LOGIN“มนเมาแล้วนะพี่ว่า ไปอาบน้ำแล้วนอนซะ พรุ่งนี้พี่เองก็ต้องไปต่างจังหวัด”
“มนคงเมาแต่มนมีสติรู้ตัวว่ากำลังพูดอะไรอยู่ และใช่ค่ะ มนขอให้เราเลิกกัน หย่ากัน แยกกันอยู่อย่างเป็นทางการ”
มนสิชาโพล่งขึ้นมาเมื่อร่างสูงลุกยืนทำท่าจะผละไปจากห้องนั่งเล่น
ร่างอิ่มลุกยืนบ้าง เธอไม่ไหวแล้ว ไม่อยากรับรู้เรื่องอะไรก็ตามของธันย์ภพอีกแล้ว
“มนอยากมีอิสระ”
“พี่คิดว่าที่เราแต่งงานเพราะมนรักพี่เสียอีก”
ชายหนุ่มหันกลับมาช้าๆ เน้นคำพูดออกมา ตาคมจ้องสบตากลมโตแน่วนิ่ง ธันย์ภพขบกรามไว้ จิกเท้ากับพื้น เพื่อไม่ให้ตัวเองพุ่งเข้าไปหาร่างอวบอิ่มที่กำลังยืนประจันหน้ากับเขา
ไม่คิดว่าจะมีวันที่มนสิชามาพูดเรื่องนี้
เรียวปากอิ่มกระตุกยิ้มก่อนจะเบ้ปาก
“คงใช่ ตอนนั้นมนคงรู้สึกแบบนั้น”
“แล้วตอนนี้จะบอกว่าไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วเหรอ”
“ไม่รู้สิคะ บางทีความคิดตอนนั้นมนอาจจะคิดผิดก็ได้ พี่ธันย์ มนอายุสามสิบสองแล้วนะคะ มนแก่ขึ้นทุกวันแต่เมื่อมองชีวิตที่เป็นอยู่มันทำให้รู้สึกว่า มนใช้ชีวิตไม่คุ้มค่าเลย มนอยากมีอิสระค่ะ มันดีกับเราทั้งสองคนนะคะ”
เธอพูดๆ และก็พูดสิ่งที่อัดอั้นในใจ พรุ่งนี้จะเป็นยังไงมนสิชาไม่สนใจแล้ว มองเขาอย่างอ้อนวอน
ธันย์ภพนิ่งไปครู่ใหญ่ มองหน้าผู้ที่รั้งตำแหน่งภรรยาของตนนิ่งๆ สามปีที่แต่งงานกัน เขาคิดว่ามนสิชามีความสุข ได้ทำงานในสิ่งที่รัก ไม่ต้องดิ้นรนออกไปเบียดเสียดแข่งขันตัวเองกับใครในพื้นที่เล็กๆ ของเมืองกรุง เธอเป็นภรรยาที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในฐานะแม่บ้านด้วย เพราะไม่ได้ทำงานประจำในบริษัทฯ การที่เธอออกปากเรื่องหย่ามันทำให้เขาคิดไม่ถึง
“ถ้าเกี่ยวกับเรื่องนุ่ม พี่ยืนยันว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าที่มนเห็นนะ นุ่มเป็นเซลล์มือหนึ่งของทีมพี่แค่นั้น”
“ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ เกี่ยวนิดหนึ่งก็ได้ ตรงที่มนรู้ว่าพี่มีผู้หญิงมาติดพันตามประสาหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี มันคงเป็นสาเหตุอีกเหตุที่ทำให้มนอยากมีอิสระ แต่หลักๆ แล้ว มนคิดว่า เราสองคนไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่กันแบบสามีภรรยานะคะ การใช้ชีวิตของเราสองคนต่างกันสิ้นดี”
“มนคิดไปเอง”
“งั้นกอดมนสิ”
ธันย์ภพแทบจะอ้าปากค้าง ถ้อยคำที่ได้ยินกระแทกโสตประสาทอย่างจัง วันนี้เขาไม่เมา การเจอกับมนสิชาที่โรงเบียร์ทำให้เขาไม่รู้สึกอยากกินอยากดื่มแต่คอยมองเธอมากกว่า
“นึกยังไงพูดเรื่องนี้ออกมา”
“ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นพี่จะถามแบบนี้ไหมคะ หึ! คงไม่สินะ พี่กอดผู้หญิงได้ทั้งประเทศ ยกเว้นมน พี่มีทางเดินชีวิตที่ไม่มีมน เพราะงั้นเราจะอยู่ด้วยกันไปทำไม”
“พี่ว่าวันนี้มนเมามากกว่า เอาไว้เราจะคุยกันเรื่องนี้ หลังจากพี่กลับจากต่างจังหวัดและมนไม่เมาดีไหม วันนี้ดึกแล้ว พี่ง่วง มนก็ไปนอนซะ”
“พี่ธันย์! มนจริงจังนะ”
ธันย์ภพไม่สนเสียงลั่นๆ นั้น เดินขึ้นบันไดไปห้องนอนชั้นบนโดยไม่หันมามองอีก ทิ้งให้หญิงสาวยืนเคว้ง มองเขาแบบขัดใจ
นั่นเพราะเขาไม่เคยเตรียมใจรับมือกับเรื่องนี้!
