LOGIN‘เลิกกันนานแล้วเหรอ’
‘ค่ะ’
ถ้าตอบว่ายังอยู่ด้วยกัน เขาจะเลิกคุยกับเราไหมนะ มนสิชาคิด มันเป็นอะไรที่ทำให้เธอตื่นเต้น สนใจและอยากรู้ เธอมัวคุยกับเขาจนลืมไปเลยว่า หยุดตอบคนอื่นๆ ไปตอนไหน และไม่รู้อะไรดลใจให้สนใจคุยกับผู้ชายคนนี้
หรือจะเป็นเพราะคำบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่เขามีหรือเปล่าที่ทำให้เธอสนใจคุยกับเขามากกว่าใครๆ
กฤษฎิ์นิ่งไปสักพัก นึกจินตนาการหน้าตาของผู้หญิงที่คุยด้วย มีแฟนสองคน เลิกกันนานแล้ว เป็นไปได้ด้วยเหรอในสมัยนี้ ยุคที่ชายหญิงเท่าเทียมจะมีแฟนกี่คนก็ได้
‘เซ็กซ์เร่าร้อน ในความหมายของมนนี่เป็นยังไงล่ะครับ’
ซวยละ!!!
มนสิชาหน้าร้อนจนต้องกุมแก้ม แม้จะอยู่คนเดียว มันเป็นเอฟเฟกต์ของสาวขี้อายแบบเธอเวลาต้องมาพูดเรื่องความรู้สึกของตัวเอง ถึงแม้เธอเป็นคนซื่อสัตย์ต่อตัวเองก็เถอะ ต้องการอะไร คิดอะไรก็ยอมรับ และเรื่องเพศ เรื่องเซ็กซ์ มันธรรมดา เมื่องานที่ทำอยู่มันสุมหัวทุกวัน เพียงแต่ในชีวิตจริง เธอไม่เคยมีความตื่นเต้นหรือมีเรื่องตื่นเต้นแบบที่เคยอ่านก็เท่านั้น
มนสิชาชอบคิดว่าตัวเธอคงเป็นโรคจิต โหยหา อยากลอง อยากรู้ว่า ถ้ามีสัมพันธ์สวาทกันแบบในหนังสือ อารมณ์มันจะเป็นยังไง แม้ว่า... เธอมีธันย์ภพเป็นสามีก็จริง แต่ไม่เคยเรียกร้องเรื่องพวกนี้จากเขา ส่วนหนึ่งเพราะ อายเกินกว่าจะบอกกล่าว เธอยังติดความคิดที่ว่า ผู้ชายน่าจะสังเกตได้ว่าผู้หญิงอยากให้ดูแลเอาอกเอาใจแบบไหน เหมือนพระเอกในนิยายที่นางเอกไม่ต้องเอ่ยบอกก็ทำให้นางเอกมีความสุขได้ในหลายๆ เรื่อง อีกเรื่องคือเขามีผู้หญิงมากมายจนเธอรู้สึกรับไม่ได้และไม่อยากให้เขาแตะต้อง มันเป็นความหยิ่ง เป็นอคติที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอลุ่มๆ ดอนๆ นั่นยังไม่สำคัญเท่าเหตุผลอีกอย่างที่เธอไม่อยากนึกถึงมัน
หญิงสาวอ่านข้อความที่หนุ่มแปลกหน้าส่งมาซ้ำอีกครั้ง ตัดสินใจว่า จะยอมเผยความคิดของตัวเอง เพราะไหนๆ เขาก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร จะมีโอกาสได้เจอกันหรือเปล่าไม่รู้ และไม่รู้จะคุยกันแบบนี้ไปได้กี่วัน ก่อนที่จะเริ่มต้นคุยนั้น เธอบอกทุกคนแล้วว่า ยังไม่พร้อมจะนัดเจอ อยากคุยแลกเปลี่ยนทำความรู้จักกันจนกว่าจะมั่นใจ ซึ่งที่จริงมันเป็นการยืดระยะเวลาและเป็นการคัดสรรคนที่เข้ามาหาด้วย คนที่มุ่งหวังเฉพาะนัดกันไปทำเรื่องอย่างว่าก็จะถอยออกไป ส่วนคนที่เข้ามาก็จะมีระยะห่างในการคุย คือไม่คะยั้นคะยอว่าจะเจอกันเมื่อไหร่ มนสิชาคิดว่า เธอแค่อยากลองคุยแลกเปลี่ยนเฉยๆ แก้เบื่อบ้าง เผื่อได้มุมมองใหม่ๆ บ้าง พออารมณ์อยากทำงานกลับมา เธอก็ชิ่งไป หยุดและเลิกคุยกับทุกคน แค่นั้น...
