مشاركة

บทที่ 5

مؤلف: youdimple
last update تاريخ النشر: 2024-12-07 21:30:47

สวมรอยครั้งที่ 05

Seiya part

“คุณเลขาแน่ใจจริงๆ เหรอครับ ว่าพี่ชูเขาไม่เคยเห็นหน้าท้องฟ้า”

“ใช่ครับ ผมแน่ใจ ทุกคนในบ้านไม่เคยเจอหน้าคุณท้องฟ้าครับ เพราะคุณท้องฟ้าไปอิตาลีตั้งแต่เด็ก”

ผมคิดตามคำพูดของคุณเลขา ซึ่งก็เป็นอย่างที่คุณเลขาบอก จำได้ว่าคุณน้าพาท้องฟ้าไปอยู่อิตาลีตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่พี่ชูจะเคยเห็นหน้าท้องฟ้าอย่างที่เขาว่า แล้วถ้างั้นคนร้ายจะเคยเห็นหน้าท้องฟ้าได้ยังไงกัน

แต่ถ้าตามที่พี่ชูพูดเมื่อคืน ถ้าเคยเห็นหน้าจริง เขาก็เป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด และเป็นคนที่ดูมีเหตุจูงใจที่สุดด้วย เพื่อไม่ให้มรดกของตัวเองตกไปเป็นของท้องฟ้า เขาอาจจะชิงฆ่าท้องฟ้าก่อน แต่คุณเลขาบอกว่า วันที่ท้องฟ้าโดนทำร้ายยังไม่มีการอ่านพินัยกรรม

“แต่เหมือนคุณชูจะเคยเห็นแค่ตอนเป็นทารกนะครับ ไม่น่าจะจำได้”

คุณเลขาพูดต่อเมื่อเห็นว่าผมกำลังนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“หรือว่าเขาเป็นคนทำร้ายท้องฟ้าครับ” ผมถามเสียงเรียบ

“ผมเองก็คิดครับ เพราะคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือคุณชู แต่...” คุณเลขาตอบกลับมาพร้อมกับหยิบรูปในกระเป๋าเสื้อของเขาส่งให้ผม

“ผมตรวจสอบแล้วครับ ช่วงเวลาที่คุณท้องฟ้าถูกทำร้าย คุณชูอยู่ที่โรงแรม xxx พร้อมกับคู่นอน”

ผมหยิบรูปขึ้นมาดูก็พบกับภาพของพี่ชูที่กำลังพาคู่นอนเข้าห้อง และออกมาอีกทีตอนเช้า และคู่นอนของเขาต่อให้เห็นหน้าไม่ชัด ผมก็จำได้ดีว่าเป็นใคร เพราะมันคือตัวผมเอง ตอนที่ท้องฟ้าโดนทำร้าย เขาอยู่กับผม ผมเป็นพยานที่อยู่เพียงคนเดียวของเขา แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาถ้าผมเลือกที่จะกลับไปหาท้องฟ้าไม่ไปต่อกับพี่ชู ท้องฟ้าก็อาจจะไม่ต้องโดนทำร้ายก็ได้

“งั้นเราคงต้องตัดพี่ชูทิ้ง” ไม่รู้ทำไมถึงเผลอโล่งใจขึ้นมาก็ไม่รู้ที่มันคงไม่ใช่เขา

“แล้วคนอื่นละครับ มีพยานที่อยู่ไหม”

“ไม่มีครับ”

คุณเลขาส่ายหน้าไปมาให้กับคำถามของผม ก่อนที่ผมจะนึกถึงเข็มกลัดชิ้นเดียวที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

“คนน่าสงสัยที่สุดน่าจะเป็นคุณป้าเนตรดาวกับพี่เฌอครับ”

“เพราะเข็มกลัดนั่นน่าจะเป็นของผู้หญิงมากกว่า”

ผมบอกคุณเลขาไปตามความจริงที่ผมคิด เพราะเข็มกลัดดูยังไงก็เป็นของผู้หญิง ทั้งดีไซน์ความสวยและความประณีต น่าจะเป็นของผู้หญิงในบ้านมากกว่า ยกเว้นว่าพ่อของท้องฟ้าจะทำแจกทุกคนในบ้านนะ

“ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะครับ”

