LOGINมนสิชาร้องเสียงหลง อายจนหน้าร้อน แม้ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากวิตา
บก.สาวหัวเราะลั่น เธอแค่แกล้งเย้าหยอกรุ่นน้องที่เธอให้ความเอ็นดูเหมือนน้องแท้ๆ
“พี่ล้อเล่นน่ะ ถ้ามีปัญหาอะไร บอกพี่เดี๋ยวจะไปตบกะโหลกไอ้ธันย์มันเอง โทษฐานที่มันทำให้มนไม่มีอารมณ์ทำงานให้พี่”
“สงสัยว่ามนคงยังไม่เก่งมากกว่าค่ะ” มนสิชาบอกเสียงอ่อย
“จะเก่งหรือเปล่าพี่ไม่รู้ แต่เรื่องนี้มันเป็นอีโรติกที่ค่อนข้างร้อนแรง เพราะงั้นเราต้องแปลให้มันฮอตๆ หน่อย ฮอตแต่อ่านแล้วฟิน ภาษาสวยๆ รึว่าไอ้ธันย์มันอ่อนหัดเหรอมน มนถึงเข้าไม่ถึงอารมณ์พวกนั้น”
“พี่กบน่ะ ไม่ต้องล้อเลย เอาเป็นว่ามนจะพยายามให้ดีที่สุดค่ะ”
มนสิชาบอกก่อนวางสาย หน้าร้อนๆ เพราะเขินคู่สนทนา มันเป็นเรื่องงานก็จริงอยู่... เธอผ่านผลงานมาหลายเรื่อง แต่พูดเรื่องใต้สะดือทีไรก็อดจะกระดากไม่ได้
วางโทรศัพท์จากกวิตาแล้ว มนสิชานั่งถอนใจเฮือกๆ งานไม่ผ่าน เรื่องส่วนตัวก็คาราคาซัง หญิงสาวนึกไปถึงเมื่อตอนเช้า เธอพบกับธันย์ภพอีกครั้งที่โต๊ะอาหาร
ชายหนุ่มเดินตบท้ายทอยตัวเองเบาๆ พร้อมบิดตัว บิดคอไปมา ไล่ความเมื่อยขบ
“สงสัยเมื่อคืนเมาหนักไปหน่อย นอนหัวตกหมอนแน่เลย คอปวดๆ วันนี้มีอะไรกินเหรอมน”
“ข้าวต้มกระดูกหมูค่ะ”
มนสิชาบอกพร้อมกับลุกไปตักข้าวต้มมาให้เขา
“อืม กลิ่นหอม น่ากิน พี่กินเลยนะจะได้รีบไปทำงาน”
ธันย์ภพบอกยิ้มๆ ลงมือทานข้าวต้มที่ควันฉุยอย่างอร่อย
“มนจะไปพักที่บ้านสักพักนะคะ ช่วงนี้งานเร่ง ต้องรีบส่งต้นฉบับให้พี่กบ”
คำบอกเล่าของภรรยาสาวทำให้ชายหนุ่มชะงักมือ
“อยู่ที่นี่ก็ทำได้นี่”
“มนต้องการสมาธิค่ะ”
เธอบอกเขาเบาๆ พลางก้มหน้าก้มตาอยู่กับถ้วยข้าวต้มของตัวเอง
ธันย์ภพมองดวงหน้าหวานแล้วพยักหน้า
“ไปกี่วัน”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไร ช่วงนี้พี่เองก็งานเยอะ เดี๋ยวก็ต้องไปต่างจังหวัดอีก ที่จริงพี่ไม่อยู่มนก็ทำงานที่นี่ได้นะพี่ว่า” ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้มต่อ...
