Partager

บทที่ 2 ที่มาของพลัง

last update Date de publication: 2026-02-03 15:36:27

บทที่ 2

ที่มาของพลัง

“รสชาติของชีวิตเป็นยังไงบ้างครับ?”

ไพเรนทร์หันหน้าไปตามเสียง ท่ามกลางสีขาวเจิดจ้า คุณหมอโรเบิร์ตผู้แสนใจดียืนยิ้มอบอุ่นอยู่ข้างเตียงคนไข้ดั่งเช่นทุกครั้ง

“ขม… ขมมากครับ”

คุณหมอหัวเราะขบขันพลางช้อนมือของเขาขึ้นไปแนบใบหน้าของตน “งั้น… อยากให้ผมช่วยไหมครับ?”

ไพเรนทร์พยักหน้าอย่างเซื่องซึม “รบกวนด้วยครับ”

คุณหมอยกยิ้มเบาบางก่อนจะเอียงศีรษะ ประทับริมฝีปากจุมพิตมือเย็นชืด เลือดแดงฉานถ่ายเทออกจากกลีบปากอุ่นไหลบ่าแต่งแต้มสีสันให้กับมือซีดเซียว ไพเรนทร์หลับตาดื่มด่ำกับสีขาวแสนสงบ

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

น้ำเย็นสาดเข้าเต็มใบหน้า ไพเรนทร์สะดุ้งตื่นเต็มตา ภาพคุกน้ำทมิฬของเดอะดราวน์ย้อนกลับมาฉายชัดในความทรงจำ สัญชาตญาณสั่งให้สองมือตะกายแหวกว่ายพาร่างขึ้นสู่ผิวน้ำ

สิ่งที่มือของเขาปัดป่ายกลับมีเพียงอากาศ ไพเรนทร์เปิดเปลือกตา เบื้องหน้าเขาคือชายผู้มีใบหน้าคมเข้มโดดเด่นแฝงความละมุนตามแบบฉบับลูกครึ่ง ชายผู้ที่เพิ่งต่อยเขาจนตายขยี้เส้นผมสีบลอนด์แซมดำของตัวเองพลางสบถอย่างหัวเสีย

“แค่พูดออกมามันจะไปยากอะไรกันวะ! จะเก็บเป็นความลับอะไรนักหนา ช่างแม่งแล้ว! ตาแก่ เปิดประตูดิ๊ ฉันจะกลับแล้ว เสียเวลาชะมัด!”

ชายผู้นั้นเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไป เจ้าหน้าที่สองคนก็เข้ามาคุมตัวไพเรนทร์ให้เดินกลับไปยังห้องหลอดทดลองห้องแรกอันเป็นคุกคุมขังของเขาดังเดิม

ทางเดินสถานีวิจัยทั้งมืดสลัวและยาวเหยียดดั่งสะพานสู่นรกภูมิ บรรยากาศวังเวงใต้ทะเลลึกตัดขาดจากโลกภายนอกช่างชวนให้ใจเคว้งคว้างในแบบที่ค่ายกักกันเทียบไม่ติด ในความมืดสลัว ไพเรนทร์เห็นคนสามคนเดินอยู่ไกล ๆ ทั้งสามมุ่งหน้าไปยังประตูด้านหลังที่เขาเพิ่งจากมา คงจะเป็นตัวทดลองคนอื่นถูกนำตัวไปวิจัยเหมือนที่เขาโดนเมื่อสักครู่กระมัง

ผู้ที่ถูกขนาบข้างโดยเจ้าหน้าที่คือชายร่างสูงโปร่ง ผมยาวไปถึงต้นขา ปรกใบหน้าจนเห็นเพียงปลายจมูกที่ยื่นโผล่ออกมา แต่ผิวกายซีดเซียวราวกับผ้าดิบ เล็บแหลมคมสีดำสนิท และท่าเดินโงนเงนก็ทำให้ผู้พบเห็นพอจะบ่งชี้ได้ว่ามันคือซอมบี้

