หลีกทางหน่อยครับ..ผมเป็นสามีหมอ

หลีกทางหน่อยครับ..ผมเป็นสามีหมอ

last updateDernière mise à jour : 2026-04-15
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
1Chapitres
176Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

"รักแรกพบอะไรวะ ไร้สาระ " ประโยคนี้ออกมาจากปาก"กานต์ " เจ้าพ่อเพลย์บอยหนุ่มเจ้าสำราญ ตัวพ่อแห่งวงการเกย์รุก เขาไม่เคยศรัทธาในความรัก มองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไร้สาระ เขาคือทายาทเศรษฐีชื่อดังระดับหมื่นล้าน แต่กลับไม่เอาไหนในสายตาพ่อตัวเอง กานต์เป็นคนทะเล้น ขี้เล่น อบอุ่น ถึงแม้จะโตมาจากครอบครัวที่ไม่ได้รักเขาเท่าไหร่นัก เขาจึงพยายามเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้คนอื่นมาตลอด จนกระทั่งเขาได้พบ"พลับพลึง "แพทย์หนุ่มไฟแรงผู้ที่ถูกโอบล้อมมาด้วยความรักตั้งแต่ยังเด็ก พลับพลึงเป็นคนที่ยิ้มแล้วโลกสดใส ซึ่งทำให้กานต์ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ แต่ดูเหมือนพลับพลึงจะไม่ชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่นัก แต่กลับทำให้กานต์สนใจมากขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรืออะไรเล่นตลก เมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายดันรู้จักกัน กานต์จึงใช้โอกาสนี้ขอหมั้นอีกฝ่าย แม้พลับพลึงจะไม่เต็มใจนักแต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีใจ แต่กานต์กลับทำหน้าที่ของสามีทุกอย่างได้ไม่เคยบกพร่อง "ใจอ่อนให้พี่ยังครับ " "ไม่มีวันครับ.." "โธ่ ใจร้ายจัง แต่นานกว่านี้ก็จะรอนะครับ "

Voir plus

Chapitre 1

ปฐมบท

" รักแรกพบอะไรวะ ไร้สาระฉิบหาย "

"เอ้า!ชน "

เสียงแก้วเหล้าชนกันบวกกับเสียงเพลงที่คลอเบาๆในบาร์ดังขึ้นเป็นพักๆ "กานต์ " เจ้าพ่อหนุ่มเพลย์บอย เจ้าคารม เกย์รุกตัวพ่อแห่งวงการ ดีกรีทายาทเศรษฐีชื่อดังระดับประเทศ

จมูกโด่งเป็นสัน ผิวแทนหน่อยๆ ตาคม สันกรามชัด ทุกอย่างบนใบหน้าลงตัวราวกับถูกปั้นมา อีกทั้งรอยสักเล็กๆกับจิวที่ปากทำให้เขาน่ามองขึ้นกว่าเก่า กานต์นั่งกินเหล้าอย่างสบายอารมณ์เช่นทุกวัน ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่ที่น้ำในแก้วสีอำพันถูกเทลงมาในแก้วซ้ำๆไม่พัก

ชีวิตครอบครัวเขาไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก พ่อที่คาดหวังในตัวเขาหวังจะให้สืบทอดธุรกิจของครอบครัวแทนตน แต่กานต์กลับรักที่จะใช้ขีวิตอิสระตามอำเภอใจตัวเอง อีกทั้งเขายังเลือกเรียนนิเทศ ถึงจะทำได้ดีแค่ไหนก็ไม่เคยดูดีในสายตาพ่อสักที..

แต่กานต์น่ะเหรอไม่เคยเอาส่วนที่ตนขาดหายไปทำร้ายคนอื่น ถึงจะดูเจ้าชู้ เต๊าะคนนั้น หยอดคนนี้ไปเรื่อย แต่เขาก็ยังเป็นคนที่แคร์คนอื่นเสมอ อบอุ่น ใครอยู่ใกล้ก็สบายใจ โดยไม่รู้สักนิดว่าเบื้องหลังคนที่แสนอบอุ่นขนาดนี้ต้องเจ็บปวดแค่ไหน

"กานต์ มึงไปไหนต่อป่าววะ "

"ไม่มั้ง จะชวนกูไปไหนอ่อ " เอ่ยขึ้นพลางยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันอยู่ด้านในขึ้นซด

"คืนนี้ไปหาอะไรทำสักหน่อยดีมั้ยวะ "

"หาอะไรทำของมึงนี่คือแบบไหนวะ..จะชวนกูไปไหน พูดมาตรงๆดีกว่ามั้ง "

"ก็..เกย์รับสักคนมั้ยมึง มีแต่แจ่มๆเลยนะเว้ย "

"ไม่ดีกว่าว่ะ พ่อกูด่าตาย "กานต์พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนตนพูดก่อนที่จะส่ายหัวช้าๆเป็นเชิงปฎิเสธ

"มึงจะสนใจพ่อมึงทำไมวะ โธ่"

"กูไม่ได้มั่วนะเว้ย กูจะกลับแล้วว่ะ "

