LOGIN“นะโมพุทธายะ มะอะอุ นะมะพะธะ” จะอยู่หรือตาย...ล้วนขึ้นอยู่กับวิบากกรรม
View More"มึงมาช้า! ทุกคนเขารอมึงคนเดียว รีบไปวอร์ม!!" เสียงเข้มของพี่คนหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังครึกครื้น เทียนชะงักก้าวทันที หันไปมองก็เห็นชายร่างสูงในชุดพละของคณะ ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางมั่นใจแต่ดูจริงจังจนน่ากลัวนิดๆ เทียนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลทีม เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลง"ขอโทษครับ" ก่อนที่เทียนจะรีบพยักหน้าแล้วก้าวเท้าไปวอร์มตามคำสั่งทันที..."พวกมึงเล่นอะไรกันอยู่วะ?! คิดว่ามาเล่นขายของก้นอยู่เหรอ! เล่นแบบนี้อย่าหวังว่าจะชนะ" เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนาม เสียงเข้มของพี่ปีสามสะท้อนก้องจนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวทันที เหงื่อที่ไหลตามขมับของเทียนเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา พี่คนนั้นยืนกอดอกอยู่กลางสนาม แววตาคมกริบฉายชัดทั้งความไม่พอใจและความกดดัน"ตั้งสติให้ดี แล้วเริ่มใหม่ รอบนี้อย่าเห็นพลาดแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม!""ครับ" เสียงของทุกคนในสนามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว เทียนสูดหายใจลึก พยายามเรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขณะที่แววตาของพี่ปีสามยังคงจับจ้องอยู่ตรงกลางสนามเวลาล่วงเ
ณ โรงอาหารคณะวิศวะในโรงอาหาร บรรยากาศช่วงเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษา กลิ่นอาหารจากหลายร้านลอยคลุ้งอบอวลทั่วบริเวณ ที่โต๊ะมุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง มีกลุ่มนักศึกษาชายสามคนนั่งกินข้าวด้วยกัน พวกเขาสวมเสื้อนักศึกษา หน้าตาดูเหนื่อยเล็กน้อยจากการเรียนเช้าหนึ่งในนั้นก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อีกคนหัวเราะกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนคนที่พูดอยู่นั้นก็บ่นขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด"แม่ง!! ทำไมพี่มึงต้องนัดมาคณวิดวะด้วยวะ?! ไกลฉิบหายย! แทนที่จะนัดคณะเราหรือไม่ก็คณะแพทย์ก็ได้" ต้นกล้าบ่นเสียงดังพลางวางช้อนลงกับจาน แล้วหันไปมองหน้า ปอที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนปอเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ "กูบอกมันอยู่ เห็นบอกว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด" "สุดยอดห่าไร!! กูอยากไปล่อสาวสถาปัตย์โว้ยยย!" ต้นกล้าพูดต่อเสียงดังขึ้นเล็กน้อย"เงียบๆไอ้สัส! มึงพกโทรโข่งมาด้วยรึไง? เห็นไหมคนมองโต๊ะเราหมดแล้วนิ" เทียนว่าพลางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ที่ตอนนี้มีสายตาหลายคู่เหลือบมองโต๊ะของพวกเขาต้นกล้าทำตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายโต๊ะยังหันมามอง เขารีบยกมือขึ้นพนมเหนืออกอย่างรวดเร็ว พนมอยู่อ
ก่อนหน้านี้พาร์ทของขุนความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงจากโคมตั้งโต๊ะที่ส่องสลัวลงบนใบหน้าของขุน เขายกมือขึ้นแตะจมูกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลรินลงมาช้าๆ เลือดสีเข้มซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมอากาศรอบตัวเหมือนเปลี่ยนไปทันที ความเงียบหนักอึ้งที่กดทับจนหัวใจเต้นแรงขึ้น ขุนหันไปมองทางหน้าต่าง เมฆหนาทึบเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แล้วบดบังแสงของพระจันทร์จนหมดสิ้น ในความมืดนั้น ขุนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งภายนอกขุนหันขวับไปทางเตียง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ทำให้ม่านบางสะบัดเบาๆ เขาก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเตียงที่เทียนนอนอยู่ เลือดกำเดายังไหลรินอยู่ แต่ขุนกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเช็ดลวกๆ ก่อนจะยกสองมือประสานตรงหน้าอก เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปาก คำบริกรรมที่ไม่มีใครฟังเข้าใจทันทีที่เสียงบริกรรมสุดท้ายจางหาย ขุนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งลึกแต่แฝงความรีบร้อน เขาหันไปมองเทียนที่ยังหลับนิ่ง ลมหายใจของอีกฝ่ายกลับสม่ำเสมอขึ้นเหมือนไม่มีอะไ
ขุนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดทอเป็นวงเล็กๆ บนกองเอกสาร เงาของเขาทาบลงบนพื้น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหยุดบ้างต่อบ้างสลับกับเสียงพลิกกระดาษ เวลาในห้องค่อยๆ ไหลผ่านอย่างเชื่องช้าบนเตียงด้านหลัง เทียนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมปรกหน้าผากเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาแสดงถึงการหลับลึก ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงแอร์และเสียงปลายปากกาที่ถูกขุนแตะลงบนกระดาษเป็นบางครั้งขุนเงยหน้ามองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ดวงตาเขายังคงฝืนอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารอีกกองหนึ่ง ความล้าทำให้สายตาพร่าเล็กน้อย แต่ยังฝืนทำต่อไปในจังหวะที่เขาขมวดคิ้วจากความปวดหนึบในศีรษะ ขุนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลผ่านริมจมูก เขายกมือขึ้นแตะอย่างไม่ใส่ใจในตอนแรก คิดว่าอาจเป็นเหงื่อ แต่เมื่อมองลง มือของเขากลับเปื้อนสีแดงสดเลือดกำลังไหลออกมาจากจมูกของเขาอย่างช้า ๆ รินลงตามร่องริมฝีปากและหยดลงบนกระดาษที่ยังทำไม่เสร็จ ขุนนิ่งไปชั่วอึดใจ เสียงแอร์ยังคงดังเท่าเดิม แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งขึ้นราวกับห้องทั้งห้องกำลังกดทับลงมาที่หัวไหล่ของเขาและที่เตียง เทียนยังคงนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าในความเงียบของค่ำคืนนี้ กำลังมี
เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "มึงตอบพี่แตงไทยหน่อย"อ่านแล้ว "ตอบยัง"Khun_2k"ไม่" เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "เพื่อ?""ทำไมมึงไม่ไปมอวันนี้"Khun_2k"ทำไมรู้?"เทียนมีไฟ ใจมีเธอ"กูเก่ง สรุปเป็นไร""แดกยายัง"Khun_2k"มีแผลนิดหน่อย""กินแล้ว เหลือแต่ทำแผล"เทียนมีไฟ ใจมีเธออ่านแล้ว "แล้วทำไมไม่
"เมื่อคืนเรื่องมันเป็นงี้..."เกือบสิบคนภายในห้อง ต่างพากันเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาทุกคู่ จ้องไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียง เขานั่งนิ่ง สบตากับทุกคนทีละคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวังเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นแทรกกลางความเงียบทุกคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันขวับไปตามต้นเสียง เป็นของใครคนหนึ่งในกลุ่
เทียนค่อยๆลืมตาขึ้นกลางดึก ความเงียบงันอบอวลทั่วห้อง เขาค่อยๆหันไปยังปลายเตียงภายในห้องนอน มุมกลางห้อง ปรากฏเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ ไม่ไกลจากเตียงนอนมากนัก ร่างเล็กในเสื้อยืดสีดำ ยืนนิ่งจ้องมาทางเขา ด้วยแววตาว่างเปล่าแต่กลับทำให้รู้สึกสบายใจแปลกๆเทียนขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เหมือนเคยเห็นจากที่ไห
แสงไฟหน้ามหาวิทยาลัยเริ่มเปิดทีละดวง เทียนยืนอยู่ริมฟุตบาทหน้าเขตรั้วเหล็กของมหาลัย ดวงตาคู่นั้นมองถนนเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ปะปนด้วยความเหนื่อยล้าเล็กๆเหนื่อยxิบหาย ถึงหอตอนไหนนะ กูจะอาบน้ำแล้วนอนแม่ง!ในอ้อมแขนของเทียนเต็มไปด้วยของ ช่อดอกไม้หลายช่อ และตุ๊กตาเล็กๆผูกโบว์อยู่หนึ่งตัว บรรยากาศโด