مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: youdimple
last update تاريخ النشر: 2024-12-14 20:31:40

สวมรอยครั้งที่ 06

Shuu part

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"

ผมถามขึ้นหลังจากเดินขึ้นบันไดมาเห็นท้องฟ้าตัวปลอมกำลังยืนคิ้วขมวด โดยมีพี่เฌอยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองพอมองเข้าไปในห้องพี่เฌอ ก็เห็นคนใช้กำลังวุ่นอยู่กับการหาของอะไรสักอย่าง

"เข็มกลัดที่คุณพ่อให้พี่มันหายไปไหนไม่รู้" พี่เฌอตอบเสียงเครียด

"ลองค้นห้องท้องฟ้าดูไหมครับ เขาอาจจะเอาไปก็ได้" ผมบอกพี่เฌอพร้อมกับหันไปมองคนที่ทำหน้าเครียดอยู่

"ผมไม่ได้เอาไป" เขารีบตอบทันควัน

"ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ให้ค้นสิ" ผมบอกแล้วเดินไปมองเขาอย่างจับผิด คนผมทองจิ๊ปากเหมือนขัดใจอะไรสักอย่าง ก่อนที่เขาจะมองผมกับพี่เฌอสลับกันไปมา

"ถ้างั้นก็เชิญครับ"

ร่างเพรียวเดินหลบให้ทุกคนเข้าไปค้นห้องตัวเอง และผมก็เพิ่งสังเกตว่าเขายังสะพายกระเป๋านักเรียนอยู่ เพิ่งกลับมาเหรอ? แต่โรงเรียนเลิกตั้งนานแล้วนี่ ทำไมถึงเพิ่งกลับ

"เจอแล้วค่ะ" แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยถาม คนใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับเข็มกลัดเจ้าปัญหาแล้วส่งมันให้พี่เฌอ ส่วนท้องฟ้าตัวปลอมก็ทำหน้าตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

"นั่นไง นายเอาไปจริงๆ ด้วย" ผมว่าแต่เขากลับตวัดสายตามองค้อนผม

"พี่ใส่ร้ายผม!" ท้องฟ้าตัวปลอมโวยวายเสียงดังลั่นพร้อมกับเดินมากระชากคอเสื้อผมจนผมเซเล็กน้อย

"ฉันไม่ได้ทำ" ผมบอกไปตามความจริง ถึงจะอยากจะให้เขาออกจากบ้าน แต่ผมไม่มีทางใช้วิธีสกปรกแบบนั้นแน่ๆ

"นี่ไม่ใช่ของพี่นี่ ถึงจะเหมือน แต่พี่จำได้ ของพี่ตรงด้านหลังมันมีรอยด้วยแต่อันนี้ไม่มี"

พี่เฌอที่กำลังพิจารณาเข็มกลัดในมือพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง จนเราทั้งคู่ต้องหันไปมองและมือเรียวก็ยังคงจับคอเสื้อผมแน่น ถ้าพี่เฌอไม่พูดขัดก่อน เขาคงต่อยหน้าผมไปแล้ว

"ของปลอมเหรอครับ" ผมถามอย่างแปลกใจ เข็มกลัดอันนั้นผมจำได้ว่าพ่อน่าจะสั่งทำพิเศษ มันไม่น่ามีใครทำของปลอมออกมาได้นะ

"แต่ค้นจนทั่วแล้วเจอแต่อันนี้นะคะ" คนใช้คนที่เอามาให้พี่เฌอพูดเสริม

"ช่างเถอะ ตอนนี้สายแล้ว ขอโทษนะท้องฟ้าที่พี่สงสัยเรา" พี่เฌอพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์หลังจากมองดูนาฬิกาข้อมือว่าถึงเวลาที่ต้องไปงานเลี้ยงแล้ว และไม่ลืมที่จะเงยหน้ามาขอโทษร่างเพรียวที่เพิ่งจะปล่อยมือออกจากคอเสื้อผม

"ไม่เป็นไรครับ"

