로그인ไทเรส
2 ปี ก่อน ดี.ดี.
“ไพ โทษทีที่มาช้า ไปกันเถอะ”
“อา ไม่เป็นไร”
ไพเรนทร์ลุกจากที่นั่งในห้องสมุดตามกลุ่มเพื่อนไปตามที่นัดกันไว้ มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่แสนมหัศจรรย์ ขนาดคนมืดมนไม่เข้าสังคมอย่างเขา ยังมีคนประเภทพลังงานเหลือล้นเก็บมาเข้ากลุ่มได้
“ว่าแต่คนที่นั่งกับนายเมื่อกี้ไม่ใช่ไทเหรอ นายรู้จักเขาด้วย?”
“ไท?” ไพเรนทร์หันกลับไปมองโต๊ะที่เขาเพิ่งลุกจากมา เพื่อนของเขาคงจะหมายถึงคนที่เดินมานั่งเล่นโทรศัพท์เงียบ ๆ เพราะไม่เหลือที่ว่างที่อื่นแล้ว “ไม่อ่ะ เพื่อนนายเหรอ?”
“หา? อย่าบอกนะว่านายไม่รู้จักไทเรส”
“นั่นมันเดือนคณะเลยนะเว้ย ได้ตามข่าวบ้างไหมเนี่ย”
“เห็นว่าเป็นตัวเต็งเดือนมหา’ลัยด้วยนะ แต่ดันเป็นพวกพูดน้อยไม่สนใจโลกนี่สิ บุคลิกไม่เหมาะเลยชวดตำแหน่งไป”
“ไม่สนใจโลก... จะว่าไปก็คล้าย ๆ นายเลยไม่ใช่หรือไง ไพ?”
“งั้นเหรอ” ไพเรนทร์ตอบส่ง ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเป็นพวกไม่สนใจโลกแบบที่เพื่อนว่าจริง ๆ นั่นแหละ ไพเรนทร์ไม่ได้รู้สึกอยากจะรู้เลยว่าใครเป็นเดือนเป็นดาว เหตุใดเขาต้องสนใจคนเหล่านั้นด้วยเล่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ชื่อว่าไทเรสนั้นมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นสมกับที่เป็นเดือนคณะอย่างแท้จริง
“เอ่อ นาย… ไทเรสสินะ”
ไพเรนทร์มองคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ เขายิ่งจำหน้าคนไม่ค่อยเก่งอยู่ด้วย แต่ด้วยรูปลักษณ์สูงหล่อขาวตี๋กับสีหน้าเฉยเมยไม่แยแสใครคงจะหนีไม่พ้นเดือนคณะที่เพื่อน ๆ พูดถึงกัน
“ไทก็พอ” ดวงตาที่ติดจะตี่แต่กลับเรียวคมเสริมให้ใบหน้าทรงรีดูเท่ห์ทรงเสน่ห์เหลือบมองป้ายชื่อพนักงานบนอกของอีกฝ่าย “ไพเรนทร์”
“...เรียกไพเฉย ๆ ก็ได้”
คำว่าโลกกลมคงไม่ได้มีไว้แค่เพื่อเปรียบเปรย ไพเรนทร์สมัครงานพิเศษที่ร้านอาหารกลางคืนใกล้มหาวิทยาลัยเพื่อหารายได้เสริมมาประทังชีวิตนักศึกษา ไม่นึกเลยว่ามาทำงานวันแรกก็จะเจอเพื่อนพนักงานฝึกหัดเป็นเดือนคณะ ว่าแต่ไม่ใช่ว่าพวกเดือนถ้าอยากจะหาเงินมีวิธีอื่นที่สบายและได้เงินเยอะกว่าอย่างถ่ายโฆษณาอะไรเทือกนั้นหรอกหรือ
“เอ้า! พวกเด็กใหม่ มาฟังทางนี้”
พนักงานประจำซึ่งมีหน้าที่ดูแลพนักงานใหม่เรียกคนทั้งสอง
“อื้ม ดี แต่งตัวเรียบร้อยดีมาก” รุ่นพี่พนักงานกวาดสายตามองรุ่นน้องทั้งคู่จนไปสะดุดที่ป้ายชื่อ “ไทเรสเหรอ? ชื่อฝรั่งชะมัด ชื่อคนไทยควรจะเป็นไทเรศอะไรทำนองนั้นสิ”
“ตอนแรกก็จะชื่อนั้น แต่แม่อยากให้โกอินเตอร์” ไทเรสตอบหน้าตาย