ซอมบี้เดินตามคำสั่งของผู้คุม? หรือว่าจะเป็นซอมบี้ใต้อาณัติของเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่ง ทว่าไพเรนทร์สัมผัสถึงการใช้ไอทมิฬจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้แม้เพียงนิด

“นั่นน่ะเหรอ ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะที่เขตสิบเอ็ดส่งมา?” ผู้คุมคนหนึ่งของไพเรนทร์กระซิบถามเพื่อน

“ใช่แล้ว เห็นว่าฟังรู้เรื่อง แต่เส้นเสียงแข็งตัวไปแล้วเลยพูดไม่ได้ พวกนักวิจัยประมาณการว่ามันน่าจะเป็นซอมบี้มาแล้วสิบสองปีจากการตรวจเส้นผม ตายมานานเนื้อเยื่อก็เลยแข็งขัดไปหมด”

“สิบสองปี! ก็เท่ากับจำนวนปีดูมส์เดย์เลยน่ะสิ ซอมบี้ยุคบุกเบิกเลยนะเนี่ย ร่างกายยังไม่เน่าสลายได้ยังไงกัน ใครเป็นเจ้านายของมัน?”

“ไม่มีใครรู้ แถมเจ้าซอมบี้นอกจากจะพูดไม่ได้ มือก็ยังแข็งจนเขียนหรือพิมพ์ไม่ได้อีก ตอนนี้ก็เลยยังบอกไม่ได้ นายเองก็อย่าเห็นว่ามันเชื่อฟังแล้วไม่ระวังตัวล่ะ อยู่มาสิบสองปียังไงก็คงจะไม่ใช่ซอมบี้ธรรมดาทั่วไป”

เขตที่สิบเอ็ดอย่างนั้นเหรอ…

กลุ่มทั้งสองเดินไปตามทางของตนจนเข้าใกล้กันทุกขณะ ไม่รู้เพราะเหตุใด ไอทมิฬที่ไหลเวียนในร่างซอมบี้ตนนั้นจึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด แต่ไพเรนทร์มั่นใจว่าไม่เคยเห็นซอมบี้ตนนี้…

ภาพหนองน้ำดำทะมึนปรากฏขึ้นในความทรงจำ ชั่วจังหวะที่สติขาดผึงจากการโดนกักขังในคุกน้ำและพลังมหาศาลระเบิดออกจากร่างเป็นครั้งแรก ในตอนนั้น เหมือนว่าจะมีมือข้างหนึ่งเอื้อมเข้ามาในคุกน้ำได้สำเร็จจนเกือบจะโจมตีเขาได้แล้ว ไม่ใช่ว่าซอมบี้ตัวนั้นก็มีผมยาวเหมือนกันหรอกหรือ…

ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะหยุดฝีเท้า ผู้คุมพยายามดึงให้มันเดินต่อ ผู้คุมของไพเรนทร์เห็นดังนั้นก็ยกปืนขึ้นจ่อพร้อมยิง คอยระวังการโดนลอบโจมตีในจังหวะที่เดินสวนกัน ซอมบี้หันขวับมาทางกลุ่มของเขาอย่างฉับพลันจนทุกคนตกใจ มันเดินชนผู้คุมล้มระเนระนาดฝ่าเข้ามาหากลุ่มของไพเรนทร์

“รายงาน ตัวทดลองซอมบี้มีสติสัมปชัญญะคลุ้มคลั่งไปแล้ว ขอกำลังเสริม ด่วน!”

“ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะหยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเราจะทำการยิงในสาม…”

ซอมบี้บุกฝ่าเจ้าหน้าที่มาหยุดลงตรงหน้าของไพเรนทร์ ปากซีดเผือดอ้าออกราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง

“ฮึม…ฮา”

เสียงที่ขับออกมากลับมีเพียงเสียงหวีดหวิวแหบพร่าดั่งลมเล็ดลอดผ่านรูหน้าต่างในคืนพายุฝน

“…อยากจะพูดกับผมงั้นเหรอ?”

