เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์

เจียงหย่าเสวี่ย จิตรกรหัตถ์สวรรค์

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-01-31
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
16 Peringkat. 16 Ulasan-ulasan
161Bab
15.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

จิตรกรสาวอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ในรอบ 100ปีทะลุมิติเข้าสู่ยุคโบราณในร่างของคุณหนูที่ครอบครัวล่มสลายเพราะมารดาถูกป้ายสีและหย่าร้างทั้งไล่พวกนางออกจากตระกูล นางต้องใช้ความสามารถและพรสวรรค์พลิกชะตากรรมของครอบครัวให้จงได้

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ความอัปยศ

บทที่ 1 ความอัปยศ

ณ คฤหาสน์ตระกูลเจียงอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นต้าจง

ค่ำคืนที่เงียบสงบกลับกลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนบ่งบอกถึงชะตากรรมอันเลวร้ายของคนในตระกูลเจียง ภายในจวนใหญ่ของตระกูลเจียง ผู้คนต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นหนา เสียงซุบซิบและการพูดคุยกันเบาๆ ของเหล่าคนในตระกูลและบ่าวไพร่ดังขึ้นทั่วบริเวณ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังศาลาที่ใช้สำหรับตัดสินความผิด ศาลาที่เคยสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดัน

เจียงซิ่วเหยา ฮูหยินใหญ่ของเสนาบดีเจียงเฉินนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางศาลา ใบหน้าของนางซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนพื้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นางพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ถูกยัดเยียดอย่างไม่เป็นธรรม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังนางเลย ทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาเย้ยหยันและรังเกียจ แต่ทว่าแม้นางจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและสิ้นหวัง แต่ความงดงามของนางยังคงโดดเด่นราวกับดอกสาลี่ที่ต้องสายฝนกระหน่ำ ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของนางกลับทำให้คนมองรู้สึกทั้งสงสารและริษยาในความงามพิลาศที่สวรรค์ลำเอียงให้นางมามากมาย ความงามอันอ่อนหวานนั้นเป็นที่ริษยาของบรรดาฮูหยินรองและอี้เหนียงทั้งหลายที่ยืนมองเรื่องสนุกและสะใจในความทุกข์ของผู้อื่นอยู่ ซึ่งไม่มีใครอยากเห็นนางยืนอยู่ในที่สูงเช่นนี้อีกต่อไปหากว่าสามารถเหยียบย่ำได้ก็จะต้องทำทันที

"ข้าไม่ได้ทำ! ข้าบริสุทธิ์! ท่านพี่ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ " 

เจียงซิ่วเหยาร้องเสียงสะอื้น นางพยายามอธิบาย แต่น้ำเสียงของนางถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยาะและคำพูดที่เต็มไปด้วยการดูถูกจากผู้คนรอบข้าง

“ไม่ต้องมาแก้ตัว! เจ้าถูกจับได้คาหนังคาเขา เจ้ายังจะปฏิเสธอะไรอีก! นี่หากว่าไม่ถูกจับได้บนหัวท่านพี่คือ แม้แต่เส้นผมก็คงจะกลายเป็นสีเขียวหมดแล้ว” 

 เสียงของเจียงหลันฟาง ฮูหยินรองของเสนาบดีเจียงเฉินดังขึ้น นางยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ใบหน้าของนางงดงามและเปล่งประกายด้วยความมั่นใจที่มาจากความสูงศักดิ์ เจียงหลันฟางหรือหลิวหลันฟางเป็นบุตรสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายขวาหลิวตงเฉิน ที่ฮ่องเต้ไว้วางใจครอบครัวของนางมีทั้งอำนาจและฐานะที่คนทั่วไปยำเกรง แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยังต้องเกรงใจนาง ใบหน้าของนางฉายแววแห่งความสะใจ ขณะที่สายตาของนางจับจ้องมาที่เจียงซิ่วเหยาราวกับจะเหยียบย่ำให้จมดิน

"ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น! ข้าไม่เคยคิดคบชู้กับบ่าวรับใช้! ข้าไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ ท่านพี่ ท่านแม่โปรดเชื่อข้าเถิดเจ้าค่ะ ฮื่ออออ!!!" เจียงซิ่วเหยาร้องออกมาน้ำเสียงของนางสั่นเครือด้วยความสิ้นหวัง 

"มันเป็นการใส่ร้าย ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดบ่าวคนนั้นถึงมาอยู่ในห้องของข้า! มันเป็นการจัดฉากเพื่อใส่ร้ายข้าจริงๆ นะเจ้าคะ ท่านแม่ ท่านพี่ เชื่อข้าเถอะ"

แต่คำพูดของเจียงซิ่วเหยากลับไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครในที่นั้นที่คิดจะฟังนาง ถึงแม้ว่านางจะพูดความจริงแล้วอย่างไรเล่า?? …ในที่แห่งนี่มีแต่คนที่แข็งแกร่งและระมัดระวังตัวเองเท่านั้นถึงจะอยู่รอด นี่คือความคิดของเหล่าอี้เหนียง ไม่มีความสงสารเห็นใจเลยถึงแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม พวกเขาต่างก็คิดว่าเป็นท่านเองที่พลาด..ฮูหยินใหญ่.

