อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน

อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน

last update最終更新日 : 2026-03-28
作家:  มังกรพ่นไฟ連載中
言語: Thai
goodnovel16goodnovel
評価が足りません
41チャプター
808ビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

วาย

หมอ

BL

“นะโมพุทธายะ มะอะอุ นะมะพะธะ” จะอยู่หรือตาย...ล้วนขึ้นอยู่กับวิบากกรรม

もっと見る

第1話

บทที่1 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)

“You want to sever the pledged claim?”

Elisa Blackthorne shot to her feet.

She knew better than anyone how much I had loved Ronan. That was why the shock on her face was so real.

“Elara, think carefully. Once the mate bond is complete, you won’t just be Blackthorne’s Luna.”

“You will be the only woman who can give this pack a true black-core heir.”

I gave a bitter laugh and played the recording on my phone.

Ronan’s voice filled the room, followed by his Beta’s.

When it ended, Elisa’s face had gone pale.

I set the papers in front of her.

Healer records. Death-watch notices.

“Five years. Thirty-three times,” I said.

“Every time we went to the Moon Shrine for the Bonding Rite, something happened.”

I looked at her.

“Ronan arranged all of it.”

My voice stayed calm.

“If this mate bond is such a burden to him, I won’t force it anymore.”

“If my bloodline is a chain to him, I’ll break it myself.”

“Severing the claim is better for both of us.”

“Severing the claim is better for both of us.”

Elisa’s hand shook.

She remembered.

The first time, something went wrong outside the Moon Shrine, and I was carried back soaked in blood.

The second time, the car we were in was forced off the road. I spent days in the Healing Hall before I could stand again.

The third time, the stairs beneath me gave way before the rite began. I fell hard enough to black out.

Every time, I almost died.

Every time, as soon as I was stable, I still asked Ronan when we could try again.

Looking back, it was pathetic.

Elisa touched the scars on my arm, her eyes red.

“Your parents didn’t just entrust you to us before they died.”

“They entrusted Nightvale’s last Moonborn bloodline to Blackthorne.”

“And Ronan repaid them like this.”

“Blackthorne failed you. We failed Nightvale too.”

I swallowed the ache in my throat and walked out of the Blackthorne pack estate.

A black sedan stopped in front of me.

The window rolled down.

Ronan sat inside, cold and impatient.

“Ran to my mother again?”

He laughed.

“If you want the mate bond completed that badly, get in.”

“We’ll go to the Moon Shrine now and seal it. Then you can finally stop reminding everyone that only you can give Blackthorne a proper heir.”

I ignored him and looked at the passenger seat.

Selene sat there with red eyes.

At the words seal it, her body stiffened.

Ronan got out at once and stepped in front of me.

“But I will do my duty.”

“You don’t need to worry about the mate bond.”

Duty.

That word cut deeper than it should have.

I had loved him for five years, and duty was all he had left for me.

“I’m busy today,” I said. “Another time.”

He frowned.

For five years, I had been the one begging for every Bonding Rite.

Now I was the one walking away.

“We’ve already dragged this out for five years,” I said. “A few more days won’t matter.”

I turned to leave.

Then Selene grabbed my arm.

“Ronan is a good Alpha,” she said softly, tears filling her eyes. “He honors his promises. He has taken care of me for years.“After you complete the mate bond and give Blackthorne the heir everyone wants, I hope you’ll treat him well.”

Her voice was gentle.

Her eyes were not.

I shook her off.

She stumbled back and slapped herself across the face.

Hard.

By the time I looked up, Ronan had already pulled her into his arms.

He looked at the mark on her cheek, then at me.

His eyes were full of anger.

“Take your anger out on someone innocent because she doesn’t have your precious Moonborn blood?”

I almost laughed.

Of course.

Selene was always innocent.

I was always the one at fault.

Ronan turned to leave with her. Then he stopped and looked back at me.

“If your parents could see you now,” he said coldly, “they would be ashamed of what you’ve become.”

I froze.

He knew exactly where to hurt me.

But I said nothing.

He would not believe me.

Not now. Not ever.

I stood there and watched the car drive away.

Only when my phone chimed did I look down.

