로그인ผ้าขาวถูกย้อมสีดำสนิท...หล่อหลอมเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกลายเป็นคนที่ดำมืด...จดจำมันทุกความเจ็บปวดไม่มีวันลืม...'เขา' จะสามารถเปลี่ยนใจที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของเธอได้ไหม...
더 보기“ปะป๊า หนูอีฟจะงอนปะป๊าแย้ว” เด็กหญิงตัวน้อยถักเปียในชุดเดรสสีหวานวัย7ขวบพูดด้วยน้ำเสียงงอแงพร้อมทำหน้ายู่ยืนกอดอกหันหลังให้ชายผู้ที่เธอเรียกเขาว่าปะป๊า หรัญญ์ค่อยๆย่อตัวลงเอื้อมมือไปหวังจะคว้าตัวสาวน้อยเข้ามาโอ๋อย่างเอ็นดู แต่เด็กหญิงตัวน้อยกลับยิ่งหันหลังให้เขาพร้อมทำท่ากระทืบเท้าๆน้อยๆไม่ยอมให้เขาแตะต้อง “หนูอีฟซื้อของเล่นเยอะแล้วนะครับ ถ้าซื้ออีกจะโดนมะม๊าดูเอานะ” หรัญญ์พูดพลางทำเสียงอ่อน เอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยที่ขึ้นชื่อว่าลูกสาวของเขา อดคิดไม่ได้เลยว่าเหมือนใคร... “ปะป๊าจัดการมะม๊าเยย มะม๊ายอมปะป๊า” “ไม่เอาสิครับ หนูอีฟไม่ดื้อกับปะป๊านะครับ” เขาพูดพร้อมยืนขึ้นยื่นมือไปทางหญิงสาวตัวน้อย “ป่ะ เรารีบไปหามะม๊ากันดีกว่า...ไม่ซื้อแล้วนะครับ”&nb
การกลับมาของเขา...เหมือนยารักษาแผลที่อยู่ในใจ จากที่บาดลึกลงไปตอนนี้กลับเหมือนไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวด เธอคิดว่าความแค้นที่เธอได้สะสางเป็นสิ่งที่เธอต้องแลกกับคนที่เธอรัก...แต่ฟ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไป... สองมือประสานกันเดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย ทั้งสองหันกลับมามองหน้ากันและส่งยิ้มให้กันบางๆ...ก่อนจะก้าวเข้าประตูบ้านหลังนั้นไปด้วยกัน “ศรา! หนูเป็นไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก” ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาหาผู้เป็นลูกสาวตัวเองด้วยท่าทางตื่นตระหนก แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนน้ำตาคลอ พ่อผู้ที่เธอไม่เคยอนุญาตให้เจอหน้าเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้เธอกลับยอมให้พ่อมาอยู่ที่บ้านหลังเดียวกันกับเธอ “ไม่...เป็นไรแล้ว” คำพูดของลูกสาวแม้จะออกห้วนๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจผู้เป็นพ่อแต่อย่างใด เธอแค่ประหม่าก็เท่านั้น ศิ
“ศรา!”หรัญญ์ดิ้นสุดแรงเมื่อเสียงปืนลั่นขึ้น เพราะจิณณ์เจษแย่งปืนในมือของศราทันพอดี อีกทั้งยังจับลำคอเล็กของศราเอาไว้แน่นด้วยมืออีกข้าง“กล้ามากนะที่หลอกกู! มึงคงลืมความรู้สึกตอนนั้นไปแล้วใช่ไหม!” แรงบีบที่คอแน่นขึ้นจนใบหน้าสวยแดงไปหมด ปากกระบอกปืนจ่อไปที่ศรา...ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!เสียงหมัดหนักๆ ปะทะเข้าที่หน้าของจิณณ์เจษ เพราะหรัญญ์ตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหามีดที่ศราตั้งใจโยนทิ้งไปทางเขา และก็ใช้มันตัดเชือกได้ในที่สุดขณะที่ลูกน้องจิณณ์เจษหันหลังให้จากที่เห็นว่าเจ้านายตัวเองกำลังจะมีความสุขหญิงสาวและเพราะการแสดงของศราด้วยที่ทำให้จิณณ์เจษตายใจไปครู่หนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของจิณณ์เจษเองที่ชอบเรื่องอย่างว่าจนไม่คิดถึงอะไรหรัญญ์รีบถอยหลังไปหาศราและเอาตัวเองบังเธอไว้ข้างหลังอย่างหวงแหน จ้องมองจิณณ์เจษที่ล้มลงไป เหล่าลูกน้องต่างกรูเข้ามาพร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปทางศราและหรัญญ์ บางส่วนก็ช่วยพยุงมาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยความโมโหอยู่ดีเพราะเขาพลาดท่าซะได้เมื่อจิณณ์เจษลุกข
