อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน

อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน

last updateLast Updated : 2026-03-28
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
41Chapters
805views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“นะโมพุทธายะ มะอะอุ นะมะพะธะ” จะอยู่หรือตาย...ล้วนขึ้นอยู่กับวิบากกรรม

View More

Chapter 1

บทที่1 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)

「お祖父様、私、決めました。やはり留学します」

電話の向こう側から、黒瀬宗厳(くろせ むねよし)の沈んだ声が聞こえた。

「では、玲司(れいじ)との結婚式は……」

「取りやめることにしました」

白石紬(しらいし つむぎ)はきっぱりと答えた。

電話の向こうで宗厳は無念そうにため息をついた。

「黒瀬の家として、君には本当に済まないことをした。この数年、君の貴重な時間を縛り付けてしまった……玲司から改めて埋め合わせをさせよう」

今となっては、埋め合わせなどどうでもよかった。これで、黒瀬家に対する紬の役目は終わったはずだ。

一番良い終わり方は、お互いに何の貸し借りもない、白紙に戻ることだ。

「いいえ、お気持ちだけで十分です」

紬は言った。

「このことは、まだ彼には内密にお願いします」

宗厳は静かにうなずいた。

かつてのように、耳が聞こえないことで卑屈になっていた紬はもういない。聴力を取り戻した彼女には、もっと明るい未来が待っているはずだ。

彼女は目を閉じ、数日前の出来事を思い出していた。

……

数日前、紬は宗厳にこう告げていた。

「私、鼓室形成術を受けようと決めました」

怖くないわけではなかったが、その声には揺るぎない決意が宿っていた。

医師の警告が、今も耳にこだまする。

「手術が万が一失敗すれば、顔面神経に麻痺が残ったり、最悪の場合、聴力を完全に失ったりする可能性もあります。白石さん、それでも受ける覚悟はありますか?」

紬が手術を決意したのは、黒瀬玲司(くろせ れいじ)が二人きりになるたび、苛立たしげに彼女の補聴器を外すからだった。

そして、彼の友人たちが「まさか聴覚障害のある女性と結婚するのか」と彼をからかっているのを知ってしまったから。

もし自分の耳が普通に聞こえるようになったら、玲司も喜んでくれるはず。

そう信じて、彼女は大きなリスクを冒して手術に臨んだ。

手術室に運ばれる直前、最後に見たスマートフォンの画面に、彼からのメッセージはなかった。とはいえ、玲司の気まぐれな態度には慣れていた。

幸いにも、運命は彼女に味方した。

手術を終えた紬は、玲司の帰りを心待ちにしていた。聴力を取り戻し、もう健常者と何も変わらない自分を、一刻も早く彼に伝えたかった。

彼を驚かせようと、紬はあえて補聴器をつけたまま、彼が自分の手で外してくれるのを待った。

しかし、帰ってきたのは泥酔した玲司だった。

玄関を開けるなり、彼は彼女を壁に押し付けた。

強く肩を掴まれ、有無を言わさず唇を塞がれる。

こんなに性急で、強引な玲司は初めてだった。

ソファに押し倒されると、キスは首筋から耳元へと執拗に落ちてくる。

そして彼は、いつもの癖で補聴器を外した。

きっと邪魔なのだろうと、紬はずっとそう思っていた。

自分を組み敷く男を見つめながら、聴力が戻ったと知った時の彼の反応を期待して口を開こうとした、その瞬間。

彼の吐息が、ある名前を囁いた。

「むつみ……むつみ……」

回復したばかりの聴覚は、どんな些細な音も拾ってしまう。その囁きに、紬の全身は凍りついた。だが、欲望に我を忘れた玲司が、彼女の変化に気づくはずもなかった。

彼が呼んでいたのは、紬ではない。橘睦(たちばな むつみ)だったのだ。

結局、彼は睦のことを忘れられずにいた。

二人きりになるたびに補聴器を外したのは、邪魔だったからじゃない。彼女の名前を、心置きなく呼ぶためだったのだ。

睦は彼の心身をずたずたにし、破滅寸前にまで追い込んだというのに。それでもなお、彼は彼女を心の底から求めている。

なんて滑稽なのだろう。じゃあ、自分はいったい何? 都合のいい時にそばに置いて、飽きたら捨てられる愛玩動物?