 บ่าวรับใช้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับนางได้หลบหนีไปเมื่อถูกจับได้ ทิ้งให้นางต้องรับความอัปยศไว้เพียงลำพัง สถานการณ์นี้ทำให้ทุกคนในตระกูลเชื่อว่านางเป็นผู้ผิดจริง เจียงซิ่วเหยาหันสายตาไปมองเจียงเฉิน สามีของนางที่นั่งอยู่บนที่นั่งสูง ใบหน้าไร้ความรู้สึก ดวงตาเย็นชานั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา ไม่มีแล้วสายตาแห่งความรักใคร่ที่นางเคยได้รับจากเขา ไม่มีอีกแล้วสายตาแห่งความเมตตา..ไม่มีแล้วจริงๆ นางคิดด้วยความเศร้าและสิ้นหวัง 

 เสนาบดีเจียงเฉินที่นั่งก้มมองร่างของฮูหยินเอกของตนด้วยสายตาเฉยเมย เขาเป็นชายฉกรรจ์ในวัยสี่สิบกว่าที่มีความสง่างามและหล่อเหลาอย่างน่าประทับใจ ความสูงของเขาโดดเด่น รูปร่างสมส่วนด้วยความแข็งแรงแบบนักรบที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทำให้เขายังคงมีท่วงท่าที่องอาจและน่าเกรงขาม แม้จะอยู่ในวัยกลางคนแล้วแต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ถึงความน่าดึงดูดของเขา ใบหน้าของเขายังคงมีความคมชัดและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ จมูกโด่งรับกับคิ้วที่เข้ม หน้าผากกว้างแสดงถึงความเฉลียวฉลาด ดวงตาคมเข้มแฝงด้วยประกายเยือกเย็นที่แสดงถึงอำนาจและความเด็ดขาด มุมปากของเขามักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเบา ๆ ที่ดูทั้งมีเสน่ห์และลึกลับ เส้นผมของเขามีสีดำเข้มตัดกับสีเงินที่แทรกอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งยิ่งทำให้เขาดูมีความน่าดึงดูดในแบบผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์

แม้ว่าเวลาจะผ่านไป เจียงเฉินก็ยังคงดูดีและมีบารมีที่ไม่สามารถมองข้ามได้ การแต่งกายของเขามักจะเลือกชุดที่ประณีตและดูสง่างาม เครื่องแต่งกายสีเข้มที่เน้นลวดลายสีทองทำให้เขาดูเป็นผู้นำที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและอำนาจ ทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน สายตาของผู้คนรอบข้างจะจับจ้องที่เขา ด้วยความเคารพและเกรงกลัว ความหล่อเหลาของเจียงเฉินนั้นไม่ได้มาจากเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมาจากออร่าของอำนาจ ความมั่นใจ และการควบคุมตัวเองที่เขามีตลอดเวลา

เจียงซิ่วเหยาละสายตาจะสามีของนางและมองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของเจียงเฉินที่เคยรักและเอ็นดูนาง แต่บัดนี้กลับมองนางด้วยสายตาแห่งความผิดหวังและเกลียดชัง ความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาทำให้นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดินทำให้นางนั้นแทบหายใจไม่ออก พวกเขามองนางราวกับมองคนแปลกหน้าไม่ใช่คนที่เคยอยู่ร่วมกันมาหลายปีแต่อย่างใด 

"เจียงซิ่วเหยา เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นภรรยาเอกแล้วจะทำสิ่งใดก็ได้หรือ?" เจียงหลันฟางกล่าวพร้อมหัวเราะเยาะ "เจ้าไม่เพียงทำลายเกียรติของตระกูลเจียง แต่ยังทำให้ท่านพี่ต้องอับอายอย่างถึงที่สุด" 

จียงหลันฟางนั้นก็พยายามกระพือไฟให้ลุกตลอดเวลา นางไม่ต้องการให้ท่านแม่และท่านพี่สงสารเจียงซิ่วเหยา ไม่เช่นนั้นแผนการทั้งหมดคงจะล้มไม่เป็นท่าแน่ 

