مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: youdimple
last update تاريخ النشر: 2024-11-30 13:30:31

สวมรอยครั้งที่ 03

seiya part

เกือบไปแล้ว

ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันทีที่เข้ามาในห้อง หลังจากผ่านสงครามประสาทกับคนที่เพิ่งจะมีอะไรด้วยกันไปไม่กี่อาทิตย์ก่อน ควบด้วยตำแหน่งพี่ชายคนกลางของบ้าน

เขาเกือบทำให้ผมโป๊ะตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้แล้ว โชคดีที่เคยปลอมตัวเป็นนักแสดงสมัยเป็นสายลับใหม่ๆ เลยได้สกิลการแสดงละครติดตัวมาบ้าง ไม่รู้จะโทษเลขาที่ไม่ยอมเอาประวัติทุกคนในบ้านมาให้ผมดูก่อน หรือจะโทษโชคชะตาของตัวเองดี ที่ต้องมาปลอมตัวเป็นน้องชายต่างแม่กับคนที่มีอะไรด้วยเนี่ย ตอนที่เห็นเขาผมทั้งตกใจและทำอะไรไม่ถูกแต่ก็พยายามตีหน้านิ่งไว้ ต่างจากเขาที่ตอนนี้คงคิดรังเกียจตัวเองแล้วช็อกไปแล้วก็ได้

ให้ตายเถอะนี่มันยิ่งกว่าหายนะ ผมว่าเขาต้องสงสัยแน่นอนว่าผมเป็นตัวปลอม เพราะขนาดเห็นผลดีเอ็นเอที่เลขาทำขึ้นมาเพื่อหลอกทุกคน เขาก็ยังดูไม่เชื่อเลย

แต่พอลองคิดดีๆ ตอนที่เข้ามาในบ้านสีหน้าทุกคนดูปกติมากตอนที่เห็นผม ยกเว้นเขาที่ดูตกใจมากที่สุด คิดได้สองทางคือเขาตกใจที่รู้ว่าผมคือน้องชายต่างแม่ของเขา ซึ่งเขาสงสัยว่าผมเป็นตัวปลอม หรือไม่เขาก็คือคนร้าย เพราะมีแค่คนร้ายเท่านั้นที่เคยเห็นหน้าท้องฟ้าตัวจริง ตามที่คุณเลขาบอกผม

Rrrrr

ผมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นเบอร์จากเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ตามหาตัวไนท์บลูแทนผมที่โดนพักงานอยู่

“ว่าไง” ผมกรอกเสียงถามปลายสายพร้อมกับเดินไปนั่งลงบนเตียง

(ถึงยัง)

“เพิ่งถึง”

(เป็นไง เจอไรไหม)

“ไม่เจอ ทุกคนดูปกติหมด ยกเว้น...” ผมหยุดพูดเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ควรฟันธงอะไรตอนนี้ เพราะทุกอย่างมันมีโอกาสเป็นไปได้หมด

(ยกเว้นใคร)

“ไม่มีอะไร ช่างเถอะ”

ผมเลือกที่จะบอกปัดปลายสายไป และไม่ลืมที่จะฝากฝังให้ลูอิสสืบเกี่ยวกับเรื่องที่ท้องฟ้าถูกทำร้ายด้วย เพราะผมโดนพักงาน ใบประจำตัวสายสืบก็ถูกยึดทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ ลูอิสจึงเป็นความหวังของผม และอีกฝ่ายก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย เพราะลูอิสเองก็เอ็นดูท้องฟ้าไม่ต่างจากผม เพราะพวกเราทั้งสี่คนรวมถึงน้องสาวของลูอิสด้วย พวกเราเติบโตมาด้วยกัน เลยสนิทและไว้ใจกันเป็นพิเศษ

ผมจัดการจัดห้องของตัวเองหลังจากที่วางสายจากลูอิสไป โชคดีที่เอาของมาไม่ค่อยเยอะ เพราะผมมั่นใจว่าตัวเองจะต้องสืบหาตัวคนร้ายและจัดการมันได้ภายในหนึ่งเดือนนี้แน่นอน ด้วยฝีมือและความอัจฉริยะของตัวผมเอง ยกเว้นว่าคนร้ายมันจะเทพจนผมคาดไม่ถึง