ชายหนุ่มทำงานบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายอุตสาหกรรมสินค้าสเตนเลส ซึ่งมีสินค้าหลายกลุ่ม เช่น พวกก๊อกน้ำ ฝักบัว สายชำระ ฉากกั้นห้องอาบน้ำ อุปกรณ์ฟิตติ้ง อุปกรณ์ในห้องน้ำ เช่นพวกราวจับกันลื่น ที่แขวนผ้า ที่ใส่กระดาษชำระ หรือในส่วนตะแกรงคว่ำจานสำหรับในครัวเรือน เป็นบริษัทใหญ่ มีสาขาจัดจำหน่ายอยู่ทุกภาคของประเทศ ทั้งยังส่งออกไปต่างประเทศด้วย
ธันย์ภพทำงานในส่วนของหัวหน้าฝ่ายขายต่างจังหวัด งานของเขาทำให้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดทุกเดือน ด้วยอายุเพียงสามสิบห้า เขาคิดว่ามันเป็นการประสบความสำเร็จที่สำคัญ และเขาไม่พลาดขวนขวายหาความก้าวหน้าให้กับตัวเองและลูกทีมแน่ๆ เมื่อผลที่ตามมาคือค่าตอบแทนก้อนใหญ่ทั้งในส่วนเงินเดือนและโบนัสกับตำแหน่งที่เป็นหน้าเป็นตา
ธันย์ภพสนใจแต่งาน ยามว่างของเขาหมดไปกับปาร์ตี้และเพื่อนฝูง มนสิชาพยายามเข้าใจเขาให้มาก เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว แต่ในสถานะภรรยาที่เป็นอยู่ ข้าวของเงินทองหน้าตามันเทียบกับความสุขทางใจไม่ได้เลย
ถ้าเพียงแต่เขาจะให้เวลาและสนใจเธอมากกว่านี้สักนิด เธอคงมีชีวิตที่มีความสุขมากกว่านี้
มนสิชาถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่ายและน้อยใจในโชคชะตา
กำลังคิดๆ ไปเรื่อยเปื่อย เสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังขึ้น หญิงสาวจึงเดินออกไปเปิดประตูให้ ไม่ได้แปลกใจเพราะเพื่อนรักอย่างพิชญธิดาโทร.มาเมื่อก่อนหน้าถามว่าเธออยู่ไหนและจะมาหา...
ทว่า...การมาพร้อมกับน้ำตานี่สิที่ทำให้ตกใจ
“ฉันจะเลิกกับเขา”
พิชญธิดาบอกเสียงจริงจัง ปาดน้ำตาป้อยๆ หลังสร่างซาอาการสะอื้นไห้
มนสิชากอดไหล่เพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ เพื่อนบังเอิญไปเห็นคู่หมั้นพาสาวนักศึกษาเข้าโรงแรม สาวมั่นอย่างพิชญธิดาไม่มีทางยอมรับเรื่องแบบนี้ได้
“แกตัดสินใจแน่แล้วเหรอพาย จะเลิกกับนายสนน่ะ”
มนสิชาย้ำถามอีกครั้งเมื่อเพื่อนซาสะอื้น
“แน่สิ ฉันร้องแค่วันนี้เท่านั้นแหละ พรุ่งนี้ฉันจะลืมให้หมด”
คนบอกจะลืมคว้าทิชชูมาซับน้ำตาที่ยังไหลพรูไม่หยุด
“ทำไมนะผู้ชาย แค่อดทนซื่อสัตย์กับแฟนนี่มันจะตายรึไง”
“พูดยากอะ ฉันเองยังเอาตัวไม่รอดเลย”
เธอเองก็มีเรื่องหนักใจ กลุ้มใจ ไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี
“เออจริง ขอโทษทีนะมน ฉันเอาปัญหาของฉันมาให้แกรับรู้ไปด้วยอีก”
มนสิชายิ้มเฝื่อนฝืด เรื่องของเธอมันมาไกลกว่าพิชญธิดาหลายอย่าง การเลิกกันมันอาจจะง่าย ถ้าเพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่อยากให้มันไปถึงจุดนั้น
“อย่าคิดมาก แกกับฉันเป็นเพื่อนกันนี่นา มีอะไรก็ต้องเล่าสู่กันฟังสิ มีทุกข์มีสุขต้องร่วมกันรับรู้ ถึงจะเรียกว่าเป็นเพื่อนรักกันจริง”
“งั้นวันนี้ไปเมากันดีกว่า แกว่างมั้ย”
