Compartilhar

บทที่ 2 ที่มาของพลัง

last update Última atualização: 2026-02-03 15:36:27

บทที่ 2

ที่มาของพลัง

“รสชาติของชีวิตเป็นยังไงบ้างครับ?”

ไพเรนทร์หันหน้าไปตามเสียง ท่ามกลางสีขาวเจิดจ้า คุณหมอโรเบิร์ตผู้แสนใจดียืนยิ้มอบอุ่นอยู่ข้างเตียงคนไข้ดั่งเช่นทุกครั้ง

“ขม… ขมมากครับ”

คุณหมอหัวเราะขบขันพลางช้อนมือของเขาขึ้นไปแนบใบหน้าของตน “งั้น… อยากให้ผมช่วยไหมครับ?”

ไพเรนทร์พยักหน้าอย่างเซื่องซึม “รบกวนด้วยครับ”

คุณหมอยกยิ้มเบาบางก่อนจะเอียงศีรษะ ประทับริมฝีปากจุมพิตมือเย็นชืด เลือดแดงฉานถ่ายเทออกจากกลีบปากอุ่นไหลบ่าแต่งแต้มสีสันให้กับมือซีดเซียว ไพเรนทร์หลับตาดื่มด่ำกับสีขาวแสนสงบ

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

น้ำเย็นสาดเข้าเต็มใบหน้า ไพเรนทร์สะดุ้งตื่นเต็มตา ภาพคุกน้ำทมิฬของเดอะดราวน์ย้อนกลับมาฉายชัดในความทรงจำ สัญชาตญาณสั่งให้สองมือตะกายแหวกว่ายพาร่างขึ้นสู่ผิวน้ำ

สิ่งที่มือของเขาปัดป่ายกลับมีเพียงอากาศ ไพเรนทร์เปิดเปลือกตา เบื้องหน้าเขาคือชายผู้มีใบหน้าคมเข้มโดดเด่นแฝงความละมุนตามแบบฉบับลูกครึ่ง ชายผู้ที่เพิ่งต่อยเขาจนตายขยี้เส้นผมสีบลอนด์แซมดำของตัวเองพลางสบถอย่างหัวเสีย

“แค่พูดออกมามันจะไปยากอะไรกันวะ! จะเก็บเป็นความลับอะไรนักหนา ช่างแม่งแล้ว! ตาแก่ เปิดประตูดิ๊ ฉันจะกลับแล้ว เสียเวลาชะมัด!”

ชายผู้นั้นเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป เจ้าหน้าที่สองคนก็เข้ามาคุมตัวไพเรนทร์ให้เดินกลับไปยังห้องหลอดทดลองห้องแรกอันเป็นคุกคุมขังของเขาดังเดิม

ทางเดินสถานีวิจัยทั้งมืดสลัวและยาวเหยียดดั่งสะพานสู่นรกภูมิ บรรยากาศวังเวงใต้ทะเลลึกตัดขาดจากโลกภายนอกช่างชวนให้ใจเคว้งคว้างในแบบที่ค่ายกักกันเทียบไม่ติด ในความมืดสลัว ไพเรนทร์เห็นคนสามคนเดินอยู่ไกล ๆ ทั้งสามมุ่งหน้าไปยังประตูด้านหลังที่เขาเพิ่งจากมา คงจะเป็นตัวทดลองคนอื่นถูกนำตัวไปวิจัยเหมือนที่เขาโดนเมื่อสักครู่กระมัง

ผู้ที่ถูกขนาบข้างโดยเจ้าหน้าที่คือชายร่างสูงโปร่ง ผมยาวไปถึงต้นขา ปรกใบหน้าจนเห็นเพียงปลายจมูกที่ยื่นโผล่ออกมา แต่ผิวกายซีดเซียวราวกับผ้าดิบ เล็บแหลมคมสีดำสนิท และท่าเดินโงนเงนก็ทำให้ผู้พบเห็นพอจะบ่งชี้ได้ว่ามันคือซอมบี้