รุ่นพี่หลุดขำพรืดออกมา “ฮ่า ๆ อะไรกันล่ะนั่น ว่าแต่ชื่อพวกนายสองคนแยกกันก็ไม่เท่าไร พอมาอยู่ด้วยกันแล้วตลกเป็นบ้า ไทเรศกับไพเรนทร์ ทุเรศกับพิเรนทร์ ฮ่า ๆ ๆ”
“…”
“…”
ทั้งไพเรนทร์และไทเรสมองรุ่นพี่กุมท้องหัวเราะลั่นด้วยสายตาว่างเปล่า แม้ในใจจะแอบเห็นด้วยเล็ก ๆ แต่สำหรับคนพูดน้อยเป็นทุนเดิมอย่างพวกเขานั้นไม่มีความเห็นให้กับมุกตลกนี้จริง ๆ
และนั่นก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ไพเรนทร์ได้พูดคุยกับไทเรส แม้ทั้งคู่จะเป็นคนเงียบ ๆ เหมือนกัน แต่ด้านความนิยมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไทเรสแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ก็เป็นตัวเรียกลูกค้าแล้ว ระหว่างทำงานที่นี่ไพเรนทร์ยังเห็นแมวมองมาทาบทามให้เขาไปเป็นนายแบบบ้างล่ะ เป็นดาราบ้างล่ะ แต่ไทเรสก็เมินเฉยแล้วทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งนี้ต่อไป
ไพเรนทร์มืดมน ไทเรสเงียบขรึม ด้วยความที่ทั้งคู่มีนิสัยเช่นนี้ แม้จะอยู่คณะเดียวกันและทำงานพิเศษที่เดียวกัน ก็ไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไรนัก ไพเรนทร์เองก็พอใจกับสถานะคนรู้จักผิวเผิน เขาไม่ได้ต้องการรู้จักคนเยอะ ยิ่งเป็นตัวดึงดูดสายตาอย่างไทเรส เขายิ่งไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
แต่แท้จริงแล้ว สาเหตุที่ไพเรนทร์พยายามตีตัวออกหากจากไทเรส เริ่มมาจากเหตุการณ์หนึ่ง…
ในที่สุดก็เลิกงานเสียที
วันนี้มีลูกค้าเมาไม่ยอมกลับ เขาเลยต้องรอปิดร้านจนดึกดื่น พรุ่งนี้มีคาบเรียนช่วงเช้าเสียด้วย
ไพเรนทร์เดินโซเซเข้าไปเก็บของในห้องพนักงานด้วยความเหนื่อยอ่อน มีคนประตูเปิดตามหลังเขามา คงจะเป็นไทเรส พวกรุ่นพี่กลับกันไปหมดแล้ว ทิ้งงานล่วงเวลาไว้ให้เด็กใหม่อย่างพวกเขา
โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ข้อมือของไพเรนทร์ถูกดึงไปข้างหลัง ไพเรนทร์รีบกระชากมือกลับด้วยความตกใจ แต่เขากลับสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้
“ทะ ไท?”
ไทเรสยกข้อมือข้างนั้นของเขาขึ้นไปดูใกล้ ๆ ดวงตาเรียวคมจ้องเขม็ง ร่างสูงตัดสินใจปลดนาฬิกาข้อมือของอีกฝ่ายออก
ไพเรนทร์เบิกตากว้าง นาฬิกาข้อมือของเขาเป็นนาฬิการาคาถูกยี่ห้อทั่วไปที่หาได้ตามท้องตลาด ขโมยไปก็ขายไม่คุ้มค่าเหนื่อยจากการปล้นเสียด้วยซ้ำ เช่นนั้นแล้ว จุดประสงค์ของไทเรสคือ…
สายนาฬิกาเส้นหนาถูกปลดออก เผยร่องรอยที่แอบซ่อนอยู่เบื้องหลัง บนข้อมือขาวซีดเต็มไปด้วยเส้นสีแดงนับสิบเส้น รอยกรีดข้อมือ ร่องรอยแห่งความลังเลที่จะจากโลกนี้ไปของไพเรนทร์
ไทเรสปรายตาจากข้อมือมาจ้องสบไพเรนทร์ แววตาเฉยเมยของเขาดูเหมือนจะ…กำลังโกรธ?
ไทเรสไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ยึดข้อมือของไพเรนทร์ไว้อย่างนั้น ล้วงในกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาติดลงบนข้อมือของไพเรนทร์แล้วออกจากห้องพนักงานไป
ไพเรนทร์ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม เมื่อครู่เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ทั้งยังกลัวที่ความลับถูกเปิดเผย ความเหนื่อยล้าก็ยิ่งบีบเค้นให้ใจสับสน
ไพเรนทร์มองประตูที่ไทเรสจากไป สลับกับมองพลาสเตอร์บนข้อมือของตนเอง
ผู้ที่อยากจากไปอย่างสงบย่อมไม่ต้องการให้คนอื่นล่วงรู้ความในใจ ไม่ต้องการความเห็นอกเห็นใจและการเยียวยา
เขาหวาดกลัวตัวแปรที่อาจจะฉุดรั้งเขาจากความตาย
ไพเรนทร์ไม่ได้เกลียดไทเรส แต่เขาต้องหนีจากอีกฝ่าย
“ไทเรส แลกไลน์กัน”
“มาเมกเฟรนด์ เอ้ย! ไว้ติดต่อเรื่องงานน่ะ”
เอาอีกแล้ว วันนี้ก็ยังคงเป็นวันที่น่ารำคาญเหมือนกับทุก ๆ วัน ไทเรสเดินหนีกลุ่มคนที่คอยตามรังควานเขาในคณะ คนพวกนี้พยายามแลกช่องทางการติดต่อส่วนตัวกับเขา บางคนยังเคยทักเขาในช่องทางอื่นมาแล้วแต่โดนไทเรสเมิน จึงมาเดินตามเขาต้อย ๆ อย่างในตอนนี้
กัดไม่ปล่อยอย่างกับฝูงซอมบี้ไร้สมอง
ร่างสูงสาวเท้าไปยังพื้นที่ซึ่งเงียบสงบที่สุด ห่างไกลจากผู้คนในยุคที่เทคโนโลยีเข้าครอบงำการใช้ชีวิตมากที่สุด ห้องสมุด
แต่แน่นอนว่าของแค่นี้ไม่ทำให้เขาสลัดพวกคนที่มาเกาะแกะหลุด ไทเรสกวาดตามองหาบริเวณที่นั่งในมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ
มีคนนั่งอยู่งั้นหรือ…
ช่างสิ อย่างไรที่นั่งที่อื่นก็เต็มเกือบหมดแล้ว ดีเสียอีกเขาจะได้ทำเป็นมากับเพื่อน ให้คนพวกนั้นไม่กล้ารบกวน
ไทเรสลากเก้าอี้ที่ว่างอยู่นั่งลงโดยไม่ถามตามมารยาท แต่อีกฝ่ายดูจะไม่รู้ตัวว่ามีคนมานั่งอยู่ข้าง ๆ เสียด้วยซ้ำ ไทเรสถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดเขาก็รอดพ้นจากฝูงซอมบี้เสียที
แม้จะเป็นมุมมืด แต่ก็เป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่มีคนไทยคนไหนไม่ชอบมานอนตากเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำฟรีหรอก แต่กลับกลายเป็นว่าบริเวณนี้ไม่มีคนผ่านมาเลยสักคน
ไทเรสแอบชำเลืองมองคนด้านข้าง เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ในรุ่นของตน แต่ถึงมีไทเรสก็ไม่ได้สนใจ อีกอย่าง อีกฝ่ายก็ดูมืดมนจืดชืด ไว้ผมหน้าม้าปรกใบหน้า และยังแผ่รังสีไม่น่าคบหาอีกต่างหาก เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไปที่ไม่มีอะไรดึงดูดสายตาสักเท่าไรนัก มีแค่ผิวซึ่งขาวจนซีดที่ดูสะดุดตาเพียงเล็กน้อย
ชายหนุ่มเอะใจ หรือว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นขั้วตรงข้ามกับเขา พวกที่ผู้คนไม่อยากเข้าใกล้
บนโต๊ะเกิดแรงสั่นสะเทือน โทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายส่งสัญญาณแจ้งเตือน สายตาของไทเรสไวกว่าความยับยั้งชั่งใจ เขาได้แอบดูข้อความส่วนตัวของอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว
ใบสมัครพนักงานเสิร์ฟงั้นหรือ…
ไทเรสกวาดสายตาไปทั่วโรงอาหาร จนไปสะดุดเข้ากับสีขาวซีด
เจอแล้ว มานั่งอยู่นี่เอง!