เจียงเฉินเสนาบดีผู้เป็นสามีของเจียงซิ่วเหยา นั่งอยู่บนที่นั่งสูง สายตาของเขาเย็นชาและไร้ความรู้สึก ขณะที่เขามองดูภรรยาที่เขาเคยรักนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า การทรยศที่เขาถูกทำให้เชื่อว่าภรรยาของเขากระทำ ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง แต่ทว่ามันมีสิ่งที่ทำให้เขาผิดหวังมากกว่าการที่ได้ทราบว่านางคบชู้ เขาจึงไม่ได้คัดคานเรื่องในครั้งนี้ ซึ่งหากว่าฮูหยินรองทำสำเร็จ ปัญหานั้นก็จะถูกกำจัดไปจากจวนเจียงของเขาด้วยนั่นเอง เขาจึงไม่ได้พูดอะไร ทั้งๆ ที่ในใจนั้นก็ทราบดีว่าฮูหยินเอกของเขานั้นได้คบชู้หรือไม่

"เจียงซิ่วเหยา ข้าให้เจ้ามีชีวิตที่ดีในตระกูลเจียง ข้าให้เจ้าทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เจ้ายังกล้าทรยศข้าเช่นนี้อีกหรือ?" เสียงของเสนาบดีเจียงเฉินดังขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "เจ้าทำให้ข้าและตระกูลเจียงต้องอับอายขายหน้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเจ้ามันน่ารังเกียจเพียงใด?"

เจียงซิ่วเหยาร้องไห้สะอึกสะอื้น นางก้มหน้าลงต่ำ มือของนางสั่นเทาด้วยความกลัวและสิ้นหวัง 

"ท่านพี่ ข้าบริสุทธิ์ ข้าไม่เคยทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสม ขอท่านโปรดเชื่อใจข้าเถิดเจ้าค่ะ"

แต่เสนาบดีเจียงเฉินกลับไม่สนใจคำพูดของนาง เขาโบกมือเป็นสัญญาณให้บ่าวรับใช้นำตัวเจียงซิ่วเหยาออกไป

 "เจ้าไม่มีสิทธิ์อยู่ในจวนนี้อีกต่อไป ข้าจะหย่าขาดจากเจ้า และเจ้าต้องออกไปจากที่นี่ พร้อมกับลูกๆ ของเจ้า ข้าไม่ต้องการเห็นพวกเจ้าอีก"

คำสั่งของเจียงเฉินเป็นเหมือนดั่งสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของเจียงซิ่วเหยา นางทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาของนางไหลรินไม่หยุด ขณะนั้นเอง เจียงหย่าเสวี่ยก็วิ่งมาที่ศาลาและเข้าไปกอดท่านแม่ของนางทันที พลางเอ่ยว่า

 "ท่านพ่อ ท่านพ่อได้โปรดเชื่อท่านแม่สักครั้ง ท่านแม่ไม่มีทางที่จะทรยศท่าน ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านพ่อ!"

 เจียงซิ่วเหยากอดลูกสาวแน่น น้ำตาของนางยิ่งไหลรินมากขึ้น นางรู้สึกทั้งสิ้นหวังและรู้สึกผิดที่ทำให้ลูกต้องมาพบกับสถานการณ์เช่นนี้

แต่เจียงเฉินกลับไม่ฟัง เขาลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกไปจากศาลา ทิ้งให้เจียงซิ่วเหยานั่งอยู่ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและการดูถูกของคนในตระกูล นางไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง

เจียงหลันฟางยืนมองดูเจียงซิ่วเหยาที่กำลังถูกลากตัวออกไปจากศาลา รอยยิ้มที่มุมปากของนางฉายแววแห่งความสะใจ ในที่สุดนางก็สามารถกำจัดคู่แข่งที่ขวางทางลูกๆ ของนางออกไปได้สำเร็จ นางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้ม พลางคิดว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในตระกูลเจียง และนางจะต้องทำให้แน่ใจว่าลูกๆ ของนางจะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเจียงซิ่วเหยา

เจียงซิ่วเหยาถูกลากให้กลับมาที่เรือนเพื่อที่จะเก็บของของนาง ในขณะเดียวกันเสนาบดีเจียงเฉินก็ให้คนนำหนังสือหย่าและให้นางประทับตราพร้อมกับยัดตั๋วแลกเงินจำนวน 500 ตำลึงให้และเดินจากไปทันที ท่ามกลางสายตาของเหล่าคนรับใช้และคนในตระกูลที่ยืนมองด้วยความสมเพช พวกนางแม่ลูกและบ่าวรับใช้ที่เป็นสินเดิมมาพร้อมนาง 4 คน พวกเขาช่วยกันเก็บของอย่างรวดเร็วเท่าที่พวกนางจะทำได้ เจียงหย่าเสวี่ยรีบวิ่งไปเก็บข้าวของของตนเอง ขณะที่บ่าวทั้ง4 คนต่างก็ช่วยกันเก็บข้าวของของเจียงซิ่วเหยา และยังต้องมาเก็บของของน้องชายวัย 8 ขวบที่ตอนนี้ร้องไห้เสียงดังด้วยความตกใจ สภาพของพวกนางนั้นทั้งน่าเวทนาและโกลาหล