คุณเลขาเตือนผมด้วยความเป็นห่วง ซึ่งอาทิตย์แรกผมยังไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากทำตัวตีสนิทพวกเขาให้พวกเขาเชื่อใจ พี่เฌอผมก็ช่วยสอนเธอทำขนมจนเราเริ่มที่จะสนิทกันแล้ว โชนก็มีมาให้ผมสอนการบ้านบ้างแต่ก็ดูยังไม่ได้สนิทใจ ส่วนชินรายนี้น่าจะง่ายที่สุด ถามอะไรก็ตอบหมด และดูเป็นมิตรเข้าถึงง่ายที่สุดแล้ว ส่วนคนที่ยากที่สุดคงจะเป็นคนที่จ้องจะจับผิดผมอย่างพี่ชูนี่แหละ ไม่รู้จะทำยังไง แล้วก็ป้าเนตรดาว คนนี้ผมไม่ค่อยได้คุยกับเธอเลย เพราะเธอไม่ค่อยอยู่บ้านสักเท่าไหร่

ผมเดินเข้ามาในห้องหลังจากกลับมาจากธุระเรื่องเรียนแล้วก็พูดคุยกับคุณเลขาเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย ก่อนจะพบว่าข้าวของในห้องมันแปลกไป มันถูกวางแบบเดิมก็จริง แต่ไม่ใช่องศาเดิม สายลับทุกคนมักจะเป็นคนช่างสังเกต ผมมองไปรอบห้องนอนของตัวเอง และเริ่มมั่นใจว่าก่อนที่ผมจะกลับมา มีคนบุกรุกเข้ามาในห้องผมแน่นอน

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูภาพจากกล้องแอบถ่ายที่ติดไว้ในห้องของตัวเอง ก่อนจะพบว่าคนที่เข้ามาคือพี่ชู

"มันจะมากไปแล้วนะ"

ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อถูกบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว เขาเข้ามาค้นห้องของผม ผมจึงก้าวออกไปจากห้องตัวเองแล้วจัดการเคาะห้องเขาเสียงดัง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเปิด ผมเคาะจนเจ็บมือแล้ว

"ท้องฟ้า มีอะไรหรือเปล่า"

สงสัยผมจะเคาะเสียงดังเกินไปพี่เฌอที่อยู่ชั้นล่างเลยรีบขึ้นมาดูแล้วถามผมขึ้น

"พี่ชูแอบเข้าไปในห้องผมครับ แถมยังค้นห้องผมอีก" ผมรีบเดินตรงเข้าไปฟ้องแล้วยื่นหลักฐานให้พี่คนโตของบ้านได้ดูทันที พี่เฌอรับไปดูแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ชูออกไปทำงาน เดี๋ยวกลับมาพี่จะดุให้"

"ขอบคุณครับ"

ผมขอบคุณเสียงซื่อ รอเขากลับมาก่อนเถอะผมจะจัดการเขาแน่ โทษฐานที่บังอาจมาบุกรุกห้องของผม

ปัง! ปัง! ปัง!

"ทำไมไม่พังประตูเข้ามาเลยล่ะ" ผมบ่นกับตัวเองหลังจากที่เข้าห้องน้ำเสร็จออกมาก็ได้ยินเสียงคนทุบประตูห้องนอนตัวเองเสียงดังลั่น ผมจัดการเดินไปเปิดประตูก็พบว่าเป็นพี่ชูที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าประตูห้องผม และไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรเขาก็ดันตัวผมเข้ามาในห้องและเดินตามเข้ามา ก่อนจะปิดประตูห้องผมเสียงดังลั่น

"พี่มีอะไร"

"นายบอกพี่เฌอเหรอว่าฉันเข้ามาในห้องนาย" เขากดเสียงต่ำแววตาเต็มไปด้วยโทสะ คงจะโดนพี่เฌอดุมาสินะ

"ก็เรื่องจริงนี่ครับ" ผมว่าหน้าตาใสซื่อ

"ก็พี่เข้ามาในห้องผมจริงๆ เข้ามาหาอะไรเหรอครับ"

"รู้ได้ไง"

"ผมมีหลักฐาน" ผมว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานมาเปิดคลิปตอนที่เขาแอบเข้ามาค้นห้องผมให้เขาดู พี่ชูหน้าเสียไปครู่นึงก่อนจะกลับมาแสยะยิ้มร้ายใส่ผม

"ถึงขั้นติดกล้องไว้ในห้องตัวเองเลยเหรอ ทำไม กลัวความลับแตกหรือไง" ไม่ว่าเปล่าใบหน้าหล่อยังขยับเข้ามาใกล้ผมจนผมต้องถอยหนีแต่เขาก็เดินตาม