‘ขอถามหน่อย ปกติแล้วเซ็กซ์ของพี่เป็นแบบไหน แล้วเคยไปอะไรกะใครเยอะมั้ย’ เธอไม่ตอบแต่ถามกลับแทน
กฤษฎิ์ซึ่งมองหน้าจอรอคำตอบมาเกือบยี่สิบนาที ระหว่างรอเขาทำงานไปด้วย วันนี้ลูกค้ามาสั่งของไม่เยอะ ทำให้มีเวลาเล่นอินเทอร์เน็ตได้ตลอด และเขากำลังสนใจสาวคนนี้อยู่จึงไม่ได้คุยกับใครมากมายนัก
‘ถ้าที่ถามหมายถึง พี่ไปมีอะไรกับผู้หญิงจากแอปนี้เยอะมั้ยก็ไม่ครับ พอมีคนที่ติดต่อกันอยู่สองสามคน แล้วก็สาวที่รู้จักกันจากบีทอล์ก พี่พอมีกิ๊กอยู่บ้าง แต่พี่ชอบมีอะไรกับเธอที่ระเบียงนะ มันให้อารมณ์ตื่นเต้นดี แต่กิ๊กพี่ไม่ค่อยชอบ เขากลัวคนเห็นน่ะ’
คำตอบเปิดเผยที่ส่งกลับมาทำให้มนสิชานิ่วหน้าคิด แล้วเขามีกิ๊กกี่คนกัน
‘แบบนั้นก็น่าจะตื่นเต้น เท่าที่มนอ่านๆ มาจากในเน็ต เขาว่าพวกที่ชอบโชว์เพราะมันช่วยให้ตื่นเต้น มีอารมณ์มากๆ แล้วทำไมกิ๊กพี่ไม่ชอบล่ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็โอนะ โน้ตยังบอกเลย ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง ที่ระเบียงบ้างก็ได้ อิอิ กิ๊กพี่ไม่ยอมแล้วพี่ทำไง’ เธอเย้าเขากลับไป แต่สัญชาตญาณศิลปินก็อดจินตนาการตามที่อ่านไม่ได้
‘กิ๊กพี่เขาอายน่ะ อย่างที่บอกพี่ชอบทำอะไรที่มันตื่นเต้น เวลาทำพี่ไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเขาหรอกนะ เพราะระเบียงไม่สูงมาก แล้วก็เป็นแค่ราวเหล็กไม่ใช่กำแพงปูน เขาใส่กระโปรงพี่ก็ยืนอยู่ข้างหลัง ทำกันแบบนั้น มองมาจากไกลๆ ก็คงเหมือนแฟนยืนกอดกัน หยอกกัน แต่พี่ว่าคนมองมาก็คงรู้แหละว่าเราทำอะไรกัน’
‘พี่นี่หน้าไม่อายมากๆ’
‘ก็มันตื่นเต้น พี่ชอบแต่ไม่มีโอกาสทำบ่อยนักหรอก กิ๊กไม่ค่อยยอมเท่าไหร่ พูดถึงความชอบนะ พี่ชอบสถานที่สวยๆ เหมือนรีสอร์ตต่างจังหวัดที่สวยๆ น่ะ พี่ชอบแล้วก็อยากทำอะไรกับสาวในที่แบบนั้น พี่ว่ามันให้ความรู้สึกดีนะ’
‘ถ้าจะเชี่ยวชาญ ช่ำชองจนน่ากลัวละ แต่มนคิดว่า มันก็น่าสนใจอยู่นะ’
‘จริงๆ นี่พูดจากใจจริงนะ กิ๊กที่คบๆ กัน มีเวลาก็เจอกัน เราเหมือนเพื่อนกันมากกว่า แต่เป็นเพื่อนแบบพิเศษ คุยกัน เที่ยวกัน มีเซ็กซ์กัน แต่ไม่ผูกมัด พี่ว่าพี่ชอบแบบนี้นะ มันทำให้เรามีอิสระแล้วก็ไม่ต้องเจ็บปวด มันจะต่างจากความรู้สึกเวลาเลิกกับแฟน แล้วมนล่ะ ยังไม่ตอบเลยแบบไหนที่มนคิดว่าต้องการ’
‘มนโรคจิตนะ’ เธอส่งข้อความไปแล้วก็ยิ้มขำ นึกถึงความโรคจิตหรือแอบจิตของตัวเอง
‘ยังไง’