 ป้าจวงบ่าวรับใช้คนสนิทของท่านแม่ต้องรีบเข้ามาปลอบน้องชายพลางเก็บของของคุณชายน้องไปด้วย ขณะที่อาหง กับเสี่ยวจิวและอาหานพยายามจัดการกับข้าวของที่กระจัดกระจาย ท่ามกลางความเร่งรีบและแรงกดดันที่มากขึ้นทุกขณะ จากนั้นพวกนางถูกบ่าวของจวนเจียงคุมบังคับให้รีบออกจากจวน เมื่อถึงประตูมีบ่าวชราที่เป็นคนสนิทของฮูหยินรองผลักพวกเขาลงกับพื้นตรงหน้าประตูจวนใหญ่ จากนั้นไม่นานมีบ่าวคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่ายื่นกล่องเล็กให้และบอกว่า ฮูหยินผู้เฒ่าให้นางเก็บเอาไว้ เมื่อนางเปิดดูจึงเห็นว่าด้านในเป็นตั๋วเงิน 300 ตำลึงและมีเครื่องประดับหยกและปิ่นปักผมอีก 2-3 ชิ้น เจียงซิ่วเหยาหันกลับไปมองจวนที่เคยเป็นบ้านของนาง น้ำตาของนางไหลรินลงมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นางรู้ว่านับจากนี้ ชีวิตของนางและลูกๆ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ท่ามกลางความสิ้นหวัง เจียงซิ่วเหยาหันมองไปยังลูกๆ ของนาง เจียงหย่าเสวี่ยและน้องชายที่ยังคงร้องไห้เพราะว่าเสียขวัญและบ่าวทั้ง4 ที่พวกเขายังอยู่ในอาการงงงวย แต่เมื่อเห็นนายของตัวเองถูกหย่าและโยนทิ้งออกมาเหมือนของไม่มีค่าเช่นนี้พวกเขาทั้ง 4 ก็พร้อมที่จะออกจากจวนไม่ขออยู่ในสถานที่โหดร้ายเช่นนี้ 

"ปัง" 

เสียงประตูจวนใหญ่ปิดลงอย่างดังสนั่น เหมือนกับการปิดประตูจากชีวิตที่นางเคยมี เจียงซิ่วเหยาประคองลูกชายของนางไว้ในอ้อมแขนพลางปลอบใจเขาเบาๆ พลางสูดหายใจลึกเพื่อข่มความกลัวและความเศร้า นางรู้ว่าต้องเข้มแข็งเพื่อลูกๆ ของนาง แม้ว่าจะไม่มีบ้านอีกต่อไป แต่นางจะไม่ยอมแพ้ที่จะปกป้องครอบครัวของนางจากโลกที่โหดร้ายใบนี้

