แชร์

บทที่ 4 ซอมบี้และเจ้านาย

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-04 14:51:22

บทที่ 4

ซอมบี้และเจ้านาย

วันแห่งอุบัติการณ์หมอกโลหิต

“เกิดอะไรขึ้น?!”

“หอพักมันหายไป... จู่ ๆ ก็หายไปเลย!”

“แล้วต้นไม้พวกนี้มาจากไหน? ทำไมถึงมีป่ามาโผล่ตรงนี้ได้ล่ะ หอพักหายไปไหน?!”

รอบด้านเต็มไปด้วยความอลหม่าน เสียงจากทุกทิศทางฟังดูก้องชอบกล พาให้ไทเรสปวดศีรษะยิ่งกว่าเดิม

ศีรษะ…

ไพ!!

“…”

ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากลำคอของเขา เขามาช้าไป กว่าจะรู้ว่าไพอยู่ที่ไหน กว่าจะวิ่งมาถึงหอพัก ร่างของไพก็…

ไทเรสกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ น้ำตาแห่งความโศกเศร้าไหล…

ไม่ใช่น้ำตา แต่เป็นเลือด

ใช่แล้ว ในตอนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นร่างที่กำลังร่วงโรยลงมาจากดาดฟ้าหอพัก เขารู้แค่ว่าต้องวิ่งไปหาไพเรนทร์ให้ได้ และดูเหมือนว่าศีรษะของพวกเขาจะชนกันอย่างแรง พวกเขาทั้งสองตายแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วทำไมหัวของเขาถึงได้ปวดเช่นนี้กัน ทำไมเสียงโหวกเหวกโวยวายถึงได้กวนใจเขามากกว่าปกติถึงเพียงนี้ ภายในร่างของไทเรสปวดตุบทั่วทุกอณูสร้างความอึดอัดทรมานเกินบรรยาย

ราวกับว่า มีอะไรบางอย่างกำลังถูกปลุกขึ้นมา

“ไท ไทจริง ๆ ด้วย!”

“ว้าย! เลือดเต็มไปหมดเลย นายบาดเจ็บเหรอ?”

หญิงสาวสองคนที่ไทคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนร่วมคณะช่วยกันพลิกตัวเขาขึ้นมา ไทเรสจึงได้เห็น ทุกอย่างกลายเป็นสีแดง เบื้องหน้าของเขาแทนที่จะเป็นหอพักซึ่งไพเรนทร์เพิ่งจะกระโดดลงมากลับกลายเป็นป่าสนสูงชะลูด ตามกิ่งใบยังเคลือบชั้นหิมะที่ละลายอย่างรวดเร็วเมื่อแวดล้อมด้วยอากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย กลายเป็นสายฝนเม็ดโตตกโปรยปรายลงมา ความขัดแย้งแห่งภูมิประเทศเหล่านี้ดูราวกับภาพตัดต่อ โดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนกรีดร้องวิ่งหนีซากศพร่างชุ่มเลือดเดินได้ นี่เขาหลุดเข้ามาในฉากกองถ่ายภาพยนตร์ซอมบี้หรืออย่างไรกัน

“ลุกไหวไหม? รีบหนีกันเถอะ พวกซอมบี้ใกล้เข้ามาแล้ว”

ซอมบี้? คนพวกนี้พูดอะไรกัน นี่เขาอยู่ในกองถ่ายจริง ๆ หรือ?

หญิงสาวทั้งสองช่วยพยุงไทเรสให้ลุกขึ้นยืน คนหนึ่งกลับกรีดร้องเสียงดังลั่นจนไทเรสแก้วหูสั่น

“ไท! นาย นายทำอะไร?!”

ไทเรสขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร

กลิ่นคาวลอยโชยเตะจมูก รสชาติจืดชืดอมหวานปะแล่ม ๆ ที่ไม่รู้จักอบอวลอยู่ในปาก ให้ความรู้สึกเหมือนกัดเนื้อวัวดิบสอดไส้สนิม เป็นรสชาติที่น่าสะอิดสะเอียน แต่ลึก ๆ ในใจกลับบอกให้เขาขบเคี้ยว ให้เขากัดกิน และกลืนมันลงคอ

สิ่งที่อยู่ในปากของเขาคือมือของหญิงสาวคนที่กรีดร้อง

“ตา… รูม่านตาของเขาขยายค้างไปแล้ว ไทเรสตายไปแล้ว เขาเป็นซอมบี้!”

หลังจากอุบัติการณ์หมอกโลหิต ซอมบี้ที่ไม่รู้ว่ามีจุดเริ่มต้นมาจากไหนก็กระจายตัวอยู่ทั่วทุกแห่งหน แผ่นดินปะปนมั่วไปหมดจนไม่รู้แล้วว่าพื้นบริเวณที่กำลังเหยียบอยู่เคยเป็นผืนดินของประเทศใดมาก่อน มนุษย์ที่เหลือรอดไม่ว่าจะถูกวาร์ปมาจากชาติไหนต่างก็มารวมตัวกัน ช่วยกันสร้างปราการ ก่อตั้งค่ายผู้รอดชีวิตขึ้นชั่วคราวเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์เฉพาะหน้า

แต่กระนั้น ส่วนหลักในพื้นที่ที่ไทเรสอยู่ก็เคยเป็นมหาวิทยาลัยมาก่อน ประชากรในป้อมปราการส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษา ข่าวลือเรื่องที่เขากลายเป็นซอมบี้แพร่สะพัดในหมู่คนพวกนั้น แม้เขาจะไม่ได้มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นซากศพเละเทะและไม่ได้มีดวงตาเหลือกลอยเหมือนซอมบี้ทั่วไป อีกทั้งไทเรสยังควบคุมสตินึกคิดของตัวเองได้ เขาก็ยังคงเป็นที่หวาดกลัวของมนุษย์คนอื่นอยู่ดี ไม่มีค่ายผู้รอดชีวิตค่ายไหนต้อนรับซอมบี้อย่างเขา ซ้ำยังโดนทำร้ายไล่ตะเพิดเนื่องด้วยนึกว่าเขาจะบุกโจมตี

ไทเรสรอนแรมอยู่ในสมรภูมิแห่งความตาย วนเวียนท่ามกลางผีดิบเดินได้ ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาถึงเป็นซอมบี้ตัวเดียวที่ยังมีสติรู้คิด ไทเรสจึงต้องคอยเฝ้าสังเกตซอมบี้ตัวอื่นเพื่อความอยู่รอด

ซอมบี้พวกนี้ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวสะเปะสะปะ แต่แท้จริงแล้วมีระเบียบแบบแผนอยู่ พวกมันมักจะเคลื่อนตัวกันเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มหลังจากทำลายเป้าหมายสำเร็จก็จะเดินเซื่องซึมอยู่ที่เดิม สักพักจึงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันอย่างเร่งรีบ ไปทำลายล้างเป้าหมายถัดไป แล้วก็วนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ไทเรสจึงเข้าใจว่าซอมบี้เหล่านั้นทำตามคำสั่งของใครสักคน แต่เขาไม่เคยเห็นหรือสัมผัสถึงตัวผู้ที่ควบคุมพวกมันได้เลยสักครั้ง

แล้วตัวเขาเล่า ไม่มีผู้ควบคุมหรือ?

นอกจากเรื่องพฤติกรรมของฝูง ไทเรสยังได้รู้ว่าการดำรงอยู่ของซอมบี้นั้นต้องใช้พลังงาน ส่วนมากรับพลังงานมาจากการกินมนุษย์เพื่อให้ได้ริ้วพลังสีดำบางอย่าง หากริ้วพลังนั้นหมดไปจากร่าง ร่างของซอมบี้ก็จะเน่าสลาย กลับสู่ซากศพไร้ลมหายใจ