"เสียดายว่ะ เออๆ กลับดีๆ"

กานต์ลุกขึ้นพรวดพลางส่ายหัวช้าๆกับตัวเอง เขาไม่ค่อยชอบความคิดเพื่อนกลุ่มนี้เท่าไหร่นักจึงเลือกที่จะนานๆมาสังสรรค์ที โดยเฉพาะเรื่องรสนิยมที่เขาชอบผู้ชาย ไม่มีทางที่พ่อเขาจะรับได้

อย่างแน่นอน แค่คิดก็หนักใจจะแย่

กานต์เดินออกมาจากบาร์ด้วยท่าทีอ่อนเพลียเล็กน้อย ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นผู้หญิงสองคนกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม กานต์เลิกคิ้วเล็กน้อยพยายามเดินหลีกด้วยท่าทีสุภาพ แต่กลับโดนผู้หญิงคนนึงลากตัวเขาไปใกล้ๆ

"...."

"จะรีบไปไหนล่ะคะ หือ" เสียงหวานหยาดเยิ้มนั้นทำให้เขาขนลุกซู่ สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาฮึกเหิมขึ้นมาตอนนี้คงมีแค่ผู้ชายตัวเล็กๆร่างบางๆแค่นั้น

"พอดีจะกลับแล้วน่ะครับ "

"อย่ารีบกลับสิคะ อยู่ด้วยกันก่อน"

"ผมต้องรีบกลับก่อนนะครับ " พยายามเอ่ยตอบด้วยท่าทีสุภาพแล้วจับมือผู้หญิงออกห่างจากตนช้าๆ

"ทำไมหวงเนื้อหวงตัวจังเลยล่ะคะ "

"...."

"ไปสนุกกันต่อดีกว่านะคะ"

"พอดีผมชอบผู้ชายน่ะครับ " ประโยคนั้นทำให้ผู้หญิงสองคนถึงกับหน้าเหวอ เมื่อได้โอกาสกานต์จึงเดินออกมาเงียบๆจากตรงนั้นก่อนที่จะมาหยุดพักกินซาลาเปาไส้หมูสับอยู่หน้าเซเว่น

ฝนเริ่มตกโปรยปรายในช่วงดึก กานต์มาหยุดยืนกินซาลาเปาด้วยความหิว หวังเพียงจะมาหลบฝนก่อนจะกลับบ้านแค่นั้น แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นใครคนนึงที่กำลังวิ่งฝ่าฝนมาหลบที่เดียวกับเขา

"..."

กานต์หันขวับไปมองข้าง แต่ราวกับโลกจะหยุดหมุน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเท่าไหร่นัก เขาเป็นเพียงผู้ชายตัวเล็กๆ ที่สวมเสื้อกาวน์ หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย แต่กลับทำให้กานต์ลัสายตาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"ไม่รู้จะกลับไงเลยว่ะ ฝนตก "

เสียงเล็กพึมพำขึ้นมาในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยท่าทีเป็นกังวลเล็กน้อย มือเล็กๆแกะแซนวิชในมือกินด้วยความเร่งรีบ กานต์แอบสังเกตทุกการกระทำของอีกฝ่ายแล้วได้แต่อมยิ้มเล็กน้อย ดันรู้สึกสนใจอีกฝ่ายขึ้นมาซะงั้น

"มึงมารับกูหน่อยดิ " คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นราวกับจะอ้อนวอนขออะไรสักอย่างจากคนในสาย

ดูจากเสื้อกาวน์ที่อีกฝ่ายใส่ เดาไม่ยากว่าคงทำงานอยู่โรงพยาบาลข้างๆนี้เป็นแน่

"กูรอหน้าเซเว่นนะน้องเวร " เสียงกดตัดสายดังขึ้นหลีงจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จ แต่กานต์กลับเอ็นดูไม่น้อย นั่นมันคำขู่แมวชัดๆ

"มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ยครับ? "

กานต์ที่พอเดาออกว่าอีกฝ่ายคงอายุน้อยกว่าตน แต่คงไม่มากนัก พลางเอ่ยถามเสียงใส

"ไม่มีครับ "

"ดีแล้วครับ ก็เห็นทำหน้ามุ่ยอยู่นาน นึกว่าเป็นอะไรซะอีก "

"ครับ..แต่ผมไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากใคร "

"แค่อยากช่วยหนิครับ งั้น .. เอ่ยขึ้นเอ่ยขึ้นพลางเว้นวรรคเล็กน้อยแล้วอมยิ้ม ..ให้ยืนเป็นเพื่อนจะได้มั้ยครับ "

"เดี๋ยวสักพักน้องผมก็จะมารับแล้วครับ ขอตัวนะครับ "

เอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินฉับๆไปขึ้นรถ กานต์ได้แต่อมยิ้มเล็กน้อยแต่ในใจลึกๆยังนึกเสียดาย ทำไมไม่มีเวลาอยู่ให้นานกว่านี้นะ