พิชญธิดาเช็ดน้ำตาลวกๆ ร้องไห้จนเจ็บตาไปหมด อารมณ์เบื่อเซ็งแบบนี้มันต้องเอาดีกรีเข้าเส้นเลือดมั่ง
“ตอนแรกไม่ว่าง ตอนนี้ว่างแล้ว แกไปล้างหน้าล้างตา แต่งหน้าสวยๆ ยิ่งถูกทิ้งยิ่งต้องสวย เพลงเขาว่าไว้แกไม่เคยฟังเหรอ”
เธอเองก็รู้สึกอยากเมา เผื่อจะลืมเรื่องค้างคาใจไปได้สักพัก มนสิชายิ้มให้เพื่อน ก่อนจะโทรหาเพื่อนอีกสองคนไปเจอกันที่โรงเบียร์แห่งหนึ่ง
สมาชิกแก๊งสาววัยสามสิบสองมาครบทีมยังโรงเบียร์ชื่อดัง แก้วกนกกับขวัญฤดีมารอก่อนแล้ว เมื่อมนสิชากับพิชญธิดามาถึง ขวัญฤดีเอ่ยแซวทันที
กฤษฎิ์ควานหยิบไอแพดมาเปิด ก่อนจะส่งให้เธอดู“ไม่เอา มนไม่อยากละลาบละล้วงเครื่องส่วนตัวของลุง”“ต้องดูครับ เพราะลุงอยากให้มนรู้ แล้วระหว่างเราก็ไม่มีเรื่องส่วนตัวอีกแล้วนะ มีแต่เรื่องของเรา”มนสิชาเต็มตื้นในหัวใจ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมากฤษฎิ์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาพร้อมที่มอบความจริงใจให้เธอมากขนาดไหน ระยะเวลามันอาจจะไม่นาน หากก็ทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาและเชื่อในความรักที่ชายหนุ่มพร่ำบอกหมดหัวใจความในใจแด่ผู้หญิงโรคจิตของผม...เริ่มต้นเมื่อไม่นานมานี้ วันที่ผมบังเอิญได้รู้จักผู้หญิงคนนั้นผ่านทางแอปพลิเคชัน มันไม่มีอะไรแตกต่างจากสาวๆ อีกหลายๆ คนที่ผมรู้จัก คนที่ชอบท่องเน็ตเพื่อความเพลิดเพลินบ้างหาความรู้ประดับสมองบ้างแบบผม พบเจออะไรมากมาย สาวๆ ในชีวิตมีไม่เคยขาดตามสไตล์หนุ่มโสด ซื้อบ้าง จีบๆ กันเล่นๆ บ้าง ตามธรรมชาติผู้ชายที่มักมีความคะนองอยู่ในสายเลือดนั่นแหละ แต่กับผู้หญิงคนนี้ ผมทักเธอไป หลังจากที่อ่านคำแนะนำตัวของเธอ เพราะอะไรน่ะหรือ เธอดูเหมือนเด็กมากๆ แม้แต่การแนะนำตัวยังทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น เธอดูอ่อนเดียงสากับโลกที่กระโดดเข้ามา มันทำให้ผมสนใจจึงลองทักเธอไปแน่นอน... โลกของเซ็
“กฤษฎิ์ขา...เร็วๆ”ร่างบางเกร็งสะท้าน เสียงครางถี่กระชั้น ร่องรักก็กระตุกตอดถี่ยิบ ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางระคนคำราม รับรู้โดยไม่ต้องบอกว่าแฟนสาวกำลังจะเสร็จสม การบีบรัดยวบๆ นั้นช่างเร้าอารมณ์“โอว...ตอดแรงมากที่รัก ลุงเสียวมากๆ”“มน...มน...อ๊ะ เร็วๆ ค่ะ”กฤษฎิ์สนองตอบเสียงเร่งเร้าด้วยการกระแทกใส่บั้นท้ายงามรุนแรงถี่ยิบเป็นชุด ร่างสวยโยกคลอนหากไม่ติดมือเขาจับไว้ เธออาจจะคะมำไปเบื้องหน้าได้ ปฏิกิริยาของมนสิชานั้นมีแต่ความเสียวกระสัน ไม่ได้เจ็บปวดอะไร บั้นท้ายหดเกร็ง กล้ามเนื้อสั่นริกๆ เป็นริ้วๆ เสียงครางประสานเสียงหอบกระเส่ารุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น แล้วที่สุด เธอก็แอ่นเกร็ง ส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อทะยานจุดสุดยอดอย่างรุนแรงชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็ชะลอการกระหน่ำลำรัก หันมาซึมซับการดูดตอดจากร่องรักสวย พร้อมเคลื่อนคลึงบั้นท้ายเพื่อชะลออารมณ์ของตัวเอง เขาชอบที่จะเริงรักกับมนสิชาหลายๆ ครั้ง ทำให้เธอเสร็จนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะตามเธอไปโพรงสวาทบีบตัวยวบๆ เสียงครางครวญแผ่วๆ ของแฟนสาวเรียกรอยยิ้ม เมื่อเธอแนบหน้ากับเสื่อระบายลมหายใจรุนแรงออกมาเขาจูบปลอบไปทั่วแก้มแดงก่ำ กระชับวงแขนกอดร่างนุ่มแน่น ปล่อยให้เธอ
ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วช่อดอกทุกซอกหลีบดอกไม้สดสวย จูบและดูดเม้มทุกพื้นที่ ทั้งส่งเรียวนิ้วเข้าบดบี้ปากบ่อน้ำหวาน ขณะที่ปากอ้าอมเม็ดเนื้องามดูดขบแรงๆ ร่างสาวสั่นเทิ้ม ฟุบหน้าลงซบหลังมือบนเสื่อกรีดเสียงครางระงม กระดกก้นส่ายสะบัด ทั้งหยัดพูเนื้อใส่ปากร้อนเป็นระวิง“อูย...กฤษฎิ์ขา เร็วอีกค่ะ เร็วๆ”เสียงเร่งเร้าอู้อี้ร้องบอกคนรัก ซึ่งชายหนุ่มไม่ขัดศรัทธากระดกลิ้นระรัวใส่เม็ดกระสันถี่ยิบ พร้อมกดนิ้วแทรกสอดร่องรักอุ่นชื้นวนเรียวนิ้วควานซอกร่องสวาทสังวาสแฟนสาวอย่างเร่าร้อน สะโพกผ่องสั่นพลิ้ว ระเบิดเสียงแห่งความเสียวสุดออกมาอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น...กฤษฎิ์รั้งบั้นท้ายอวบไว้ไม่ยอมให้ร่วงลงไปบนเสื่อ ฉับพลันนั้น เกร็งสะโพกดันแก่นกร้าวแกร่งอวบใหญ่แหวกกลีบดอกไม้สดสวยของเธอช้าๆ ขณะที่สองมือบีบขยำคลำเคล้นสองเต้าอวบใต้เสื้ออยู่บ้าน ปากร้อนรุกรานแก้มและลำคอระหงมนสิชากัดกลีบปากครางซี้ดซ้าด ตื่นเร้าทุกครั้งยามที่ชายคนรักแทรกซุกเข้าหาอย่างล้ำลึกแบบนี้ ความกระสันปราดพุ่งอีกครั้ง รับรู้ถึงซอกนุ่มและกลีบสวาทที่ค่อยๆ แยกกว้างออกเพื่อรับเอาแก่นกายของชายที่รักเข้าหลอมรวม เขาส่งมันเชื่องช้าทว่า...ก
“อะ...อะไร”มนสิชาขนลุกเกรียว เบี่ยงหน้าหลบปากร้อนที่พุ่งเข้าหา ปากอบอุ่นจึงทาบลงที่แก้มใส ก่อนเขาจะพลิกตัวเธอลงนอนบนเสื่อแล้วพลิกตัวเองขึ้นคร่อมทับ ตาประสานกันกฤษฎิ์ยิ้มกริ่ม ไล้นิ้วกับแก้มที่เริ่มซับสีระเรื่อเพราะเลือดฝาดอย่างชอบใจ“เผื่อมีใครมา...”“ไม่มีหรอก”“มนกลัวคนเห็นนะลุง”“มนไม่กลัว อย่ามาโกหก มนเองก็กำลังตื่นเต้น มีอารมณ์...”นิ้วแกร่งแตะปากอิ่ม ไล้นิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากล่าง ตาคมกล้าแพรวพราวมนสิชาอยากจะทุบเขาอีกหลายๆ ครั้ง กระดากเขิน... ร่างกายเธอมีปฏิกิริยากับเขารวดเร็วจนน่าหวั่นใจ เพียงแค่คิดตามสิ่งที่กำลังจะเกิด ตัวเธอร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง เพราะเขาคนเดียว ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้กฤษฎิ์มองหน้าสวยพลางกดยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ใกล้เธอเขาไม่อยากนึกคิดเรื่องอื่น นอกจากเรื่องอย่างว่า เนื้อตัวอวบอิ่ม ตัวเล็กๆ แต่รับเขาได้ทุกรูปแบบ แถมยังซุกซนและสู้ยิบตาไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เมื่อไหร่ ที่ใดมนสิชาไม่ใช่คนสวยแบบที่มองปุ๊บแล้วติดใจ หากการอยู่กับเธอทำให้เขาสบายใจ ชอบใจ และมันแปรเปลี่ยนเป็นความรักความต้องการที่ขาดหายไปไม่ได้ กฤษฎิ์ก้มลงไปจูบแก้มแดงแรงๆ ขณะที่มือเร่งรุดสู่พื้นที่เบื้องล่าง กา