หลังจากที่จัดการกับข้าวของของตัวเองเสร็จผมก็เดินลงมาจากห้องของตัวเอง กะจะมาดื่มน้ำให้หายจากความเหนื่อยล้าสักหน่อย แต่สายตาก็ดันไปเห็นพี่สาวคนโตของบ้าน ที่ถ้าผมจำไม่ผิดเธอน่าจะชื่อเฌอ ผมคิดว่าเธอเป็นคนนิ่งขรึมดูโตเป็นผู้ใหญ่ แต่บัดนี้กำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูอยู่ เธอมองกระดาษอะไรบนโต๊ะแล้วก็จิ๊ปากหลายรอบเหมือนคนกำลังคิดหนัก

“ทำอะไรอยู่หรือครับ” ผมถามเรียกความสนใจของเธอ ทำให้เธอเงยหน้ามามองผมใบหน้าที่เครียดเมื่อครู่กลับกลายเป็นอ่อนโยนภายในไม่กี่วินาที

“อ้าวท้องฟ้า เป็นไงห้องอยู่ได้ไหม”

“ได้ครับ ห้องสวยมากเลย แล้วนี่...” ผมตอบก่อนจะถามย้ำ สายตาก็มองไปที่กระดาษอะไรสักอย่างในมือของเธอ

“อ่อ พี่กับแฟนว่าจะเปิดร้านขนม แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะเพิ่มขนมอะไรเข้าไปให้มันน่าสนใจ มีแต่เมนูทั่วไปอะตอนนี้ในหัว” เธอว่าแล้วลองยื่นกระดาษในมือให้ผมดู ผมหยิบขึ้นมาดูก็เห็นเป็นกระดาษที่เขียนเมนูขนมด้วยลายมือสะสวย ซึ่งตามที่เธอบอกเลย ผมเองก็เห็นด้วย เมนูทั้งหมดบนกระดาษล้วนเป็นเมนูที่มีขายทั่วไปแทบจะทุกคาเฟ่ไม่ว่าจะเป็นเค้ก ขนมปัง หรือพุดดิ้ง

“ลองเพิ่ม พานาคอตต้าไหมครับ” ผมเสนอไอเดียเป็นขนมหวานที่ผมชอบกินตั้งแต่เด็ก

“มันคืออะไร”

“ขนมคลายร้อนของอิตาลีน่ะครับ ผมกับน้องเคยทำกินด้วยกันบ่อยๆ” ผมบอกเธอไปด้วยรอยยิ้ม มันเป็นขนมที่ทำกินง่ายๆ ผมและท้องฟ้าเคยทำกินด้วยกันบ่อยๆ ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน

“น้อง? เรามีน้องด้วยเหรอ” พี่เฌอถามอย่างสงสัยทำให้ผมรู้ตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป

“ผมหมายถึงน้องชายข้างบ้านครับ” ผมแถ โชคดีที่เธอหันมาพยักหน้าเชื่อคำพูดของผม

“แล้วมันทำยังไงบอกได้ไหม”

“เดี๋ยวผมช่วยสอนนะครับ”

ว่าแล้วผมก็ลองเดินไปดูของในตู้เย็นว่ามีอะไรที่พอจะทำได้ไหม โชคดีที่มีสตรอเบอรี่สดกับแยมสตรอเบอรี่ ผมเดินไปหาอุปกรณ์และวัตถุดิบพวกนมสด น้ำตาล วิปครีม ผงเจลาติน โชคดีที่ของในครัวมีครบทุกอย่างพอดีเลยไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อของเพิ่ม ผมเริ่มด้วยการนำผงเจลาตินค่อยๆ โรย ใส่ลงไปในน้ำเปล่า คนให้เจลาตินละลาย พักไว้ประมาณ 5-10 นาที เตรียมไว้ก่อน ส่วนพี่เฌอก็ตั้งใจถ่ายวิดีโอตอนผมทำทุกขั้นตอนไปพร้อมกับการจดสูตรจนผมอดที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“เรียบร้อยครับ ลองชิมดู” ผมว่าหลังจากจัดพานาคอตตาใส่ถ้วยแล้วตกแต่งอย่างสวยงาม พี่เฌอที่เห็นดังนั้นจึงรีบไปหยิบช้อนตักขนมมาลองตักชิมดู ก่อนที่ตาเธอจะเป็นประกาย