ซอมบี้เดินตามคำสั่งของผู้คุม? หรือว่าจะเป็นซอมบี้ใต้อาณัติของเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่ง ทว่าไพเรนทร์สัมผัสถึงการใช้ไอทมิฬจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้แม้เพียงนิด

“นั่นน่ะเหรอ ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะที่เขตสิบเอ็ดส่งมา?” ผู้คุมคนหนึ่งของไพเรนทร์กระซิบถามเพื่อน

“ใช่แล้ว เห็นว่าฟังรู้เรื่อง แต่เส้นเสียงแข็งตัวไปแล้วเลยพูดไม่ได้ พวกนักวิจัยประมาณการว่ามันน่าจะเป็นซอมบี้มาแล้วสิบสองปีจากการตรวจเส้นผม ตายมานานเนื้อเยื่อก็เลยแข็งขัดไปหมด”

“สิบสองปี! ก็เท่ากับจำนวนปีดูมส์เดย์เลยน่ะสิ ซอมบี้ยุคบุกเบิกเลยนะเนี่ย ร่างกายยังไม่เน่าสลายได้ยังไงกัน ใครเป็นเจ้านายของมัน?”

“ไม่มีใครรู้ แถมเจ้าซอมบี้นอกจากจะพูดไม่ได้ มือก็ยังแข็งจนเขียนหรือพิมพ์ไม่ได้อีก ตอนนี้ก็เลยยังบอกไม่ได้ นายเองก็อย่าเห็นว่ามันเชื่อฟังแล้วไม่ระวังตัวล่ะ อยู่มาสิบสองปียังไงก็คงจะไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดาทั่วไป”

เขตที่สิบเอ็ดอย่างนั้นเหรอ…

กลุ่มทั้งสองเดินไปตามทางของตนจนเข้าใกล้กันทุกขณะ ไม่รู้เพราะเหตุใด ไอทมิฬที่ไหลเวียนในร่างซอมบี้ตนนั้นจึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ไพเรนทร์มั่นใจว่าไม่เคยเห็นซอมบี้ตนนี้…

ภาพหนองน้ำดำทะมึนปรากฏขึ้นในความทรงจำ ชั่วจังหวะที่สติขาดผึงจากการโดนกักขังในคุกน้ำและพลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างเป็นครั้งแรก ในตอนนั้น เหมือนว่าจะมีมือข้างหนึ่งเอื้อมเข้ามาในคุกน้ำได้สำเร็จจนเกือบจะโจมตีเขาได้แล้ว ไม่ใช่ว่าซอมบี้ตัวนั้นก็มีผมยาวเหมือนกันหรอกหรือ…

ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะหยุดฝีเท้า ผู้คุมพยายามดึงให้มันเดินต่อ ผู้คุมของไพเรนทร์เห็นดังนั้นก็ยกปืนขึ้นจ่อพร้อมยิง คอยระวังการโดนลอบโจมตีในจังหวะที่เดินสวนกัน ซอมบี้หันขวับมาทางกลุ่มของเขาอย่างฉับพลันจนทุกคนตกใจ มันเดินชนผู้คุมล้มระเนระนาดฝ่าเข้ามาหากลุ่มของไพเรนทร์

“รายงาน ตัวทดลองซอมบี้มีสติสัมปชัญญะคลุ้มคลั่งไปแล้ว ขอกำลังเสริม ด่วน!”

“ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเราจะทำการยิงในสาม…”

ซอมบี้บุกฝ่าเจ้าหน้าที่มาหยุดลงตรงหน้าของไพเรนทร์ ปากซีดเผือดอ้าออกราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง

“ฮึม…ฮา”

เสียงที่ขับออกมากลับมีเพียงเสียงหวีดหวิวแหบพร่าดั่งลมเล็ดลอดผ่านรูหน้าต่างในคืนพายุฝน

“…อยากจะพูดกับผมงั้นเหรอ?”