****ถูกโยนออกมาจากจวนจริงๆ เสนาเจียงไม่สนใจลูกๆ ของตัวเองเลย ใจร้ายมาก****

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Qwertyulaj Wkxekmzql
Qwertyulaj Wkxekmzql
องค์ชาย11น่าสงสารมากๆๆตามค่ะ
2024-12-31 01:31:23
1
0
Pinnolongerbe Ok
Pinnolongerbe Ok
มายังเอ่ยรออยู่จ้า รออัพเดทตอนที่81
2024-12-30 12:37:08
0
0
เทพประจักษ์ นาสมฝั
เทพประจักษ์ นาสมฝั
สนุกมากมาอัพต่อจ้า
2024-12-27 15:50:13
0
0
เทพประจักษ์ นาสมฝั
เทพประจักษ์ นาสมฝั
อัพเดทน๊าจะได้เพลิน
2024-12-27 15:48:45
0
0
Yingluck Thalangdee
Yingluck Thalangdee
กำลังม่วนสุดๆเรื่องนี้ชอบมาก
2024-12-26 11:25:43
0
0
161 Bab
บทที่ 1 ความอัปยศ
บทที่ 1 ความอัปยศณ คฤหาสน์ตระกูลเจียงอันยิ่งใหญ่แห่งแคว้นต้าจงค่ำคืนที่เงียบสงบกลับกลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความโกลาหล ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนบ่งบอกถึงชะตากรรมอันเลวร้ายของคนในตระกูลเจียง ภายในจวนใหญ่ของตระกูลเจียง ผู้คนต่างมารวมตัวกันอย่างแน่นหนา เสียงซุบซิบและการพูดคุยกันเบาๆ ของเหล่าคนในตระกูลและบ่าวไพร่ดังขึ้นทั่วบริเวณ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังศาลาที่ใช้สำหรับตัดสินความผิด ศาลาที่เคยสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันเจียงซิ่วเหยา ฮูหยินใหญ่ของเสนาบดีเจียงเฉินนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางศาลา ใบหน้าของนางซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนพื้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นางพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ถูกยัดเยียดอย่างไม่เป็นธรรม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครฟังนางเลย ทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาเย้ยหยันและรังเกียจ แต่ทว่าแม้นางจะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอและสิ้นหวัง แต่ความงดงามของนางยังคงโดดเด่นราวกับดอกสาลี่ที่ต้องสายฝนกระหน่ำ ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาของนางกลับทำให้คนมองรู้สึกทั้งสงสารและริษยาในความงามพิลาศที่สวรรค์ลำเอียงให้นางมามากมาย ความงามอันอ่อนหวานนั้นเป็นที่ริษยาของบรรดาฮูหยินรองและอี้เห
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เผชิญโลกภายนอก / ของขวัญวันเกิด
บทที่ 2 เผชิญโลกภายนอก / ของขวัญวันเกิดภาพสุดท้ายที่เหล่าบ่าวรับใช้ของตระกูลเจียงเห็นและกลับไปรายงานให้กับเจ้านายของพวกเขาแต่ละคนก็คือ ภาพของหญิงสาวที่มีสภาพไม่ต่างจากดอกไม้กลีบบอบบางที่โดยฝนกระหน่ำจนบอบช้ำแต่ทว่ายังแข็งใจเดินออกมา มือหนึ่งจูงลูกสาว อีกมือจูงมือลูกชาย และมีบ่าว 4 คนที่หอบข้าวของพะรุงพะรังเดินตามถนนของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย"เจี๋ยเออร์ เสวี่ยเออร์ ไม่ต้องกลัวนะลูก แม่ยังอยู่กับพวกเจ้าเสมอ"นางพูดกับลูกๆ ของนางเบาๆ เจียงหย่าเสวี่ยที่ร้องไห้เสียงสั่น "ท่านแม่...เราจะไปไหนกันหรือเจ้าคะ? ทำไมท่านพ่อถึง..."เจียงซิ่วเหยาพยายามยิ้มอย่างเข้มแข็งไปที่ลูกสาว "ไม่เป็นไรนะลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะพาพวกเจ้าไปในที่ที่ปลอดภัย เราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน เจ้าไม่ต้องกลัวอะไรเลย"ป้าจวงหันมาพูดกับเจียงซิ่วเหมย"ฮูหยินเจ้าคะ เราแวะพักที่โรงเตี้ยมข้างหน้านั้นก่อนดีไหมเจ้าคะ? ดูเหมือนคุณหนูทั้งสองจะเหนื่อยกันมากแล้ว"เจียงซิ่วเหยา "คุณหนู!! ต่อไปป้าจวงเรียกข้าว่าคุณหนูเถอะ..ตอนนี้ไม่มีฮูหยินอีกแล้ว เอาตามที่เจ้าว่าเถอะ เจี๋ยเออร์กับเสวี่ยเออร์คงจะหิวแล้วจริงไหมลูก?"เจียงเจ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 เจ็บแล้วจำคือคน....