“อร่อยมากเลยท้องฟ้า ต้องขายดีมากๆ แน่ๆ” เธอว่าแล้วยกนิ้วโป้งให้ผมทันทีจนผมหลุดยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจกับผลงานของตัวเอง

“เดี๋ยวถ้าได้กำไร พี่มาแบ่งนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ถือเป็นการขอบคุณที่ให้ผมมาอยู่บ้านหลังนี้”

“ขอบคุณอะไรกัน เราก็น้องพี่คนหนึ่ง”

“แล้วพี่โอเคเหรอครับที่ผมมาอยู่บ้านหลังนี้” ผมหลอกถามเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ

“ทำไมจะไม่โอเค แค่มีน้องชายเพิ่มมาอีกคนไม่เห็นจะแปลกอะไร จริงไหม” และผมก็พบว่าเธอพูดมันออกมาด้วยความรู้สึกที่จริงใจ และเธอก็ดูเชื่อสนิทใจว่าผมคือท้องฟ้าตัวจริงเสียด้วย

“ขอบคุณนะครับ” ผมขอบคุณเสียงเรียบก่อนจะขอตัวไปล้างอุปกรณ์ทำขนม พลางคิดว่าจะตัดเธอออกจากผู้ต้องสงสัยดีหรือเปล่า เพราะเธอดูไม่มีพิษมีภัยอะไร

“พี่เฌอกินอะไรอยู่” ผมหันไปตามเสียงเรียกชื่อพี่สาว เป็นพี่ชายคนกลางของบ้านที่ผมเพิ่งจะมีเรื่องไปด้วยเมื่อเช้า เขาเดินตรงเข้ามาหาพี่เฌอโดยไม่ได้สังเกตว่าผมยืนอยู่ตรงนี้สักนิด

“พาราคอตต้าสตรอเบอรี่กินไหม ชูชอบกินสตรอเบอรี่นี่น่าจะชอบ” พี่เฌอว่าแล้วยื่นช้อนให้คนเป็นน้องชาย ผมจึงปิดน้ำแล้วเปลี่ยนมายืนกอดอกสะโพกพิงซิงค์ล้างจานเมื่อรอการรีวิวขนมที่ตัวเองทำจากเขา

“ขอชิมนะ”

“อร่อยมากครับ ละลายในปากเลย พี่ทำเองเหรอ สุดยอด” ผมยิ้มอย่างภูมิใจกับฝีมือทำขนมของตัวเองเมื่อเห็นเขายิ้มอย่างมีความสุขที่ได้กินขนมของผม

“เปล่า ท้องฟ้าเป็นคนทำ” พอพี่เฌอพูดจบจากคนที่ยิ้มก็กลายเป็นแยกเขี้ยวเหมือนไม่พอใจทันทีก่อนจะตวัดสายตามามองผม ราวกับเพิ่งรู้ว่ามีอีกสิ่งมีชีวิตยืนอยู่ตรงนี้ ผมทำหน้าตาล้อเลียนไปใส่เขา

“ถึงว่ารสชาติงั้นๆ” และก็ได้การตอบกลับมาที่ดูก็รู้ว่าโกหก ก็เมื่อกี้เขายังบอกว่าอร่อยอยู่เลย พ่อคนทิฐิสูงกว่าเสาไฟฟ้าเอ๊ย

“ชู” พี่เฌอทำเสียงเอ็ดคนเป็นน้อง

“แล้วพี่ให้เขามาใช้ครัวได้ไงครับ ระวังของจะหายนะ โอ๊ย” พี่ชูร้องเสียงดังลั่นเมื่อเจอพี่สาวคนโตตีที่ไหล่ไม่แรงนัก