กฤษฎิ์ควานหยิบไอแพดมาเปิด ก่อนจะส่งให้เธอดู“ไม่เอา มนไม่อยากละลาบละล้วงเครื่องส่วนตัวของลุง”“ต้องดูครับ เพราะลุงอยากให้มนรู้ แล้วระหว่างเราก็ไม่มีเรื่องส่วนตัวอีกแล้วนะ มีแต่เรื่องของเรา”มนสิชาเต็มตื้นในหัวใจ ตลอดหกเดือนที่ผ่านมากฤษฎิ์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาพร้อมที่มอบความจริงใจให้เธอมากขนาดไหน ระยะเวลามันอาจจะไม่นาน หากก็ทำให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาและเชื่อในความรักที่ชายหนุ่มพร่ำบอกหมดหัวใจความในใจแด่ผู้หญิงโรคจิตของผม...เริ่มต้นเมื่อไม่นานมานี้ วันที่ผมบังเอิญได้รู้จักผู้หญิงคนนั้นผ่านทางแอปพลิเคชัน มันไม่มีอะไรแตกต่างจากสาวๆ อีกหลายๆ คนที่ผมรู้จัก คนที่ชอบท่องเน็ตเพื่อความเพลิดเพลินบ้างหาความรู้ประดับสมองบ้างแบบผม พบเจออะไรมากมาย สาวๆ ในชีวิตมีไม่เคยขาดตามสไตล์หนุ่มโสด ซื้อบ้าง จีบๆ กันเล่นๆ บ้าง ตามธรรมชาติผู้ชายที่มักมีความคะนองอยู่ในสายเลือดนั่นแหละ แต่กับผู้หญิงคนนี้ ผมทักเธอไป หลังจากที่อ่านคำแนะนำตัวของเธอ เพราะอะไรน่ะหรือ เธอดูเหมือนเด็กมากๆ แม้แต่การแนะนำตัวยังทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น เธอดูอ่อนเดียงสากับโลกที่กระโดดเข้ามา มันทำให้ผมสนใจจึงลองทักเธอไปแน่นอน... โลกของเซ็
“กฤษฎิ์ขา...เร็วๆ”ร่างบางเกร็งสะท้าน เสียงครางถี่กระชั้น ร่องรักก็กระตุกตอดถี่ยิบ ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางระคนคำราม รับรู้โดยไม่ต้องบอกว่าแฟนสาวกำลังจะเสร็จสม การบีบรัดยวบๆ นั้นช่างเร้าอารมณ์“โอว...ตอดแรงมากที่รัก ลุงเสียวมากๆ”“มน...มน...อ๊ะ เร็วๆ ค่ะ”กฤษฎิ์สนองตอบเสียงเร่งเร้าด้วยการกระแทกใส่บั้นท้ายงามรุนแรงถี่ยิบเป็นชุด ร่างสวยโยกคลอนหากไม่ติดมือเขาจับไว้ เธออาจจะคะมำไปเบื้องหน้าได้ ปฏิกิริยาของมนสิชานั้นมีแต่ความเสียวกระสัน ไม่ได้เจ็บปวดอะไร บั้นท้ายหดเกร็ง กล้ามเนื้อสั่นริกๆ เป็นริ้วๆ เสียงครางประสานเสียงหอบกระเส่ารุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น แล้วที่สุด เธอก็แอ่นเกร็ง ส่งเสียงกรีดร้อง เมื่อทะยานจุดสุดยอดอย่างรุนแรงชายหนุ่มเห็นแบบนั้นก็ชะลอการกระหน่ำลำรัก หันมาซึมซับการดูดตอดจากร่องรักสวย พร้อมเคลื่อนคลึงบั้นท้ายเพื่อชะลออารมณ์ของตัวเอง เขาชอบที่จะเริงรักกับมนสิชาหลายๆ ครั้ง ทำให้เธอเสร็จนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะตามเธอไปโพรงสวาทบีบตัวยวบๆ เสียงครางครวญแผ่วๆ ของแฟนสาวเรียกรอยยิ้ม เมื่อเธอแนบหน้ากับเสื่อระบายลมหายใจรุนแรงออกมาเขาจูบปลอบไปทั่วแก้มแดงก่ำ กระชับวงแขนกอดร่างนุ่มแน่น ปล่อยให้เธอ
ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วช่อดอกทุกซอกหลีบดอกไม้สดสวย จูบและดูดเม้มทุกพื้นที่ ทั้งส่งเรียวนิ้วเข้าบดบี้ปากบ่อน้ำหวาน ขณะที่ปากอ้าอมเม็ดเนื้องามดูดขบแรงๆ ร่างสาวสั่นเทิ้ม ฟุบหน้าลงซบหลังมือบนเสื่อกรีดเสียงครางระงม กระดกก้นส่ายสะบัด ทั้งหยัดพูเนื้อใส่ปากร้อนเป็นระวิง“อูย...กฤษฎิ์ขา เร็วอีกค่ะ เร็วๆ”เสียงเร่งเร้าอู้อี้ร้องบอกคนรัก ซึ่งชายหนุ่มไม่ขัดศรัทธากระดกลิ้นระรัวใส่เม็ดกระสันถี่ยิบ พร้อมกดนิ้วแทรกสอดร่องรักอุ่นชื้นวนเรียวนิ้วควานซอกร่องสวาทสังวาสแฟนสาวอย่างเร่าร้อน สะโพกผ่องสั่นพลิ้ว ระเบิดเสียงแห่งความเสียวสุดออกมาอย่างตื่นเต้น ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น...กฤษฎิ์รั้งบั้นท้ายอวบไว้ไม่ยอมให้ร่วงลงไปบนเสื่อ ฉับพลันนั้น เกร็งสะโพกดันแก่นกร้าวแกร่งอวบใหญ่แหวกกลีบดอกไม้สดสวยของเธอช้าๆ ขณะที่สองมือบีบขยำคลำเคล้นสองเต้าอวบใต้เสื้ออยู่บ้าน ปากร้อนรุกรานแก้มและลำคอระหงมนสิชากัดกลีบปากครางซี้ดซ้าด ตื่นเร้าทุกครั้งยามที่ชายคนรักแทรกซุกเข้าหาอย่างล้ำลึกแบบนี้ ความกระสันปราดพุ่งอีกครั้ง รับรู้ถึงซอกนุ่มและกลีบสวาทที่ค่อยๆ แยกกว้างออกเพื่อรับเอาแก่นกายของชายที่รักเข้าหลอมรวม เขาส่งมันเชื่องช้าทว่า...ก
“อะ...อะไร”มนสิชาขนลุกเกรียว เบี่ยงหน้าหลบปากร้อนที่พุ่งเข้าหา ปากอบอุ่นจึงทาบลงที่แก้มใส ก่อนเขาจะพลิกตัวเธอลงนอนบนเสื่อแล้วพลิกตัวเองขึ้นคร่อมทับ ตาประสานกันกฤษฎิ์ยิ้มกริ่ม ไล้นิ้วกับแก้มที่เริ่มซับสีระเรื่อเพราะเลือดฝาดอย่างชอบใจ“เผื่อมีใครมา...”“ไม่มีหรอก”“มนกลัวคนเห็นนะลุง”“มนไม่กลัว อย่ามาโกหก มนเองก็กำลังตื่นเต้น มีอารมณ์...”นิ้วแกร่งแตะปากอิ่ม ไล้นิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากล่าง ตาคมกล้าแพรวพราวมนสิชาอยากจะทุบเขาอีกหลายๆ ครั้ง กระดากเขิน... ร่างกายเธอมีปฏิกิริยากับเขารวดเร็วจนน่าหวั่นใจ เพียงแค่คิดตามสิ่งที่กำลังจะเกิด ตัวเธอร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง เพราะเขาคนเดียว ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้กฤษฎิ์มองหน้าสวยพลางกดยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ใกล้เธอเขาไม่อยากนึกคิดเรื่องอื่น นอกจากเรื่องอย่างว่า เนื้อตัวอวบอิ่ม ตัวเล็กๆ แต่รับเขาได้ทุกรูปแบบ แถมยังซุกซนและสู้ยิบตาไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เมื่อไหร่ ที่ใดมนสิชาไม่ใช่คนสวยแบบที่มองปุ๊บแล้วติดใจ หากการอยู่กับเธอทำให้เขาสบายใจ ชอบใจ และมันแปรเปลี่ยนเป็นความรักความต้องการที่ขาดหายไปไม่ได้ กฤษฎิ์ก้มลงไปจูบแก้มแดงแรงๆ ขณะที่มือเร่งรุดสู่พื้นที่เบื้องล่าง กา