ซอมบี้ส่งเสียงครวญครางดังกว่าเก่า แม้จะฟังดูน่าสยดสยอง แต่ซอมบี้กลับแค่ยืนโอนเอนอยู่ตรงนั้น ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาทำร้ายเขาเหมือนซอมบี้ทั่วไปเลยสักนิด

“…หนึ่ง ยิง!”

“เดี๋ยวก่อน!”

ไพเรนทร์ฝืนปลดปล่อยไอทมิฬออกมาอย่างสุ่ม ๆ เหมือนตอนที่เขาขโมยแคปซูลจากเขตที่สิบเอ็ดมาขับ กระสุนที่สร้างมาจากไอทมิฬเพื่อให้มนุษย์ธรรมดาสามารถสังหารซอมบี้ได้โดยเฉพาะ ถูกไอทมิฬที่เหนือกว่าซัดจนสลาย เจ้าหน้าที่ทั้งสี่คนกระเด็นไปคนละทาง แต่ละคนกระแทกผนังทางเดินเข้าอย่างแรงจนสลบคาที่

“คุณ…อยากจะพูดอะไรงั้นเหรอ?”

ซอมบี้ผู้พูดไม่ได้ขยับงกเงิ่นดั่งไม่รู้ว่าควรจะสื่อสารอย่างไร สักพักมันก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ นิ้วมือแข็งขัดหักลงกำจนเหลือเพียงนิ้วชี้ มันชี้ไปที่หัวของไพเรนทร์แล้วชี้หัวของตัวเอง ก่อนจะใช้สองมือตีเข้าหากันอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก้องทางเดิน

ละครใบ้แสนสั้นที่ใครเห็นเป็นต้องมึนงงกลับทำให้ไพเรนทร์เบิกตากว้าง เขาเข้าใจ ภาพเหตุการณ์ในวันที่เกิดอุบัติการณ์หมอกโลหิตย้อนกลับมาฉายซ้ำ ในตอนที่ไพเรนทร์กระโดดลงจากหอพัก เขาไม่ได้หลับตา เขาจดจ้องอย่างตั้งใจราวกับต้องการเป็นสักขีพยานให้แก่การจากไปของตนเอง ชั่วจังหวะก่อนที่ร่างจะกระทบพื้น เขาเหมือนจะเห็นภาพวูบไหวของคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีขาว แต่ภาพนั้นช่างเลือนรางราวกับเป็นเพียงภาพติดตา จนไพเรนทร์เชื่อมาโดยตลอดว่าเขาหลอนไปเอง

ไพเรนทร์เชื่อว่า ลึก ๆ ในใจของเขาเพียงแอบหวังว่าจะมีใครสักคนมาหยุดเขาไว้ เขาเพียงต้องการความหมายในการยื้อชีวิตอันไร้ค่านี้ต่อ แต่ก็ไม่มีใครทั้งนั้น เขาจึงสร้างภาพลวงตาขึ้นมาหลอกตัวเอง

ทว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง มีคนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

มือสั่นเทาที่ซีดไม่ต่างจากซอมบี้เอื้อมไปหาร่างเบื้องหน้า นิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมสีดำยาวปรกใบหน้าออก หนวดเครายาวรุงรังปิดบังเครื่องหน้าครึ่งล่างจนไพเรนทร์แทบจะจำไม่ได้ แต่ดวงตาที่ไม่ได้เหลือกลอยจนเหลือแต่ตาขาว เผยสายตาเฉยเมยคู่นั้นที่ไพเรนทร์ยังจำได้ดี

“ไท… นั่นนายเหรอ?”