“พูดอะไรเนี่ย ไม่น่ารักเลย ท้องฟ้าเขาก็เป็นน้องเรานะ”

“พี่ดูปากผมนะ ผม ไม่นับ มัน เป็น น้อง”

เขาเน้นเสียงบอกพี่เฌอแต่หันหน้ามาพูดใส่ผมแบบชัดถ้อยชัดคำ เหมือนจะเน้นว่าต่อให้โลกจะพังทลายเขาก็ไม่มีทางยอมรับท้องฟ้าเป็นน้องเด็ดขาด สีหน้าและท่าทางเขามันทำให้ผมรู้สึกสนุกขึ้นมา ความรู้สึกอยากเอาชนะเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวผม มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ตามล่าจอมโจรไนท์บลู อยากเอาชนะ อยากให้คนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับผมศิโรราบภายใต้เท้าของผม เราทั้งคู่ต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ราวกับเสือสองตัวที่กำลังห้ำหั่นกันทางกระแสจิต

“ชู ไอ้เด็กคนนี้นี่” พี่เฌอเอ่ยเสียงดุ จนเขาเป็นฝ่ายหลบตาผมและเลือกที่จะเดินขึ้นไปบนชั้นสองแทน

“ท้องฟ้าอย่าไปถือสาเลย ชูก็เป็นแบบนี้แหละ แต่เดี๋ยวก็ชิน”

“ครับ”

พี่เฌอหันมาบอกผมเพื่อให้ผมไม่ต้องคิดมาก และผมก็ไม่ได้คิดมากหรอก แต่คิดว่ามันสนุกดีมากกว่า ไม่ได้รู้สึกสนุกแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

“กระเป๋าใครคะ ป้าเนตรดาว ของท้องฟ้ายังไม่หมดเหรอ” ผมหันไปตามเสียงพูดของพี่เฌอหลังจากที่ล้างอุปกรณ์ทำขนมเสร็จ ก็เห็นว่าคุณป้าแม่นมของบ้านกำลังลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาพร้อมกับคนรับใช้อีกสองคนที่ถือกระเป๋าเข้ามาเช่นกัน

“ไม่ใช่ของผมนะครับ” ผมบอกเพราะไม่ใช่ของผมจริงๆ กระเป๋าสามใบนั่นผมไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ

“ของคุณชูค่ะ เห็นบอกว่าต่อไปจะมานอนที่นี่แล้ว”

“ชูเนี่ยนะ ปกติแทบจะไม่อยากมาเหยียบบ้าน” พี่เฌอพูดอย่างแปลกใจ แต่ผมรู้นะว่าทำไม

ดูก็รู้เขาจงใจมาอยู่ที่นี่ เพื่อจับผิดผม เพราะเขามั่นใจว่าผมไม่ใช่ท้องฟ้าตัวจริงแน่นอน และผมไม่เถียงหรอกว่าเขาคิดถูก แต่ผมก็คงปล่อยให้เขาทำแผนของผมพังไม่ได้

เห็นทีต้องจัดการผู้ชายคนนี้เสียแล้ว

นี่เป็นเวลาตีสองแล้วแต่ผมก็ยังคงนอนไม่หลับอาจจะเพราะยังไม่คุ้นเคยกับที่สักเท่าไหร่ ผมจึงจัดการยันตัวลุกขึ้น บางทีผมอาจจะต้องเริ่มสำรวจบ้านตั้งแต่วันนี้ก็ดี เพราะอาทิตย์หน้าผมต้องเริ่มไปโรงเรียนตามที่คุณเลขาบอกแล้ว ถึงผมจะอายุยี่สิบแล้วก็เถอะ แต่เพราะต้องมาปลอมตัวเป็นท้องฟ้าที่อายุแค่สิบเจ็ด ผมก็เลยต้องไปโรงเรียนเพื่อความแนบเนียน

ขาทั้งสองข้างเริ่มก้าวออกมาจากห้องด้วยความเงียบก่อนจะทำการแอบไปติดกล้องแอบถ่ายตามจุดต่างๆ ของบ้าน โชคดีที่แอบขโมยของหน่วยออกมาก็เลยมีค่อนข้างเยอะ

พรึ่บ!