ศราเดินเข้าห้องน้ำมาด้วยสีหน้าซีดเผือด ริมฝีปากบางสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงพยายามเก็บกลั้นมันไว้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเจอจิณณ์เจษมันทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำ เพราะทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการที่เจ้าของงานจะกล่าวบอกข่าวดีบางอย่าง...“คุณศรา” เสียงทุ้มดังขึ้นหน้าห้องน้ำทำเอาศราที่กำลังคิดเรื่องอื่นถึงกับสะดุ้งโหยง“หรัญญ์...”“ครับ...ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำจนกว่าคุณจะออกมา”เขาพูดขึ้นราวกับว่ารู้ความรู้สึกของเธอ ศรายิ้มบางๆ แม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นสีหน้าของเธอตอนนี้ แต่อย่างน้อยเขาก็กำลังทำให้เธอสบายใจ“อือ...”เธอตอบเขาไปเบาๆ ก่อนจะหายใจเข้าลึก จัดการอารมณ์ตัวเองพร้อมกับมองตัวเองที่หน้ากระจก...ตั้งมั่นกับใจว่าจะต้องไม่อ่อนไหวแม้แต่นิดเดียวไม่อย่างนั้นจะเสียแผน...เงาในกระจกเริ่มปรากฏเงาอื่นนอกจากเธอ...ศราเบิกตากว้างรับหันควับไปด้านหลัง แต่ทว่า...“อื้อ!...” เธอถูกมือหนาปิดปากและจมูกเอาไว้ทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา สติเริ่
หรัญญ์หันกลับมามองเพื่อนแวบหนึ่ง ดวงตาคมวาวจนเพื่อนต้องถอยหลังนิดๆ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาหรัญญ์ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ไหน“กูใจเย็นอยู่” เขาพูดเสียงต่ำ แต่สายตากลับไม่ยอมละจากศราแม้แต่เสี้ยววินาที.ตัดภาพกลับมาบนโต๊ะดินเนอร์
ยิ่งได้ยินแบบนั้นหรัญญ์ยิ่งเหยียบคันเร่งเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเอง ปาดหน้ารถทุกคันทิ้งระยะเพื่อนๆ ของเขาจนลับตา โดยมีคุณผู้หญิงคนสวยที่ยังไม่ละความพยายามในขณะที่เขาควงพวงมาลัยสองมือ เธอก็เอนตัวมาซบเขาอีกทั้งมือเล็กยังซุกซนบีบคั้นเจ้าตัวตนลำใหญ่ที่ตั้งผงาดเต็มที่อย่างมันมือ“อืม..&rdqu
“ยังไงศราขอตัวชมรอบๆ งานก่อนนะคะ” เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้สองสามีภรรยา ก่อนจะยกแชมเปญในมือขึ้นดื่มจนหมดแก้ว เหลียวไปวางแก้วในถาดของบริกรที่เดินผ่านมาพอดีพร้อมกับเดินหันหลังให้สองสามีภรรยาอย่างมีจริต อีกทั้งยังชำเหลืองสายตาปราดมองกอปกิตทั้งที่ใบหน้ายังคงยกยิ้มทุกท่าทีของเธออยู่ในส
ครั้งนี้หรัญญ์ป้องกันตัวเองมากกว่าทุกครั้ง เขาอาบน้ำและแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกมา เก็บเสื้อผ้าที่ใส่แล้วลงในกระเป๋าที่แยกออกมาต่างหากพร้อมกับเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอย่างปืนสั้นและอื่นๆ ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกด้วยความอึ้งค้างหญิงสาวที่กำลังนั่งหันหลังให้เขา