Elara, your second wolf-core assessment is complete.

The silver taint has spread again.

Your Moonborn Core is showing signs of collapse. Please return to the Healing Hall as soon as possible.

I stared at the message for a long time.

Then I laughed quietly.

Even my body had known before I did.

This mate bond should have ended long ago.
もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
41 チャプター
บทที่1 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)
ผมชื่อ เทียน(อัครพัลลภ) ผมกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งคณะที่ผมเรียนก็คือสถาปัตยกรรมศาสตร์และผมมีความลับที่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ผมสามารถรับรู้สิ่งลี้ลับ นั่นคือการมองเห็นผี จุดเริ่มต้นมันเริ่มตั้งแต่ผมอายุ 8 ขวบ 10ปีที่แล้ว ในช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม พ่อและแม่ของผมต้องไปทำงานอยู่จังหวัดในภาคใต้เป็นระยะเวลา 2 เดือน พ่อกับแม่เป็นห่วงผมเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครดูแลผม ทันใดนั้นเองพ่อกับแม่ได้ตกลงกันว่าจะให้ผมไปอยู่กับตายายที่ต่างจังหวัดก่อนชั่วคราว หลังจากที่พ่อกับแม่ทำงานเสร็จแล้วจะมารับผมทันที โดยปกติแล้วผมก็ไปเยี่ยมตาทุกช่วงปิดเทอมอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าในตอนนั้นอยู่เพียง1สัปดาห์ แต่ผมก็สนิทกับทั้งคู่มาก ยายของผมชื่อยายจันทร์ ยายเป็นคนอารมณ์ดี สนิทกับทุกคนในหมู่บ้าน ไปวัดทำบุญอยู่ตลอด แถมคุยสนุก ส่วนตาของผมชื่อตาเรือง ตาเป็นคนใจดี นิ่งเงียบ และตาของผมเป็นหมอธรรม คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือโดยเฉพาะสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ จังหวัดที่ตากับยายผมอยู่นั้น เป็นจังหวัดอยู่ในภาคอีสานซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดที่พวกผมอยู่ ครอบครัวของผมอาศัยอยู่จังหวัด
続きを読む
บทที่2 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (2/3)
รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ เมื่อขับรถเลยบ้านหลังนั้นไปโดยหันกลับมามองแต่กลับไม่เห็นยายแก่คนนั้นอีก ผมได้ร้องเรียกแม่ "แม่ๆ เมื่อกี้แม่เห็นยายแก่ที่อยู่บ้านร้างเมื่อกี้มั้ย" ผมถามแม่ขณะที่ผมกำลังนั่งหันไปทางด้านหลังภายในรถ "คนไหนหรอจ๊ะลูก" น้ำเสียงต่ำแหบแต่มันกลับเย็นเยียบจนขนลุกซู่ เหมือนเสียงนั้นไม่ได้ออกมาจากลำคอของมนุษย์ ผมรีบหันขวับกลับมาทางแม่ทันที สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผมคือยายแก่ที่นั่งตรงเบาะที่แม่นั่งอยู่ หน้าหันมาทางผม ใบหน้าของยายมีใบหน้าแห้งเหี่ยว กำลังยิ้มให้ผม รอยยิ้มของยายกว้างจนน่าขนลุก ผมฟูยุ่งเหยิง ตาสองข้างไม่มี ผมตกใจกลัวอย่างสุดขีดจนผมร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ผมรีบเอามือสองข้างปิดหน้าปิดตาไว้ ทันใดนั้นเองเสียงของแม่ก็ร้องเรียกชื่อผมดังขึ้นมา "เทียน เทียน เกิดอะไรขึ้นลูก พ่อกับแม่อยู่นี่ไงลูก" แม่ถามผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง แม่เอามือมาจับมือผมออกเพื่อไม่ให้ผมปิดหน้าปิดตาไว้ "แม่เทียนกลัว เทียนอยากกลับบ้านแล้วฮื้อ..