ซอมบี้ส่งเสียงครวญครางดังกว่าเก่า แม้จะฟังดูน่าสยดสยอง แต่ซอมบี้กลับแค่ยืนโอนเอนอยู่ตรงนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาทำร้ายเขาเหมือนซอมบี้ทั่วไปเลยสักนิด

“…หนึ่ง ยิง!”

“เดี๋ยวก่อน!”

ไพเรนทร์ฝืนปลดปล่อยไอทมิฬออกมาอย่างสุ่ม ๆ เหมือนตอนที่เขาขโมยแคปซูลจากเขตที่สิบเอ็ดมาขับ กระสุนที่สร้างมาจากไอทมิฬเพื่อให้มนุษย์ธรรมดาสามารถสังหารซอมบี้ได้โดยเฉพาะ ถูกไอทมิฬที่เหนือกว่าซัดจนสลาย เจ้าหน้าที่ทั้งสี่คนกระเด็นไปคนละทาง แต่ละคนกระแทกผนังทางเดินเข้าอย่างแรงจนสลบคาที่

“คุณ…อยากจะพูดอะไรงั้นเหรอ?”

ซอมบี้ผู้พูดไม่ได้ขยับงกเงิ่นดั่งไม่รู้ว่าควรจะสื่อสารอย่างไร สักพักมันก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ นิ้วมือแข็งขัดหักลงกำจนเหลือเพียงนิ้วชี้ มันชี้ไปที่หัวของไพเรนทร์แล้วชี้หัวของตัวเอง ก่อนจะใช้สองมือตีเข้าหากันอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้องทางเดิน

ละครใบ้แสนสั้นที่ใครเห็นเป็นต้องมึนงงกลับทำให้ไพเรนทร์เบิกตากว้าง เขาเข้าใจ ภาพเหตุการณ์ในวันที่เกิดอุบัติการณ์หมอกโลหิตย้อนกลับมาฉายซ้ำ ในตอนที่ไพเรนทร์กระโดดลงจากหอพัก เขาไม่ได้หลับตา เขาจดจ้องอย่างตั้งใจราวกับต้องการเป็นสักขีพยานให้แก่การจากไปของตนเอง ชั่วจังหวะก่อนที่ร่างจะกระทบพื้น เขาเหมือนจะเห็นภาพวูบไหวของคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว แต่ภาพนั้นช่างเลือนรางราวกับเป็นเพียงภาพติดตา จนไพเรนทร์เชื่อมาโดยตลอดว่าเขาหลอนไปเอง

ไพเรนทร์เชื่อว่า ลึก ๆ ในใจของเขาเพียงแอบหวังว่าจะมีใครสักคนมาหยุดเขาไว้ เขาเพียงต้องการความหมายในการยื้อชีวิตอันไร้ค่านี้ต่อ แต่ก็ไม่มีใครทั้งนั้น เขาจึงสร้างภาพลวงตาขึ้นมาหลอกตัวเอง

ทว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง มีคนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

มือสั่นเทาที่ซีดไม่ต่างจากซอมบี้เอื้อมไปหาร่างเบื้องหน้า นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมสีดำยาวปรกใบหน้าออก หนวดเครายาวรุงรังปิดบังเครื่องหน้าครึ่งล่างจนไพเรนทร์แทบจะจำไม่ได้ แต่ดวงตาที่ไม่ได้เหลือกลอยจนเหลือแต่ตาขาว เผยสายตาเฉยเมยคู่นั้นที่ไพเรนทร์ยังจำได้ดี

“ไท… นั่นนายเหรอ?”