มนสิชาแทบอยากจะกรี๊ดให้ลั่นคอนโด จะตามไปลากเขามาคุยให้จบก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์ เธอรู้จักเขาดีเกินไป ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาไม่พูดไม่ให้ความร่วมมือ ต่อให้ใช้วิธีไหน ธันย์ภพก็ไม่มีทางยอม เธอรู้เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง
“มนไม่ได้เมาด้วย พี่จะคิดยังไงก็เรื่องของพี่ ต่อไปนี้มนจะให้ความสำคัญให้เวลากับสิ่งที่มนต้องการ อย่ามาว่ามนทีหลังก็แล้วกัน”
ที่สุดมนสิชาก็ตะโกนพูดเสียงดัง ก่อนจะกระแทกเท้ากลับเข้าห้องทำงาน คืนนี้เธอจะนอนในห้องนี้
ธันย์ภพยืนพิงประตูห้อง ได้ยินทุกคำที่เธอตะโกนมา ยอมรับว่า ใจเขามันสั่นไหวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่เขาควรจะดีใจกับอิสระที่เธอหยิบยื่นให้ ทำไมถึงไม่รู้สึกแบบนั้น แม้แต่เรื่องที่เธอโพล่งออกมา อยากให้เขากอดเธอ
บ้าจริง! ยัยมน คงเมามากจริงๆ ถึงเอาเรื่องนี้มาพูด ปกติเคยพูดที่ไหน ขนาดว่าเขาเข้าใกล้ยังโดดหนีไปเสียเป็นเมตร
จริงอยู่ เรื่องที่ว่าเขามีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตพอควร ตามประสาผู้ชายโปรไฟล์ดีอย่างที่เธอว่า บางครั้งก็มีปล่อยอารมณ์ไปกับผู้หญิงเหล่านั้น อย่างที่เขาว่าเพื่อนมากลากไป ชีวิตที่ส่วนใหญ่ออกต่างจังหวัด มีผู้คนมากมายเข้ามาในชีวิต เขาแค่ผ่อนคลายตามประสาผู้ชาย ไม่ได้คิดจริงจังหรือจะทำให้มนสิชาต้องเจ็บช้ำน้ำใจแต่อย่างใด
วันนี้เกิดอะไรขึ้น!
เธอที่นิ่งเฉย ยิ้มรับกับเขาตลอดถึงได้ลุกขึ้นมาขอหย่า...