"งั้นไปกันเถอะ" พี่เฌอหันไปบอกคนใช้แล้วหันมายิ้มให้พวกเราทั้งคู่

"ไม่ใส่เหรอคะคุณหนู"

"ใครจะอยากใส่ของปลอมกัน พี่ไปก่อนนะ"

ผมโบกมือลาพี่เฌอ รอจนเธอลงบันไดออกไปจนพ้นสายตาแล้วถึงได้หันมามองคนที่ยังหน้าดำหน้าแดงจากอารมณ์ขุ่นเคืองอยู่

"พี่เป็นคนใส่ร้ายผมใช่ไหม พี่เป็นคนเอามันมาไว้ในห้องผม" เขากดเสียงต่ำตอนนี้เขาเหมือนคนที่กำลังพยายามสกัดกั้นอารมณ์โกรธ ทั้งที่มันแสดงออกทางสีหน้าเขาออกมาหมดแล้ว

"ไม่ใช่ฉัน"

"ไม่ใช่พี่แล้วจะเป็นใคร"

คนตรงหน้าคงสงสัยผมเพราะผมเคยเข้าไปในห้องเขา ซึ่งผมไม่ได้ทำแน่นอน ผมสาบานได้เลย ต่อให้เกลียดเขามากแค่ไหน ผมก็ไม่ใช่วิธีทุเรศแบบนั้นแน่

"จะไปรู้หรือไง"

"มีแต่พี่นั่นแหละที่คิดแผนสกปรกแบบนี้ได้"

ตอนนี้ผมก็ชักจะโมโหกับคนที่เอาแต่บอกว่าผมเป็นคนทำอยู่นั่น บอกว่าไม่ได้ทำก็ยังไม่เชื่ออีก

"แผนสกปรก? คนอย่างนายมีสิทธิ์พูดแบบนี้หรือไง" ผมตอบกลับไปอย่างเหลืออด

"คนอย่างผมมันก็ดีกว่าคนอย่างพี่ อยากให้ผมออกไปจากบ้านหลังนี้จนลงทุนทำเรื่องเลวๆ แบบนี้ได้ ถ้าพี่เฌอแยกไม่ออก แผนพี่ก็คงสำเร็จไปแล้วสิ" ตอนนี้เป็นผมบ้างที่โมโหจนกระชากคอเสื้อเขา แต่คนคนนี้ไม่เคยเกรงกลัวผมสักนิด เขาดูชอบด้วยซ้ำที่ทำให้คนอย่างผมโมโหได้

"สมน้ำหน้านะครับที่มันไม่สำเร็จ"

"ฉันบอกว่าไม่ได้ทำ!" ผมตวาดใส่คนที่ไม่ยอมเชื่อเสียงดังลั่น ตอนนี้ผมเริ่มจะเดือดและเขาเองก็คงไม่ต่างกัน เราทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกโมโห จนกระทั่งได้ยินเสียงเหมือนประตูห้องใครสักคนเปิดผมจึงผลักตัวเขาจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังหน้าห้อง

"มีอะไรกันหรือเปล่าครับ" เป็นชินที่เดินออกมามองพวกเราทั้งคู่สลับกันไปมา

"เปล่าไม่มีอะไร" ท้องฟ้าหันไปตอบชินแล้วกลับเข้าห้องตัวเอง เขามองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะก่อนจะปิดประตูเสียงดังลั่น และผมเองก็เดินกลับเข้าห้องตัวเองเช่นกัน ไม่ได้หันไปพูดคุยอะไรกับน้องชายคนเล็กของบ้านที่ยังทำหน้างงอยู่

ผมยังโมโหเรื่องเมื่อคืนไม่หายกับไอ้เด็กที่มันไม่ฟังอะไรเลย แถมเมื่อเช้ามันยังมองแรงใส่ผมก่อนไปเรียนอีก

ผมเดินเข้ามาในห้องทำงานและวันนี้ถือเป็นโชคดีของผมที่คุณเลขาลางานตอนเช้าทำให้ผมสามารถทำตัวชิลได้เต็มที่