ฮื้ออ..ฮือ..ออ.." ผมพูดพลางร้องไห้โฮเสียงดัง "ลูกบอกแม่ได้มั้ยว่าทำไม" "ผมไม่เอาแล้วแม่ ผมอยากกลับบ้านฮื้อ..ออ..ฮืออ.." ผมร้องไห้จนแทบพูดไม่รู้เรื่อ
続きを読む
บทที่3 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (3/3)
น้ำเสียงที่หนักแน่นของชายชราที่กำลังเดินลงจากบันไดชั้น 2 ของบ้านไม้ ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบเงียบงันลงอย่างฉับพลัน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหายใจ เสียงลมที่เคยพัดผ่านก็เงียบไป ไม่มีแม้แต่เสียงแมลง ความเงียบนั้นหนาวเย็นและหนักอึ้ง แผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณูของอากาศ ทุกคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ กำลังเข้ามาใกล้ พวกผมทั้ง 3 คนหันหลังไปยังบริเวณหน้าบ้าน มีเงาร่างลางเลือนของผู้หญิงผมยาวชุดขาวปรากฏขึ้น ซึ่งผมเห็นเธอก่อนหน้านี้ที่เธอทำให้ผมกลัวมาก ในตอนนี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ผมยาวสีดำสนิทสยายปิดใบหน้า แต่แววตาที่โผล่พ้นออกมานั้นเต็มไปด้วยไฟแค้นลุกโชน ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางทาง ริมฝีปากซีดคล้ำขยับพึมพำคำสาปซ้ำไปซ้ำมา เสียงนั้นเบาราวลมหายใจ แต่แฝงด้วยแรงอาฆาตแรงกล้า คอของเธอมีเลือดสีแดงคล้ำซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นยาว ไหลซึมลงมาตามลำคอเปรอะเสื้อจนกลายเป็นคราบดำ ผิวรอบบาดแผลบวมช้ำเป็นสีม่วงคล้ำ ราวกับเชือกนั้นไม่ได้แค่รัด แต่ตั้งใจจะปลิดลมหายใจอย่างโหดเหี้ยม ทันใดนั้นสายตาของผมไปสะดุดเข้าที่ขาสองข้างของเธอ ขาข้างซ้ายของเธอได้หายไป เหลือเพียงขาข้างขวาเท่านั้
続きを読む
บทที่4 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (1/2)
"แล้วหมอธรรมคืออะไรหรอจ๊ะตา" "หมอธรรมกะคือ คนฮู้ล่ะกะคนเฮ็ดพิธีกรรมตามความเซือบ้านเฮา ที่เกี่ยวข่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าแนวบ่ดี แล้วกะดูแลจิตวิญญาณของคนในซุมซน" (หมอธรรมก็คือ ผู้รู้แล้วก็ผู้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อพื้นบ้าน ที่เกี่ยวข้องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และดูแลด้านจิตวิญญาณของคนในชุมชน) ตาค่อยๆหันมาอย่างช้าๆก่อนจะอธิบายให้ผมฟัง "แล้วถ้าเทียนไม่เป็นละจ๊ะตา" "ตอนนี้หลานยังน้อย หลานยังบ่เข้าใจที่ตาเว้าดอก ถ้ามื้อได๋ที่หลานใหย่ขึ้นมา คนที่สิตัดสินใจได่ดีที่สุดกะคือโตหลานเอง จำคำเว้าของตาไว้"(ตอนนี้หลายยังเด็กมาก หลานยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ตาพูดหรอก ถ้าวันไหนที่หลานโตขึ้น คนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุดก็คือตัวของหลานเอง) "จ่ะตา ถ้างั้นเทียนขอไปนอนก่อนนะจ๊ะ" ตาพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปดังเช่นก่อนหน้านั้น หลายสัปดาห์ต่อมา ผมได้มาอยู่ที่นี่ได้หลายสัปดาห์แล้ว ยายของผมมักจะพาผมไปทำบุญที่วัดเป็นประจำทุกวัน ส่วนพ่อแม่ของผมก็ได้ออกเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดในภาคใต้ทันทีในช่วงเช้าตรูของอีกวันหลังจากที่ได้มาส่งผมอยู่กับตายาย ในระหว่างที่ผมกับยายกำลังเดิ
続きを読む
บทที่5 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (2/2)
1 วันก่อน พาร์ทของขุน แสงแดดอ่อนของยามเย็นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลำ บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ กับเสียงนกร้องไกลๆ เด็กผู้ชายสองคนนั่งอยู่บนชิงช้าเก่าในสนามเด็กเล่นแถวหมู่บ้าน คนหนึ่งแกว่งชิงช้าไปอย่างช้าๆ อีกคนแค่นั่งเฉยๆ ปล่อยขาแกว่งไปมา สายตาทั้งคู่มองไปไกลลิบ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ แสงสุดท้ายของวันแตะขอบฟ้า ทิ้งเงาของพวกเขาให้ทอดยาวไปกับพื้นดินที่เริ่มเย็นลง "ธร พรุ่งนี้เราจะกลับแล้วนะ" เทียนพูดช้าลงกว่าปกติด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันนิดๆพลางก้มหน้าก้มตาขณะนั่งอยู่บนชิงช้า "อ้าว!!!! เป็นหยังคึกลับไวแถะ" (อ้าว!!!! ทำไมกลับเร็วจัง) เด็กผู้ชายที่กำลังแกว่งชิงช้าอยู่ก่อนหน้านี้ค่อยๆปล่อยชะลอให้มันหยุดนิ่ง ธรหันไปมองหน้าอีกคนที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่บนชิงช้าข้างๆ "เราต้องกลับไปเรียนหนังสือ" ".....ล่ะเทียนสิกลับมาอีกยามได๋" (.....แล้วเทียนจะกลับมาอีกตอนไหน) "คิดว่าน่าจะปิดเทอมของปีหน้า" "ป๊าดดดดดด คึดนแถะ" (โอ้โหหหหหห ทำไมมันนานจัง) ธรมีสีหน้าตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออ
続きを読む
บทที่6 ศึกระหว่างเพื่อน(เก่า)
"ธร มื้อนี่ยามแลงมึงต้องไปซ่อนให่ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด บ่ว่าสิเกิดหยังขึ้น มึงห้ามออกมา มึงเข้าใจที่กูเว้าบ่" (ธร วันนี้ตอนกลางคืนมึงต้องไปหลบซ่อนให้ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมึงห้ามออกมา เข้าใจที่กูพูดไหม) "เป็นหยังตา" (ทำไมตา) "มึงฟังที่กูเว้ากะพอ ห้ามถาม" (มึงฟังที่กูพูดก็พอ ห้ามถามเซ้าซี้) "มึงออกไปได่แล้ว มื้ออื่นมึงจังมา" (มึงออกไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยกลับมา) "ตาสิให่ธรไปอยู่ไส" (ตาจะให้ธรไปอยู่ไหน) "มึงย่างออกไปจากป่านี่มึงกะสิฮู้เอง" (มึงเดินออกไปจากป่านี้มึงจะรู้เอง) "เป็นหยังตาคึบ่ไปนำธร" (ทำไมตาไม่ไปกับธร) "กูบอกให่มึงไป!!!!!!!!" (กูบอกให้มึงไป!!!!!!) เด็กชายตัวเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงตะโกนดังขึ้นจากชายชราที่ขึ้นชื่อว่าตาของตนเอง เสียงนั้นแหบพร่าราวกับหลุดมาจากลมหายใจสุดท้ายของใครบางคน ใบหน้าของคนแก่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น เด็กชายยืนนิ่ง ตัวสั่น มือเล็กกำเสื้อแน่น น้ำตาคลอเบ้า "ฮือออ..ฮือออ..ตา...ฮือออออ" "อีผีพราย!! มึงพามันออกไป!!! ห้ามให่มันมาหากู" ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ผิวเด็กชายขนลุกวาบ เขาหันหลังวิ่ง ใ