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อไฟที่ควรจะปิดสนิทกับเปิดสว่างวาบขึ้นก่อนจะรีบวิ่งไปหลบใต้บันไดทันที ผมแอบแง้มหน้าออกไปดูเล็กน้อยว่าเป็นใคร

ก็พบกับร่างสูงของพี่ชายนักจับผิด พี่ชูเดินเข้าไปในครัวแล้วหยิบน้ำในตู้เย็นขึ้นมาดื่ม แล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ในห้องครัว สีหน้าเขาดูเครียดเป็นพิเศษ และเพื่อความปลอดภัยผมควรขึ้นไปนอนก่อนที่เขาจะรู้ตัว

แกร็ก!

แต่เหมือนประสบการณ์การเป็นสายลับจะไม่ได้สอนอะไรผมเลยว่าเวลาจะเดินให้หัดระวังที่เท้าด้วย แล้วใครมันจะไปคิดว่าจะมีคนเอาไม้กวาดมาวางตรงนี้จนผมเผลอเตะจนมันล้มลงกับพื้น ผมเผลอกลั้นหายใจ หวังว่าเขาจะไม่ได้ยิน

"ใครน่ะ"

แต่ผมคงจะขอมากไป เสียงทุ้มพูดขึ้น พร้อมกับร่างสูงของพี่ชูที่เดินมาหยุดที่หน้าห้องครัวมองมาทางผม

"ฉันถามว่าใคร"

"ผมเองครับ"

ผมแสร้งทำใจดีสู้เสือแล้วเดินออกมาเผชิญหน้ากับเขา

"ทำอะไร" เขาทำอย่างจับผิดเมื่อเห็นว่าเป็นผม

"อ๋อ ผมว่าจะลงมากินน้ำครับ แล้วพี่นอนไม่หลับเหรอครับ" โชคดีที่พอจะแถได้บ้าง แล้วก็ปิดด้วยการส่งประโยคคำถามไปให้เขา

"อื้ม" พี่ชูขานรับในลำคอก่อนจะหันไปยกน้ำในแก้วขึ้นมาดื่มไม่ได้สนใจผม

"ให้ผมช่วยไหม" ผมถามขึ้น แล้วเขาก็มองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่แยแกกับสิ่งที่ผมพูด

"ผมไม่ชวนพี่ทำเรื่องสิบแปดบวกหรอกน่า" ผมยิ้มออกมาเมื่อคิดว่าเขาคงจะเผลอคิดอะไรแปลกๆ กับคำพูดของผม

"นั่งลงสิครับ" เขาดูลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งแต่โดยดี

"เดี๋ยวผมนวดกดจุดให้นะครับ" ผมบอกก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ ตัวเขา

แล้วก็ได้สายตาระแวงกลับมาเหมือนเดิม

"ผมไม่ทำร้ายพี่หรอกน่า ปิดโหมดระแวงไปสัก 10 นาทีเถอะ" ผมว่าเสียงหวานก่อนจะยิ้มกว้างเพื่อให้เขาเบาใจ

"ยื่นมือมาครับ" ผมบอกแล้วเขาก็ยอมยื่นมือมาแต่โดยดี ผมใช้นิ้วสามนิ้วค่อยๆ กดไปที่จุดระหว่างเส้นเอ็นและข้อมือด้านในของพี่ชู คนที่คิ้วขมวดตอนแรกดูจะเริ่มคลายความกังวลลง

ผมลองเปลี่ยนไปใช้นิ้วแตะด้านหลังศีรษะตรงกล้ามเนื้อนุ่มๆ

ที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อของเขา ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดบนจุดพร้อมกันโดยที่เขายังคงเงยหน้าจ้องมองผมไม่วางตา เราทั้งคู่สบตากันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่มีใครพูดอะไร ก่อนจะเป็นพี่ชูที่ค่อยๆ หลับตาลงด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย

ผมเผลอยิ้มออกมา ผมชอบเวลาที่เขาหลับจัง เพราะมันคงเป็นเวลาเดียวที่เขาไม่คิดที่จะจับผิดผม

"โอเคไหมครับ" ผมเอ่ยถามขึ้นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเมื่อยขาจากการยืนนวดให้เขาแล้ว

"อื้ม" เขาส่งเสียงในลำคอเพื่อตอบกลับ

"ขอบใจ" และเอ่ยขอบคุณเสียงห้วน

"แล้วไม่มีรางวัลให้ผมเหรอครับ" ผมจึงแกล้งถามเขาพร้อมกับยื่นหน้าไปใกล้เขา คราวนี้พวกเราสบตากันใกล้กว่าเดิม และก็เป็นหัวใจผมเองที่เผลอวูบไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องเป็นฝ่ายผละตัวออกเสียเอง จนทำให้เขาแสยะยิ้มออกมา ในขณะที่หน้าผมเลิ่กลักทำอะไรไม่ถูก

"ไปนอนได้แล้ว"

เขาว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วแสยะยิ้มใส่ผมจากนั้นก็เดินออกจากห้องครัวไป

"ครับบบบ"

ผมตอบรับเสียงยานครางพร้อมกับทำหน้าหมั่นไส้คนที่เพิ่งจะเดินออกไป เคยมีใครบอกไหม ว่าผู้ชายคนนี้ขี้แอ็กที่สุดในโลก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 6

    สวมรอยครั้งที่ 06Shuu part"มีอะไรหรือเปล่าครับ"ผมถามขึ้นหลังจากเดินขึ้นบันไดมาเห็นท้องฟ้าตัวปลอมกำลังยืนคิ้วขมวด โดยมีพี่เฌอยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองพอมองเข้าไปในห้องพี่เฌอ ก็เห็นคนใช้กำลังวุ่นอยู่กับการหาของอะไรสักอย่าง"เข็มกลัดที่คุณพ่อให้พี่มันหายไปไหนไม่รู้" พี่เฌอตอบเสียงเครียด"ลองค้นห้องท้

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 5

    สวมรอยครั้งที่ 05Seiya part“คุณเลขาแน่ใจจริงๆ เหรอครับ ว่าพี่ชูเขาไม่เคยเห็นหน้าท้องฟ้า”“ใช่ครับ ผมแน่ใจ ทุกคนในบ้านไม่เคยเจอหน้าคุณท้องฟ้าครับ เพราะคุณท้องฟ้าไปอิตาลีตั้งแต่เด็ก”ผมคิดตามคำพูดของคุณเลขา ซึ่งก็เป็นอย่างที่คุณเลขาบอก จำได้ว่าคุณน้าพาท้องฟ้าไปอยู่อิตาลีตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่พี่ชูจ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 4

    สวมรอยครั้งที่ 04Shuu partผมเดินออกมาสูดอากาศตอนเช้าที่ระเบียงห้องพร้อมกับจิบกาแฟไปด้วยเหมือนทุกวัน แต่สายตาดันเป็นเห็นคนผมทองในชุดลำลองกำลังเดินอยู่กับน้องชายคนเล็กของผม และพูดคุยหัวเราะกันอย่างถูกคอ ดูเหมือนชินกำลังพาน้องชายต่างแม่เดินสำรวจบ้านอยู่ ไหนบอกจะช่วยผมจัดการไอ้ลูกเมียน้อยไง แต่นี่ดูสน

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 2

    สวมรอยครั้งที่ 02Shuu partเสียดายความรู้สึกแรกที่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ ผมกำลังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำความรู้จักกับเขามากกว่าการมีเซ็กส์ เพราะตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่อยู่ในโรงแรมแล้ว อุตส่าห์เจอคนถูกใจตรงสเปกทุกอย่าง แถมรสนิยมเซ็กส์ของเขาก็น่าสนใจจนทำผมคลั่งทั้งคืน แต่กลับไม่มีโอกาสได้สานต่อ พอยิ่งคิดก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status