เข้าสู่ระบบThe Core Athletica Club ย่านเพลินจิต ยิมระดับ Ultra-Private Club ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัวและบริการที่เหนือระดับ ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 7 ของอาคารหรูกลางย่านธุรกิจ เมื่อก้าวพ้นประตูไม้โอ๊คขัดเงาเข้าไป จะพบกับโถงต้อนรับที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีอ่อนและงานศิลปะร่วมสมัย
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของยูคาลิปตัสและเปปเปอร์มินต์ลอยกรุ่นในอากาศจากเครื่องพ่นอโรม่า แสงไฟสีวอร์มไวท์ปรับระดับตามแสงธรรมชาติที่สาดผ่านกระจกบานสูง ทุกพื้นที่ภายในคลับแห่งนี้ออกแบบด้วยหลักสมาธิและความสงบ แม้จะเป็นยิม แต่ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีเสียงเครื่องดนตรีเร่งเร้า มีเพียงดนตรีแนวแอมเบียนซ์เจือเบาๆ และเสียงฝีเท้ากระชับของผู้มาใช้บริการที่ล้วนแต่ดูดี มีระดับ และเงียบเป็นธรรมชาติ ในส่วนพื้นที่ออกกำลังกายแบ่งเป็นโซนต่างๆ อย่างชัดเจน โซนเวทเทรนนิ่งตกแต่งด้วยแสงเงาแบบคอนทราสต์สูง พื้นไม้จริงและเครื่องเล่นที่ผลิตเฉพาะโดยแบรนด์เยอรมัน ส่วนโซนคาร์ดิโออยู่ติดผนังกระจกที่มองออกไปเห็นวิวเมืองกรุงเทพยามสาย เงาของต้นไม้จริงในกระถางเซรามิกเคลือบวางตามจุดต่างๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายราวกับอยู่ในรีสอร์ต ลินน์อยู่ที่โซนคาร์ดิโอ เธอสวมเพียงสปอร์ตบราสีดำเรียบเนื้อผ้าดูดซับเหงื่อได้ดี กับกางเกงเลกกิ้งรัดรูปสีเทาเข้ม ร่างกายของเธอสะท้อนบนกระจกด้านข้าง สง่างาม แข็งแรง และมีวินัย หน้าท้องแบนราบของเธอมีร่องซิกแพคชัดเจนที่เกิดจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อไม่ใหญ่เกินไป แต่กระชับพอดีราวกับร่างกายของนักเต้นมืออาชีพ ไหล่และแขนของเธอมีเส้นกล้ามเนื้อบางๆ ที่ไม่ต้องยกของหนักก็สัมผัสได้ถึงพลังแฝง เม็ดเหงื่อผุดเป็นหยดเล็กๆ ตามแนวไรผมและแนวอก แต่เธอยังคงวิ่งด้วยจังหวะสม่ำเสมอบนลู่วิ่งอัจฉริยะที่แสดงข้อมูลครบถ้วน ระยะทาง 3.6 กม. หัวใจเต้น 127 bpm ความเร็ว 8.4 กม./ชม. และกำลังเข้าสู่โซนเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด เธอเสียบหูฟังไร้สาย เสียงจากพอดแคสต์วิเคราะห์ธุรกิจเบาๆ ลอยเข้ามา แต่ใจลึก ๆ กลับยังย้อนนึกถึงคำพูดของคิณห์เมื่อคืน… ‘ผมอยากรู้ว่า คุณจะปฏิเสธคำเชิญนี้หรือเปล่า และแววตานิ่งของเขาท่ามกลางสายลมระเบียง บริเวณโดยรอบมีผู้เล่นไม่กี่คน แม่บ้านสวมชุดแบรนด์ลูลูเลมอน เป็นแบรนด์แฟชั่นแนวสปอร์ตไลฟ์สไตล์จากแคนาดา ที่เน้นเสื้อผ้าออกกำลังกายคุณภาพสูงและดีไซน์หรูเรียบ สีพาสเทล ส่วนผู้ชายวัยกลางคนในชุดเทรนนิ่ง แบรนด์กุชชี่ และอีกมุมหนึ่งเป็นครูฝึกกำลังสอนมวยให้กับสาววัย สี่สิบด้วยท่าทางสนุกสนานแต่เงียบพอให้สมกับบรรยากาศ หน้าทางเข้าโซนมีป้ายไม้สลักทองคำว่า ‘Let your mind focus. Let your body answer.’ ต่อด้วยภาษาไทยว่า ‘ปล่อยให้จิตใจคุณจดจ่อ แล้วให้ร่างกายเป็นผู้ตอบกลับมา ถัดจากนั้นคือโซนสปาที่มีบริการดีท็อกซ์ ซาวน่าอินฟราเรด แช่ตัวในอ่างน้ำสมุนไพรแบบญี่ปุ่น หรือจะเป็นห้องอ่านหนังสือที่มีไวไฟแรงระดับสำนักงาน และบาร์ที่เสิร์ฟสมูทตี้ คีโตลาเต้ และขนมที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ลินน์ลดความเร็วลงเพื่อคูลดาวน์ ก่อนก้าวลงจากลู่วิ่งแล้วเดินไปหยิบผ้าขนหนูและน้ำแร่เย็นๆ จากตู้ เธอซับเหงื่อเบาๆ พร้อมมองตัวเองในกระจกด้านหน้า หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้น เป็นเวอร์ชั่นของตัวเองที่เธอภาคภูมิใจ ทั้งความแข็งแรงจากภายนอก และวินัยจากข้างใน แม้เมื่อคืนนั้น…จะมีใครบางคนทำให้เธอรู้สึก’ สั่นคลอน ‘แต่นี่คือชีวิตที่เธอเลือกเอง ไม่ใช่ชีวิตที่ใครจะมาเปลี่ยนง่ายๆ แม้แต่คนที่วิเคราะห์หัวใจคนเก่งที่สุดก็ตาม“คิณห์…คุณต้องการอะไร บอกฉันมาสิ วันนี้ฉันจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่ายั่วยวนปลุกปั่นอารมณ์ของเขาอย่างมาก ทำให้เขาลอบกลืนน้ำลาย“ผมเป็นของตายของคุณ ไม่ว่าสิ่งใดที่คุณอยากทำ ผมก็พร้อมพลีกายให้คุณ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอเขยิบเรือนร่างจูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อนและดูดดื่ม เธอสัมผัสลิ้นลายของเขาพันกับเธออย่างนัวเนียราวกับหาสิ่งใดในโพรงปากเธอค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พรมจูบเขาที่ซอกคอที่เขาชอบทำ ไล่ลงมาที่หน้าท้องที่อุดมไปด้วยซิกแพคหนา มายังดุ้นของเขาที่แข็งเป็นไต เส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมันทำให้เส้นเลือดขึ้นด้วยเธอใช้มือเรียวรูดขึ้นลงด้วยมือทั้งสองข้าง มองใบหน้าของเขาที่มองมายังเธอช่างเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว ไม่ต่างอะไรกับสายตาของเธอเลยด้วยซ้ำ เธอเลือกถ่มน้ำลายลงเหมือนเป็นเจลหล่อลื่น เธอกดริมฝีปากดูดดุ้นขึ้นลงพร้อมกับมือเรียวของเธอที่รูดขึ้นลงสลับกัน“ลินน์…อึก…อ่า” เขาร้องครางกระเส่าในลำคอ ขณะที่เธอดูดดุ้นขึ้นลงหนักหน่วง แต่ทว่าเขารู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่มีเซ็กส์ด้วยกันมาจนถึงเมื่อวานนี้ เธอไม่เคยใช้ปากกับดุ้นของเขา ทั้งอมและดูดก็ไม่เคยสักครั้ง เป็นเขาทุ
และค่ำคืนนั้นจบลงอย่างสง่างาม ในอ้อมแขนของกันและกัน ในเสียงเพลงรักและในสายตาทุกคู่ที่รู้…ว่า นี่แหละ คือรักแท้แต่ทว่า… สัมผัสหนึ่งแตะเบาๆ ที่ต้นคอของเธอ ลมหายใจอุ่นรินรดผิวอ่อนบาง เสียงต่ำทุ้มชวนให้ใจสั่นกระซิบชิดใบหู“คิดอะไรอยู่ครับ เมียรัก…” เขาถามเธอ ลินน์ยิ้มบางๆ ดวงตาปรือขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าคิณห์ยืนโอบกอดอยู่ด้านหลัง ทอดสายตามองเรือนร่างของเขาเปลือยเปล่าไม่ได้สวมสิ่งใดแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากต่างหูเพชรของเขาที่สวมใส่เป็นประจำข้างหนึ่งตัวเรือนเป็นเงิน ยกเว้นแต่ว่าเขาต้องเจอบุคคลสำคัญ เขาถึงจะไม่สวมใส่ต่างหูบัดนี้ผิวเขาต้องแดดเป็นสีแทนเนียนน่าลูบสัมผัส มีหยดน้ำทะเลเกาะตามลำตัว แผ่นอกซิกแพคหนาแนบมาติดแผ่นหลังเธอ มือหนาอีกข้างวางลงบนต้นขาเธออย่างเป็นเจ้าของ“คิดถึงวันแต่งงานของเราค่ะ” เสียงเธออ่อนนุ่มแววหวาน เขาก้มลงจูบที่ต้นคอเธอเบาๆ อีกครั้ง ริมฝีปากเปียกชื้นจากน้ำทะเล แตะสัมผัสผิวเนื้อของเธออย่างอ้อยอิ่ง“จำได้สิ… คุณสวยมากจนผมหายใจไม่ออกเลยล่ะวันนั้น” เขากระซิบ พร้อมเลื่อนมือไปแตะสร้อยไข่มุกที่เธอสวมอยู่“แล้วตอนนี้ล่ะ…” ลินน์หันมามองเขา สบตากับแววตาเข้มที่สะท้อนแสงอาทิตย์บนผิว