“ฮึม”

เสียงครวญครางฟังไม่ได้ภาษา แต่ไพเรนทร์รู้ดีอยู่แก่ใจ เป็นเขาที่กระโดดลงมาตกใส่ไท เป็นเขาที่พรากอนาคตไปจากชายหนุ่มผู้กำลังใช้ชีวิตของตัวเองไปได้ดีด้วยความเห็นแก่ตัวของเขา เป็นเขาที่ทำให้ไทเรสตาย

ทั้งที่คนเดียวที่เขาอยากให้ตายคือตัวเอง แต่เขากลับไปพรากชีวิตของคนอื่นแทน

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ ในอกบีบรัดอย่างแสนสาหัส ไพเรนทร์คุกเข่าแทบเท้าของอีกฝ่าย กำชายเสื้อตัวทดลองทรุดโทรมของไทเรสไว้แน่น น้ำตาไหลพรากท่วมสองตาจนเขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้อีก

ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ไพเรนทร์ไม่รู้ว่าเขาปลุกไอทมิฬขึ้นมาได้อย่างไร เขาเคยคิดว่าเป็นเพราะเขาฆ่าตัวตาย แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ จึงไม่น่าใช่ ก่อนหน้านี้ ประวัติการสังหารของเขาอย่างมากก็แค่ตบยุงเหยียบมดเหมือนคนปกติทั่วไปก็เท่านั้น ไม่มีวี่แววว่าจะปลุกไอทมิฬขึ้นมาได้เลย

แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

“ขอโทษ ไท ฉันขอโทษ! ฮึก…ขอโทษจริง ๆ เป็นเพราะฉัน นายถึง…”

ไพเรนทร์ร้องไห้ฟูมฟายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต เขาโขกศีรษะเข้ากับขาแข็งทื่อของอีกฝ่ายด้วยอยากจะให้คนที่ถูกเขาทำร้ายลงโทษตัวเขาคืน แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่กล้าโขกแรง เพราะไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้ไทเรสต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ความสับสนกัดกินจิตใจ คลื่นไอทมิฬที่เคยสงบในร่างพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง สร้างพายุทมิฬยุ่งเหยิงจนทั้งทางเดินสั่นคลอน ทว่าไพเรนทร์ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาของตน ไม่รู้สึกถึงความเปียกชุ่มของน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า เขาเจ็บปวดเหลือเกิน ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงได้พรากชีวิตอันล้ำค่าของคนอื่น

ยาสลบจากปืนล็อกเป้าถูกยิงปักเข้าที่ลำคอ พายุไอทมิฬกลับไม่ได้ลดกำลังลงจนกำลังเสริมฝ่าเข้ามาในทางเดินไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงยาสลบเข็มต่อไปกลับถูกซอมบี้ยื่นแขนออกมากำบังไว้ จากนั้นพายุก็พัดโหมกระหน่ำกว่าเก่าจนไม่มีเข็มใดสามารถเข้าถึงตัวทดลองทั้งสองได้อีก

มาตรการฉุกเฉินถูกเปิดใช้งาน เจ้าหน้าที่ทุกคนล่าถอยปิดตายทางเดิน แก๊สยาสลบถูกปล่อยเข้าไปรมใครก็ตามที่อยู่ข้างในและยังคงหายใจได้ พายุไอทมิฬสงบลง เจ้าหน้าที่รีบสวมหน้ากากกันแก๊ส ปรี่เข้าไปแยกตัวทดลองทั้งสองออกจากกัน แน่นอนว่ามีเพียงผู้ใช้ไอทมิฬที่สลบไปแล้ว ในขณะที่ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะนั้นไร้ซึ่งลมหายใจจึงไม่ได้สลบตามไปด้วย มันขัดขืนการควบคุมตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกส่งตัวมายังสถานีวิจัย ซอมบี้ไม่ยินยอมที่จะแยกจากตัวทดลองอีกคน

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 64 ทุกอย่างเพื่อนาย (2/2)