ในตัวเขาเองก็มีพลังสีดำที่ว่านี้เช่นกัน และมันก็กำลังจะหมดลง

แต่ไทเรสไม่อยากฆ่าคน

รสชาติมือของหญิงสาวยังติดอยู่ที่ลิ้น นึกถึงทีไรไทเรสก็คลื่นไส้จนแทบจะอาเจียน แต่ร่างกายกลับย้อนแย้งกับความคิด เนื้อตัวของเขาเต้นลิงโลดด้วยความหิวกระหายทุกครั้งเมื่อได้กลิ่นคนเป็น

เขาไม่อยากหายไปโดยที่ยังไม่ทันได้ทำอะไร เขายังมีสติสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์อยู่ เขาต้องมีโอกาสกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้สิ

แต่นั่นเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ไทเรสรู้ดีกว่าใครว่าเขานั้นตายไปแล้วจริง ๆ และเขาก็หาหนทางอื่นนอกจากการกินมนุษย์เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองหายไปตลอดกาลไม่ได้อีกแล้ว ไทเรสเดินลึกเข้าไปในซากป่าสน ล้มตัวลงนอนระหว่างรากไม้ใหญ่ เลือกที่นอนหลับสุดท้ายอันสงบเงียบที่สุดเหมือนได้กลับไปอยู่ในห้องสมุดอีกครา

ไทเรสถอนหายใจ เขาคิดถึงความสงบยามเมื่อได้นั่งเงียบ ๆ อยู่รอบตัวไพเรนทร์เหลือเกิน

ฉันขอโทษที่ช่วยนายไว้ไม่ได้ ไพเรนทร์

ไอสีดำริ้วสุดท้ายเหือดหาย วาระสุดท้ายของซอมบี้ได้มาถึงแล้ว

ไทเรสเบิกตาโพลง พลังแข็งแกร่งอัดแทรกเข้ามาในร่าง ทุกสัดส่วนรู้สึกไร้เทียมทานราวกับเขาเป็นยอดมนุษย์ ไม่สิ เป็นยอดซอมบี้!

ซอมบี้ไทเรสไม่สลายหายไป ด้วยพลังที่ได้รับมาเขาคงจะอยู่ได้ไปอีกหลายวัน

ชั่วจังหวะที่ไทเรสกำลังจะหมดพลังตาย ก็จะมีพลังส่งมาให้เขาอยู่เสมอ ไทเรสเริ่มตั้งข้อสงสัย ในเมื่อซอมบี้ตัวอื่นถูกควบคุมโดยพลังงานสีดำนี้ หรือว่าคนที่ส่งพลังมาให้เขาจะเป็นเจ้านายของเขา

ไทเรสจึงทำลายล้าง ต่อยต้นสนล้มเกลื่อนป่า มุ่งมั่นใช้พลังจนหมดเพื่อให้เจ้านายส่งพลังมาอีกครั้ง

เห็นแล้ว ทางนั้น!

ไทเรสใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มีติดตามร่องรอยแห่งริ้วพลังที่มองไม่เห็นจนออกนอกพื้นที่มหาวิทยาลัย ผ่านสมรภูมิคนเป็นและคนตาย หนีทหารและฆาตกร ปีนเขา ลงห้วย ทำทุกวิถีทางเพื่อตามร่องรอยที่เขาสัมผัสได้

ผ่านไปหลายปี จนสิ้นสุดขอบแผ่นดินเขาก็ยังไม่เจอเจ้านาย ไทเรสตัดสินใจกระโดดออกจากผืนดิน ว่ายน้ำตามร่องรอยของเจ้านายไป มหาสมุทรกว้างใหญ่ลึกล้ำแฝงไปด้วยภยันตรายมากมาย ไทเรสเคยถูกฉลามกัดจนขาขาดเนื้อแหว่งไปหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาบาดเจ็บทพลังของเจ้านายก็จะมาช่วยเยียวยาจนร่างกายกลับมามีสภาพเดิม ซอมบี้ว่ายน้ำผ่านคลื่นไม่รู้จบ เขาหมดแรงจนจมลงไปนอนอยู่ใต้ก้นสมุทรอยู่หลายครั้ง แต่เขาไม่มีวันตาย ตราบใดที่เจ้านายยังมีชีวิตอยู่เขาก็ไม่มีวันตาย