เดือนคณะผู้ขยาดตำแหน่งของตนเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหลังของเจ้าหนุ่มมืดมน ตอนนี้คนคนนี้เปรียบเสมือนยันต์กันภัยสำหรับเขา เป็นยาไล่แมลงที่จะคอยแผ่ออร่ามืดมนปัดเป่าพวกเหลือบไรที่ตามเกาะแกะรังควานเขาไปให้พ้น
พักหลังมานี้ ไทเรสมักจะมองหาอีกฝ่ายเพื่อวนเวียนอยู่ไม่ไกลจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว นอกจากจะเป็นตัวไล่คนแล้ว การที่ได้อยู่ใกล้อีกฝ่ายยังทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แม้จะไม่เคยพูดคุยกันสักคำ แค่มองหน้ากันยังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ เหมือนการไม่ก้าวก่ายความเงียบของกันและกันกลายเป็นกฎในการอยู่ร่วมกันของพวกเขาโดยไม่ต้องมีใครบอกไปแล้ว
ไทเรสแอบชะเง้อมองหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่ายด้วยความเคยชิน เขารู้ว่านี่เป็นนิสัยที่ไม่ดีนัก แต่เขากลับไม่เคยทนความอยากรู้ได้ว่า วันนี้เจ้าคนมืดมนจะดูของน่าเบื่ออะไรอีก
ชายหนุ่มกลับต้องชะงักงัน ดวงตาเรียวตวัดมองอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง เขาควรจะทำลายกฎ เข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายไหม แล้วหากเขาทำลายความเงียบแสนสงบนี้ลงแล้วอีกฝ่ายหนีเขาไปล่ะ...
“ไพ คลาสต่อไปจะเริ่มแล้ว!”
“อืม ขอบใจมาก” ไพเรนทร์ขานรับแล้วเก็บของเข้ากระเป๋า
ไม่ อย่าเพิ่งไป…
มือเรียวเอื้อมออกไปในวินาทีสุดท้าย แต่อีกฝ่ายกลับอยู่ไกลเกินกว่าที่เขาจะไขว้คว้า เป็นเพราะเขาตั้งกฎเกณฑ์งี่เง่าปัญญาอ่อนขึ้นมา จึงไม่สามารถเข้าถึงอีกฝ่ายได้
ไทเรสตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความออกไป
‘ยังรับพนักงานเสิร์ฟไหมครับ?’
บทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ
บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่
บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน
บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ
บทที่ 122ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่“ไอ้สารเลวจอมฉวยโอกาสเอ๊ย!”ไทเรสเคี้ยวฟันด้วยความโมโหสุดขีด เขาอยากกระทืบกอริลลาที่กล้ามาแตะคนรักให้ตายคาที่ รอให้ตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้แล้วกระทืบซ้ำให้แหลกสลายคาเท้าต่อเลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องรีบพาไพเรนทร์ออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด บาดแผลที่วิคเตอร์สลักไว้ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของไพเรนทร์ ไทเรสไม่คิดว่าการแก้แค้นที่เขตสิบเอ็ดจะลบล้างความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นไปจากใจของไพเรนทร์ได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าตอนเผชิญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไพเรนทร์จะกลัวมากแค่ไหนยังไม่ทันจะได้กอดปลอบ ไพเรนทร์ก็หลับใหลในอ้อมแขนของไทเรสแล้วก่อนหน้านี้ไพเรนทร์อยากจะหายจากอาการง่วงเพลียเพราะร่างกายกับชีวิตไม่เข้ากันเพียงเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ทว่าในตอนนี้ ไพเรนทร์ตระหนักได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ตนเองอ่อนแอจนตอบโต้อะไรไม่ได้แบบที่คฤหาสน์ของเคนยูขึ้นอีก“…เรื่องนั้นง่ายจะตายไป ก็แค่สอนให้ร่างของนายรู้จักความสุขเหมือนที่ชีวิตของนายได้สัมผัสก็พอ…”ถูกของราชาน คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้สลักซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้วิธีไหนจึงจะสอนความสุขให้กับร่างกายได้กันเล่าสัมผัสจุมพ
