LOGIN"One Night Stand ที่จบลงด้วยการแต่งงาน! เมื่อ 'สามีชั่วข้ามคืน' ดันนอกใจภรรยาปาร์ตี้กับสาว... ในเมื่อเขาอยากโชว์เลวเปิดปาร์ตี้เย้ยเมีย เธอก็พร้อมสวมบิกินี่เรียกผู้ชายเข้าบ้านท้าทายเขากลับเหมือนกัน!" พอ.เรื่องนี้เราชั่วได้คืนเดียว วันที่เหลือนอ.เอาคืนหมด 🔥
View Moreบทนำ
แสงนีออนสีม่วงเข้มสาดกระทบใบหน้าเนียนละเอียดของหญิงสาวที่นั่งอยู่มุมบาร์ ผิวของเธอยามต้องแสงดูนวลตาเหมือนหยกเนื้อดี ริรินดา นั่งทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ทรงสูงด้วยท่วงท่าที่ดูสง่าทว่าผ่อนคลาย ชุดเดรสสั้นสีดำโชว์เนินอกแสนเย้ายวน ดึงดูดทุกสายตาให้เหลียวมอง แต่เธอกลับไม่ได้สนใจใคร ราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นเธอออกจากความวุ่นวายรอบข้าง อชิระ วรโชติเมธี อายุ 30 ปี ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกสะกดให้มองเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาในโซน VIP ของ ‘Vogue’ คลับหรูที่เขาเป็นเจ้าของ และยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของทางครอบครัวอีกด้วย บรรดาสาว ๆ ที่พยายามปรนเปรอเขาอยู่ข้างกายกลายเป็นเพียงภาพเบลอที่ไร้สีสันไปทันทีเมื่อเทียบกับผู้หญิงตรงหน้า เขาดูจากรูปร่างหน้าตา และผิวพรรณ ดูเหมือนเธอจะมีอายุไม่ห่างจากเขามากนัก ในมือถือแก้วเครื่องดื่มสีอำพันที่พร่องไปกว่าครึ่ง ริมฝีปากอิ่มได้รูปเหยียดยิ้มบางเบา... มันเป็นรอยยิ้มที่สวยจนน่าใจหาย ทว่าดวงตาภายใต้แพขนตาหนากลับฉายแววดื้อรั้นและเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกท้าทาย น่าพยศชะมัด... อชิระยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ สายตาคมกริบยังคงสำรวจร่างระหงไม่วางตา เขาอ่านออกว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาคู่บริหารเสน่ห์ แต่เธอมาเพื่อ ‘ปลดปล่อย’ อะไรบางอย่าง และนั่นยิ่งทำให้เขาสนใจมากขึ้น “ส่งวอดก้าแก้วที่ดีที่สุดไปให้ผู้หญิงชุดดำคนนั้น” อชิระสั่งพนักงานเสียงเรียบ โดยที่สายตายังคงตรึงอยู่ที่เดิม เมื่อแก้ววอดก้าใบใหม่ถูกวางลงข้างแก้วเปล่าใบที่สาม ริรินดาชะงักไปเล็กน้อย เธอมองตามมือพนักงานที่ผายไปยังโซน VIP แล้วเธอก็ได้สบตาเขาเป็นครั้งแรก สายตาของเธอไม่ได้มีความประหลาดใจหรือปลาบปลื้ม ตรงกันข้าม...เธอมองสำรวจชายหนุ่มที่นั่งล้อมรอบด้วยสาวสวยด้วยแววตาเหยียดหยันเล็กน้อย “ฉันไม่ได้สั่ง” “มีคนฝากมาให้ครับ” พนักงานชายหนุ่มผายมือไปทางโซน VIP ริรินดาได้เห็นเขาเป็นครั้งแรก เรียวปากยกยิ้มเล็กน้อย หญิงสาวมองสำรวจเขาอย่างพินิจด้วยแววตาที่เย้ยหยัน เขามีสาวข้างกายขนาบข้างถึงสองคนด้วยกัน พลางคิดในใจว่า... ‘คิดจะเล่นกับฉันอย่างนั้นเหรอ ?’ อชิระรู้ทันความคิดนั้น เขาหยิบแก้วของตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินลงมาด้วยท่าทางสุขุม ความกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำ เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ วางแก้วลงข้างแก้วของเธออย่างถือวิสาสะ วินาทีนั้นเองที่อชิระรู้ว่าการได้ผู้หญิงคนนี้มาแนบกายบนเตียง คงจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในคืนที่เขาเองก็กำลังหนีจากพันธะการคลุมถุงชนที่น่าเบื่อหน่าย โดยที่เขาไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งจากบิดามารดาได้เลย ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวเดินด้วยท่าทางสุขุม อชิระเดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ โดยหยิบแก้วเครื่องดื่มของตนติดมือไปด้วย เขาทิ้งพวกสาว ๆ ไว้ แล้วหยุดตรงหน้าเธอที่นั่งอยู่ เขาวางแก้วของตนลงแทนคำทักทาย “ดื่มเก่งแบบนี้...ไม่เหงาเหรอ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและจงใจปล่อยให้สายตาคมกริบของเขากลืนกินทุกส่วนบนร่างกายของเธออย่างเปิดเผย “ถ้าฉันเหงา ก็คงไม่มานั่งคนเดียวอยู่แบบนี้หรอกค่ะ” เธอเงยหน้ามองเขาสบตาด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มเย้ยหยันยังคงอยู่บนใบหน้า “สนใจให้ฉันนั่งเป็นเพื่อนหน่อยไหม” ปากถาม แต่ร่างกายกับวางสะโพกบนเก้าอี้ข้าง ๆ เธอโดยไร้คำเชิญ ริรินดา อิศรานุวัตร อายุ 26 ปี ครอบครัวเป็นชนชั้นสูงผู้ดีเก่า บิดาเป็นท่านทูตประจำประเทศไทย หญิงสาวเห็นท่าทางของเขาแล้ว เธอไม่ได้ตอบกลับไป หญิงสาวเพียงยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาจิบอย่างสุภาพ เธอนั่งไขว่ห้าง ไม่ได้สนใจอชิระเสียเท่าไหร่ ผิดกับชายหนุ่มข้างกายเธอ ที่แลดูจะสนใจคล้ายว่าอยากได้ร่างกายเธอมาครอบครอง “มองอะไรฉันนัก” ริรินดาขยับกายหันข้างไปทางอชิระเล็กน้อย เมื่อถูกจับจ้องมากเกินไป สายตาคมกวาดขึ้นลงมองรูปร่างเย้ายวนชวนให้อยากสัมผัส “ก็มองคนสวยไง” “คุณเองก็หล่อเหมือนกัน” ต่างคนต่างชม พลางสบตากันเนิ่นนานอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่อชิระจะเคลื่อนกายเข้าใกล้เธอมากขึ้น แก้ววอดก้าของเขากระทบกับแก้วของเธออย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาถามเสียงนุ่ม “เธอชื่ออะไร” “ริรินดาค่ะ หรือจะเรียกรินก็ได้” “อชิระ หรือจะเรียกแค่อชิก็ได้” “ค่ะ” เธอเผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย “คืนนี้...เธอไปที่ไหนต่อหรือเปล่า” ริรินดาสบตากับเขาอย่างไม่ลดละ เธอรับรู้ถึงคลื่นความปรารถนาที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องวัดใด ๆ สายตาของเขาไม่ได้เพียงแค่มอง แต่ กำลังปลดเปลื้องทุกสิ่งที่เธอสวมใส่ “ไม่ได้ไปไหนต่อหรอกค่ะ แล้วคุณกับสาว ๆ พวกนั้นล่ะคะ” ริรินดายกแก้ววอดก้าที่เขาเป็นคนฝากพนักงานนำมาให้ยกขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า