続きを読む
บทที่7 ความจริง
คำแสนทรุดกายนั่งลงข้างร่างชายชราที่หมดลมหายใจของตาไพร ดวงตาเขาหลับลงช้า ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำโบราณ เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องในอากาศ**บทสวดนี้เป็นเพียงบทสวดแต่งขึ้นมา**"เอหิ อาคมัง มะมะ นะโมพุทธายะกายะวาจาจิตตัง วิชชานังปะติฏฐิตังอักขะโต ปิยัง มะมะ สัมมา สัมมานะปะนะ สัตถา อาคมัง โอมจิตตัง ธาตุ ธัมมัง วิชชา จงมาข้าเรียกพลัง เรียกจิต เรียกไสยเวทย์จงหลั่งไหลสู่กายา มะมะ มะมะ โอม"พลังอาคมเก่าแก่ที่เคยสิงสู่ในร่างของตาไพร เริ่มกระเพื่อม คล้ายถูกแรงลึกลับดูดกลืน เส้นสายยันต์บนผิวหนังของตาไพรเริ่มซีดจางทีละน้อย ขณะที่รอยสักบนแผ่นหลังของคำแสนเริ่มเข้มขึ้น ราวกับรับเอาอาคมชายชรานั้นไว้แทน "บักไพร!!!!!! อาคมมึงคือเหลือทอนี่!!!!" (ไอ้ไพร!!!!!! อาคมมึงทำไมเหลือแค่นี้!!!!) คำแสนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาดำสนิทแดงวาบ เสียงสวดไม่หยุด แต่ถ้อยคำเริ่มแฝงแรงอารมณ์ เขากัดฟันกรอด มือทั้งสองแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน เขาตะโกนลั่นไปด้วยความโกรธ "มึงถ่ายทอดวิซาอาคมมึงไปให่ไผ!!!!!!!! บักไพร!!!!!" (มึงถ่ายทอดวิชาอาคมของมึงไปให้ใคร!!!! ไอ้ไพร!!!!) ดวงตาแดงวาบเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เสียงสุดท้ายแทบไม่ใช่เส
続きを読む
บทที่8 ความลับตลอด 30 ปี
ตาไพรนอนนิ่งอยู่บนฟากไม้ ข้างกายมีห่อผ้าแดงซุกยันต์เก่า ขันน้ำมนต์ และมีดหมอวางเรียงอย่างเงียบสงบ ตาเรืองเดินเข้ามาเงียบๆ มือข้างหนึ่งถือสายสิญจน์ อีกข้างถือเทียนเล่มยาว เขาหย่อนตัวลงข้างศพตาไพร ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตาเรืองจุดเทียน ปักลงกลางขันน้ำมนต์ แล้วพันสายสิญจน์วนรอบร่างตาไพร ท่องบทถอนวิชาด้วยเสียงสั่นแต่มั่นคง สายลมวูบหนึ่งพัดวาบเข้ามา ทั้งที่ไม่มีเหตุควร ลมหอบกลิ่นกำยานจากเตาไฟจนฟุ้งไปทั่ว“ขอถอนคุณ ถอนเวทถอนมนต์คาถา และอาคมทั้งปวงที่บักไพรได้เรียนมาแต่ปางก่อนให้คืนแก่ครูบาอาจารย์ต้นทางอย่าให้ตกค้างในร่าง ในวิญญาณอย่าให้ผู้ใดนำไปใช้โดยมิสมควร…”เมื่อลมสงบ เทียนในขันน้ำมนต์ก็ดับวูบลงเอง น้ำในขันขุ่นคล้ายหม่นเศร้า ตาเรืองลูบหน้าตาไพรเบาๆ ก่อนเอ่ยคำสุดท้าย"ถ้าบ่มีมึง กะสิบ่เหลือผุได๋อยู่จนฮอดทุกมื้อนี่ มึงไปซะบ่ต้องห่วงทางพี่ จักสิฮอดมื้อกูยามได๋ดอก ถ้าฮอดมื้อกู มึงมาฮับกูแนเด้อ" (ถ้าไม่มีมึง ก็ไม่เหลือใครอยู่จนถึงทุกวันนี้ มึงไปเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้ ไม่รู้ว่าจะถึงวันของกูวันไหน ถ้าถึงวันของกู มึงมารับกูหน่อยนะ)เขาโน้มตัวไหว้ศพตาไพร ก่อนลุกขึ้นอย่างคนที่แบกบางสิ่งไว้เต็มหัวใจ