จะไปตามหาอีกฝ่ายได้ที่ไหนกันนะ

กานต์ขับรถมาถึงบ้านเกือบตีสามพอดีเป๊ะๆ กานต์เดินลงจากรถพลางกวาดสายตาไปรอบๆ สิ่งที่เดาไม่ผิดคือเห็นพ่อนั่งจิบกาแฟเหมือนทุกครั้ง อีกทั้งยังไม่วายจะด่าทอตน

ได้แต่ถอนหายใจเล็กน้อย ทำใจดีสู้เสือไว้ก่อน กานต์ยิ้มบางๆให้ผู้เป็นพ่อ แต่กลับเจอสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจจากพ่อตัวเองอย่างเห็นได้ชัด

"กลับมาแล้วครับพ่อ "

"รู้จักบ้านรู้จักช่องด้วยเหรอวะ วันๆพ่อไม่เห็นเเกโผล่หัวมา "

"โธ่พ่อครับ ผมกลับเช้านิดหน่อยเอง "

" สรุปแกจะเอาไงเรื่องงาน ฉันไม่รู้จะตอบคนอื่นเขายังไงนะเรื่องงาน ไองานตากล้องกระจอกๆของแก จะเอาไปทำไรกินได้วะ "

"...."

เหมือนทุกที..โดนว่าเรื่องเดิมๆเหมือนทุกที

"ฉันก็บอกก็สอนอยู่ตลอดว่าให้แกทำธุรกิจต่อจากฉัน แกเคยฟังฉันมั้ย แกยังดันทุรังจะไปเรียนนิเทศอะไรของแก "

"ผมชอบหนิครับพ่อ "

"ชอบแล้วมันกินได้เหรอวะ ! "

"...."

"แกรู้มั้ยฉันต้องอายแค่ไหนที่มีลูกเป็นแค่ช่างภาพกระจอกๆ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน "

กานต์ไม่ได้เอ่ยปากตอบอะไรไปแต่กลับเดินขึ้นห้องไปเงียบๆ แต่ยังคงได้ยินเสียงพ่อโวยวายอยู่เป็นระยะ กานต์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพลางกวาดสายตาไปมองรอบห้องที่มีแต่ภาพถ่ายมากมายติดเต็มห้องไปหมด

กานต์ได้แต่นึกน้อยใจอยู่ลึกๆ เขามีพี่ชายคนนึงชื่อ "กฤต " นานๆทีกฤตจะกลับบ้านสักครั้ง แต่ดันเป็นลูกรักพ่อมากกว่าเขาเสียอีก

กฤตเป็นคนเรียนเก่ง หน้าตาดี บ่อยครั้งที่พ่อชมกฤต เพราะอีกฝ่ายมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยถูกชมเหมือนพี่ชาย อีกทั้งยังโดนต่อว่ามาตลอด เขาไม่รู้ว่าดีแค่ไหนถึงจะพอไม่รู้เลย..

เป็นอีกคืนที่กานต์นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในช่วงเช้าเพื่อไปรับจ้างถ่ายภาพคู่บ่าวสาว กานต์เดินทางไปถึงสถานที่นัดราวเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปทักบ่าวสาวด้วยท่าทียิ้มแย้ม

"สวัสดีครับ มาช้านิดหน่อย..รถติดน่ะครับ ขอโทษจริงๆครับ "

"ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณกานต์ " เจ้าสาวยิ้มแย้มก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแล้วชักชวนกานต์ให้มาดื่มน้ำดื่มท่าก่อน

"แล้วนี่จะให้ผมเริ่มถ่ายเลยดีมั้ยครับ "

"สักครู่นะคะ " เอ่ยขึ้นพลางชะเง้อมองรอบๆ ราวกับหาอะไรสักอย่าง จนกานต์ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

"มีอะไรรึเปล่าครับ "

"อ๋อ นั่นมาแล้วค่ะ "

"..."

กานต์พยักหน้าช้าๆ ก่อนที่จะหันขวับไปมอง แต่สิ่งที่กานต์เห็นกลับทำให้เขากลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ นั่นมันผู้ชายตัวเล็กๆน่ารักที่เขาเจอเมื่อวานนี่นา

"คุณกานต์คะ "

"ครับ "

"พลับพลึงค่ะ เพื่อนนุ่นเอง จะให้มาร่วมเฟรมด้วยค่ะ..นานๆจะว่างมาสักทีค่ะ "

"คุณ.."

เสียงเล็กๆนั้นเอ่ยเรียกกานต์ พลางเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยที่เจอเขาอีก กานต์ยิ้มให้ด้วยท่าทีสุภาพ

"สวัสดีครับ คุณหมอพลับพลึง "

"รู้ด้วยเหรอคะว่าเพื่อนนุ่นเป็นหมอ "

"อ๋อ เคยเจอน่ะครับ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นทางการน่ะ "

"งั้นแบบนี้ก็ดีเลยค่ะ! รู้จักกันแสดงว่าคุยได้ไม่ยากสินะคะ! "

"คงงั้นครับ " กานต์ยิ้มตอบพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วชำเลืองตาไปมองคนตัวเล็กที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ไม่ไกลนักด้วยท่าทีขี้เล่น