วันนี้ผมตั้งใจนัดนักสืบมาเพื่อให้ช่วยหาข้อมูลของท้องฟ้าตัวปลอมให้ และหาว่าตอนนี้ท้องฟ้าตัวจริงอยู่ที่ไหน

ผมนั่งจมอยู่กับกองเอกสารได้ไม่นานคนที่ผมนัดก็มาถึง นักสืบร่างหนาเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับผม

"มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ" เสียงทุ้มเอ่ยถามทันที

"ช่วยสืบเกี่ยวกับคนคนนี้ให้หน่อยครับ"

ผมบอกพร้อมกับหยิบรูปของท้องฟ้าตัวปลอมที่ผมแอบถ่ายยื่นให้กับเขา พร้อมกับรูปสเกตช์ของท้องฟ้าตัวจริงตอนเด็กที่ผมพอจะจำได้ เพื่อให้เขาช่วยหาคนที่คล้ายๆ กับท้องฟ้า

นักสืบหยิบรูปบนโต๊ะขึ้นไปพิจารณาเขามองทั้งรูปถ่ายและรูปสเกตช์ของผมสลับกันไปมา ก่อนจะพยักหน้าให้ผม

"ได้ครับ ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์นะครับ"

"ครับ หลังงงานเสร็จผมจะโอนเงินให้"

ผมบอกพร้อมกับเดินไปส่งนักสืบที่หน้าห้อง พอดีกับที่คุณเลขากลับมาจากธุระพอดี โจเซฟมองตามร่างหนาของนักสืบไปจนสุดสายตาแล้วหันมามองหน้าผม

"ใครเหรอครับ"

"เปล่าครับ คุณเลขามีอะไรหรือเปล่าครับ" ผมชิงเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าคุณเลขาถือกระดาษอะไรสักอย่างในมืออยู่

"เอาเอกสารมาให้ครับ" คุณเลขายื่นกระดาษให้กับผม ผมหยิบขึ้นมาอ่าน มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับสัญญาของนักแสดงที่กำลังจะหมดสัญญา ซึ่งมีประมาณสองสามคน

หลังจากรับเอกสารผมก็เดินตรงกลับเจ้าไปในห้อง วางเอกสารไว้บนโต๊ะก่อนจะเงยหน้ามองโจเซฟ

"ผมขอถามอะไรหน่อย"

"ครับ"

"คุณแน่ใจเหรอครับ ว่าผล DNA เป็นของจริง"

"ของจริงแน่นอนครับ ผมตรวจสอบแล้ว"

โจเซฟทำหน้ามั่นใจสายตาเขาดูจริงจังเหมือนกำลังจะบอกผมว่าเขาตรวจสอบมาหมดแล้ว ผลตรวจเป็นความจริง แต่ผมไม่เชื่อ มีแวบนึงที่ผมคิดว่าคุณเลขาร่วมมือกับท้องฟ้าตัวปลอมด้วยซ้ำ แต่เขาคงไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น

"คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ ยังสงสัยอยู่เหรอครับ"

โจเซฟเอียงคอถามเมื่อเห็นผมมองเขาอย่างใช้ความคิด

"นิดหน่อยครับ" ผมยิ้มบางตอบกลับโจเซฟแล้วหันมามองเอกสารต่อ โจเซฟไม่บอกไม่เป็นไร ถ้านักสืบได้ข้อมูลมาเมื่อไหร่ ผมก็คงจะรู้เองว่าเขาเป็นใคร และโจเซฟมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า ถ้ารู้ว่าเกี่ยวข้องกันผมไม่เก็บเขาไว้แน่ ถึงจะเป็นคนสนิทของคุณพ่อก็ตาม

"คุณชูคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ"

พนักงานหน้าห้องวิ่งตรงเข้ามาหาผมหน้าตาตื่นจนผมกับโจเซฟต้องหันไปมองเธอ

และก็ได้รู้ว่ามีคนมาโวยวายอยู่ชั้นหนึ่ง ตอนนี้ยามกำลังจับตัวเอาไว้อยู่ ผมและโจเซฟจึงรีบลงลิฟต์ไปชั้นหนึ่งด้วยความรวดเร็ว พอเดินออกจากลิฟต์ก็เห็นคนตัวสูงประมาณผม กำลังยืนโวยวายโดยมียามสองคนพยายามลากตัวเขาออกไปอยู่