“คุณเคนยู ช่วยปล่อยด้วยครับ ตอนนี้ผมต้องอยู่ภายใต้การจับตามองของรัฐบาลในคฤหาสน์หลังนั้น”เคนยูรู้ว่าไพเรนทร์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไร แต่ใช้เป็นข้ออ้างที่จะผละไปจากเขาต่างหาก รอยยิ้มยินดีพลันขมขื่น ฟันสบเข้าคู่ขบกันแน่น เคนยูคิดเรื่องนี้มาไม่น้อย และเขาตัดสินใจมานานแล้ว“ฉันรู้ว่านายรักไอ้หน้าตายซากนั่น แต่นายจะแบ่งพื้นที่ในหัวใจมาให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ? ฉันเป็นผัวน้อยให้นายก็ได้นะ เป็นแค่ชู้ก็ยังดี!”ไพเรนทร์อึ้งจนอ้าปากค้างไปแล้ว เขาปลอบตัวเองว่าเคนยูคงจะพูดเล่น ทว่าแววตาหงอยเหงาแสนเศร้าที่ส่งออกมานั้นเป็นของจริง ไพเรนทร์ร้องเสียงเบาอย่างสลดใจ “คุณเคนยู อย่าทำแบบนี้เลยครับ”“ฉันรู้ว่าฉันในตอนนี้มันไม่แข็งแกร่งเท่าหมอนั่น แต่ฉันมั่นใจว่าฉันดูแลนายได้ดีกว่ามันแน่นอน”ดวงใจของไพเรนทร์ดั่งถูกบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนที่ดีกับเขาอย่างเคนยูเลย แต่เรื่องนี้ เขาเองก็พูดให้ต้องชัดเจนเช่นกัน“คุณเคนยูครับ ถ้าไม่นับที่ซ้อมผมจนตายไปหลายครั้ง คุณก็เป็นไม่กี่คนที่ใจดีกับผม เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม คุณเป็นคนที่สุดยอดมาก ทั่วทั้งโลกมีแต่คนชื่นชอบคุณ ผมเชื่อว่ายังไงคุณก็ต้องเจอคนที่ค
บทที่ 10การต่อสู้ที่แท้จริงหลังจากไพเรนทร์กินอาหารกลางวันร่วมโต๊ะกับเคนยูและสาว ๆ เสร็จแล้วก็ได้เวลาทำงาน เคนยูโอบสาวสวยในชุดน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่เต็มสองแขน เดินออกจากคฤหาสน์ไปตามทางเดินของหมู่บ้าน หน่วยสังหารซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังที่พวกเขาผ่านตามรายทางเห็นหัวหน้าหน่วยก็ตะโกนทักทาย บางส่วนออกจาก
บทที่ 9หนีไม่พ้นพิษทมิฬคืบคลานไปตามร่างดั่งเขาตกลงไปในรังตะขาบ ไพเรนทร์ปลุกไอทมิฬขึ้นมาเหมือนตอนที่เขาขับแคปซูลและตอนที่เขาเป่ากระสุนช่วยไทเรสที่สถานีวิจัย พิษทมิฬของโบอาถูกซัดกระจาย กระนั้นเขาก็ยังคงถูกโจมตี ทุกส่วนในร่างดั่งถูกเข็มทิ่มแทงจนพรุนเละ พิษรุนแรงไหลไปตามกระแสเลือดแพร่ไปยังอวัยวะภายใน
บทที่ 8คืนแรกในแมนชันของคิงไพเรนทร์และไทเรสเดินขึ้นบันไดตามเคนยูกับสาว ๆ ไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ขนาดยี่สิบสามห้องด้วยความเงียบงัน สาวสวยคนหนึ่งเปิดประตูห้องให้กับเจ้าของบ้านแล้วพากันเข้าไป ภายในคือห้องนอนขนาดใหญ่เกินปกติหลายเท่า มุมหนึ่งของห้องมีเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่มีสาวสวยอกเอวสะบึมสามคนนอนทอดกา
บทที่ 7หมู่บ้านหน่วยสังหารการตรวจเข้มก่อนเข้าเขตการปกครองกินเวลาไปเกือบทั้งวัน ไพเรนทร์โดนเก็บเลือดไปตรวจโรคและฉีดวัคซีนไปหลายเข็มกว่าจะถูกปล่อยตัว ซ้ำร้ายไอทมิฬเจ้ากรรมของเขายังแผ่ออกมารบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนต้องขอความช่วยเหลือจากเคนยูอยู่หลายครั้ง ทำเอาเจ้าตัวโมโหจนแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว จ