บทที่ 3 เจ็บแล้วจำคือคน....ท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่เบื้องบน เมฆลอยละล่องพลิ้วไหวเป็นระลอกคลื่น รถม้าสองคันแล่นตามกันออกจากเมืองหลวงที่คึกคักสู่ชนบทที่ห่างไกล สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้ากว้างขวาง ต้นไม้สูงชะลูดและอาคารแบบทรงนิยมในเมืองหลวง ที่อยู่เบื้องหลังดูเหมือนจะเลือนรางและห่างไกลออกไปทุกที บรรยากาศที่เคยครึกครื้นในเมืองหลวงกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและเดียวดาย มีเพียงเสียงล้อรถม้าที่กระทบกับถนนกรวดดังเบา ๆ และเสียงลมพัดผ่านเท่านั้น รถม้าคันหนึ่งเป็นที่นั่งของเจียงซิ่วเหยากับลูก ๆ และป้าจวงบ่าวคนสนิท อีกคันเป็นที่นั่งของบ่าวรับใช้สามคนและสัมภาระทั้งหมดที่นำติดตัวมา แม้จะมีคนอยู่ข้างกัน แต่ความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้งและไร้ที่พึ่งก็ยังคงครอบงำหัวใจของพวกเขาเจียงซิ่วเหยานั่งอยู่ในรถม้า ป้าจวงบ่าวคนสนิทนั่งอยู่ข้าง ๆ ทั้งสองกำลังปรึกษากันเกี่ยวกับแผนการในอนาคต นางมองออกไปยังทิวทัศน์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ นางรู้สึกทั้งกังวลและทุกข์ใจในเวลาเดียวกัน จุดหมายปลายทางของนางคือเมืองที่เรียกว่าอวี้ไห่ เมืองชนบทห่างไกลที่อยู่ริมทะเล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านเกิดของท่านแม่ของนาง นางจำได้ว่าครั้ง
Baca selengkapnya
บทที่ 4 การสูญเสียและการเริ่มต้นใหม่
บทที่ 4 การสูญเสียและการเริ่มต้นใหม่การเดินทางที่ยาวนานและแสนเหน็ดเหนื่อยจากเมืองหลวงมายังเมืองอวี้ไห่ได้ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงจากแดดร้อนจัดสลับกับฝนตกอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นศัตรูที่ทำให้เจียงหย่าเสวี่ย ลูกสาวคนโตของเจียงซิ่วเหยาต้องป่วยไข้ตั้งแต่เริ่มการเดินทาง แม้นางจะเป็นเด็กที่แข็งแรงและมีความอดทนมากแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญกับการเดินทางที่เหนื่อยล้าและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย นางก็ไม่อาจต้านทานความเจ็บป่วยที่เข้ามากล้ำกลายได้ในระหว่างการเดินทาง คนขับรถม้าและผู้คุ้มกันก็มักจะพูดคุยกันถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างไม่คาดคิด"เฮ้อ วันนี้ร้อนจัดจนเหงื่อท่วมตัว แต่พอพ้นเที่ยงไปฝนก็เทลงมาเหมือนฟ้ารั่ว นี่มันอะไรกันนักหนา"คนขับรถม้าบ่นออกมา ขณะที่มือของเขากุมบังเหียนแน่นเพื่อควบคุมม้าไม่ให้วิ่งเร็วเกินไปบนถนนที่ลื่นจากฝน"ข้าเองก็ไม่เคยเห็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน" ผู้คุ้มกันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยตอบ"มันทำให้การเดินทางลำบากขึ้นเยอะจริง ๆ นายหญิงและคุณหนูก็ต้องลำบากไปด้วย ข้าหวังว่าเราจะไปถึงเมืองต่อไปโดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก""ใช่ ข้าก็หวังเช
Baca selengkapnya
บทที่ 5 พู่กันลิขิตสวรรค์ ชิงหลง
บทที่ 5 พู่กันลิขิตสวรรค์ ชิงหลงคืนที่เงียบสงัดหลังจากที่เจียงหย่าเสวี่ยฟื้นขึ้นมา ในคืนที่ลมหนาวพัดผ่านทุ่งหญ้าอย่างแผ่วเบา ดวงจันทร์ส่องแสงสลัวลงมายังค่ายพัก ร่างของเจียงหย่าเสวี่ยนั่งอยู่ในรถม้าที่คับแคบ ขณะที่ท่านแม่เจียงซิ่วเหยานั่งข้าง ๆ ด้วยความดีใจสุดขีด นางรีบทำโจ๊กผักอย่างที่ลูกสาวอยากกินมาให้สุดฝีมือ"เสวี่ยเออร์ กินเยอะ ๆ นะลูก จะได้หายไว ๆ" เจียงซิ่วเหยาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ขณะที่นางยกช้อนโจ๊กมาป้อนลูกสาว"ท่านแม่ ข้ากินเองได้เจ้าค่ะ ไม่ต้องลำบากท่านหรอก"เจียงหย่าเสวี่ยตอบเบา ๆ แต่ก็รับช้อนจากมารดาด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆเจียงซิ่วเหยามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย นางยิ้มทั้งน้ำตา "ข้าอยากป้อนเจ้า ให้ข้ามั่นใจว่าเจ้าปลอดภัยแล้ว ข้ากลัวเหลือเกินว่าจะสูญเสียเจ้าไป"หลังจากป้อนโจ๊กเสร็จ เจียงซิ่วเหยาลูบผมลูกสาวและกอดลูกไว้แน่นๆ ราวกับอยากให้ตัวเองมั่นใจว่านางไม่ได้สูญเสียลูกสาวที่รักคนนี้ไปจริง ๆ นางอยากจะมั่นใจว่าลูกยังอยู่ตรงนี้"ท่านแม่ ข้าปลอดภัยแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ" เจียงหย่าเสวี่ยพูดปลอบเบา ๆเจียงซิ่งเหยาเมื่อป้อนโจ๊กผักให้ลูกสาวเสร็จก็ใช้หน
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ความสามารถของชิงหลง
บทที่ 6 ความสามารถของชิงหลงเมื่อยามเช้ามาเยือน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องทะลุผ้าม่านของรถม้าเข้ามา เจียงหย่าเสวี่ยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางหันมองไปรอบ ๆ พบว่าท่านแม่เจียงซิ่วเหยายังคงหลับอยู่ในอ้อมกอดของนาง นางจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกมาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ท่านแม่ตื่น นางเดินออกจากรถม้าและสูดอากาศบริสุทธิ์ของยามเช้า หยิบพู่กันชิงหลงออกมาจากเสื้อของนางพลางมองมันด้วยความสงสัยตอนนี้พวกเขาพักค้างแรมในป่า เจียงหย่าเสวี่ยค่อย ๆ เดินออกมาจากค่ายพักและบอกกับป้าจวงว่า "ข้าจะออกกำลังเล็กน้อยนะเจ้าคะ ป้าจวงไม่ต้องเป็นห่วง"ป้าจวงพยักหน้าและยิ้ม "ได้เจ้าค่ะ คุณหนู แต่โปรดระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ ป่าตอนเช้านี้ยังมีหมอกหนาอยู่"เจียงหย่าเสวี่ยยิ้มและเดินออกไป นางรู้สึกถึงความเงียบสงบของป่าและเสียงนกร้องที่สร้างความสดชื่นให้กับนาง"เจ้าคือพู่กันลิขิตสวรรค์ ชิงหลงจริง ๆ หรือ?" เจียงหย่าเสวี่ยพึมพำกับตัวเอง ขณะจ้องมองพู่กันในมือทันใดนั้นเอง พู่กันก็ส่งประกายแสงสีฟ้าจาง ๆ ออกมา ราวกับกำลังตอบรับคำถามของนาง เจียงหย่าเสวี่ยมองดูด้วยความตกใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะดังขึ้นมาในหัวของนางอีกครั้ง"ใช่แล้ว เจ้าคือเจ้านายของข
Baca selengkapnya
บทที่ 7 เจ้าเก็บความลับได้หรือไม่??? 
บทที่ 7 เจ้าเก็บความลับได้หรือไม่??? วันเวลาผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ที่พวกเขาเดินทาง และระยะทางที่จะถึงจุดหมายนั้นยังอีกประมาณครึ่งเดือน ค่ำวันหนึ่งเจียงหย่าเสวี่ยกำลังนอนพัก เธอเงี่ยหูฟังเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงนกร้อง และเสียงพูดคุยจากท่านแม่เจียงซิ่วเหยาและป้าจวงที่อยู่ใกล้ ๆ แม้ไม่ได้ตั้งใจจะฟัง แต่คำพูดบางคำก็แว่วเข้ามาในหู ทำให้เธอหยุดพู่กันที่กำลังขยับอยู่บนกระดาษ"คุณหนูเจ้าคะ ตอนนี้เงินที่เหลืออยู่ก็เพียง 400 ตำลึงเท่านั้นเอง อีกทั้งเรายังต้องเดินทางอีกเกือบหนึ่งเดือน ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดี" ป้าจวงพูดด้วยน้ำเสียงกังวลเงินที่หมดไปส่วนใหญ่นั้นก็เพราะต้องซื้อยาซื้อโสมราคาแพงมาบำรุงคุณหนูที่ป่วยหนักมาตลอดทั้งเดือน ถ้าไม่มีโสมและยาทั้งหมดนั้น คุณหนูคงไม่สามารถรอดมาได้ป้าจวงตอบด้วยความเศร้าใจ"ข้าไม่สนว่าเงินจะหมดไปเท่าไร สุขภาพของลูกสาวข้านั้นสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ถ้าการใช้จ่ายเหล่านี้ทำให้เสวี่ยเออร์ของข้าหายป่วย ข้าก็ยินดีที่จะแลกทุกอย่าง"เจียงซิ่วเหยาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเจียงหย่าเสวี่ยฟังคำพูดเหล่านั้นและรู้สึกหั
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ข้าพบดงโสมเจ้าค่ะ…ท่านแม่!!!
