว่าเธอชอบที่จะยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน“คุณอยากให้ผมพูด...หรืออยากให้มันแสดงออกมาเป็นการกระทำล่ะครับ?”.อีกด้านหนึ่ง“รู้ไหมว่าคุณพัชรส่งของขวัญให้ยัยเด็กนั่นราคาเป็นสิบๆ ล้าน!!”กานดาพูดอยากหงุดหงิดหลังจากก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานข
กว่าจะฝ่าพายุฝนของห้วงอารมณ์มาได้ก็เล่นเอาคุณผู้หญิงของเขานอนนิ่งในอ้อมแขนแกร่งนั้น มีเพียงเสียงลมหายใจในความเงียบกับความอุ่นซ่านหลังจากเหตุการณ์สงบลงที่ยังคงเหลืออยู่เป็นหลักฐานพร้อมกับบนเตียงนอนที่เปียกปอนศรายังคงนอนนิ่งในอ้อมแขนของเขาอย่างล่องลอย ราวกับหัวใจของเธอยังไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงไหนระหว่าง ‘รัก’ กับ ‘แก้แค้น’หรัญญ์หลุบมองใบหน้าเธอที่อยู่ในอ้อมแขน ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่เปียกเหงื่อออกจาแก้มเนียน ก่อนจะพูดเสียงเบา“ผมไม่ได้เมินคุณ...แต่แค่ผมพยายามที่จะ....”“ไม่ต้องพูดมันจะดีกับฉันมากกว่า”เขาตั้งใจจะบอกเธอว่าเขาพยายามที่จะหาคำตอบให้ตัวเอง และพยายามที่จะไม่เล่นตามเกมของเธอเพราะเขาไม่ได้อยากเป็นแค่ของเล่นของเธอ แต่ก็ดันถูกดักทางไว้เสียก่อน“ผมอยากให้คุณลองคิดเริ่มต้นใหม่....” เขาหยุดชะงักพลางเหลือบมองสีหน้าของเธอ “กับผม”ประโยคนั้นเหมือนตรึงเธอเอาไว้....แม้ใจเธอเอนเอียงไปกับคำพูดของเขาราวกับเห็นแสงสว่างในใจที่มืดมิด และอยากที่จะทำอย่างที่เขาพูด แต่....ควา
ยิ่งได้ยินแบบนั้นหรัญญ์ยิ่งเหยียบคันเร่งเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเอง ปาดหน้ารถทุกคันทิ้งระยะเพื่อนๆ ของเขาจนลับตา โดยมีคุณผู้หญิงคนสวยที่ยังไม่ละความพยายามในขณะที่เขาควงพวงมาลัยสองมือ เธอก็เอนตัวมาซบเขาอีกทั้งมือเล็กยังซุกซนบีบคั้นเจ้าตัวตนลำใหญ่ที่ตั้งผงาดเต็มที่อย่างมันมือ“อืม..&rdqu
บรรยากาศภายในรถก็ยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม ศรานั่งไขว่ห้างกอดอกมองออกไปนอกรถ มีเพียงหรัญญ์เท่านั้นที่ลอบมองเธอเป็นระยะผ่านกระจกหน้ารถ“เรื่องที่ฉันให้ไปสืบ...ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง” เธอเอ่ยถามขึ้นทั้งที่ไม่หันกลับมามองเขา“ผมให้เชนกับเรวินสืบให้อยู่ครับคุณศรา”
ไม่ทันที่หรัญญ์จะพูดจบเสียงกรีดร้องของศราก็ดังขึ้นจากในห้อง หรัญญ์รีบเปิดประตูเข้าไปทันทีพร้อมทั้งนายน์และธาม...มันเกิดขึ้นแบบนี้ขึ้นแทบทุกวัน...“คุณศรา” หรัญญ์เอ่ยพร้อมเอื้อมมือไปปิดฝักบัวและคว้าผ้าขนหนูที่แขวนไว้มาคลุมร่างของเธอเอาไว้ เขาอุ้มเธอออกจากมุมห้องอาบน้ำเหมือนเช่นเ
และแล้วเขาก็ได้แค่เปิดประตูฝากชามข้าวต้มให้นายน์เอาไปเก็บแทนและกลับเข้ามาเฝ้ายืนเธอข้างเตียงเหมือนเช่นทุกคืน แม้ว่าตัวเขาจะยังไม่ได้กินอะไรเลยก็ตามแต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ส่วนศรานั่งเล่นไอแพดอยู่บนเตียงเป็นที่เรียบร้อย“นายกินอะไรมาหรือยัง?” อยู่ๆ เธอก็เอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้ละสายตา