"คุณกานต์ ช่างภาพประจำกูเอง..ที่กูชอบเอารูปที่เขาถ่ายไปอวดมึงแล้วมึงบอกว่าสวยน่ะ "

"กูบอกตอนไหน "

คนตัวเล็กหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากเพื่อนสนิทตัวเอง กานต์ที่สังเกตเห็นท่าทีนั้นได้แต่ขำเบาๆอยู่ในลำคอด้วยความเอ็นดู แค่รู้สึกว่าเวลาอีกฝ่ายแสดงท่าทีแบบนั้นดูน่าแกล้งไม่น้อย

"ขอบคุณนะครับที่ชม กำลังใจดีๆจากคนน่ารักแบบนี้ผมคงมีกำลังใจถ่ายรูปยาวๆเลยมั้ง "

"อย่ามาเว่อเลยครับ "

"นุ่นขอตัวสักครู่นะคะ แป๊ปเดียวค่ะ"

"เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องฉากถ่ายรูปให้พลางๆนะครับ คุณนุ่นกับแฟนเตรียมตัวได้เลยนะครับ "

"ได้เลยค่ะ " นุ่นยิ้มร่าก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว กานต์ก้มลงเช็คกล้องถ่ายรูปอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะแกล้งยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาตอนอีกฝ่ายกำลังเผลอ แล้วกดชัตเตอร์พลางลดกล้องถ่ายรูปลงช้าๆ

"แชะ! "

"นี่คุณ!..ถ่ายรูปผมเหรอ "คนตัวเล็กหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนที่จะรีบคว้าหมับตรงแขนกานต์

"พี่แค่เทสกล้องครับ แต่ถ้าพลับพลึงไม่โอเค..พี่ลบให้นะครับ "

"แอบถ่ายรูปคนอื่นแบบนี้ นิสัยไม่ดีเลยนะครับ "

"พี่ขอโทษครับ ..แค่เห็นว่าน่ารักดี " กานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงละห้อย พลางทำหน้าเหมือนหมาหูตก

"คงชมสาวบ่อยจนชินปากสินะครับ "

"หืม ก็ไม่หนิครับ "

"พอดีไม่ชอบคุยกับคนเจ้าชู้น่ะครับ " พลับพลึงรีบลุกขึ้นพรวดก่อนที่ทำท่าจะเซล้มแต่คนตัวสูงกลับคว้าแขนเอาไว้ได้ทันจนทั้งคู่อยู่ใกล้กันในระยะประชิด

"หมับ!"

"ปล่อยนะครับ !"

"ยังไม่รู้จักพี่ดีเลยนะครับ ทำไมถึงบอกว่าพี่เจ้าชู้นะ " ใบหน้าคมของกานต์อยู่ห่างคนตัวเล็กไม่กี่คืบจนรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดลงมา จนทำให้อีกฝ่ายขนลุกซู่อยู่ไม่น้อย

"ท่าทางแบบนี้ไงครับ .."

"...."

"ใครๆก็ดูออกทั้งนั้นแหล้ะครับ " คนตัวเล็กผลักกานต์ออกห่างทันทีตรงกับจังหวะที่นุ่นเตรียวตัวเสร็จพอดีจึงพากันไปถ่ายรูปด้านใน

"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณกานต์ "

"กำลังไปครับคุณนุ่น "

หลังถ่ายรูปเสร็จ กานต์เดินมาถอนตัวลงนั่งข้างนุ่น แล้วหยิบกล่องถ่ายรูปขึ้นมาเพื่อให้อีกฝ่ายเช็ครูป แต่สายตาไม่วายดันชำเลืองไปมองคนตัวเล็กเป็นระยะ จนนุ่นสังเกตเห็นและอดอมยิ้มตามไม่ได้

"รูปโอเคมั้ยครับคุณนุ่น "

"โอเคสิคะ ระดับคุณกานต์ "

"งั้นเดี๋ยวผมจะจัดการให้นะครับ "

"มีอะไรรึเปล่าน๊า เห็นแอบมองเพื่อนนุ่นนานแล้ว "

นุ่นหัวเราะคิกคักพลางอมยิ้มเล็กน้อย แล้วทำท่าเอ่ยแซวจนกานต์ถึงกับต้องขำออกมาเบาๆ

"ก็น่าสนใจดีนะครับ "

"พลับพลึงน่ะเหรอคะ "

"ใช่ครับ น่ารักดี "

"มันไม่มีแฟนมานานแล้วนะคะ .."

"...."

"รายนี้น่ะไม่ชอบคนเจ้าชู้ค่ะ ไม่รู้ว่าฝังใจอะไรมาน่ะค่ะ นุ่นก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกค่ะ ก็อย่างที่เห็นน่ะค่ะว่ามันไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ วันนี้น่ะนานมากเลยนะคะกว่านุ่นจะลากออกมาได้ "

"ไม่มีแฟนมานานแล้วงั้นเหรอครับ "

"ใช่ค่ะ เมื่อก่อนนุ่นเคยเห็นมันมีแฟนคนนึง คบกันได้เกือบสักพักใหญ่ พักหลังก็หายหน้าหายตาเลยค่ะ "

"....."