ค่ำคืนถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟนับพันดวงเหนือระเบียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ้าไหมบางเฉียบสีครีมทองพริ้วไหวไปตามสายลมเย็น โคมไฟแก้วคริสตัลห้อยระย้าระยิบระยับกลางโดมโปร่ง ดอกไม้สีขาวและทอง ถูกจัดเรียงตามโต๊ะยาวสไตล์ยุโรป เสิร์ฟคอร์สดินเนอร์ฝรั่งเศสใต้เสียงเพลงจากวงออร์เคสตราสดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเพิ่งเดินเข้าสู่งานท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง กล้องนับสิบตัวถ่ายทอดสดไปยังจอ LED ยักษ์ด้านหลังเวที ริมฝีปากของลินน์ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ มือของคิณห์ไม่เคยปล่อยเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียวกฤต อัครเดชานนท์ชายวัยหกสิบกว่าในชุดสูทสามชั้นสีกรมเข้มลุกขึ้นยืน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง สุขุม และจริงใจ“คิณห์… หลานชายของอา ไม่ใช่แค่ผู้บริหารที่เก่งกาจ เขาเป็นชายหนุ่มที่ภาคภูมิในสิ่งที่เชื่อมั่น และวันนี้ อารู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ที่ได้เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้กับผู้หญิงที่คู่ควรที่สุดคนหนึ่ง” เขาพูดถึงคิณห์จบ แล้วหันมาหาลินน์ แล้วกล่าวต่ออีกว่า “คุณลินน์… คุณไม่ใช่แค่เจ้าสาวผู้สง่างาม แต่คุณคือแรงบันดาลใจที่มีชีวิตจริงสำหรับผู้หญิงหลายๆ คน อาขอให้ชีวิตแต่งงานของหลานทั้งสอง เต็มไปด้วยศรัทธา เหมือนวันที่เริ่ม และมั่
เสียงลมอ่อนจากแม่น้ำเจ้าพระยาโอบไล้ผิวบางของลินน์ขณะยืนอยู่บนระเบียงไม้เนื้อดีที่ทอดยาวออกจากตัวโรงแรมหรูระดับหกดาว ฉากหลังคือเส้นน้ำคดเคี้ยวตัดกับพระปรางค์วัดอรุณยามสาย และเรือหางยาวที่แล่นผ่านเบื้องหลังเป็นระยะราวภาพวาด แสงแดดช่วงเช้าเคลือบผิวเธอด้วยประกายทองอ่อนๆ และในขณะที่เจ้าสาวในชุดสีขาวสะอาดตา กำลังยืนอยู่กลางแสงธรรมชาติอันสวยงามนั้น เสียงเข้มของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างมั่นคงและมืออาชีพ“พี่ลินน์ เดินเฉียงซ้ายอีกนิดค่ะ…ใช่ค่ะ ตรงนั้นแหละ ยกคางขึ้นหน่อย สายตาช้อนนิดเดียว ไม่ต้องฝืนยิ้มมากนะคะ แค่แววตาคิดถึงคุณคิณห์พอ” ฟ้า เลขาสาวของลินน์ กล่าวพลางยื่นชุดคลุมหางยาวขึ้นจากพื้นไม่ให้ลากเลอะพื้นไม้ ฟ้าไม่ได้เป็นแค่เลขา เธอคือ Executive Wedding Director ของ L’ Èclat Wedding บริษัทเวดดิ้งอันดับต้นของเอเชีย ที่ลินน์เป็นเจ้าของทุกคนในที่นี้คือทีมของเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างกล้องระดับเวิลด์คลาสจากปารีส ช่างแต่งหน้ามือทองที่บินตรงจากเกาหลี หรือแม้แต่คนถือร่มกรองแดดที่ผ่านการฝึกซ้อมมานับร้อยรอบ“ไม่ต้องจ้างใครนอกทีมเลยค่ะ… เจ้าสาวเป็นเจ้านายพวกเราอยู่แล้ว” หนึ่งในทีมช่างภาพพูดติดตลกพร้อ