彼の気まぐれ一つで愛玩され、そして用済みとばかりに捨てられる。自分は彼の心に届いたのだと、本気で信じていたのに。

すべては、最初から自分の思い上がりに過ぎなかった。

隣で眠りこける玲司を見つめる。

その時、枕元で光ったスマートフォンの通知が、紬の目に留まった。

「兄さん、睦ちゃんが海外で離婚して帰国したらしいぞ!このチャンス、絶対にものにしろよ!」

なるほど。彼が待ち焦がれていた人が帰ってきたのだ。今日の彼が、あれほど荒れていた理由がわかった。

そして、紬は宗厳にあの電話をかけたのだ。

黒瀬家には恩があった。もともと当主である宗厳から学費を援助してもらっていたし、失恋した玲司の世話を頼まれた時も、断る理由などなかった。

ましてや、ずっと前から玲司に想いを寄せていた彼女にとって、それは願ってもない申し出だったのだから。

当時、睦に一方的に別れを告げられて海外に去られ、玲司は自暴自棄になっていた。

だが彼の堕落は、酒や煙草ではなかった。スキー、深海ダイビング、スカイダイビング、カーレース、ロッククライミング。命知らずの極限スポーツに次々とのめり込んでいったのだ。

わずか数ヶ月で、彼は命を落としかけていた。

急遽、玲司の世話を任された紬に、何ができるというのか。彼女が選んだのは、一番愚直な方法だった。彼がすることに、ただひたすらついて行く。

最初、玲司は紬をまるでいないかのように扱った。あの深海ダイビングの事故が起きるまでは。

玲司が海中で酸素ボンベをサンゴに引っかけて破損させてしまった時、死の淵にいた彼に、紬は迷わず自分の酸素を分け与えた。

その代償に、彼女は水圧による損傷で聴神経を傷つけ、聴力を失った。

命の危機から生還した玲司は正気を取り戻し、仕事に打ち込むようになった。そして彼を救った紬は、彼のそばにいることを許された。

玲司は宗厳の言いつけ通りに彼女と婚約し、こう約束してくれた。

「これからは君を大切にする。愛せるように、努力するから」

あの時の彼女は、幸福の頂点にいた。

けれど、人の心は欲深い。かつては彼のそばにいられるだけで幸せだったのに、いつからか、彼の心の中で特別な場所が欲しいと願うようになっていた。

睦の帰国は、その淡い夢を打ち砕き、紬に現実を突きつけた。ここを去る時が来たのだ。

悲しみに暮れる暇さえなく、紬は冷静にスマートフォンを開いた。画面に映るのは、未完了のレッスンが山積みになった語学アプリ。

紬は涙を拭いもせず、単語を覚えていた。

ただ、その耳に、もう補聴器は必要なかった。
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
41 Chapters
บทที่1 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)
ผมชื่อ เทียน(อัครพัลลภ) ผมกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งคณะที่ผมเรียนก็คือสถาปัตยกรรมศาสตร์และผมมีความลับที่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ผมสามารถรับรู้สิ่งลี้ลับ นั่นคือการมองเห็นผี จุดเริ่มต้นมันเริ่มตั้งแต่ผมอายุ 8 ขวบ 10ปีที่แล้ว ในช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม พ่อและแม่ของผมต้องไปทำงานอยู่จังหวัดในภาคใต้เป็นระยะเวลา 2 เดือน พ่อกับแม่เป็นห่วงผมเพราะกลัวว่าจะไม่มีใครดูแลผม ทันใดนั้นเองพ่อกับแม่ได้ตกลงกันว่าจะให้ผมไปอยู่กับตายายที่ต่างจังหวัดก่อนชั่วคราว หลังจากที่พ่อกับแม่ทำงานเสร็จแล้วจะมารับผมทันที โดยปกติแล้วผมก็ไปเยี่ยมตาทุกช่วงปิดเทอมอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าในตอนนั้นอยู่เพียง1สัปดาห์ แต่ผมก็สนิทกับทั้งคู่มาก ยายของผมชื่อยายจันทร์ ยายเป็นคนอารมณ์ดี สนิทกับทุกคนในหมู่บ้าน ไปวัดทำบุญอยู่ตลอด แถมคุยสนุก ส่วนตาของผมชื่อตาเรือง ตาเป็นคนใจดี นิ่งเงียบ และตาของผมเป็นหมอธรรม คอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือโดยเฉพาะสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ จังหวัดที่ตากับยายผมอยู่นั้น เป็นจังหวัดอยู่ในภาคอีสานซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดที่พวกผมอยู่ ครอบครัวของผมอาศัยอยู่จังหวัด