ผ่านไปกี่ปี ไม่มีใครมานับให้ซอมบี้อย่างเขาฟัง แต่เขาเห็นการต่อสู้มามาก เขาเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องฆ่ากันเองในยุคโลกาวินาศแบบนี้

เพราะผู้สังหารจะได้รับชีวิตของคนที่ตาย กลายเป็นนายแห่งผู้ถูกสังหาร

ไทเรสหวังว่าผู้ที่ ‘สังหาร’ เขาจะยังมีชีวิตอยู่

ค่ายกักกันไอทมิฬ เขตการปกครองที่สิบเอ็ด

“เฮ้ย! ตื่นสิวะ”

ไพเรนทร์เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้าช่างพร่ามัวราวกับอยู่บนยอดเขาอันปกคลุมไปด้วยไอหมอกหนา

“ให้ตายสิ! ช่วงนี้ชักจะบ่อยเกินไปแล้วนะ อย่าให้ฉันจับได้นะว่าแกแกล้งเป็นลมเพื่อที่จะอู้งานน่ะ”

จริงสิ ก่อนหน้านี้เขากำลังล้างห้องน้ำในค่ายกักกัน แล้วจู่ ๆ ภาพก็วูบดับไป ไพเรนทร์ยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เขากลับวิงเวียนจนต้องล้มลงไปใหม่ เขานั้นมีพาหะของโรคธาลัสซีเมียตามฉบับของคนไทย บางครั้งที่กินธาตุเหล็กไม่เพียงพอก็ทำให้โลหิตจางจนวูบไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรจะบ่อยเท่านี้ ในตอนนี้ไพเรนทร์รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเหมือนกับพลังงานถูกสูบออกไปจากร่าง ไม่ต่างจากตอนที่ถ่ายเทพลังงานเข้าเครื่องกักเก็บมรณาในทุกเช้า

เป็นภาระให้คนอื่นอีกแล้ว ชีวิตของเขาช่างไร้ประโยชน์

“เดี๋ยวเถอะ อย่าเพิ่งรีบลุกสิครับ ทำไมไม่นอนรอผมมาตรวจดี ๆ เล่า”

ไพเรนทร์ชำเลืองมอง เป็นคุณหมอโรเบิร์ตผู้แสนใจดีอีกแล้ว

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ ขอโทษที่รบกวน คุณหมอกลับไปเถอะครับ”

“จะให้ผมกลับไปได้ยังไงกันครับ... ในเมื่อคุณฆ่าผมไปแล้ว!”

โรเบิร์ตผลักไพเรนทร์ลงไปนอนใหม่แล้วขึ้นคร่อมทับให้เขาหนีไปไหนไม่ได้ ไพเรนทร์ที่กำลังตื่นตกใจพยายามจะขัดขืน แต่ศีรษะของเขาก็ถูกชนเข้าอย่างแรง หน้าผากของคุณหมอทับหน้าผากของเขากดศีรษะไว้กับพื้นแน่น เลือดแดงฉานไหลจากร่างของโรเบิร์ตทิ่มแทงเข้าสู่ร่างของเขาผ่านทางหน้าผากที่แนบสนิท

“ผม ผมไม่ได้ฆ่าคุณ!” ไพเรนทร์ร้องเสียงหลง หน้าผากของเขาปวดแสบไปหมด อาการปวดยังร้าวกระจายจนเจ็บไปทั่วทั้งศีรษะ

“ฆาตกรไม่เคยยอมรับความผิดของตัวเองหรอก” โรเบิร์ตรวบข้อมือของไพเรนทร์ที่พยายามผลักตัวเขาออกไปกดไว้กับพื้นจนดิ้นรนขัดขืนไม่ได้อีก “ผมจะปลดปล่อยคุณจากความทรมานนี้เอง!”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“เฮือก!”