แสงธรรมชาติลอดผ่านม่านบางสีงาช้างของห้องเพนต์เฮาส์บนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับหกดาว เสียงเรือหางยาวแล่นผ่านเบาๆ ทางแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นเพียงฉากหลังอันแสนเงียบสงบให้กับห้องแต่งตัวสุดหรูที่ถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยกลิ่นดอกมะลิขาวจางๆ ละมุนละไมลินน์ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กรอบทองสไตล์ฝรั่งเศส พลางหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเธอสวมชุดเจ้าสาว Haute Couture ที่สั่งตัดพิเศษจากห้องเสื้อชื่อดังแห่งหนึ่งในมิลาน ชุดถูกตัดเย็บจาก ผ้าไหมแท้ทอมือจากทะเลสาบโคโม่ ผสมกับลูกไม้ Chantilly Lace สีขาวนวล ปักมือด้วยเส้นด้ายไหมทองคำขาว และประดับเพชร D flawlessขนาดเล็กละเอียดจนนับไม่ได้ทั่วตัวชุด แขนเสื้อยาวลู่ไปตามท่อนแขนระหง เว้าอกกว้างปาดแนบไหล่เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่เรียบเนียนราวสลักจากหินอ่อน ตัวกระโปรงลู่ลงแนบสะโพก แล้วฟูพริ้วไปด้านหลังยาวกว่า 7 เมตร เคลือบผ้าชั้นนอกด้วยผ้าทูลล์โปร่งแสงที่ปักลายเถาวัลย์แห่งโชคชะตาด้วยไหมสีเงินอ่อนต่างหูเพชรขนาด 9 กะรัต สีขาวบริสุทธิ์เจียระไนแบบ Heart & Arrow ระยิบระยับแย่งแสงกับช่อดอกไม้พีโอนีและกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสในมือของเธอ มงกุฎเพชรขนาดย่อมวางอยู่ข้างๆ ยังไม่ได้
"ลินน์…คุณสวยมากๆ เลย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่าวาบหวาบ เธอปรือตามองใบหน้าเขาก้มลงจูบริมฝีปากเพียงชั่วครู่ มือเรียวโอบกอดซอกคอเขาเอาไว้แน่น“คิณห์…คิณห์…ฉันก็รักคุณมากค่ะ” เธอเอ่ยบอกรักเขาด้วยน้ำเสี่ยงกระเส่าโทนต่ำ เธอรู้สึกว่าดุ้นของเขามันใหญ่ขึ้นและคับร่องทั้งที่มันแข็งตัวแล้วก่อนหน้านี้ แต่ทำไมมันถึงใหญ่ขึ้น น้ำในอ่างแทบจะเข้าไปไม่ได้“อึก…อื้อ…คิณห์…อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อร๊าย!!! ทำไมมันใหญ่ขึ้นอีกแล้ว…อึก! อ๊ะ!” เธอร้องครางกระเส่าวาบหวามแทบขาดใจ มือเรียวจิกลงงบนแผ่นหลังของเขาทั้งสองข้าง โดยที่เธอไม่รู้ตัว เมื่อเธอกระแทกลงบนดุ้นของเขายังไม่สุดลำ“มันเป็นเพราะคุณนั่นแหละ” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ มือหนาลูบไล้เรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอแผ่วเบา เธอกัดริมฝีปากด้วยความหวาดเสียว“คิณห์…อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อร๊าย!!! มันเสียวมากๆ โอ้…ฟัก…ฟัก…ฟัก…อื้อ” เธอร้องครางกระเส่าแผ่วเบาด้วยความเสียวสะท้านแทบขาดใจ“ผมจะทำให้คุณเสียวมากกว่าเดิมอีก” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบายั่วตัณหาอารมณ์เธอ พร้อมกับประคองกอดเธอยกลำตัวเธอขึ้น ทำให้ดุ้นของเขาหลุดจากลีบร่องของเธอ เขาจึงยัดเข้าไปในร่องก้นของเธอแทบ“อ๊ะ! อื