Read more
บทที่2 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (2/3)
รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ เมื่อขับรถเลยบ้านหลังนั้นไปโดยหันกลับมามองแต่กลับไม่เห็นยายแก่คนนั้นอีก ผมได้ร้องเรียกแม่ "แม่ๆ เมื่อกี้แม่เห็นยายแก่ที่อยู่บ้านร้างเมื่อกี้มั้ย" ผมถามแม่ขณะที่ผมกำลังนั่งหันไปทางด้านหลังภายในรถ "คนไหนหรอจ๊ะลูก" น้ำเสียงต่ำแหบแต่มันกลับเย็นเยียบจนขนลุกซู่ เหมือนเสียงนั้นไม่ได้ออกมาจากลำคอของมนุษย์ ผมรีบหันขวับกลับมาทางแม่ทันที สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผมคือยายแก่ที่นั่งตรงเบาะที่แม่นั่งอยู่ หน้าหันมาทางผม ใบหน้าของยายมีใบหน้าแห้งเหี่ยว กำลังยิ้มให้ผม รอยยิ้มของยายกว้างจนน่าขนลุก ผมฟูยุ่งเหยิง ตาสองข้างไม่มี ผมตกใจกลัวอย่างสุดขีดจนผมร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ผมรีบเอามือสองข้างปิดหน้าปิดตาไว้ ทันใดนั้นเองเสียงของแม่ก็ร้องเรียกชื่อผมดังขึ้นมา "เทียน เทียน เกิดอะไรขึ้นลูก พ่อกับแม่อยู่นี่ไงลูก" แม่ถามผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง แม่เอามือมาจับมือผมออกเพื่อไม่ให้ผมปิดหน้าปิดตาไว้ "แม่เทียนกลัว เทียนอยากกลับบ้านแล้วฮื้อ..ฮื้ออ..ฮือ..ออ.." ผมพูดพลางร้องไห้โฮเสียงดัง "ลูกบอกแม่ได้มั้ยว่าทำไม" "ผมไม่เอาแล้วแม่ ผมอยากกลับบ้านฮื้อ..ออ..ฮืออ.." ผมร้องไห้จนแทบพูดไม่รู้เรื่อ
Read more
บทที่3 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (3/3)
น้ำเสียงที่หนักแน่นของชายชราที่กำลังเดินลงจากบันไดชั้น 2 ของบ้านไม้ ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบเงียบงันลงอย่างฉับพลัน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหายใจ เสียงลมที่เคยพัดผ่านก็เงียบไป ไม่มีแม้แต่เสียงแมลง ความเงียบนั้นหนาวเย็นและหนักอึ้ง แผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณูของอากาศ ทุกคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ กำลังเข้ามาใกล้ พวกผมทั้ง 3 คนหันหลังไปยังบริเวณหน้าบ้าน มีเงาร่างลางเลือนของผู้หญิงผมยาวชุดขาวปรากฏขึ้น ซึ่งผมเห็นเธอก่อนหน้านี้ที่เธอทำให้ผมกลัวมาก ในตอนนี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ผมยาวสีดำสนิทสยายปิดใบหน้า