บทที่ 8 ข้าพบดงโสมเจ้าค่ะ…ท่านแม่!!!เสียงจากข้างหลังทำให้นางหันกลับไปมอง เป็นป้าจวงที่ตามมาหานาง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจและความประหลาดใจเมื่อเห็นดงโสมและเห็ดหลินจือที่เพิ่งเกิดขึ้น"คะ…คุณหนู คือ..คือ..เออ ท่านทำทั้งหมดนี้หรือเจ้าคะ?"ถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อสายตา ป้าจวงถึงจะเป็นคนจิตแข็งขนาดไหนเมื่อเห็นกับตาว่าคุณหนู่ของนางอยู่ก็วาดๆ อะไรสักอย่างและเมื่อนางสะบัดแปรงเบาๆ ก็ทำให้มีเส้นแสงสีเงินสีทองวูบวาบเต็มไปหมดไม่ถึง5 อึดใจต้นโสมที่เป็นของหายากอันดับหนึ่งของป่าต่างก็รีบผุดขึ้นมาจากดินราวกับว่าหากขึ้นช้าแล้วจะไม่ทันหัวอื่นๆ อย่างไรอย่างนั้นนางก็ตกใจทีเดียวเจียงหย่าเสวี่ยนั้นแต่แรกก็ไม่ได้คิดจะปิดบังครอบครัวแต่เพราะว่ายังไม่ถึงเวลาจึงไม่ได้บอกไป แต่เมื่อป้าจวงที่เป็นคนที่ภักดีที่สุดของท่านแม่มาเห็นเช่นนี้ นางก็ได้แต่ปล่อยให้ได้เห็น“ป้าจวงเร็วเข้ารีบมาขุดโสมเหล่านี้เร็ว ด้านนั้นยังมีเห็ดหลินจือด้วยเจ้าค่ะ ดอกใหญ่ๆ ทั้งนั้น อย่างเพิ่งนิ่ง เดี๋ยวกลับไปข้าจะอธิบายให้ฟังเจ้าค่ะ”เจียงหย่าเสวี่ยไม่อยากจะเสียเวลาเพราะหากอยู่ที่นี่นางไม่แน่ว่าท่านแม่อาจจะส่งใครมาตามพวกนางอีก ป้าจ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ขายโสม
บทที่ 9 ขายโสม“ข้าพบดงโสมเจ้าค่ะท่านแม่!!!” เสียงกระซิบของลูกสาวนั้นแผ่วเบาแต่ทว่าเสียงที่นางบอกนั้นดังสนั่นในหัวของเจียงซิ่วเหยา“อะ..อะไรนะลูกรัก เจ้าพูดอีกทีซิ”เจียงซิ่วเหยาเอื่อมมือมาจับมือของลูกสาวและเขย่าเบาๆ เจียงหย่าเสวี่ยหันไปมองป้าจวงและพยักหน้าให้เล็กน้อยจากนั้น ป้าจวงก็นำตะกร้าใบหน้าเข้าไปวางไว้ในรถม้าปิดผ้าหน้าหน้าต่างให้เรียบร้อยและหันไปพยักหน้าให้คุณหนูเล็กของนางประมาณว่าเรียบร้อย เสร็จแล้วนางก็เดินไปหากลุ่มของคนขับรถม้าและคนคุ้มกันที่กำลังนั่งกินอาหารที่พวกนางทำโดยพวกเขาได้แยกไปนั่งไกลพอสมควร ทำให้ไม่เห็นสิ่งที่ป้าจวงแบกมาป้าจวงเดินไปหาอาหานและสั่งให้เขาทำความสะอาดไก่ทันที พลางหันไปบอกคนคุ้มกันว่าวันนี้พวกนางจะย่างไก่เพิ่ม เมื่อพวกเขาเห็นว่าวันนี้จะมีเนื้อเพิ่มขึ้นจึงวางชามโจ๊กและรีบไปช่วยอาหานจัดการไก่ทันที ใครเล่าจะไม่อยากกินเนื้อ เป็นอันว่าทั้งคนคุ้มกันคนขับรถม้าพากันเอาไก่ออกไปทำที่ลำธารที่อยู่ไม่ไกลแทนซึ่งเป็นการดีต่อเจียงหย่าเสวี่ยที่จะได้นำโสมและเห็ดหลินจือมาให้ท่านแม่ดูเมื่อเจียงซิ่วเหยาเดินเข้าไปในรถม้าที่ปิดประตูผ้าม่านเรียบร้อย ชั่วครู่ที่นางมองเห็นโสมขน
Baca selengkapnya
บทที่ 10 โรงประมูลมังกรเหิน
บทที่ 10 โรงประมูลมังกรเหินก่อนที่จะกลับมาที่โรงเตี้ยม ทั้งสองได้แวะไปที่โรงประมูลมังกรเหินและแจ้งตามที่หลงจู๊ของร้านขายยาหยูอี้ถังบอกว่าต้องการเข้าร่วมประมูล เมื่อพวกเขารู้ว่าจะมีโสมอายุ 1,000 ปี และเห็ดหลินจืออายุ 500 ปีเข้าประมูล ทำให้โรงประมูลนั้นตื่นเต้นและโกลาหลกันขึ้นมาทันที พวกเขาถึงขนาดเชิญหลงจู๊มาและขอให้พวกนางนำโสมและเห็ดหลินจือออกมาให้ดู เพราะว่ากลัวว่าพวกนางจะพูดไม่จริง และเมื่อได้เห็นของเรียบร้อย ตอนนี้สายตาที่พวกเขามองสองป้าหลานนั้นมีความนับถือมากขึ้นมาหลายส่วน"ข้าไม่ได้เห็นโสมที่มีอายุถึงพันปีมานานเหลือเกินแล้ว น่าจะเกือบ 10 ปีได้แล้ว มันล้ำค่าจริงๆ"หลงจู๊พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยตื่นเต้นและความประทับใจมาก นานมาแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นโสมและเห็ดหลินจือที่มีอายุเยอะขนาดนี้ในโรงประมูลมังกรเหินของพวกเขาและที่สำคัญมันถูกส่งเข้าประมูลเป็นคู่ด้วยครั้งนี้เมืองชิงเฉินจะต้องแตกตื่นอย่างแน่นอน พวกเขารีบส่งสายตาให้กันเป็นการบอกว่า พวกเจ้ารีบไปกระจายข่าวนี้ให้เร็วที่สุดและให้ได้มากที่สุดด้วยเพราะว่า ของมีค่าเช่นนี้มาถึงโรงประมูลกระชั้นชิดเหลือเกิน พวกเขาได้แต่ต้องทำวิธีการส่งข่า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status