"ปล่อย บอกให้ปล่อย!" เขาโวยวายเสียงดังลั่น พนักงานคนอื่นก็มายืนมุงดูแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ ผมจึงเลือกที่จะเดินเข้าไปเอง

"เกิดอะไรขึ้นครับ" ผมเดินไปถามยาม

"เขามาโวยวายเรื่องที่แฟนเขาฆ่าตัวตายครับ" ยามคนหนึ่งตอบพร้อมกับพยายามจับคนที่ดิ้นไม่หยุด

"แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเราเหรอครับ" ผมถามอย่างไม่เข้าใจ แฟนเขาตายแล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเราเหรอ

"แฟนเขาคือใครครับ" เป็นโจเซฟที่พูดขึ้น

"โมบี ค่ะ" พนักงานสาวคนหนึ่งเดินมากระซิบกับเราทั้งคู่เสียงเบา โจเซฟพยักหน้าแล้วเริ่มประมวลผล ก่อนจะเอ่ยพูดกับผมเสียงเรียบ

"เขาเคยมีข่าวไม่ดี พ่อของคุณก็เลยไม่ต่อสัญญาครับ แล้วเธอฆ่าตัวตายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน" ผมพยักหน้าเข้าใจกับข้อมูลที่ได้รับ

"ผมขอคุยกับเขาหน่อยครับ"

"แต่คุณชูครับ"

"ไม่เป็นไร"

ผมหันไปบอกโจเซฟก่อนจะเดินไปประจันหน้ากับคนตัวสูงผมยาวประบ่าผมสีควันบุหรี่ที่ยังจ้องผมเขม็ง แล้วหันหน้าไปบอกยามทั้งสองคนให้ปล่อยตัวเขา

"กูต้องเสียแฟนไปเพราะพวกมึง พวกมึงไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยเหรอฮะ!" เขาชี้หน้าตะโกนใส่ผมทันทีที่ถูกปล่อยตัว ทำให้ผมได้กลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาจากตัวเขาจนผมต้องย่นจมูก

"คุณเมาแล้วนะครับ" ผมบอกเขาเสียงเรียบ

"แฟนคุณฆ่าตัวตายเพราะไม่มีใครอยากจ้างเธอ เธอทำตัวของเธอเอง" ผมพูดออกมาตามความจริง ถึงจะไม่ค่อยได้ดูข่าวบันเทิงแต่ก็พอได้ยินบ้างว่าโมบี มีข่าวทำร้ายร่างกายเพื่อนกับแฟนเก่าสมัยมัธยมจนโดนแฉ และถูกเลิกจ้างงาน ถูกบริษัทฉีกสัญญา งานหาย อนาคตในวงการดับลงทันทีจนเธอเลือกที่จะผูกคอตัวเองจบชีวิตลง

"แต่พวกมึงก็ควรออกมาปกป้องเขา" คนเมาพูดขึ้นน้ำเสียงดูน่าเวทนา

"จะให้ผมปกป้องคนผิด? คุณว่ามันไม่แปลกหน่อยเหรอ" ผมพูดตามความจริง จะให้บริษัทปกป้องคนผิด บริษัทก็ต้องเสียหายไปด้วย

สู้ยุติสัญญากับเธอ และดันคนใหม่ขึ้นมาแทนไม่ดีกว่าเหรอ วงการบันเทิงมันก็แบบนี้ ถ้าคุณล้มก็มีคนที่พร้อมจะมาแทนที่คุณ

"มึง!" แฟนเก่าของโมบีจะตรงเข้ามากระชากคอเสื้อผมแต่ยามไวกว่าจึงคว้าเขาไว้ได้ทันเขาพยายามดิ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