เห็นทีว่า กลับจากต่างจังหวัดคราวนี้ คงต้องคุยกับมนสิชาให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียแล้ว
เช้าวันต่อมา มนสิชาตื่นสายกว่าทุกวัน ตื่นมายังรู้สึกหนักหัวเพราะการดื่มไปไม่น้อยเมื่อคืน ตื่นมาธันย์ภพไปแล้ว มีแค่โน้ตแปะที่หน้าห้อง เธอมองแล้วเบ้ปาก ต่อให้เกิดอะไรขึ้น เป็นตายร้ายดี ธันย์ภพก็ไม่ทางรู้สึกรู้สาเรื่องอะไรนอกจากเรื่องของเขา น่าเบื่อหน่ายจริงๆ
หญิงสาวคิดอย่างเซ็งๆ เริ่มต้นจัดการตัวเอง อาบน้ำแต่งตัว แล้วนั่งรถโดยสารสาธารณะมาที่บ้านของเธอเองเพื่อทำงาน และตั้งใจจะพักที่นี่ ซึ่งมีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน เธอไม่มีรถขับเพราะขับไม่เป็น เวลาขาดเหลืออะไร เธอใช้บริการรถสาธารณะได้ บอกตัวเองให้เข้มแข็ง ถึงเวลาที่เธอควรจะให้โอกาสตัวเองได้ใช้ชีวิตบ้างแล้ว
กฤษฎิ์ควานหยิบไอแพดมาเปิด ก่อนจะส่งให้เธอดู“ไม่เอา มนไม่อยากละลาบละล้วงเครื่องส่วนตัวของลุง”“ต้องดูครับ เพราะลุงอยากให้มนรู้ แล้วระหว่างเราก็ไม่มีเรื่องส่วนตัวอีกแล้วนะ มีแต่เรื่องของเรา”มนสิชาเต็มตื้นในหัวใจ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมากฤษฎิ์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาพร้อมที่มอบความจริงใจให้เธอมากขนาดไหน ระยะเวลามันอาจจะไม่นาน หากก็ทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาและเชื่อในความรักที่ชายหนุ่มพร่ำบอกหมดหัวใจความในใจแด่ผู้หญิงโรคจิตของผม...เริ่มต้นเมื่อไม่นานมานี้ วันที่ผมบังเอิญได้รู้จักผู้หญิงคนนั้นผ่านทางแอปพลิเคชัน มันไม่มีอะไรแตกต่างจากสาวๆ อีกหลายๆ คนที่ผมรู้จัก คนที่ชอบท่องเน็ตเพื่อความเพลิดเพลินบ้างหาความรู้ประดับสมองบ้างแบบผม พบเจออะไรมากมาย สาวๆ ในชีวิตมีไม่เคยขาดตามสไตล์หนุ่มโสด ซื้อบ้าง จีบๆ กันเล่นๆ บ้าง ตามธรรมชาติผู้ชายที่มักมีความคะนองอยู่ในสายเลือดนั่นแหละ แต่กับผู้หญิงคนนี้ ผมทักเธอไป หลังจากที่อ่านคำแนะนำตัวของเธอ เพราะอะไรน่ะหรือ เธอดูเหมือนเด็กมากๆ แม้แต่การแนะนำตัวยังทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น เธอดูอ่อนเดียงสากับโลกที่กระโดดเข้ามา มันทำให้ผมสนใจจึงลองทักเธอไปแน่นอน... โลกของเซ็
“กฤษฎิ์ขา...เร็วๆ”ร่างบางเกร็งสะท้าน เสียงครางถี่กระชั้น ร่องรักก็กระตุกตอดถี่ยิบ ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางระคนคำราม รับรู้โดยไม่ต้องบอกว่าแฟนสาวกำลังจะเสร็จสม การบีบรัดยวบๆ นั้นช่างเร้าอารมณ์“โอว...ตอดแรงมากที่รัก ลุงเสียวมากๆ”“มน...มน...อ๊ะ เร็วๆ ค่ะ”กฤษฎิ์สนองตอบเสียงเร่งเร้าด้วยการกระแทกใส่บั้นท้ายงามรุนแรงถี่ยิบเป็นชุด ร่างสวยโยกคลอนหากไม่ติดมือเขาจับไว้ เธออาจจะคะมำไปเบื้องหน้าได้ ปฏิกิริยาของมนสิชานั้นมีแต่ความเสียวกระสัน ไม่ได้เจ็บปวดอะไร บั้นท้ายหดเกร็ง กล้ามเนื้อสั่นริกๆ เป็นริ้วๆ เสียงครางประสานเสียงหอบกระเส่ารุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น แล้วที่สุด เธอก็แอ่นเกร็ง