เน้นให้เห็นริมฝีปากที่เพิ่งสัมผัสแอลกอฮอล์ “ฉันก็แค่หาอะไรทำสนุก ๆ หลีกหนีจากพันธะที่น่าเบื่อ” ริรินดาถึงกับขมวดคิ้ว “พันธะเหรอคะ แล้วผู้หญิงของคุณล่ะ” คำถามของริรินดา ทำให้อชิระหันมองสาวที่เขาเรียกมานั่งด้วยกัน “ก็ช่างเธอพวกนั้นสิ ฉันแค่เบื่อ ไม่ชอบการผูกติดกับใคร” เขาอธิบายอ้อม ๆ “งั้นคุณกับฉันก็คงไม่ต่างกัน” ริรินดาตอบสวนเขาในทันทีอย่างเข้าใจในสิ่งที่อชิระสื่อ อชิระยิ้มมุมปาก หรือว่าเธอก็ถูกผู้ใหญ่คลุมถุงชนเหมือนกัน “เธอเองก็คงไม่สบายใจใช่ไหมล่ะ ถึงได้มานั่งดื่มคนเดียว” อชิระถาม ริรินดาสบตาเขาก่อนจะตอบ “มั้งคะ คุณจะสนใจทำไม” “งั้นคืนนี้เรามาลืมเรื่องพวกนั้นไปก่อนดีกว่าไหม ฉันอยากรู้จักเธอให้ ‘ลึก’ ซึ้งกว่านี้” อชิระใช้สายตาสำรวจเธอตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงใบหน้าสวย พูดเน้นคำว่า ‘ลึก’ อย่างจงใจจะสื่อ “ว่าไงคนสวย ฉันมีห้องพักอยู่ข้างบน ปลอดภัย เงียบสงบ และไม่มีใครตามมาวุ่นวาย” ริรินดานิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความท้าทายที่เขายื่นมาให้ เธอเกลียดการถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่บิดามารดาเลือกให้ เธอโกรธโลกใบนี้ โกรธครอบครัว และโกรธการแต่งงานบ้า ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งที่ยังไม่เคยรู้จักอีกฝ่ายด้วยซ้ำ และตอนนี้ผู้ชายตรงหน้าก็ดูเหมือนหา ‘ทางออก’ ให้กับเธอเพียง ‘ชั่วคราว’ “อยากรู้จังว่าจะ ‘ลึก’ สักแค่ไหน” ดวงตาสวยมองอีกฝ่ายนิ่ง ปากหยักยิ้มอย่างมีเล่ห์สนัย “คุณนี่ร้ายนักนะคะ” “คลับนี้เป็นของฉัน และตอนนี้ฉันก็ต้องการเธอ” ริรินดาวางแก้วลง เธอกวาดสายตาสำรวจเขาเป็นครั้งสุดท้าย เขาหล่อเหลา ดูทรงอำนาจ “คุณคิดว่าฉันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ?” เธอถามเสียงเรียบ แต่สายตาของเธอกลับฉายแววแห่งความท้าทาย “เดินตามผู้ชายที่เพิ่งเจอในคลับขึ้นไปบนห้องของคุณ คุณมองฉันเป็นผู้หญิงประเภทไหนกันคุณอชิระ ?” “ฉันมองเธอเป็นผู้หญิงที่กำลังสิ้นหวังพอ ๆ กับฉัน” อชิระโต้กลับ “ผู้หญิงที่ถูกบังคับให้เดินไปตามเส้นทางที่คนอื่นขีดไว้ และกำลังหาทางระบายอารมณ์ในแบบที่ตัวเองเลือกได้... อย่างน้อยก็แค่คืนนี้” เขาโน้มใบหน้าเข้าหาเธออีกครั้ง กระซิบเสียงพร่า “หรือเธอจะปฏิเสธ...ทั้งที่สายตาเธอตอนนี้ก็อยากได้ฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ?” เธอเกลียดที่คำพูดของเขาถูกต้องทั้งหมด สุดท้ายเธอเลือกที่จะตัดสินใจ... “ก็ได้” ริรินดาตอบรับสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนจากเย้ยหยันเป็นรอยยิ้มที่แฝงความร้ายกาจอย่างคาดไม่ถึง “แต่จำไว้...