แต่แววตาที่โผล่พ้นออกมานั้นเต็มไปด้วยไฟแค้นลุกโชน ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางทาง ริมฝีปากซีดคล้ำขยับพึมพำคำสาปซ้ำไปซ้ำมา เสียงนั้นเบาราวลมหายใจ แต่แฝงด้วยแรงอาฆาตแรงกล้า คอของเธอมีเลือดสีแดงคล้ำซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นยาว ไหลซึมลงมาตามลำคอเปรอะเสื้อจนกลายเป็นคราบดำ ผิวรอบบาดแผลบวมช้ำเป็นสีม่วงคล้ำ ราวกับเชือกนั้นไม่ได้แค่รัด แต่ตั้งใจจะปลิดลมหายใจอย่างโหดเหี้ยม ทันใดนั้นสายตาของผมไปสะดุดเข้าที่ขาสองข้างของเธอ ขาข้างซ้ายของเธอได้หายไป เหลือเพียงขาข้างขวาเท่านั้
Read more
บทที่4 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (1/2)
"แล้วหมอธรรมคืออะไรหรอจ๊ะตา" "หมอธรรมกะคือ คนฮู้ล่ะกะคนเฮ็ดพิธีกรรมตามความเซือบ้านเฮา ที่เกี่ยวข่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าแนวบ่ดี แล้วกะดูแลจิตวิญญาณของคนในซุมซน" (หมอธรรมก็คือ ผู้รู้แล้วก็ผู้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อพื้นบ้าน ที่เกี่ยวข้องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และดูแลด้านจิตวิญญาณของคนในชุมชน) ตาค่อยๆหันมาอย่างช้าๆก่อนจะอธิบายให้ผมฟัง "แล้วถ้าเทียนไม่เป็นละจ๊ะตา" "ตอนนี้หลานยังน้อย หลานยังบ่เข้าใจที่ตาเว้าดอก ถ้ามื้อได๋ที่หลานใหย่ขึ้นมา คนที่สิตัดสินใจได่ดีที่สุดกะคือโตหลานเอง จำคำเว้าของตาไว้"(ตอนนี้หลายยังเด็กมาก หลานยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ตาพูดหรอก ถ้าวันไหนที่หลานโตขึ้น คนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุดก็คือตัวของหลานเอง) "จ่ะตา ถ้างั้นเทียนขอไปนอนก่อนนะจ๊ะ" ตาพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปดังเช่นก่อนหน้านั้น หลายสัปดาห์ต่อมา ผมได้มาอยู่ที่นี่ได้หลายสัปดาห์แล้ว ยายของผมมักจะพาผมไปทำบุญที่วัดเป็นประจำทุกวัน ส่วนพ่อแม่ของผมก็ได้ออกเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดในภาคใต้ทันทีในช่วงเช้าตรูของอีกวันหลังจากที่ได้มาส่งผมอยู่กับตายาย ในระหว่างที่ผมกับยายกำลังเดิ
Read more
บทที่5 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (2/2)
1 วันก่อน พาร์ทของขุน แสงแดดอ่อนของยามเย็นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลำ บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ กับเสียงนกร้องไกลๆ เด็กผู้ชายสองคนนั่งอยู่บนชิงช้าเก่าในสนามเด็กเล่นแถวหมู่บ้าน คนหนึ่งแกว่งชิงช้าไปอย่างช้าๆ อีกคนแค่นั่งเฉยๆ ปล่อยขาแกว่งไปมา