ส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อทะยานจุดสุดยอดอย่างรุนแรงชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็ชะลอการกระหน่ำลำรัก หันมาซึมซับการดูดตอดจากร่องรักสวย พร้อมเคลื่อนคลึงบั้นท้ายเพื่อชะลออารมณ์ของตัวเอง เขาชอบที่จะเริงรักกับมนสิชาหลายๆ ครั้ง ทำให้เธอเสร็จนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะตามเธอไปโพรงสวาทบีบตัวยวบๆ เสียงครางครวญแผ่วๆ ของแฟนสาวเรียกรอยยิ้ม เมื่อเธอแนบหน้ากับเสื่อระบายลมหายใจรุนแรงออกมาเขาจูบปลอบไปทั่วแก้มแดงก่ำ กระชับวงแขนกอดร่างนุ่มแน่น ปล่อยให้เธอ
ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วช่อดอกทุกซอกหลีบดอกไม้สดสวย จูบและดูดเม้มทุกพื้นที่ ทั้งส่งเรียวนิ้วเข้าบดบี้ปากบ่อน้ำหวาน ขณะที่ปากอ้าอมเม็ดเนื้องามดูดขบแรงๆ ร่างสาวสั่นเทิ้ม ฟุบหน้าลงซบหลังมือบนเสื่อกรีดเสียงครางระงม กระดกก้นส่ายสะบัด ทั้งหยัดพูเนื้อใส่ปากร้อนเป็นระวิง“อูย...กฤษฎิ์ขา เร็วอีกค่ะ เร็วๆ”เสียงเร่งเร้าอู้อี้ร้องบอกคนรัก ซึ่งชายหนุ่มไม่ขัดศรัทธากระดกลิ้นระรัวใส่เม็ดกระสันถี่ยิบ พร้อมกดนิ้วแทรกสอดร่องรักอุ่นชื้นวนเรียวนิ้วควานซอกร่องสวาทสังวาสแฟนสาวอย่างเร่าร้อน สะโพกผ่องสั่นพลิ้ว ระเบิดเสียงแห่งความเสียวสุดออกมาอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น...กฤษฎิ์รั้งบั้นท้ายอวบไว้ไม่ยอมให้ร่วงลงไปบนเสื่อ ฉับพลันนั้น เกร็งสะโพกดันแก่นกร้าวแกร่งอวบใหญ่แหวกกลีบดอกไม้สดสวยของเธอช้าๆ ขณะที่สองมือบีบขยำคลำเคล้นสองเต้าอวบใต้เสื้ออยู่บ้าน ปากร้อนรุกรานแก้มและลำคอระหงมนสิชากัดกลีบปากครางซี้ดซ้าด ตื่นเร้าทุกครั้งยามที่ชายคนรักแทรกซุกเข้าหาอย่างล้ำลึกแบบนี้ ความกระสันปราดพุ่งอีกครั้ง รับรู้ถึงซอกนุ่มและกลีบสวาทที่ค่อยๆ แยกกว้างออกเพื่อรับเอาแก่นกายของชายที่รักเข้าหลอมรวม เขาส่งมันเชื่องช้าทว่า...ก
“อะ...อะไร”มนสิชาขนลุกเกรียว เบี่ยงหน้าหลบปากร้อนที่พุ่งเข้าหา ปากอบอุ่นจึงทาบลงที่แก้มใส ก่อนเขาจะพลิกตัวเธอลงนอนบนเสื่อแล้วพลิกตัวเองขึ้นคร่อมทับ ตาประสานกันกฤษฎิ์ยิ้มกริ่ม ไล้นิ้วกับแก้มที่เริ่มซับสีระเรื่อเพราะเลือดฝาดอย่างชอบใจ“เผื่อมีใครมา...”“ไม่มีหรอก”“มนกลัวคนเห็นนะลุง”“มนไม่กลัว อย่ามาโกหก มนเองก็กำลังตื่นเต้น มีอารมณ์...”นิ้วแกร่งแตะปากอิ่ม ไล้นิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากล่าง ตาคมกล้าแพรวพราวมนสิชาอยากจะทุบเขาอีกหลายๆ ครั้ง กระดากเขิน... ร่างกายเธอมีปฏิกิริยากับเขารวดเร็วจนน่าหวั่นใจ เพียงแค่คิดตามสิ่งที่กำลังจะเกิด ตัวเธอร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง เพราะเขาคนเดียว ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้กฤษฎิ์มองหน้าสวยพลางกดยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ใกล้เธอเขาไม่อยากนึกคิดเรื่องอื่น นอกจากเรื่องอย่างว่า เนื้อตัวอวบอิ่ม ตัวเล็กๆ แต่รับเขาได้ทุกรูปแบบ แถมยังซุกซนและสู้ยิบตาไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เมื่อไหร่ ที่ใดมนสิชาไม่ใช่คนสวยแบบที่มองปุ๊บแล้วติดใจ หากการอยู่กับเธอทำให้เขาสบายใจ ชอบใจ และมันแปรเปลี่ยนเป็นความรักความต้องการที่ขาดหายไปไม่ได้ กฤษฎิ์ก้มลงไปจูบแก้มแดงแรงๆ ขณะที่มือเร่งรุดสู่พื้นที่เบื้องล่าง กา