続きを読む
บทที่9 ไม่มีหลีกหนีความตายไปได้
พาร์ทของเทียนหลังจากที่เด็กชายกลับมาถึงบ้าน ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา เปลือกตาก็ปิดลงอย่างช้าๆ เสียงรอบกายเริ่มเงียบงัน ภายในความฝัน เทียนนั่งอยู่ข้างๆแม่ ด้านหน้าของเทียนมองเห็นตาเรืองซึ่งเป็นตาของตนเอง นอนเปลือยกายแน่นิ่งอยู่เสื่อทางทิศตะวันออก แต่สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคือ บนศีรษะของตาเรืองที่นอนอยู่ กลับมี "ตาเรือง" อีกคนหนึ่ง นั่งเก้าอี้หันไปทางทิศใต้ ดวงตาหลับพริ้ม สีหน้าเรียบนิ่งราวกับกำลังสงบจิต ใส่เสื้อไหมสีซีดจาง ลวดลายที่เคยวิจิตรบัดนี้กลับพร่ามัว จู่ๆมีเงาจำนวนมากจะพุ่งวาบออกมาจากความมืดรอบตัว มันไม่มีรูปร่างชัดเจน แค่เพียงแสงสีดำเคลื่อนไหวรวดเร็ว เงาเหล่านั้นวิ่งทะลุผ่านร่างของผมกับแม่ไป เพื่อไปยังตาของผม แม่ร้องบอกผมให้ปัดเงาออก ผมพยายามปัดเท่าไหร่เงาพวกนั้นก็ไม่หายไปสักที แม่ยกมือขึ้นพนมไว้แนบอก ดวงตาค่อยๆ ปิดลงอย่างเงียบงัน ริมฝีปากขยับเบาๆ "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผลบุญที่ทุกคนในครอบครัวได้ทำมา ขอให้ปกป้องคุ้มครองพ่อของข้าพเจ้า ขอให้พ่อของข้าพเจ้าอยู่กับลูกหลานนานๆ สิ่งไม่ดีก็ขอให้มันออกไปด้วยเทอญ"
続きを読む
บทที่10 รับน้องเฟรชชี่ปี 1
ปัจจุบันพาร์ทเทียน...มันใช่สถาปัตจริงหรอวะ ทำไมมีแต่ศูนย์รวมเด็กเนิร์ดกันเต็มไปหมด นั่นก็แว่น นี่ก็แว่น ส่วนนู่นก็ยังจะแว่นอีก ถ้าไม่บอกว่าเป็นสถาปัตก็คงคิดว่าแม่งเข้าผิดคณะ ไปอยู่คณะแพทย์ละมั้ง แต่ใครจะโง่เข้าผิดคณะวะมหาลัยเปิดเทอมวันแรกก็รับน้องเลย ตอนนี้ผมอยู่กลุ่มกับใครก็ไม่รู๊!!!!!! กลุ่มนี้มีทั้งหมด 15 คนนั่งกันเป็นวงกลม เอาตรงๆนะทุกคนที่อยู่ในโรงยิมใส่แว่นไปแล้ว98% ไอ้ที่นั่งอยู่ข้างผมทางขวามือ ตัวก็สู๊งสูง แถมแว่นก็หนาเตอะอีกต่างหาก"นายๆ นายชื่อไรอ่ะ" ผมหันไปถามเพื่อนแว่นตัวสูง"..." เขามองหน้าผมนิ่งๆ ดวงตานิ่งลึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากพูด แต่กลับไม่หลุดออกมาสักคำ มีเพียงสายตาที่ทอดมองมาอย่างยากจะคาดเดาหยิ่งจังวะ"ขุ...""นี่ๆเราขอนั่งด้วยคนดิ" เสียงผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นแทรก ชายผู้มาใหม่ผมเส้นบางกระจายอยู่ประปรายบนศีรษะ ไม่มีแม้แต่ขนคิ้วสักเส้น เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างเทียน"ชื่อต้นกล้านะ นายชื่อไร""ชื่อเทียน""ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนเทียน" เขายิ้มกว้างฟันขาวปรากฏชัด ทันใดนั้นผมรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมายังพวกผมสองคน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในอก"พวกน้
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status