ไพเรนทร์สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจสุดขีด เขาหอบหายใจรัวแรงแต่อากาศจากเครื่องที่ตั้งระบบควบคุมสำหรับมนุษย์ในสภาพกึ่งหลับกลับจ่ายอากาศมาได้ไม่เร็วพอจนเครื่องร้องแจ้งเตือน ไพเรนทร์หันหน้าไปมาเพื่อมองรอบด้านอย่างแตกตื่น เจ้าหน้าที่ในค่ายกักกันล่ะ? คุณหมอโรเบิร์ตล่ะ? ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นสีเขียว…

ไพเรนทร์สงบลง เมื่อครู่เขาเพียงแค่ฝันร้ายไป ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในค่ายกักกันเขตที่สิบเอ็ดอีกต่อไป เขากลายเป็นหนูทดลองในสถานีวิจัยใต้สมุทรเบอร์มิวดาตั้งนานแล้ว

“ฆาตกรไม่เคยยอมรับความผิดของตัวเองอย่างนั้นเหรอ…”

ไพเรนทร์มองไอทมิฬที่ไหลเวียนผ่านฝ่ามือ ใช่แล้ว เขาปลุกพลังแห่งความตายขึ้นมาได้เพราะเขาฆ่าไท

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 126 บทสรุป

    บทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 125 ครอบครัวผู้พลัดพราก

    บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 124 ภารกิจแรงงานทาส

    บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 123 ความสุขทางกาย (NC)

    บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 122 ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่

    บทที่ 122ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่“ไอ้สารเลวจอมฉวยโอกาสเอ๊ย!”ไทเรสเคี้ยวฟันด้วยความโมโหสุดขีด เขาอยากกระทืบกอริลลาที่กล้ามาแตะคนรักให้ตายคาที่ รอให้ตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้แล้วกระทืบซ้ำให้แหลกสลายคาเท้าต่อเลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องรีบพาไพเรนทร์ออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด บาดแผลที่วิคเตอร์สลักไว้ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของไพเรนทร์ ไทเรสไม่คิดว่าการแก้แค้นที่เขตสิบเอ็ดจะลบล้างความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นไปจากใจของไพเรนทร์ได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าตอนเผชิญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไพเรนทร์จะกลัวมากแค่ไหนยังไม่ทันจะได้กอดปลอบ ไพเรนทร์ก็หลับใหลในอ้อมแขนของไทเรสแล้วก่อนหน้านี้ไพเรนทร์อยากจะหายจากอาการง่วงเพลียเพราะร่างกายกับชีวิตไม่เข้ากันเพียงเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ทว่าในตอนนี้ ไพเรนทร์ตระหนักได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ตนเองอ่อนแอจนตอบโต้อะไรไม่ได้แบบที่คฤหาสน์ของเคนยูขึ้นอีก“…เรื่องนั้นง่ายจะตายไป ก็แค่สอนให้ร่างของนายรู้จักความสุขเหมือนที่ชีวิตของนายได้สัมผัสก็พอ…”ถูกของราชาน คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้สลักซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้วิธีไหนจึงจะสอนความสุขให้กับร่างกายได้กันเล่าสัมผัสจุมพ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 121 ราชาเดียวดาย (2/2)