“ลุงช่วยทำจะได้ถนัดๆ”ร่างสูงหันไปวางจานไข่บนโต๊ะด้านหลัง ดันตัวมายืนเคียงข้างหน้าเตา มองอาหารสีสันสวยงามในกระทะ“มนทำอะไรกินวันนี้”“ไก่ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวค่ะ ไม่รู้จะกินได้ไหมนะ เครื่องไม่ค่อยครบเท่าไหร่”กฤษฎิ์หยิบจานและช่วยตักอย่างคล่องแคล่ว“ไว้ออกไปข้างนอกค่อยหาซื้อของมาตุนไว้ ลุงตั้งใจจะพักสักสองสามวัน ส่วนนี่กินได้ไม่ได้ก็ต้องกินแล้วล่ะ ตอนนี้หิวตาลายแล้ว แต่มนทำก็คงกินได้”“แหม... บางทีก็กินไม่ได้นะ”“มาเถอะ กินกัน”เขาชวน ถือจานสองใบ บอกให้เธอช่วยหยิบจานไข่และขวดน้ำดื่มออกไปนั่งทานกันที่เก้าอี้หลังบ้านซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นขนุนต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาสร้างร่มเงา“มนเอาไปฟองเดียวพอ เดี๋ยวอ้วน”กฤษฎิ์ตักไข่ใส่จานให้เธอหนึ่งฟอง ที่เหลือเขาจัดการเหมาเสียเอง นั่งกินกันเงียบๆ ไม่นานอาหารมื้อเช้าที่แสนอร่อยก็ผ่านไป“รสมือใช้ได้” สุดท้ายเขาก็ชม “เพิ่มน้ำปลาอีกหน่อยนี่สุดยอดเลย สรุปไข่ต้มอร่อยสุด”มนสิชายิ้มค้าง แล้วตวัดตาค้อน“ลุงกินเค็ม ก็เติมน้ำปลาได้นี่นา”“มนกินจืดไปมากกว่า”“ก็ได้ๆ ต่อไปมนไม่ทำแล้ว ลุงอยากกินอะไรก็หากินเองแล้วกัน” คนตั้งใจทำหน้างอ“พาล เป็นคนทำกับข้าวยังไงไม่ยอ
นึกถึงกฤษฎิ์แล้วก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ เธอและเขามาถึงจุดนี้ได้ยังไงยังไม่อยากจะเชื่อ การพบกัน เจอกัน ผ่านทางการสื่อสารออนไลน์มันเกิดขึ้นง่ายดายแต่จะหาความจริงใจนั้นไม่ง่ายเลย เธอคงเป็นคนโชคดีที่สุดที่ได้พบเขา ได้ความรักและความจริงใจ ความสุขอย่างประมาณค่ามิได้ นั่นเพราะผู้ชายคนนี้ เพราะความเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ และความอดทนที่เขามีต่อเธอหญิงสาวยิ้มอย่างเป็นสุขในหัวใจ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่ส่งคนดีๆ มาให้เธอได้รักและรักเธอมากแบบนี้‘แด่ความรักและความทรงจำที่แสนวิเศษ ขอบคุณที่รักและดูแลกันนะคะ ลุงที่รัก’ร่างบางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้ามาสวมใส่ พอแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงก็ออกมาจากห้องน้ำ โดยพันตัวด้วยผ้าขนหนูท่อนล่างผืนเดียว เนื้อตัวแกร่งยังมีหยดน้ำเกาะพราว ผมเปียกชื้นน้ำหยดเป็นทาง เธอส่ายหน้า หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผมส่งให้“เช็ดให้หน่อย”เสียงห้าวบอก ไม่ยอมรับผ้า ทอดสายตาอ้อน“ก้มหน่อยสิคะ”มนสิชาไม่ปฏิเสธ การได้ทำอะไรให้เขามันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของเธอด้วย มือเรียวค่อยๆ เลื่อนผ้าเช็ดไปตามเรือนผมที่เปียกจนน้ำหยดช้าๆ ลมหายใจอุ่นรินรดนวลหน้าทำให้ใจเต้นแรงขึ้นกฤ