"จับตัวเขาออกไป" โจเซฟออกคำสั่งและยามก็รีบดึงเขาออกไป

"มึงคอยดู กูจะกลับมาแก้แค้นมึงแน่" ก่อนออกไปเขาก็ขู่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโดนยามโยนออกไปนอกประตูบริษัท ผมเห็นสายตาเขาที่มองมาที่ผมด้วยความโกรธแค้น ก่อนที่เขาจะเดินหนีหายไป

"ถ้าเขามาวุ่นวายอีก แจ้งตำรวจได้เลยนะครับ"

"ได้ค่ะ"

ผมหันไปบอกพนักงานแล้วก็เดินกลับเข้าไปทำงาน เรื่องแบบนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องถึงมือผม ยามแค่ลากเขาไปก็จบแล้ว แต่ได้ข่าวว่าเขามายืนอยู่หน้าบริษัททุกวันแต่ไม่เข้ามา แต่วันนี้เลือกที่จะเข้ามาเพราะเมาละมั้ง แต่ถึงยังไงก็น่าจะต้องลองเพิ่มความปลอดภัยซะแล้ว เผื่อเขาบุ่มบ่ามมาทำอะไรแล้วจะยุ่ง

ผมเดินเข้ามาในผับหรูใจกลางเมืองแสงไฟหลากสีและเสียงเพลงดังลั่นจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุยกัน ผู้คนต่างขยับร่างกายไปตามจังหวะของเพลง ผมเดินขึ้นไปยังโซนสำหรับแขกพิเศษที่เพื่อนสนิทจองเอาไว้เหมือนกับทุกครั้งที่มา

"ว่าไงมึง เป็นไรหน้าเครียด" เสียงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเอ่ยทักทันทีที่ผมเดินเข้ามาร่วมโต๊ะกับมัน

"มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย" สงสัยผมคงจะทำหน้าเครียดมากไปจนคนที่กำลังจะกระดกแก้วเหล้าเข้าปากจ้องมาที่ผม

"ไม่นิดมั้งคิ้วขมวดขนาดนี้" ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าให้มันฟังเกี่ยวกับคนที่ปลอมตัวเข้ามาเป็นน้องชายคนละแม่ของผม ไม่พอผมยังเคยมีอะไรกับเขาอีก

"ให้กูสืบให้มั้ย"

"ได้เหรอ"

"เอ่าคุณชู คุณลืมเหรอว่ามีเพื่อนเป็นมาเฟีย ผมสืบให้คุณได้ทุกเรื่องแหละ ส่งรูปมา" มันว่าพร้อมยึดอกอย่างภาคภูมิกับความเป็นมาเฟียของมัน จริงๆ จะบอกว่ามันเป็นมาเฟียก็คงไม่ถูก เพราะคนที่เป็นคือพ่อมันต่างหาก พ่อมันเป็นมาเฟีย ธุรกิจมืดในประเทศเกือบครึ่งก็เป็นของบ้านมัน แต่ตำรวจก็ไม่เคยจับมันได้เลย อย่างว่า เราอยู่ในประเทศที่เงินชนะทุกสิ่งนี่

"ขอบใจ" ผมหันไปตอบและมันก็หยักคิ้วให้ก่อนจะหันไปรินเหล้าให้ผม เราทั้งคู่ดื่มกันไปเงียบๆ ก่อนที่มันจะมองไปยังโซนเต้นของผับที่มีคนมากมายหลายตากำลังเต้นกันอยู่

"มึง เดี๋ยวมา" มันว่าทั้งที่สายตายังคงมองไปยังจุดเดิม

"ไปไหน"

"จับแมว"

"มีแมวในผับด้วยเหรอ" ผมแกล้งถามมัน

"เออ มี"

แมวยั่วสวาทล่ะสิไม่ว่า ผมได้แต่เถียงมันในใจแล้วส่ายหน้าไปมา แค่มองก็รู้แล้วว่าจงใจไปหาเหยื่อกลับไปด้วยสักคน ผมรู้ เพราะผมก็เคยทำบ่อย แค่วันนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะลากใครกลับแค่นั้น