"ถ้าคุณกานต์ชอบก็อย่ารออะไรเลยค่ะ ขอแค่ไม่ทำร้ายเพื่อนนุ่นก็พอ นุ่นอยากให้มันเจอความรักดีๆ น่ะค่ะ "

กานต์ได้แต่ฟังสิ่งที่นุ่นพูดแล้วได้แต่สงสัย เขาไม่คิดว่าคนที่ดูน่ารักสดใสคนนึง จะเคยบอบช้ำมากมากขนาดนั้น

หลังจากจบงานตอนเย็นวันนั้น พลับพลึงที่กำลังจะขึ้นรถเมล์กลับอย่างทุกรอบ แต่นุ่นเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสดีๆที่กานต์จะได้ใกล้ชิดกับเพื่อนคน จึงเอ่ยปากขอให้กานต์ไปส่งอีกฝ่าย

"คุณกานต์ ฝากเพื่อนนุ่นไปด้วยคนได้มั้ยคะ "

"กูกลับเองได้ ไปกวนเขาทำไมวะ" คนตัวเล็กเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหัวเบาๆ กานต์ที่ยังคงตกใจไม่แพ้กันได้แต่อมยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่าย

"ก็ดีเหมือนกันครับ นี่ก็ดึกแล้วด้วย.."

กานต์เอ่ยขึ้นพลางชำเลืองสายตาไปมองคนตัวเล็กที่ส่งสายตาดุมาทางเขาด้วยท่าทีทะเล้น

"ไม่รบกวนดีกว่าครับ "

"ไม่รบกวนเลยครับ ดึกๆแล้วอย่ากลับบ้านคนเดียวเลยนะครับ "

"งั้นนุ่นฝากเพื่อนด้วยนะคะ "

ไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรต่อ นุ่นก็หายตัวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว พลับพลึงได้แต่ถอนหายใจเล็กๆด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ แต่สุดท้ายก็ยอมจำใจไปกับอีกฝ่ายจนได้

กานต์แอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่เขาอยากให้เป็น บรรยากาศข้างในรถมีเสียงเพลงเปิดคลอเบาๆ มีเพียงคนตัวเล็กที่นั่งเบนหน้าไปทางกระจกรถพยายามที่จะหลบหน้าเขา

"บ้านอยู่ตรงไหนครับ "

"อยู่ซอยข้างหน้าครับ..แต่ขับเข้าไปลึกหน่อยครับ ส่งหน้าปากซอยก็ได้ครับ ผมจะเดินเข้าไปเอง"

"ไม่ทิ้งให้เดินเข้าไปคนเดียวหรอกนะครับ ไหนๆก็มาส่งแล้ว " กานต์แอบขำในลำคอเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีไม่ยอมหักไม่ยอมงอของอีกฝ่าย

"ขอบคุณครับ แต่ผมไม่อยากกวน"

"ไม่ชอบขี้หน้าพี่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ "

"เปล่าครับ "

"พี่แค่อยากรู้จักเรานะ ถ้าเราไม่อยากคุยก็ไม่เป็นไรเลยครับ "

"ไม่ใช่ไม่อยากคุยนะครับ แต่แค่ไม่ชอบสายตาแบบนั้น..มันดู .."พลับพลึงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ที่เขากำลังจะต่อว่าอยู่ไม่ทันขาดคำอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาต้องหันหน้าหนีเล็กน้อย

"ทำไมเหรอครับ "

"สายตาแบบที่กำลังทำอยู่ครับ มันเจ้าชู้ "

"ถ้าพลับพลึงไม่ชอบ พี่จะไม่ทำครับ "

"ทำไมถึงอยากรู้จักผมครับ "

"น่ารักดีครับ .."

"แค่นั้นเหรอครับ "

"ครับ แล้วถ้าเราจะต้องจีบใครสักคนมันต้องมีเหตุผลขนาดไหนกันเหรอครับ "

"..."

คำตอบเรียบง่ายที่ออกมาจากความรู้สึกด้านใน กลับทำให้คนตัวเล็กถึงกับชะงักได้แต่คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ก็แอบอบอุ่นกับคำตอบของอีกฝ่ายไม่น้อย ถึงจะไม่ได้แสดงออกไป

"เวลาที่พลับพลึงชอบทำหน้างอแงใส่พี่ ก็น่ารักครับ..น่ารักมากกว่าเดิม "

พลับพลึงอยากจะเอามือเล็กๆทุบอีกฝ่ายให้หายหมั่นไส้นัก แต่ก็ทำได้แค่ทำปากงุ้ยๆไม่มีแม้แต่จะเถียงอะไรออกไป

ในระหว่างที่บรรยากาศในรถเริ่มเงียบ แต่ท้องของพลับพลึงกับร้องโครกครากขึ้นมาจนถึงกับต้องหลุบตาลงต่ำด้วยความอาย กานต์เลิกคิ้วเล็กน้อย พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

"หิวเหรอครับ "

"ก็นิดหน่อยครับ ยังไม่ได้กินข้าวเช้าน่ะ "

"หลังเบาะรถพี่มีแซนวิซอยู่เอาไปกินสิครับ "

"..."