"ความลับอะไร" ผมถามเสียงเรียบ

"ก็ความลับว่านายเป็นตัวปลอมไง" มือหนาโอบรอบเอวผมเข้าไปใกล้เขาและเพื่อไม่ให้ผมถอยหนีไปได้ จนตอนนี้ใบหน้าเราใกล้กันแค่คืบ ผมไม่ได้ดิ้นหรือขืนตัวออก เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอะไร

"มั่นใจจังนะครับ" ผมบอกพร้อมกับแสยะยิ้มใส่เขา

"ยิ่งกว่ามั่นใจอีก แต่เขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมาให้ผม

"มีหลักฐานเหรอครับ"

"ตอนนี้ยังไม่มีแต่อนาคตไม่แน่" เขาว่าก่อนที่ดวงตาคมจะมองที่ริมฝีปากผม ผมเห็นเขาแอบกลืนน้ำลายตัวเองลงคอ แต่ผมกลับรู้สึกถูกใจตอนที่เห็นท่าทีของเขา

"จูบน้องชายตัวเอง บาปนะครับ" ผมแกล้งพูด

"จะบาปได้ยัง นายไม่ใช่น้องชายฉันสักหน่อย"

ไม่พูดเปล่าเขายังพิสูจน์ด้วยการนำริมฝีปากได้รูปของเขากดลงที่ริมฝีปากบางของผม เราทั้งคู่แลกจูบกันอย่างดูดดื่มอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครเกรงกลัวต่อบาป เพราะเราต่างรู้ดีว่าพวกเราทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ทั้งทางสายเลือดและความรู้สึก จูบนี้มันเต็มไปด้วยการเอาชนะ

"อือ..."

และผมอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ผมดันตัวเขาออกเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหายใจไม่ออก ผู้ชายคนนี้จูบเก่งเกินไปแล้ว เก่งกว่าครั้งแรกที่เราเจอกันอีก

"ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน สักวันฉันจะกระชากหน้ากากนายออกมาเอง"

เขาใช้มือเชยคางผมแล้วพูดอย่างเหนือกว่า

"จะรอนะครับ"

และผมก็สบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ดูเหมือนสงครามระหว่างเรามันจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วสินะ

……..

“เวิร์ลคัมสู่โรงเรียนของพวกเรา”

ชินพูดพร้อมกับชูมือสองข้างขึ้นและเผยรอยยิ้มกว้างออกมา ในขณะที่ผมได้แต่ยิ้มแห้ง วันนี้เป็นวันที่ผมได้กลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้งในรอบสองปีหลังจากที่เรียนจบไปแล้ว ก็ทำไงได้ตอนนี้ผมต้องปลอมตัวเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดนี่ จำเป็นต้องเรียนหนังสือเพื่อความแนบเนียนของภารกิจ

“พวกนายนี่เป็นฝาแฝดที่ต่างกันสุดขั้วเลยนะ”

ผมหันไปพูดกับโชนที่เดินเงียบๆ อยู่ข้างผม ต่างจากชินที่เดินนำหน้าไปทักทายคนนั้นที คนนี้ที สมแล้วที่เป็นหนุ่มฮอตพ่วงด้วยตำแหน่งรองประธานนักเรียน

“ใครๆ ก็พูดแบบนั้น”

โชนตอบกลับมาแล้วส่ายหัวเหมือนเอือมระอากับน้องชายฝาแฝดตัวเอง ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ

ในตอนที่ต้องไปแนะนำตัวหน้าห้องผมก็ทำได้สบาย ต้องขอบคุณความหน้าเด็กของตัวเองที่ทำให้สามารถแอ๊บเป็นเด็กอายุสิบเจ็ดได้สบาย

ส่วนการเรียนถึงจะไม่ค่อยสนใจแต่ก็พอจะจำได้ ก็ที่พวกเขาเรียนผมเคยเรียนมาหมดแล้วนี่ ยกเว้นวิชาภาษาไทยนะ อันนี้ผมเรียนแค่นิดหน่อยให้พอสื่อสารได้ คุณน้ากับคนในองค์กรเป็นคนสอนสมัยที่ต้องมาทำภารกิจที่ไทย แต่พอเจอพวกกลอนอะไรก็ไม่รู้สมองก็เออเร่อเหมือนกัน

“พวกนายกลับก่อนเลยนะ ฉันมีธุระ” ผมบอกกับสองแฝดหลังจากที่พวกเราเลิกเรียนแล้วกำลังยืนรอคนขับรถอยู่

“จะไม่หลงทางใช่ไหม มีอะไรโทรหาพวกฉันได้นะ” ชินพูดขึ้นมาอย่างเป็นห่วง ในขณะที่โชนทำเพียงแค่มองผมนิ่ง