    ตกลงมาจากฟากฟ้าสีโลหิต ฝ่าดงกระสุนไปพร้อมกับโอบกอดคนสำคัญไว้ในอ้อมแขน พุ่งเข้าหาศัตรูไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ไทเรสพลิกตัวหันหลังใช้ร่างที่แข็งกระด้างของตนกำบังกระสุน กอดอีกฝ่ายจนมั่นใจว่าปลอดภัย เขาควรจะตึงเครียด เขาควรจะตื่นตัวพร้อมปะทะแต่ตอนนี้ใจเขากลับสงบเหมือนได้กลับไปนั่งในมุมมืดของห้องสมุดที่คณะ มุมมืดที่มีเพียงเขากับชายผู้มืดมน แค่เราสองคนสองร่างตกกระทบพื้นอย่างแรง ฝุ่นดินคละคลุ้งบดบังการมองเห็น หน่วยสำรวจรีบสวมหน้ากากกันแก๊สแล้วถอยร่นไปด้านหลังเพื่อติดตั้งอาวุธหนัก หน่วยพิเศษที่ถูกส่งมาหลังจากมีรายงานพบตัวเป้าหมายรุดมาข้างหน้า ในมือกำอาวุธประจำกายพร้อมกำจัดภัยคุกคามอันดับหนึ่งแห่งมวลมนุษยชาติภายในฝุ่นหนาทึบที่เริ่มเบาบางลง ไทเรสประคองไพเรนทร์ยืนอย่างมั่นคง มือซีดยื่นออกมา แม้จะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไทเรสก็ส่งมือไปจับกับอีกฝ่ายสอดประสานนิ้วโดยไร้ความลังเล เหมือนกับตอนที่กระโดดลงมา เขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่ต้องลงมาอยู่ในวงล้อมของศัตรู ณ วินาทีนี้ ไทเรสเชื่อใจไพเรนทร์ทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถามแค่มีสองเราก็เพียงพอ ทุกอย่างจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอนซอมบี้กับเจ้านายจูงมือกันเดินอ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 64 ทุกอย่างเพื่อนาย (1/2)

    บทที่ 64ทุกอย่างเพื่อนายหลายวันมานี้ ตั้งแต่ที่ซอมบี้ระดับพิเศษกับเจ้านายจับตัวศาสตราจารย์ราชาน พาสคาลเป็นตัวประกันหลบหนีออกนอกเขตการปกครองที่หนึ่ง ภารกิจค้นหาเพื่อช่วยเหลือนักวิจัยและกำจัดซอมบี้ระดับพิเศษกลายเป็นวาระระดับเดียวกับภัยพิบัติเพลย์เมคเกอร์ ทว่า นอกกำแพงไม่ใช่พื้นที่ชำนาญการของพวกเขา หากไม่นับเส้นทางขนส่งระหว่างเขตที่ใช้เป็นประจำ พวกเขาก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ในทุ่งรกร้างแห่งความตายนั่นกระนั้น รัฐบาลโลกก็มีคำสั่งลงมาให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันออกปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วน โชคกลับไม่เข้าข้าง ตั้งแต่ที่หน่วยสำรวจชุดแรกคลาดจากร่องรอยของผู้หลบหนีในวันที่สอง พวกเขาก็ไม่พบวี่แววของแคปซูลบนฟ้าอีกเลยผู้บัญชาการแซม มัวร์ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมปฏิบัติการระดับภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ในการค้นหา โดยตั้งสมมติฐานอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่ว่า ผู้ร้ายจะไม่สังหารศาสตราจารย์ราชานเพื่อเก็บไว้ใช้เป็นตัวประกัน จึงมุ่งเน้นการค้นหาไปที่สิ่งประทังชีพอย่างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในป่า และไฟที่ให้ความอบอุ่นในเวลากลางคืน โดยพวกเขาไม่รู้กฎเกณฑ์แห่งโลกนอกกำแพงที่ว่า กองไฟเป็นสิ่งอำนวยความสะ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 63 แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