ฉันเดินขึ้นไปด้วยขาของฉันเอง ไม่ใช่เพราะคำสั่งของคุณ แต่ถ้าคุณทำให้ฉันเบื่อ ฉันก็จะทิ้งอารมณ์ค้างของคุณไว้” “แบบนี้ค่อยสนุกขึ้นมาหน่อย” อชิระยิ้มกว้างด้วยความพอใจที่ไม่ต้องลงแรงมากนัก เขาเหยียดแขนออกไปหาเธออย่างช้า ๆ “ฉันมั่นใจว่าฉันจะทำให้เธอสนุกจนลืมคำว่า ‘เบื่อ’ ไปเลย”บรรยากาศในบ้านวรโชติเมธีกลับมาคึกคักอีกครั้ง มาตินนั่งแกะกล่องรถแข่งกับลุงคินและลุงทามไทอย่างสนุกสนาน ส่วนมิลินก็ถูกรุมล้อมด้วยป้าเปรมและป้าพัดที่กำลังช่วยกันประกอบบ้านตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ และเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่คบกันมานานอชิระกระชับอ้อมกอดภรรยามองภาพความวุ่นวายตรงหน้า “พี่ว่าพี่ต้องสั่งห้ามไอ้คินไม่ให้ซื้อของเล่นเพิ่มแล้วล่ะ แค่คุณพ่อคุณแม่เราสองคนก็แทบจะไม่มีที่ให้เดินแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องขยายบ้านอีกหลังเพื่อเก็บของเล่นลูกแน่ ๆ”ริรินดาหัวเราะร่วน พลางมองดูมาตินที่พยายามบังคับรถให้ชนขาปะป๊า และมิลินที่พยายามเอาชุดมาสวมใส่ให้กับตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของลูก ๆ และเพื่อน ๆ ริรินดากับอชิระที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟากลับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งคู่หันมาสบตากับครู่หนึ่งราวกับรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดสายตาของริรินดาจับจ้องไปที่เปรมมิกา เพื่อนสนิทของเธอที่ปกติจะต้องส่งเสียงแซวภาคิน หรือไม่ก็จิกกัดกันตามประสาคู่กัดขาประจำ แต่ในวันนี้เปรมมิกากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นบ้านตุ๊กตากับน้องมิลินอย่างใจจดใจจ่อจนเธอรู้สึกผิดปกตอส่วนภาคินเอง ถึงแม้จะ
Special 2สองปีต่อมา...สมาชิกใหม่ของบ้านวรโชติเมธีได้ลืมตาดูโลกเพิ่มมาอีก 1 คนและเริ่มก้าวสู่วัยหัดเดินที่แสนจะวุ่นวาย“น้องมิลิน! เอาลิปสติกม่ามี๊คืนมาน้าาา!” เสียงของมาตินวัยสี่ขวบดังลั่นห้องเด็กหญิง “มิลิน” วัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและผมลอนหยักศกเหมือนริรินดาเปี๊ยบ กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กหนีพี่ชาย ในมือป้อม ๆ ถือลิปสติกแท่งหรูของมารดาที่เจ้าตัวแอบเอามาละเลงจนเต็มปากและแก้ม กลายเป็น 'นางเอกงิ้วตัวน้อย' ที่ดูตลกมากกว่าสวย“ไม่ให้! มิลินจาสวย! มิลินจาเปนเจ้าหญิง!” ยัยตัวเล็กเถียงเสียงใสพลางวิ่งไปหลบหลังปะป๊าอชิระที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา“ปะป๊าดูน้อน! น้อนดื้อ น้อนขโมยของม่ามี๊!” มาตินยืนเท้าเอวฟ้อง พยายามจะทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่หน้าตากลับบูดบึ้งเพราะโดนน้องสาวป่วนทั้งวัน อชิระและริรินดาจะสอนมาตินให้คอยช่วยเหลือและดูแลน้องสาว อชิระเงยหน้าจากแฟ้มงาน มองลูกชายที่ยืนทำหน้าดุกับลูกสาวที่เกาะขาเขาแน่นพลางส่งยิ้มหวานประจบ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว...นี่มันกรรมตามสนองชัด ๆ สมัยก่อนเขาเคยหวงริรินดาขนาดไหน ตอนนี้เขาก็ต้องมารับมือกับลูกชายที่หวงของแทนมารดา และลูกสาวที่ขี้อ้อนจนเขาใจอ่อนวันล