“โอเค”

“เจอกันที่บ้านนะ”

“เจอกัน”

ผมโบกมือลาคนทั้งคู่ก่อนจะรีบสะพายกระเป๋าเป้แล้ววิ่งออกไปนอกโรงเรียนทันที แล้วจัดการโทรนัดเพื่อนสนิทหลังจากที่ทราบข่าวว่าเพื่อนผมกำลังมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย

“ทำไมแกมาอยู่นี่ได้” ผมถามลูอิสทันทีที่มานั่งร้านอาหารและลูอิสนั่งรอผมก่อนอยู่แล้ว มันดูเหมือนจะกลั้นขำตอนที่เห็นผมใส่ชุดนักเรียนจนผมต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่

“มีคนบอกว่าจอมโจรไนท์บลูอยู่ที่ไทย หัวหน้าเลยให้ฉันมาสืบ” มันว่า ผมตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินชื่อของคู่อาฆาตของตัวเอง แต่อะไรดลใจให้มันมาที่นี่ มันตามผมมาเหรอ

“ตั้งแต่แกไม่อยู่นะ ไอ้ไมค์แม่ง กร่างสุดๆ”

ต่อด้วยการระบายความในใจถึงคู่อริของผมที่เป็นอันดับสองรองจากผม แน่นอนอยู่แล้วไอ้ไมค์มันคงรอเวลานี้มานานแล้วแหละ เวลาที่จะได้กำจัดผม ส่วนมันก็กลายเป็นใหญ่ทันที

“แล้วเรื่องของท้องฟ้าที่ให้ไปสืบ” ผมเปลี่ยนเรื่องก่อนที่มันจะระบายความในใจตัวเองมากกว่านี้และผมไม่น่ามีเวลาฟังมัน ต้องรีบกลับบ้านก่อนที่คุณชายจอมจับผิดจะกลับมาน่ะสิ

“คนที่เห็นเหตุการณ์เป็นคนบ้าสติไม่ดี คงต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง”

“เขาว่าไง” ผมจดจ่อกับคำพูดของลูอิสทันที ต่อให้เป็นคนเสียสติ คนบ้า เราก็ต้องฟัง ในเมื่อเขาคือคนเห็นเหตุการณ์คำพูดของเขามันก็ย่อมพอเป็นเบาะแสได้บ้าง

“เขาบอกท้องฟ้าทะเลาะกับใครไม่รู้แล้วโดนลากไปซอกตึก แล้วทั้งสามคนก็หายไป”

“สาม?”

“อือ บอกแค่ว่าใส่ชุดสีดำสามคนเลย”

“แล้วก็พูดวกไปวนมา” พอพูดจบลูอิสก็ทำท่าเหมือนก้มไปหาอะไรในกระเป๋าที่ติดมาด้วย ก่อนจะหยิบรูปบางอย่างยื่นมาตรงหน้าผมแล้ว

“อ่อ แล้วก็มีเด็กอีกคนที่เล่นดนตรีเปิดหมวก บอกว่าช่วงบ่ายเห็นท้องฟ้ามายืนดูเขาด้วยนะ แถมให้เงินเยอะด้วย อีกอย่างคือกอดถุงน้ำตาลแน่น”

“ส่วนนี้กล้องวงจรปิดใกล้กับจุดที่เด็กคนนั้นเล่นดนตรี จับภาพได้ตอนท้องฟ้าเดินถือถุงอะไรสักอย่างอยู่จริงๆ”

ผมหยิบรูปขึ้นมาดูก็เห็นเป็นรูปท้องฟ้าในชุดเสื้อผ้าสีดำทั้งตัวกำลังยืนกอดถุงสีน้ำตาลแน่น พร้อมกับยืนดูเด็กกำลังเล่นกีตาร์ร้องเพลง และอีกรูปเป็นรูปที่ท้องฟ้ายืนอยู่หน้าร้านขนมและกอดถุงน้ำตาลแน่นเช่นกัน

“แต่ถุงนั่นมันหายไปไหน แล้วมันคือถุงอะไร” ผมพูดขึ้นและลูอิสก็พยักหน้าเห็นด้วย

ท้องฟ้าออกไปพบใครบางคนพร้อมกับถุงกระดาษแล้วถูกทำร้าย

แล้วก็น่าจะถูกนำมาทิ้งที่จุดใกล้บ้าน จากนั้นท้องฟ้าก็พยายามจะวิ่งเข้าบ้าน แต่หมดแรงและสลบไปเสียก่อน นั่นคือคำสันนิษฐานของผม ซึ่งปกติผมมักจะบอกท้องฟ้าเสมอว่าห้ามออกไปหาคนแปลกหน้า