    “คุณเคนยู ช่วยปล่อยด้วยครับ ตอนนี้ผมต้องอยู่ภายใต้การจับตามองของรัฐบาลในคฤหาสน์หลังนั้น”เคนยูรู้ว่าไพเรนทร์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไร แต่ใช้เป็นข้ออ้างที่จะผละไปจากเขาต่างหาก รอยยิ้มยินดีพลันขมขื่น ฟันสบเข้าคู่ขบกันแน่น เคนยูคิดเรื่องนี้มาไม่น้อย และเขาตัดสินใจมานานแล้ว“ฉันรู้ว่านายรักไอ้หน้าตายซากนั่น แต่นายจะแบ่งพื้นที่ในหัวใจมาให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ? ฉันเป็นผัวน้อยให้นายก็ได้นะ เป็นแค่ชู้ก็ยังดี!”ไพเรนทร์อึ้งจนอ้าปากค้างไปแล้ว เขาปลอบตัวเองว่าเคนยูคงจะพูดเล่น ทว่าแววตาหงอยเหงาแสนเศร้าที่ส่งออกมานั้นเป็นของจริง ไพเรนทร์ร้องเสียงเบาอย่างสลดใจ “คุณเคนยู อย่าทำแบบนี้เลยครับ”“ฉันรู้ว่าฉันในตอนนี้มันไม่แข็งแกร่งเท่าหมอนั่น แต่ฉันมั่นใจว่าฉันดูแลนายได้ดีกว่ามันแน่นอน”ดวงใจของไพเรนทร์ดั่งถูกบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนที่ดีกับเขาอย่างเคนยูเลย แต่เรื่องนี้ เขาเองก็พูดให้ต้องชัดเจนเช่นกัน“คุณเคนยูครับ ถ้าไม่นับที่ซ้อมผมจนตายไปหลายครั้ง คุณก็เป็นไม่กี่คนที่ใจดีกับผม เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม คุณเป็นคนที่สุดยอดมาก ทั่วทั้งโลกมีแต่คนชื่นชอบคุณ ผมเชื่อว่ายังไงคุณก็ต้องเจอคนที่ค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 58 คาราวานสีเทา (2)

    บทที่ 58คาราวานสีเทา (2)แคปซูลลงจอดเบื้องหลังความโกลาหล ไพเรนทร์รีบวิ่งออกมาทันทีที่ประตูเปิด“ไท ทำอะไรน่ะ กระโดดลงมาแบบนั้นเดี๋ยวก็บาดเจ็บหรอก!”ไพเรนทร์มาถึงตัวเพื่อนซอมบี้ผู้ไม่รักตัวกลัวตายของเขากลับต้องผงะ ร่างสูงของไทเรสมีร่างน้อยเกาะติดหนึบอยู่“ฉันไม่เป็นไรหรอก ได้พลังของนายช่วยไว้ไงล่ะ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 57 คาราวานสีเทา (1)

    บทที่ 57คาราวานสีเทา (1)ผู้ร้ายหลบหนีทั้งสามตระเวนขับแคปซูลตามร่องรอยที่ไทเรสชี้นำไปจนเข้าสู่วันที่สาม“นี่ แน่ใจนะว่ามาถูกทางน่ะ” ราชานผู้แม้จะผ่านภัยพิบัติมาหลายครั้งหลายหน แต่นักวิจัยเลื่องชื่ออย่างเขาก็มักจะได้รับการดูแลอย่างดีเสมอ ชายชราไม่เคยต้องอดมื้อกินมื้อ นอนหลังขดหลังแข็งในแคปซูลที่เขา

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 52 บทสรุปศึกสำนักงานใหญ่ดีซีโอ

    บทที่ 52บทสรุปศึกสำนักงานใหญ่ดีซีโอสำนักงานใหญ่แห่งดีซีโอ สถานที่รวบรวมการวิจัยซึ่งรัฐบาลโลกทุ่มทุนให้การสนับสนุนมากที่สุด สิ่งก่อสร้างที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยุคโลกาวินาศ จากตึกสิบชั้นสูงสง่าที่ล้อมรอบด้วยกำแพงทมิฬซึ่งฆาตกรไร้อันดับฝากไม่ได้แม้แต่รอยขีดข่วน ถูกเสาสัญญาณมรณาต้นยักษ์ ณ ใจกลางล้มทับ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 47 เพลย์เมคเกอร์

    บทที่ 47เพลย์เมคเกอร์ม่านหมอกสีแดงจางหายไปจากห้องทดลอง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งไอทมิฬที่ตกค้างจากการต่อสู้ และผู้ที่เหลือรอดโดยการปลิดชีวิตผู้อื่นแผงไฟที่ถูกพลังงานมากมายก่อกวนจนดับไปนานแล้วกะพริบไหว ทั้งห้องกลับมาสว่างอีกครั้ง หน้าจอมอร์นิเตอร์ทุกตัวเสียหายจากแรงกระเทือนก่อนหน้า แต่ลำโพงประกาศฉุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status