พลับพลึงไม่พูดอะไรแต่เอื้อมมือไปหยิบแซนวิซมาเงียบๆ มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบแซนวิซออกมาจากกล่องแล้วหันไปมองอีกฝ่าย แล้วเอ่ยเสียงพึมพำออกมาจากลำคอ

"กินมั้ยครับ "

"กินก่อนสิครับ พลับพลึงหิวหนิ "

"แค่อยากให้กินด้วยครับ พี่อุตส่าห์แบ่งแซนวิซให้ " พลับพลึงเอ่ยขึ้นแล้วยื่นแซนวิซให้ตรงหน้าอีกฝ่าย กานต์มองแซนวิซในมือด้วยความลังเลเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มลงกินแซนวิซจากมืออีกฝ่ายทันที

"...."

"ก็พี่ขับรถอยู่หนิครับ ใช้มือไม่ได้นะ "

"ครับ.." พลับพลึงชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นก่อนที่จะก้มลงกินแซนวิซเงียบๆ เมื่อมาถึงบ้านพลับพลึงกำลังจะเดินลงมาจากรถ แต่กานต์กลับเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเอาไว้

"เดี๋ยวครับ "

"มีอะไรรึเปล่าครับ? "

"เดี๋ยวพี่เปิดประตูให้ครับ.." กานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแล้วเดินลงไปเปิดประตูให้คนตัวเล็กเดินลงจากรถ มือหนาเอามือไปกันเอาไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหัวกระแทกชนรถถ้าเผลอเดินออกมาโดยไม่ระวัง

"เชิญครับ "

"ขอบคุณครับ "พลับพลึงมองกากระทำนั้นด้วยความแปลกใจ แต่ก็รู้สึกอุ่นใจไม่น้อย พลางเดินออกมาเงียบๆแล้วหลบตาอีกฝ่าย

"พี่ขอไลน์พลับพลึงจะได้มั้ยครับ "

"จะเอาไปทำอะไรครับ "

"อยากคุยด้วยครับ แต่ถ้าจะไม่ให้ก็ไม่เป็นไรนะ.."

ไม่ทันที่กานต์จะพูดจบเขาเห็นคนตัวเล็กยื่นคิวอาร์โค้ดให้เขาเงียบๆ กานต์ก้มลงมองคิวอาร์ในมือคนตัวเล็กด้วยความดีใจจนแทบจะกระโดดออกมาจึงยิ้มกว้าง

"พี่จะทักไปคุยนะครับ "

"กลับดีๆนะครับ "

ประโยคที่แสนเรียบง่ายแต่กลับทำให้หัวใจกานต์เต้นระรัว อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้รังเกียจเขาอย่างที่คิด

คืนนั้นพลับพลึงนอนพลิกตัวไปมาอยู่สักพักใหญ่เพราะฝันร้าย ก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตีสาม กลับพบว่ามีข้อความจากอีกฝ่ายทักมาบอกฝันดี จึงเลิกคิ้วเล็กน้อย

"ฝันดีนะครับ "

พลับพลึงยกมือขึ้นปาดเหงื่อเล็กน้อยก่อนที่จะพิมพ์ตอบกลับไป

"เช่นกันครับ "

พลับพลึงไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะอ่านรึเปล่า จึงเก็บโทรศัพท์กำลังจะลุกไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นแต่กลับเห็นข้อความจากอีกฝ่ายตอบกลับมา

"ยังไม่นอนเหรอครับ "

"นอนไปแล้วครับ แต่สะดุ้งตื่นน่ะ "

"ฝันร้ายเหรอครับ "

"นิดหน่อยครับ "

"ให้อยู่เป็นเพื่อนมั้ยครับ "

"ไม่รบกวนดีกว่าครับ "

พลับพลึงพิมพ์ตอบกลับไปแบบนั้นถึงแม้ในใจจะกลัวมากแค่ไหนก็ตาม เพราะพ่อแม่ตนไปทำงานที่ต่างจังหวัด เวลาพลับพลึงชอบนอนฝันร้าย ใจเขาจะหวิวตลอด

"ตอนนี้พลับพลึงโอเคมั้ยครับ "

"ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ " พลับพลึงพิมพ์ตอบกลับไปตามความเป็นจริงก่อนที่จะเม้มปากเล็กน้อย

"รอพี่แป๊ปนะครับ "

"..."

พลับพลึงชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาโดยที่ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกดกริ่งประตูหน้าบ้าน พลับพลึงกระพริบตาถี่ๆเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นอีกฝ่าย จึงได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆ

"เขามาจริงๆเหรอวะ "

พลับพลึงกลืนน้ำลายลงคอช้าๆก่อนที่จะรีบเดินไปหน้าบ้านแล้วเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา

"ผม..ไม่คิดว่าพี่จะมาน่ะ"

"ก็พลับพลึงบอกว่าฝันร้ายหนิครับ พี่จะปล่อยให้พลับพลึงอยู่คนเดียวได้ไงกัน "

"แต่มันไกลมากเลยไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่อยากกวนครับ "

"ไม่กวนเลยครับ อย่าคิดมากไปเลยนะ "

"งั้นเข้ามาก่อนครับ "

กานต์พยักหน้าช้าๆก่อนที่จะเดินตามคนตัวเล็กไปด้านในทันที พลางถอนตัวลงนั่งโซฟาใกล้อีกฝ่ายแต่ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้พอสมควร

"อยู่คนเดียวเหรอครับ "

"ครับ พ่อแม่ไม่อยู่น่ะครับ "

"งั้นเดี๋ยวพี่อยู่เป็นเพื่อนนะ "

พลับพลึงพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่จะยืนดูดาวอยู่ที่ระเบียงพลางยิ้มบางๆ แล้วนั่นคงเป็นครั้งแรกที่กานต์ได้เห็นรอยยิ้มของคนข้างๆ มันยิ่งกลับทำให้เขาตกหลุมรักมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ รอยยิ้มนั้นกลับทำให้เขาเผลอยิ้มตามออกมาเสียด้วยซ้ำ

"อารมณ์ดีแล้วสินะครับ "

"นิดหน่อยครับ ดาวสวยน่ะ "พลับพลึงเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัวพลางใช้นิ้วชี้วาดรูปดาวบนท้องฟ้าแล้วเอ่ยออกมาเสียงเรียบๆ

"อธิษฐานได้นะครับ เขาบอกว่าจะสมหวังนะ "

"สมหวังทุกข้อที่ขอเลยมั้ยครับ "

"ก็คงงั้นครับ "

"งั้นพี่ต้องขอดูบ้างแล้วครับ " กานต์เอ่ยขึ้นเสียงนุ่มพลางหลับตาลงแล้วพึมพำเล็กน้อยราวกับอธิษฐานบางสิ่ง พลับพลึงหันไปมองคนตัวสูงก่อนที่จะแอบขำเบาๆไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

"ดูจริงจังนะครับเนี่ย "

"ก็ต้องจริงจังสิครับ พรข้อนี้พี่ขอเผื่อพลับพลึงจะสนใจพี่บ้าง "

"กลัวผมจะไม่สนใจจนต้องขอพึ่งพรจากดวงดาวเลยเหรอครับ "

"ถ้าน้องพลับพลึงไม่สนใจพี่..พี่คงขาดใจแน่เลยครับ " ทำตากกระพริบๆเหมือนหมาหูตก

"เว่อร์แล้วครับ "

"พี่พูดจริงๆนะ แล้วนี่จะไปนอนเลยมั้ยครับ "

"อือ ก็ได้ครับ " พลับพลึงพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะเดินไปล้มตัวลงนอนในห้อง มารู้อีกทีก็เผลอผล็อยหลับไปซะแล้ว กานต์ที่นั่งมองอยู่ไม่ไกลกลับลุกไปหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้คนตัวเล็ก ก่อนที่จะถอนตัวลงนั่งข้างๆ นั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นด้วยรอยยิ้ม ได้แต่นั่งคิดในใจว่าเมื่อไหร่กันนะ ที่เขาจะได้เป็นเจ้าของรอยยิ้มนี้ แต่ถึงจะนานแค่ไหนเขาก็ยังคงรออยู่ดี

หลังจากวันนั้นผ่านไปจนกระทั่งอาทิตย์นึง วันนี้พลับพลึงเพิ่งพักเที่ยงหลังจากที่มีเคสคนไข้มาทั้งวัน พลับพลึงถอดเสื้อกาวน์ออกก่อนที่จะรีบคว้ากุญแจรถขับรถไปบ้านช่วงนั้นทันทีเพราะมีนัดทำคุยธุระกับพ่อในช่วงเที่ยง

"พลับพลึง ใกล้ถึงยังลูก.."

"กำลังไปครับพ่อ" พลับพลึงเอ่ยขึ้นเสียงใสในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์กับผู้เป็นพ่อ ก่อนที่จะกดวางสายไปเมื่อกำลังเลี้ยวรถเข้าบ้าน

พลับพลึงเดินลงจากรถด้วยท่าทีเร่งรีบก่อนที่จะพุ่งเข้าไปกอดพ่ออย่างที่เคยทำ

"พ่อครับ รอนานมั้ย "

"ไม่นานเลยลูก " ผู้เป็นพ่อลูบหัวพลับพลึงเบาๆอย่างทุกทีด้วยความเอ็นดู

"พ่อมีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ วันนี้ถึงให้ผมกลับมาที่บ้าน "

"มีธุระนิดหน่อยน่ะลูก เรื่องสำคัญ"

"เรื่องสำคัญมากเลยเหรอครับ "

"เอาล่ะ เดี๋ยวเราไปกินข้าวก่อนไปแล้วค่อยมาคุยกันนะ "

"ครับพ่อ "

พลับพลึงพยักหน้าช้าๆก่อนที่จะเดินไปกินข้าวในครัว บ้านของพลับพลึงบรรยากาศค่อนข้างดีแต่เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยไม้ประดับ มีสวนหย่อมอากาศจึงค่อนข้างดีทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน

แม่ของพลับพลึงเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก แต่เขาโตมาอย่างดีจากการเลี้ยงดูของผู้เป็นพ่อ เขาจึงเป็นเด็กที่สดใสอย่างที่ทุกคนรู้จัก กับข้าววันนี้ยังคงเป็นเช่นเคย น้ำพริกปลาทู ไข่เจียว อาหารง่ายๆที่ผู้เป็นพ่อทำให้กินตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก พ่อของเขาทำอาหารอร่อยที่สุดเท่าที่เขาจำความได้

ไม่ว่าเขาจะอยากได้อะไร พ่อเขาจะสนับสนุนแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะอยากเรียนอะไร อยากไปเที่ยวที่ไหน เคยลองผิดลองถูกตั้งหลายครั้ง ทุกครั้งที่เสียใจก็จะมีพ่อให้คอยกลับมากอดอยู่เสมอ

หลังจากกินข้าวเสร็จพลับพลึงจึงออกมานั่งรอแขกในห้องกับพ่อ ได้แต่ชะเง้อมองด้วยความสงสัยว่าแขกที่จะพบคือใครกัน

"เดี๋ยวสักพักก็คงมากันแล้วล่ะ "

"ใครเหรอครับพ่อ "

"เดี๋ยวลูกก็รู้นะ "

พลับพลึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปมาก แต่เมื่อเห็นสีหน้าของผู้มาเยือนกลับทำให้พลับพลึงชะงักไปชั่วครู่

"พี่กานต์.."

"...น้องพลับพลึง "

"อ้าวรู้จักกันแล้วเหรอลูก ดีเลยๆ พี่กานต์ลูกเพื่อนสนิทพ่อเอง "

"ค..ครับพี่กานต์ "

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องพลับพลึง "

พลับพลึงไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป พลับพลึงนั่งฟังผู้ใหญ่พูดกันสักพักก่อนที่จะมีประโยคนึงที่เอ่ยออกมา กลับทำให้พลับพลึงเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

"อาว่าจะให้เราทั้งคู่แต่งงานกันนะ"

"...จะแต่งได้ยังไงล่ะครับ พลับพลึงกับพี่กานต์ไม่ได้รักกันนะครับ "

พลับพลึงแย้งทันทีท่ามกลางความตกใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ไม่เว้นแม้แต่กานต์เอง แต่ด้วยความที่เขาชอบพอพลับพลึงอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดอะไรนัก

"ผมยินดีที่จะแต่งงานกับน้องพลับพลึงครับ "

"แต่พลับพลึงไม่แต่งนะครับ "

พลับพลึงลุกขึ้นพรวดด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นักก่อนที่ทำท่าจะหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน

"ไม่รู้จักกันดีด้วยซ้ำ จะแต่งกันได้ไงครับ "

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
1
ปฐมบท
" รักแรกพบอะไรวะ ไร้สาระฉิบหาย " "เอ้า!ชน " เสียงแก้วเหล้าชนกันบวกกับเสียงเพลงที่คลอเบาๆในบาร์ดังขึ้นเป็นพักๆ "กานต์ " เจ้าพ่อหนุ่มเพลย์บอย เจ้าคารม เกย์รุกตัวพ่อแห่งวงการ ดีกรีทายาทเศรษฐีชื่อดังระดับประเทศ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวแทนหน่อยๆ ตาคม สันกรามชัด ทุกอย่างบนใบหน้าลงตัวราวกับถูกปั้นมา อีกทั้งรอยสักเล็กๆกับจิวที่ปากทำให้เขาน่ามองขึ้นกว่าเก่า กานต์นั่งกินเหล้าอย่างสบายอารมณ์เช่นทุกวัน ไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่ที่น้ำในแก้วสีอำพันถูกเทลงมาในแก้วซ้ำๆไม่พัก ชีวิตครอบครัวเขาไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก พ่อที่คาดหวังในตัวเขาหวังจะให้สืบทอดธุรกิจของครอบครัวแทนตน แต่กานต์กลับรักที่จะใช้ขีวิตอิสระตามอำเภอใจตัวเอง อีกทั้งเขายังเลือกเรียนนิเทศ ถึงจะทำได้ดีแค่ไหนก็ไม่เคยดูดีในสายตาพ่อสักที.. แต่กานต์น่ะเหรอไม่เคยเอาส่วนที่ตนขาดหายไปทำร้ายคนอื่น ถึงจะดูเจ้าชู้ เต๊าะคนนั้น หยอดคนนี้ไปเรื่อย แต่เขาก็ยังเป็นคนที่แคร์คนอื่นเสมอ อบอุ่น ใครอยู่ใกล้ก็สบายใจ โดยไม่รู้สักนิดว่าเบื้องหลังคนที่แสนอบอุ่นขนาดนี้ต้องเจ็บปวดแค่ไหน "กานต์ มึงไปไหนต่อป่าววะ " "ไม่มั้ง จะชวนกูไปไหนอ่อ " เอ่ยขึ้นพลางยกแก้วที่
last updateDernière mise à jour : 2026-04-15
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status