แล้วคนร้ายมันทำยังไงให้ท้องฟ้าออกไปหาได้ แล้วในถุงมันคืออะไร

ที่สำคัญของในถุงน่าจะอยู่กับคนร้าย

ผมใช้เวลาพูดคุยกับลูอิสไม่นานก่อนจะขอตัวกลับก่อน โชคดีที่ผมมาทันก่อนที่พี่ชายคนกลางเจ้าปัญหาจะกลับมา มันดูเงียบผิดปกติหรือเป็นเพราะชินเข้าห้องนอนไปแล้วนะ

ผมก้าวเท้าเดินขึ้นบันได แต่ยังไม่ทันได้ถึงห้องตัวเองก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายออกมาจากห้องตรงข้ามผมที่เปิดประตูอยู่

“ไม่เจอเลย หายไปไหน” ผมจำได้ว่าเป็นเสียงของพี่เฌอ

“ไม่เจอค่ะคุณหนู”

“แต่หนูไม่เห็นนานแล้วนะคะ”

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”

ผมเดินเข้าไปอยู่หน้าประตูแล้วถามหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวที่กำลังยืนทำหน้าเครียด พร้อมกับคนใช้อีกสองคนที่กำลังช่วยกันค้นห้องเหมือนหาอะไร

“เข็มกลัดพี่หาย” เธอหันมาบอกผมแล้วกลับไปค้นหาของต่อ แต่คำว่าเข็มกลัดทำเอาคิ้วผมกระตุก

“เข็มกลัดเหรอครับ?”

จะใช่อันเดียวกันกับในที่เกิดเหตุหรือเปล่า

"มันเป็นยังไงเหรอครับ"

"เป็นเข็มกลัดเพชร ตรงกลางเป็นอัญมณีสีน้ำเงิน"

ผมคิดตามคำที่เธอพูดและก็ถึงบางอ้อ ลักษณะมันเหมือนกันไม่มีผิด

หรือว่าเธอจะเป็นคนร้ายจริงๆ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 9

    สวมรอยครั้งที่ 09Seiya part"เล่าให้ฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น"ผมหลุบตาหลบสายตาที่กำลังจ้องมองเหมือนต้องการคาดคั้นผมอยู่ ดูเหมือนว่าผมจะเผลอแสดงทั้งด้านมืดและด้านที่อ่อนแอให้คนที่เกลียดผมเห็นซะแล้วสิ ผมถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงสภาพตัวเองที่ฟิวขาดมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเองอย่างคนคิดหนักแต

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 8

    สวมรอยครั้งที่ 08Shuu partสองอาทิตย์แล้วที่ท้องฟ้าตัวปลอมมาอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากใช้ชีวิตปกติ ปกติแบบที่ไม่ทำอะไรน่าสงสัยเลยนอกจากการติดกล้องที่ห้องตัวเอง ราวกับว่ามีของสำคัญอยู่ในนั้น และกลัวว่ามีใครจะมาเอาไปในตอนแรกผมคิดว่าเขาอาจจะเป็นมิจฉาชีพ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ ถ้าจุดประสงค์ของ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 7

    สวมรอยครั้งที่ 07Seiya partบรรยากาศในรถอึดอัดจนน่าขนลุก ทั้งที่เขาเป็นคนบอกผมว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตัวเองกลับเอาแต่นั่งเงียบตลอดทางแถมทำหน้านิ่งจนผมคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกอีกในใจเขาคงมีคำถามว่าทำไมผมถึงไปอยู่ในผับจนเกือบโดนผู้ชายตัวใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นคนรู้จักของพี่ชูลากเข้าโรงแรมได้ ก็คงต้องย้อนไปปร

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 19

    ใช้เวลานานมากกว่าเรือจะมาถึงเกาะ เขาหันไปขอบคุณกับคนขับเรือ ผมเองก็ทำแค่โค้งให้คุณลุงเพื่อเป็นการขอบคุณ เขาดึงแขนผมให้มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง"ต่อไปนายต้องอยู่ที่นี่" เขาว่าอย่างออกคำสั่งก่อนจะหยิบกุญแจมาไขเข้าบ้าน จัดการเปิดไฟแล้วโยนกระเป๋านักเรียนกับหมวกกันน็อคเขาไว้บนโซฟาผมมองสำร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status