สายตาทั้งคู่มองไปไกลลิบ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ แสงสุดท้ายของวันแตะขอบฟ้า ทิ้งเงาของพวกเขาให้ทอดยาวไปกับพื้นดินที่เริ่มเย็นลง "ธร พรุ่งนี้เราจะกลับแล้วนะ" เทียนพูดช้าลงกว่าปกติด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันนิดๆพลางก้มหน้าก้มตาขณะนั่งอยู่บนชิงช้า "อ้าว!!!! เป็นหยังคึกลับไวแถะ" (อ้าว!!!! ทำไมกลับเร็วจัง) เด็กผู้ชายที่กำลังแกว่งชิงช้าอยู่ก่อนหน้านี้ค่อยๆปล่อยชะลอให้มันหยุดนิ่ง ธรหันไปมองหน้าอีกคนที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่บนชิงช้าข้างๆ "เราต้องกลับไปเรียนหนังสือ" ".....ล่ะเทียนสิกลับมาอีกยามได๋" (.....แล้วเทียนจะกลับมาอีกตอนไหน) "คิดว่าน่าจะปิดเทอมของปีหน้า" "ป๊าดดดดดด คึดนแถะ" (โอ้โหหหหหห ทำไมมันนานจัง) ธรมีสีหน้าตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออ
Read more
บทที่6 ศึกระหว่างเพื่อน(เก่า)
"ธร มื้อนี่ยามแลงมึงต้องไปซ่อนให่ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด บ่ว่าสิเกิดหยังขึ้น มึงห้ามออกมา มึงเข้าใจที่กูเว้าบ่" (ธร วันนี้ตอนกลางคืนมึงต้องไปหลบซ่อนให้ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมึงห้ามออกมา เข้าใจที่กูพูดไหม) "เป็นหยังตา" (ทำไมตา) "มึงฟังที่กูเว้ากะพอ ห้ามถาม" (มึงฟังที่กูพูดก็พอ ห้ามถามเซ้าซี้) "มึงออกไปได่แล้ว มื้ออื่นมึงจังมา" (มึงออกไปได้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยกลับมา) "ตาสิให่ธรไปอยู่ไส" (ตาจะให้ธรไปอยู่ไหน) "มึงย่างออกไปจากป่านี่มึงกะสิฮู้เอง" (มึงเดินออกไปจากป่านี้มึงจะรู้เอง) "เป็นหยังตาคึบ่ไปนำธร" (ทำไมตาไม่ไปกับธร) "กูบอกให่มึงไป!!!!!!!!" (กูบอกให้มึงไป!!!!!!) เด็กชายตัวเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงตะโกนดังขึ้นจากชายชราที่ขึ้นชื่อว่าตาของตนเอง เสียงนั้นแหบพร่าราวกับหลุดมาจากลมหายใจสุดท้ายของใครบางคน ใบหน้าของคนแก่เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความหวาดหวั่น เด็กชายยืนนิ่ง ตัวสั่น มือเล็กกำเสื้อแน่น น้ำตาคลอเบ้า "ฮือออ..ฮือออ..ตา...ฮือออออ" "อีผีพราย!! มึงพามันออกไป!!! ห้ามให่มันมาหากู" ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ผิวเด็กชายขนลุกวาบ เขาหันหลังวิ่ง ใ
Read more
บทที่7 ความจริง