“ลุงช่วยทำจะได้ถนัดๆ”ร่างสูงหันไปวางจานไข่บนโต๊ะด้านหลัง ดันตัวมายืนเคียงข้างหน้าเตา มองอาหารสีสันสวยงามในกระทะ“มนทำอะไรกินวันนี้”“ไก่ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวค่ะ ไม่รู้จะกินได้ไหมนะ เครื่องไม่ค่อยครบเท่าไหร่”กฤษฎิ์หยิบจานและช่วยตักอย่างคล่องแคล่ว“ไว้ออกไปข้างนอกค่อยหาซื้อของมาตุนไว้ ลุงตั้งใจจะพักสักสองสามวัน ส่วนนี่กินได้ไม่ได้ก็ต้องกินแล้วล่ะ ตอนนี้หิวตาลายแล้ว แต่มนทำก็คงกินได้”“แหม... บางทีก็กินไม่ได้นะ”“มาเถอะ กินกัน”เขาชวน ถือจานสองใบ บอกให้เธอช่วยหยิบจานไข่และขวดน้ำดื่มออกไปนั่งทานกันที่เก้าอี้หลังบ้านซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นขนุนต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาสร้างร่มเงา“มนเอาไปฟองเดียวพอ เดี๋ยวอ้วน”กฤษฎิ์ตักไข่ใส่จานให้เธอหนึ่งฟอง ที่เหลือเขาจัดการเหมาเสียเอง นั่งกินกันเงียบๆ ไม่นานอาหารมื้อเช้าที่แสนอร่อยก็ผ่านไป“รสมือใช้ได้” สุดท้ายเขาก็ชม “เพิ่มน้ำปลาอีกหน่อยนี่สุดยอดเลย สรุปไข่ต้มอร่อยสุด”มนสิชายิ้มค้าง แล้วตวัดตาค้อน“ลุงกินเค็ม ก็เติมน้ำปลาได้นี่นา”“มนกินจืดไปมากกว่า”“ก็ได้ๆ ต่อไปมนไม่ทำแล้ว ลุงอยากกินอะไรก็หากินเองแล้วกัน” คนตั้งใจทำหน้างอ“พาล เป็นคนทำกับข้าวยังไงไม่ยอ
นึกถึงกฤษฎิ์แล้วก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ เธอและเขามาถึงจุดนี้ได้ยังไงยังไม่อยากจะเชื่อ การพบกัน เจอกัน ผ่านทางการสื่อสารออนไลน์มันเกิดขึ้นง่ายดายแต่จะหาความจริงใจนั้นไม่ง่ายเลย เธอคงเป็นคนโชคดีที่สุดที่ได้พบเขา ได้ความรักและความจริงใจ ความสุขอย่างประมาณค่ามิได้ นั่นเพราะผู้ชายคนนี้ เพราะความเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ และความอดทนที่เขามีต่อเธอหญิงสาวยิ้มอย่างเป็นสุขในหัวใจ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่ส่งคนดีๆ มาให้เธอได้รักและรักเธอมากแบบนี้‘แด่ความรักและความทรงจำที่แสนวิเศษ ขอบคุณที่รักและดูแลกันนะคะ ลุงที่รัก’ร่างบางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้ามาสวมใส่ พอแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงก็ออกมาจากห้องน้ำ โดยพันตัวด้วยผ้าขนหนูท่อนล่างผืนเดียว เนื้อตัวแกร่งยังมีหยดน้ำเกาะพราว ผมเปียกชื้นน้ำหยดเป็นทาง เธอส่ายหน้า หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผมส่งให้“เช็ดให้หน่อย”เสียงห้าวบอก ไม่ยอมรับผ้า ทอดสายตาอ้อน“ก้มหน่อยสิคะ”มนสิชาไม่ปฏิเสธ การได้ทำอะไรให้เขามันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของเธอด้วย มือเรียวค่อยๆ เลื่อนผ้าเช็ดไปตามเรือนผมที่เปียกจนน้ำหยดช้าๆ ลมหายใจอุ่นรินรดนวลหน้าทำให้ใจเต้นแรงขึ้นกฤ