อชิระ: ริน! มาหาพี่ที่บริษัทด่วนที่สุด! มาตินแผลงฤทธิ์หนักมาก พี่คุมไม่อยู่แล้ว รีบมาเอาตัวแสบไปรอที่ห้องทำงานพี่ที ก่อนที่บอร์ดบริหารจะกินหัวพี่“มาตินลูก...นิ่งก่อนครับ ดูสิเนี่ย ลุง ๆ ป้า ๆ เขามองมาตินกันหมดแล้วนะ ไม่น่ารักเลยลูก” อชิระพยายามเจรจาขั้นสุดท้าย“ไม่ร๊ากกกก! มาตินจาเปนเด็กดื้อ! ฮือออออ!” เจ้าลูกชายตัวดีประกาศอุดมการณ์ความแสบออกมาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต มาตินเริ่มดิ้นจนหลุดจากมือพ่อแล้วลงไปนอนกลิ้งกับพื้นหน้าโต๊ะประชุมคณะกรรมการ พลางส่งเสียงหวีดร้องประท้วงที่ไม่ได้เจอหน้าแม่ อชิระได้แต่ยืนกุมขมับอย่างหมดสภาพมาดนักธุรกิจจอมเฮี้ยบ“ขอโทษทุกท่านด้วยจริง ๆ ครับ...ผมว่าวันนี้เราคงต้อง...”ยังไม่ทันที่อชิระจะสั่งเลื่อนการประชุม ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างระหงของริรินดาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“มาติน! ทำอะไรลูก!”เสียงสวรรค์ของริรินดาทำให้เสียงหวีดร้องหยุดลงชะงัด มาตินที่กำลังนอนดิ้นอยู่บนพื้นดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับติดสปริง ใบหน้าที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันที“ม่ามี๊! ม่ามี๊มาเย่ว!” เด็กชายตัวแสบถ
Special 1เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จากทารกตัวน้อยในอ้อมกอดวันนั้น ตอนนร้ได้กลายเป็น “น้องมาติน” เด็กชายวัยสองขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากอชิระราวกับพิมพ์เดียวกัน ผิวขาวจัด แก้มป่องแดงระเรื่อ และดวงตาใสแจ๋วที่ฉายแววฉลาดแกมโกงเหมือนบิดสไม่มีผิดวันนี้อชิระตัดสินใจรับหน้าที่ ‘คุณพ่อฟูลไทม์’ หนึ่งวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ริรินดาได้ออกไปพักผ่อนช้อปปิ้งกับเปรมมิกาและพัดชา รวมถึงแวะไปหาครอบครัวของเธอหลังจากที่ทุ่มเทเลี้ยงลูกมานานรองประธานหนุ่มแห่งวรโชติเมธี หิ้วกระเป๋าแพมเพิร์สพร้อมจูงมือลูกชายตัวแสบเข้าบริษัทมาด้วยมาดเข้ม ทว่าในห้องทำงานสุดหรู ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรสนามเด็กเล่นย่อม ๆ มีทั้งสไลเดอร์ขนาดเล็ก คอกกั้นบอล และกองทัพรถของเล่นวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“มาตินลูก...นั่งเล่นรถรอปะป๊าแป๊บนึงนะ เดี๋ยวปะป๊าเซ็นเอกสารเสร็จจะพาไปกินติม ๆ นะ” อชิระพยายามเจรจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด“ม่ามี๊...มาตินจาหา ม่ามี๊!” เด็กชายวัยสองขวบที่กำลังง่วนอยู่กับรถแข่งสีแดง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่น น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาโต“ม่ามี๊ไปซื้อของครับ เดี๋ยวก็มา มาเล่นรถกับปะป๊าก่อนเร