คำแสนทรุดกายนั่งลงข้างร่างชายชราที่หมดลมหายใจของตาไพร ดวงตาเขาหลับลงช้า ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำโบราณ เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องในอากาศ**บทสวดนี้เป็นเพียงบทสวดแต่งขึ้นมา**"เอหิ อาคมัง มะมะ นะโมพุทธายะกายะวาจาจิตตัง วิชชานังปะติฏฐิตังอักขะโต ปิยัง มะมะ สัมมา สัมมานะปะนะ สัตถา อาคมัง โอมจิตตัง ธาตุ ธัมมัง วิชชา จงมาข้าเรียกพลัง เรียกจิต เรียกไสยเวทย์จงหลั่งไหลสู่กายา มะมะ มะมะ โอม"พลังอาคมเก่าแก่ที่เคยสิงสู่ในร่างของตาไพร เริ่มกระเพื่อม คล้ายถูกแรงลึกลับดูดกลืน เส้นสายยันต์บนผิวหนังของตาไพรเริ่มซีดจางทีละน้อย ขณะที่รอยสักบนแผ่นหลังของคำแสนเริ่มเข้มขึ้น ราวกับรับเอาอาคมชายชรานั้นไว้แทน "บักไพร!!!!!! อาคมมึงคือเหลือทอนี่!!!!" (ไอ้ไพร!!!!!! อาคมมึงทำไมเหลือแค่นี้!!!!) คำแสนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาดำสนิทแดงวาบ เสียงสวดไม่หยุด แต่ถ้อยคำเริ่มแฝงแรงอารมณ์ เขากัดฟันกรอด มือทั้งสองแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน เขาตะโกนลั่นไปด้วยความโกรธ "มึงถ่ายทอดวิซาอาคมมึงไปให่ไผ!!!!!!!! บักไพร!!!!!" (มึงถ่ายทอดวิชาอาคมของมึงไปให้ใคร!!!! ไอ้ไพร!!!!) ดวงตาแดงวาบเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เสียงสุดท้ายแทบไม่ใช่เส
Read more
บทที่8 ความลับตลอด 30 ปี
ตาไพรนอนนิ่งอยู่บนฟากไม้ ข้างกายมีห่อผ้าแดงซุกยันต์เก่า ขันน้ำมนต์ และมีดหมอวางเรียงอย่างเงียบสงบ ตาเรืองเดินเข้ามาเงียบๆ มือข้างหนึ่งถือสายสิญจน์ อีกข้างถือเทียนเล่มยาว เขาหย่อนตัวลงข้างศพตาไพร ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตาเรืองจุดเทียน ปักลงกลางขันน้ำมนต์ แล้วพันสายสิญจน์วนรอบร่างตาไพร ท่องบทถอนวิชาด้วยเสียงสั่นแต่มั่นคง สายลมวูบหนึ่งพัดวาบเข้ามา ทั้งที่ไม่มีเหตุควร ลมหอบกลิ่นกำยานจากเตาไฟจนฟุ้งไปทั่ว“ขอถอนคุณ ถอนเวทถอนมนต์คาถา และอาคมทั้งปวงที่บักไพรได้เรียนมาแต่ปางก่อนให้คืนแก่ครูบาอาจารย์ต้นทางอย่าให้ตกค้างในร่าง ในวิญญาณอย่าให้ผู้ใดนำไปใช้โดยมิสมควร…”เมื่อลมสงบ เทียนในขันน้ำมนต์ก็ดับวูบลงเอง น้ำในขันขุ่นคล้ายหม่นเศร้า ตาเรืองลูบหน้าตาไพรเบาๆ ก่อนเอ่ยคำสุดท้าย"ถ้าบ่มีมึง กะสิบ่เหลือผุได๋อยู่จนฮอดทุกมื้อนี่ มึงไปซะบ่ต้องห่วงทางพี่ จักสิฮอดมื้อกูยามได๋ดอก ถ้าฮอดมื้อกู มึงมาฮับกูแนเด้อ" (ถ้าไม่มีมึง ก็ไม่เหลือใครอยู่จนถึงทุกวันนี้ มึงไปเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้ ไม่รู้ว่าจะถึงวันของกูวันไหน ถ้าถึงวันของกู มึงมารับกูหน่อยนะ)เขาโน้มตัวไหว้ศพตาไพร ก่อนลุกขึ้นอย่างคนที่แบกบางสิ่งไว้เต็มหัวใจ
Read more
บทที่9 ไม่มีหลีกหนีความตายไปได้