    บทที่ 63แมลงเม่าบินเข้ากองไฟการจุดไฟตอนกลางคืนนอกกำแพง เป็นการแสดงสัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่ง สัตว์ป่าในยุคสมัยใหม่และฆาตกรที่เร่ร่อนอยู่ด้านนอกต่างก็หลีกเลี่ยงไม่คิดจะเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตนแมกไม้ส่งเสียง ไอทมิฬที่จงใจแผ่ออกมาเพื่อแสดงอำนาจลอยฟุ้งในอากาศ ด้านหลังของเคียต มีคนผู้หนึ่งแหวกต้นไม้รกชัฏออกมาดวงตาแดงฉานเด่นชัดในความมืด เขี้ยวแหลมสะท้อนประกายคมจากเปลวไฟ เสียงทุ้มลึกเอ่ยด้วยท่วงทำนองสละสลวยราวกับขับขานบทกลอน “คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่เหน็บหนาว กองไฟของพวกคุณดูอบอุ่นดีนี่”“อ๊ะ”“โอ้”“อ้อ”“…อะไรของมันวะ?”และนี่คือการตอบรับที่ผู้เปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้รับจากคนทั้งสี่ที่นั่งผิงกองไฟกันอยู่บุรุษผู้เคยเป็นที่หวาดกลัวของคนทั้งเมืองกลับถูกหมางเมินอย่างไม่น่าให้อภัย เขาแยกเขี้ยวข่มขู่ “พวกเจ้าคงไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร หากได้รู้จักชื่ออันน่าสะพรึงกลัวของข้าแล้ว ก็จงถวายเลือดบูชาข้าเสีย!”“ก็คนที่โดนแขวนในห้องทดลอง บลัดดี แมร์รีไม่ใช่เหรอ?” ไพเรนทร์หันไปถามไทเรส“เบียวขนาดนี้ พวกลัทธิแวมไพร์ชัวร์” ไทเรสเห็นด้วยผู้มาใหม่ได้ยินก็เด

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 62 เดินทางอย่างไร้ทิศ

    บทที่ 62เดินทางอย่างไร้ทิศ “แน่ใจนะว่าทางนั้น?” ราชานมองป่ารกร้างไร้วี่แววของเส้นทางการเดินทางของแคปซูลหรือรอยล้อรถบนพื้นแม้แต่น้อย“ถ้ามาถูกทางตามที่คุณอิกอร์บอก อีกไม่นานทางทิศเหนือจะเห็นกำแพงเขตที่เก้าอยู่ไกล ๆ ครับ” ไพเรนทร์ควบคุมแคปซูลบินมาตามทางที่อิกอร์ชี้ ใช่แล้ว ชี้ในยุคโลกาวินาศนี้ หมอกโลหิตปกคลุมจนไม่เห็นดวงดาว พลังแห่งความตายซึ่งนับเป็นพลังงานอย่างหนึ่งลอยปะปนอยู่ทุกที่ รบกวนการทำงานของสนามแม่เหล็ก เข็มทิศตามแบบฉบับของยุคก่อนจึงใช้ไม่ได้ ไพเรนทร์เพิ่งได้เข้าใจถึงความล้ำหน้าของเขตการปกครองที่หนึ่งที่มีเหนือเขตอื่นก็วันนี้ วิทยาการซึ่งสามารถเอาชนะความแปรปรวนของพลังงาน สร้างระบบติดต่อสื่อสารและวางระบบไฟฟ้าได้แทบไม่ต่างจากยุคสมัยก่อนทั้งที่มีพลังแห่งความตายลอยอยู่ทุกแห่งหนอิกอร์เลยช่วยพวกเขาได้มากสุดเพียงแค่อธิบายและชี้นิ้วเท่านั้น“แล้วถ้าไม่เจอล่ะ?” ไทเรสถามทั้งสามมองหน้ากันนิ่งแล้วหันไปมองหน้าเคียตที่ทำสีหน้าว่างเปล่าตอบกลับมา“คงต้องกลับไปหาคาราวานสีเทาเพื่อถามทางใหม่”ท้องฟ้าสีแดงหมองหม่นลงจนมืดมิด ช่วงกลางคืนพวกเขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย แม้จะผ่านกำแพงเขตการปกค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 61 ข้อเสนอ