“ลุงช่วยทำจะได้ถนัดๆ”ร่างสูงหันไปวางจานไข่บนโต๊ะด้านหลัง ดันตัวมายืนเคียงข้างหน้าเตา มองอาหารสีสันสวยงามในกระทะ“มนทำอะไรกินวันนี้”“ไก่ผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวค่ะ ไม่รู้จะกินได้ไหมนะ เครื่องไม่ค่อยครบเท่าไหร่”กฤษฎิ์หยิบจานและช่วยตักอย่างคล่องแคล่ว“ไว้ออกไปข้างนอกค่อยหาซื้อของมาตุนไว้ ลุงตั้งใจจะพักสักสองสามวัน ส่วนนี่กินได้ไม่ได้ก็ต้องกินแล้วล่ะ ตอนนี้หิวตาลายแล้ว แต่มนทำก็คงกินได้”“แหม... บางทีก็กินไม่ได้นะ”“มาเถอะ กินกัน”เขาชวน ถือจานสองใบ บอกให้เธอช่วยหยิบจานไข่และขวดน้ำดื่มออกไปนั่งทานกันที่เก้าอี้หลังบ้านซึ่งตั้งอยู่ใต้ต้นขนุนต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกมาสร้างร่มเงา“มนเอาไปฟองเดียวพอ เดี๋ยวอ้วน”กฤษฎิ์ตักไข่ใส่จานให้เธอหนึ่งฟอง ที่เหลือเขาจัดการเหมาเสียเอง นั่งกินกันเงียบๆ ไม่นานอาหารมื้อเช้าที่แสนอร่อยก็ผ่านไป“รสมือใช้ได้” สุดท้ายเขาก็ชม “เพิ่มน้ำปลาอีกหน่อยนี่สุดยอดเลย สรุปไข่ต้มอร่อยสุด”มนสิชายิ้มค้าง แล้วตวัดตาค้อน“ลุงกินเค็ม ก็เติมน้ำปลาได้นี่นา”“มนกินจืดไปมากกว่า”“ก็ได้ๆ ต่อไปมนไม่ทำแล้ว ลุงอยากกินอะไรก็หากินเองแล้วกัน” คนตั้งใจทำหน้างอ“พาล เป็นคนทำกับข้าวยังไงไม่ยอ
นึกถึงกฤษฎิ์แล้วก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้ เธอและเขามาถึงจุดนี้ได้ยังไงยังไม่อยากจะเชื่อ การพบกัน เจอกัน ผ่านทางการสื่อสารออนไลน์มันเกิดขึ้นง่ายดายแต่จะหาความจริงใจนั้นไม่ง่ายเลย เธอคงเป็นคนโชคดีที่สุดที่ได้พบเขา ได้ความรักและความจริงใจ ความสุขอย่างประมาณค่ามิได้ นั่นเพราะผู้ชายคนนี้ เพราะความเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ และความอดทนที่เขามีต่อเธอหญิงสาวยิ้มอย่างเป็นสุขในหัวใจ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่ส่งคนดีๆ มาให้เธอได้รักและรักเธอมากแบบนี้‘แด่ความรักและความทรงจำที่แสนวิเศษ ขอบคุณที่รักและดูแลกันนะคะ ลุงที่รัก’ร่างบางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้ามาสวมใส่ พอแต่งตัวเสร็จ ร่างสูงก็ออกมาจากห้องน้ำ โดยพันตัวด้วยผ้าขนหนูท่อนล่างผืนเดียว เนื้อตัวแกร่งยังมีหยดน้ำเกาะพราว ผมเปียกชื้นน้ำหยดเป็นทาง เธอส่ายหน้า หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดผมส่งให้“เช็ดให้หน่อย”เสียงห้าวบอก ไม่ยอมรับผ้า ทอดสายตาอ้อน“ก้มหน่อยสิคะ”มนสิชาไม่ปฏิเสธ การได้ทำอะไรให้เขามันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่งของเธอด้วย มือเรียวค่อยๆ เลื่อนผ้าเช็ดไปตามเรือนผมที่เปียกจนน้ำหยดช้าๆ ลมหายใจอุ่นรินรดนวลหน้าทำให้ใจเต้นแรงขึ้นกฤ