พาร์ทของเทียนหลังจากที่เด็กชายกลับมาถึงบ้าน ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา เปลือกตาก็ปิดลงอย่างช้าๆ เสียงรอบกายเริ่มเงียบงัน ภายในความฝัน เทียนนั่งอยู่ข้างๆแม่ ด้านหน้าของเทียนมองเห็นตาเรืองซึ่งเป็นตาของตนเอง นอนเปลือยกายแน่นิ่งอยู่เสื่อทางทิศตะวันออก แต่สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคือ บนศีรษะของตาเรืองที่นอนอยู่ กลับมี "ตาเรือง" อีกคนหนึ่ง นั่งเก้าอี้หันไปทางทิศใต้ ดวงตาหลับพริ้ม สีหน้าเรียบนิ่งราวกับกำลังสงบจิต ใส่เสื้อไหมสีซีดจาง ลวดลายที่เคยวิจิตรบัดนี้กลับพร่ามัว จู่ๆมีเงาจำนวนมากจะพุ่งวาบออกมาจากความมืดรอบตัว มันไม่มีรูปร่างชัดเจน แค่เพียงแสงสีดำเคลื่อนไหวรวดเร็ว เงาเหล่านั้นวิ่งทะลุผ่านร่างของผมกับแม่ไป เพื่อไปยังตาของผม แม่ร้องบอกผมให้ปัดเงาออก ผมพยายามปัดเท่าไหร่เงาพวกนั้นก็ไม่หายไปสักที แม่ยกมือขึ้นพนมไว้แนบอก ดวงตาค่อยๆ ปิดลงอย่างเงียบงัน ริมฝีปากขยับเบาๆ "สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผลบุญที่ทุกคนในครอบครัวได้ทำมา ขอให้ปกป้องคุ้มครองพ่อของข้าพเจ้า ขอให้พ่อของข้าพเจ้าอยู่กับลูกหลานนานๆ สิ่งไม่ดีก็ขอให้มันออกไปด้วยเทอญ"
Read more
บทที่10 รับน้องเฟรชชี่ปี 1
ปัจจุบันพาร์ทเทียน...มันใช่สถาปัตจริงหรอวะ ทำไมมีแต่ศูนย์รวมเด็กเนิร์ดกันเต็มไปหมด นั่นก็แว่น นี่ก็แว่น ส่วนนู่นก็ยังจะแว่นอีก ถ้าไม่บอกว่าเป็นสถาปัตก็คงคิดว่าแม่งเข้าผิดคณะ ไปอยู่คณะแพทย์ละมั้ง แต่ใครจะโง่เข้าผิดคณะวะมหาลัยเปิดเทอมวันแรกก็รับน้องเลย ตอนนี้ผมอยู่กลุ่มกับใครก็ไม่รู๊!!!!!! กลุ่มนี้มีทั้งหมด 15 คนนั่งกันเป็นวงกลม เอาตรงๆนะทุกคนที่อยู่ในโรงยิมใส่แว่นไปแล้ว98% ไอ้ที่นั่งอยู่ข้างผมทางขวามือ ตัวก็สู๊งสูง แถมแว่นก็หนาเตอะอีกต่างหาก"นายๆ นายชื่อไรอ่ะ" ผมหันไปถามเพื่อนแว่นตัวสูง"..." เขามองหน้าผมนิ่งๆ ดวงตานิ่งลึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากพูด แต่กลับไม่หลุดออกมาสักคำ มีเพียงสายตาที่ทอดมองมาอย่างยากจะคาดเดาหยิ่งจังวะ"ขุ...""นี่ๆเราขอนั่งด้วยคนดิ" เสียงผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นแทรก ชายผู้มาใหม่ผมเส้นบางกระจายอยู่ประปรายบนศีรษะ ไม่มีแม้แต่ขนคิ้วสักเส้น เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างเทียน"ชื่อต้นกล้านะ นายชื่อไร""ชื่อเทียน""ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนเทียน" เขายิ้มกว้างฟันขาวปรากฏชัด ทันใดนั้นผมรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมายังพวกผมสองคน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในอก"พวกน้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status