ผมก็เลยนั่งดื่มไปเงียบๆ มีคนเดินมาขอชนแก้วบ้างแต่ผมก็ทำเพียงแค่ชนแก้ว ไม่ได้คุยหรือสานต่ออะไร ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ผมควรกลับ

มึงกลับเลยนะ กูเจอแมวแล้ว

ผมแสยะยิ้มให้กับข้อความของเพื่อนตัวดีที่หนีเพื่อนไปหาแมว ก่อนที่ตัวเองก็จะขอตัวกลับบ้าง

ผมเดินออกมานอกผับแต่สายตาก็ดันมองไปเห็นเพื่อนสนิทกำลังวิ่งไล่จับใครสักคนอยู่ ดูเหมือนว่าแมวตัวนี้จะไม่เชื่องเหมือนตัวอื่นสินะ ผมเกือบจะทำเป็นไม่สนใจแล้ว แต่ใบหน้าของคนที่กำลังวิ่งหนีเพื่อนผมมันคุ้นตาเสียเหลือเกิน

"พี่ชู" ท้องฟ้าตัวปลอมที่อยู่ในชุดคล้ายพนักงานเสิร์ฟวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผม เขาเบิกตากว้างตอนที่เห็นผม แต่ก็วิ่งมาหลบหลังผมในตอนที่ผืนป่าวิ่งมาใกล้

"มึงรู้จักเหรอชู" ผืนป่าถามผมพร้อมยืนหอบ ผมมองคนผมทองกับเพื่อนสนิทสลับไปมา ก่อนจะหยุดมองคนที่จับเสื้อผมแล้วส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาให้

"คนนี้ของกู มึงไปหาคนอื่นไป" ผมไล่มันและผืนป่าก็ทำหน้าผิดหวังแต่ด้วยความที่เราทั้งคู่สัญญากันแล้วว่าจะไม่มีทางทับไลน์กัน มันถึงเป็นฝ่ายยอมแพ้แล้วเดินถอยไป

"ขอบคุณครับ"

"ขึ้นรถ เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 28

    เพราะจำได้ว่าพี่ชูยึดโทรศัพท์ของผมไปแล้ว"พี่ชูให้เอาให้นาย" เหมือนคนข้างกายจะเดาใจผมถูกเขาถึงได้พูดออกมา แต่ผมก็ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชูอยู่ดี เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นคนแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าอ่านใจยากสุดๆ"ขอบใจ" ผมบอกโชนพร้อมกับส่งยิ้มไปให้"ตามสบาย แต่อย่าออกจากห้องจะดีกว่า นอกจากฉันกับพี่ชู ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 27

    สวมรอยครั้งที่ 13Seiya partสามวันแล้วที่ผมอยู่ในสถานะนักโทษ?ผมไม่รู้จะนิยามสถานะตัวเองตอนนี้ยังไง หลังจากวันที่พวกเราทะเลาะกันจนผมเกือบลงมือฆ่าเขา ผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้อย่างหนักตอนที่ได้สติก่อนจะหลับไป พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกมัดไว้ที่เก้าอี้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เชือกที่มัดผมเปลี่ยนเป็นโซ่แทน ไฟที่กะพ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 26

    "ทำไมเหรอ หรือฉันพูดถูก""โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเชียว พวกสายลับนี่เขาควบคุมอารมณ์ไม่เป็นกันหรอ""ได้ข่าวว่าไปต่อยคนจนโดนพักงานนี่""น่าสมเพช"ผมพูดทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับเขา มันถูกเขียนเอาไว้หมดแล้วทุกอย่างในซองสีน้ำตาลนั่น เซย์ยะกัดฟันกรอดจ้องมองผมราวกับอยากจะฆ่าให้ตายตรงนี้"ถ้าปากมันไม่มีอะไรจะพูดก็ไม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 25