    บทที่ 61ข้อเสนอคาราวานสีเทาเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายก็จริง แต่พวกเขามีแบบแผนอยู่ และที่หมู่บ้านร้างแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่พวกเขาจะแวะเวียนมาหยุดพักทุกปี เพื่อเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในไร่ของชาวบ้านเจ้าของถิ่นดั้งเดิมก่อนที่มันจะถูกทิ้งร้าง เมื่อเก็บมาจนเต็มกำลังการบรรจุของคาราวาน พวกเขาก็จะปักท่อนพันธุ์ลงไปปลูกใหม่และล้อมรั้วหนามไว้ป้องกันสัตว์ป่าและซอมบี้ มีปีหนึ่งที่โชคร้าย เมื่อคาราวานสีเทาเดินทางมาถึงก็พบรั้วหนามพังกระจัดกระจาย และมันสำปะหลังในไร่โดนรื้อถอนไปหมด จากร่องรอยไอทมิฬและร่องรอยการอยู่อาศัยในบ้านร้างทำให้คาดเดาได้ว่าเป็นฝีมือของพวกฆาตกรที่เร่ร่อนผ่านทางมา หากเป็นเช่นนั้นจริง ยอมหาเสบียงใหม่ย่อมดีกว่าเสี่ยงปะทะกับฆาตกรไลก้าผู้เกิดมาในคาราวานสีเทาพาเหล่าคนนอกทั้งสามไปช่วยกันเก็บเกี่ยวอย่างสนุกสนาน ราวกับพวกเขากำลังเล่นสนุกกันมากกว่าทำงานประทังชีวิตแสนลำเค็ญและทุกการกระทำก็ตกอยู่ในสายตาของเหล่าผู้นำที่นั่งตัดแต่งท่อนพันธุ์กันพลางประชุมพลางอย่างไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว“พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันต่อแล้ว จะเอาไงกับสามคนนั้นดี?” ตู้โจวเปิดประเด็นท

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 60 ความตายเป็นสีขาว

    บทที่ 60ความตายเป็นสีขาว “แล้วพวกนายก็กลายเป็นหมากับแมวที่ไลก้าเคยเลี้ยง?” ไทเรสถามอย่างเหลือเชื่อ“เปล่า พวกฉันก็ยังคงเป็นพวกฉันนั่นแหละ แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของไลก้า” แมวดำเลียจัดแจงเส้นขนเปื้อนฝุ่นของมัน“แต่ส่วนใหญ่ไลก้าอยากให้เราอยู่ในร่างนี้มากกว่าร่างคนน่ะ” สุนัขกล่าวต่อ“ร่างนี้ก็สบายดีออก ไม่ต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ด้วย”คำพูดของเจ้าแมวทำให้ทุกคนเพิ่งจะนึกได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นหญิงสาว หากไลก้าเกิดนึกอยากให้ทั้งสองกลับร่างมนุษย์เมื่อไร ร่างสัตว์ที่ไร้อาภรณ์ทั้งสองเห็นจะต้องรีบหาอะไรมาปกปิดกันให้วุ่น“กลายร่างเป็นสัตว์ได้ เป็นลักษณะเฉพาะที่ไม่เคยคิดว่าจะมีได้ แต่ถึงจะไม่นับเรื่องนี้ ยังไงสองคนนี้ก็ต้องนับเป็นซอมบี้ระดับพิเศษอย่างแน่นอน เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้กลับมีซอมบี้ระดับพิเศษอยู่ใต้อาณัติถึงสองตัว!” ราชานพึมพำข้อมูลที่ล้นเข้ามาในหัวอย่างคนกำลังสับสน การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขามีคำถามที่ตอบไม่ได้มากมายเหลือเกินดีจริง ๆ ที่ออกมานอกกำแพงในบ้านร้างหลังเล็กขนาดหนึ่งห้องได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อนโดยแมวและสุนัขผู้มาถึงก่อนได้อย่างยุติธรรม“พื้นที่ทั้งหมดเป็นของไลก้า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status