    สวมรอยครั้งที่ 12Shuu partหลังจากพาชินไปตรวจร่างกาย หมอบอกว่าปกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมจะพาน้องไปเยี่ยมพี่เฌอแล้ว แต่ชินก็เอาแต่ร้องไห้อยากกลับบ้าน ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจน้องตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อมที่จะเจอใครก็ได้ ผมพยุงตัวชินเดินเข้ามาในบ้าน แม่นมก็วิ่งออกมารับด้วยความเป็นห่วงทันที ผมม

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 24

    "แล้วจะให้ผมทำอะไร" ผมถามย้ำแล้วหันมามองเขาก่อนที่จะได้คำตอบเมื่อเขาเดินไปถือค้อน ตะปู และถุงมือให้ผม และสั่งให้ผมช่วยชาวบ้านในการสร้างห้องพักครู ส่วนเขาก็ยืนเท้าสะเอวเป็นคนสั่งผมอยู่ข้างหลัง หลายคนหันมามองทางเรา ผมจึงทำหน้าแค่ยิ้มแห้งให้แล้วก้มลงไปตอกตะปูกับป้ายหน้าบ้านพัก"นี่มันใช้แรงงานเด็กชัดๆ"

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 23

    "คัทอิ่มแล้วเหรอ" พี่อิงหันมาถามอย่างแปลกใจ"ครับ ผมไปตกปลาก่อนนะ"เขาหันไปตอบพี่อิงก่อนที่จะเดินไปหยิบอุปกรณ์ตกปลาในห้องเก็บของแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปก็ไม่วายหันมามองหน้าผมนิ่งแล้วเมินใส่อีกจนผมได้แต่ขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด"เขาเป็นอะไรเหรอครับ" ผมหันไปถามพี่อิงอย่างแปลกใจ"คัทเขาเป็น

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 19

    ใช้เวลานานมากกว่าเรือจะมาถึงเกาะ เขาหันไปขอบคุณกับคนขับเรือ ผมเองก็ทำแค่โค้งให้คุณลุงเพื่อเป็นการขอบคุณ เขาดึงแขนผมให้มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง"ต่อไปนายต้องอยู่ที่นี่" เขาว่าอย่างออกคำสั่งก่อนจะหยิบกุญแจมาไขเข้าบ้าน จัดการเปิดไฟแล้วโยนกระเป๋านักเรียนกับหมวกกันน็อคเขาไว้บนโซฟาผมมองสำร

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 9

    สวมรอยครั้งที่ 09Seiya part"เล่าให้ฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น"ผมหลุบตาหลบสายตาที่กำลังจ้องมองเหมือนต้องการคาดคั้นผมอยู่ ดูเหมือนว่าผมจะเผลอแสดงทั้งด้านมืดและด้านที่อ่อนแอให้คนที่เกลียดผมเห็นซะแล้วสิ ผมถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงสภาพตัวเองที่ฟิวขาดมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเองอย่างคนคิดหนักแต

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 8

    สวมรอยครั้งที่ 08Shuu partสองอาทิตย์แล้วที่ท้องฟ้าตัวปลอมมาอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยนอกจากใช้ชีวิตปกติ ปกติแบบที่ไม่ทำอะไรน่าสงสัยเลยนอกจากการติดกล้องที่ห้องตัวเอง ราวกับว่ามีของสำคัญอยู่ในนั้น และกลัวว่ามีใครจะมาเอาไปในตอนแรกผมคิดว่าเขาอาจจะเป็นมิจฉาชีพ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ ถ้าจุดประสงค์ของ

  • INVINCIBLE LOVE.สายลับสวมรอยรัก   บทที่ 7

    สวมรอยครั้งที่ 07Seiya partบรรยากาศในรถอึดอัดจนน่าขนลุก ทั้งที่เขาเป็นคนบอกผมว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่ตัวเองกลับเอาแต่นั่งเงียบตลอดทางแถมทำหน้านิ่งจนผมคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกอีกในใจเขาคงมีคำถามว่าทำไมผมถึงไปอยู่ในผับจนเกือบโดนผู้ชายตัวใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นคนรู้จักของพี่ชูลากเข้าโรงแรมได้ ก็คงต้องย้อนไปปร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status