“ฮึม”

เสียงครวญครางฟังไม่ได้ภาษา แต่ไพเรนทร์รู้ดีอยู่แก่ใจ เป็นเขาที่กระโดดลงมาตกใส่ไท เป็นเขาที่พรากอนาคตไปจากชายหนุ่มผู้กำลังใช้ชีวิตของตัวเองไปได้ดีด้วยความเห็นแก่ตัวของเขา เป็นเขาที่ทำให้ไทเรสตาย

ทั้งที่คนเดียวที่เขาอยากให้ตายคือตัวเอง แต่เขากลับไปพรากชีวิตของคนอื่นแทน

ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ ในอกบีบรัดอย่างแสนสาหัส ไพเรนทร์คุกเข่าแทบเท้าของอีกฝ่าย กำชายเสื้อตัวทดลองทรุดโทรมของไทเรสไว้แน่น น้ำตาไหลพรากท่วมสองตาจนเขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้อีก

ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ไพเรนทร์ไม่รู้ว่าเขาปลุกไอทมิฬขึ้นมาได้อย่างไร เขาเคยคิดว่าเป็นเพราะเขาฆ่าตัวตาย แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ จึงไม่น่าใช่ ก่อนหน้านี้ ประวัติการสังหารของเขาอย่างมากก็แค่ตบยุงเหยียบมดเหมือนคนปกติทั่วไปก็เท่านั้น ไม่มีวี่แววว่าจะปลุกไอทมิฬขึ้นมาได้เลย

แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว

“ขอโทษ ไท ฉันขอโทษ! ฮึก…ขอโทษจริง ๆ เป็นเพราะฉัน นายถึง…”

ไพเรนทร์ร้องไห้ฟูมฟายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต เขาโขกศีรษะเข้ากับขาแข็งทื่อของอีกฝ่ายด้วยอยากจะให้คนที่ถูกเขาทำร้ายลงโทษตัวเขาคืน แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่กล้าโขกแรง เพราะไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้ไทเรสต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ความสับสนกัดกินจิตใจ คลื่นไอทมิฬที่เคยสงบในร่างพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง สร้างพายุทมิฬยุ่งเหยิงจนทั้งทางเดินสั่นคลอน ทว่าไพเรนทร์ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงร้องโหยหวนอันน่าเวทนาของตน ไม่รู้สึกถึงความเปียกชุ่มของน้ำตาที่ไหลอาบใบหน้า เขาเจ็บปวดเหลือเกิน ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงได้พรากชีวิตอันล้ำค่าของคนอื่น

ยาสลบจากปืนล็อกเป้าถูกยิงปักเข้าที่ลำคอ พายุไอทมิฬกลับไม่ได้ลดกำลังลงจนกำลังเสริมฝ่าเข้ามาในทางเดินไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงยาสลบเข็มต่อไปกลับถูกซอมบี้ยื่นแขนออกมากำบังไว้ จากนั้นพายุก็พัดโหมกระหน่ำกว่าเก่าจนไม่มีเข็มใดสามารถเข้าถึงตัวทดลองทั้งสองได้อีก

มาตรการฉุกเฉินถูกเปิดใช้งาน เจ้าหน้าที่ทุกคนล่าถอยปิดตายทางเดิน แก๊สยาสลบถูกปล่อยเข้าไปรมใครก็ตามที่อยู่ข้างในและยังคงหายใจได้ พายุไอทมิฬสงบลง เจ้าหน้าที่รีบสวมหน้ากากกันแก๊ส ปรี่เข้าไปแยกตัวทดลองทั้งสองออกจากกัน แน่นอนว่ามีเพียงผู้ใช้ไอทมิฬที่สลบไปแล้ว ในขณะที่ซอมบี้มีสติสัมปชัญญะนั้นไร้ซึ่งลมหายใจจึงไม่ได้สลบตามไปด้วย มันขัดขืนการควบคุมตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกส่งตัวมายังสถานีวิจัย ซอมบี้ไม่ยินยอมที่จะแยกจากตัวทดลองอีกคน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 126 บทสรุป

    บทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 125 ครอบครัวผู้พลัดพราก

    บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 124 ภารกิจแรงงานทาส

    บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 123 ความสุขทางกาย (NC)

    บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 122 ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่

    บทที่ 122ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่“ไอ้สารเลวจอมฉวยโอกาสเอ๊ย!”ไทเรสเคี้ยวฟันด้วยความโมโหสุดขีด เขาอยากกระทืบกอริลลาที่กล้ามาแตะคนรักให้ตายคาที่ รอให้ตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้แล้วกระทืบซ้ำให้แหลกสลายคาเท้าต่อเลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องรีบพาไพเรนทร์ออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด บาดแผลที่วิคเตอร์สลักไว้ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของไพเรนทร์ ไทเรสไม่คิดว่าการแก้แค้นที่เขตสิบเอ็ดจะลบล้างความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นไปจากใจของไพเรนทร์ได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าตอนเผชิญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไพเรนทร์จะกลัวมากแค่ไหนยังไม่ทันจะได้กอดปลอบ ไพเรนทร์ก็หลับใหลในอ้อมแขนของไทเรสแล้วก่อนหน้านี้ไพเรนทร์อยากจะหายจากอาการง่วงเพลียเพราะร่างกายกับชีวิตไม่เข้ากันเพียงเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ทว่าในตอนนี้ ไพเรนทร์ตระหนักได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ตนเองอ่อนแอจนตอบโต้อะไรไม่ได้แบบที่คฤหาสน์ของเคนยูขึ้นอีก“…เรื่องนั้นง่ายจะตายไป ก็แค่สอนให้ร่างของนายรู้จักความสุขเหมือนที่ชีวิตของนายได้สัมผัสก็พอ…”ถูกของราชาน คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้สลักซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้วิธีไหนจึงจะสอนความสุขให้กับร่างกายได้กันเล่าสัมผัสจุมพ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 121 ราชาเดียวดาย (2/2)

    “คุณเคนยู ช่วยปล่อยด้วยครับ ตอนนี้ผมต้องอยู่ภายใต้การจับตามองของรัฐบาลในคฤหาสน์หลังนั้น”เคนยูรู้ว่าไพเรนทร์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไร แต่ใช้เป็นข้ออ้างที่จะผละไปจากเขาต่างหาก รอยยิ้มยินดีพลันขมขื่น ฟันสบเข้าคู่ขบกันแน่น เคนยูคิดเรื่องนี้มาไม่น้อย และเขาตัดสินใจมานานแล้ว“ฉันรู้ว่านายรักไอ้หน้าตายซากนั่น แต่นายจะแบ่งพื้นที่ในหัวใจมาให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ? ฉันเป็นผัวน้อยให้นายก็ได้นะ เป็นแค่ชู้ก็ยังดี!”ไพเรนทร์อึ้งจนอ้าปากค้างไปแล้ว เขาปลอบตัวเองว่าเคนยูคงจะพูดเล่น ทว่าแววตาหงอยเหงาแสนเศร้าที่ส่งออกมานั้นเป็นของจริง ไพเรนทร์ร้องเสียงเบาอย่างสลดใจ “คุณเคนยู อย่าทำแบบนี้เลยครับ”“ฉันรู้ว่าฉันในตอนนี้มันไม่แข็งแกร่งเท่าหมอนั่น แต่ฉันมั่นใจว่าฉันดูแลนายได้ดีกว่ามันแน่นอน”ดวงใจของไพเรนทร์ดั่งถูกบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนที่ดีกับเขาอย่างเคนยูเลย แต่เรื่องนี้ เขาเองก็พูดให้ต้องชัดเจนเช่นกัน“คุณเคนยูครับ ถ้าไม่นับที่ซ้อมผมจนตายไปหลายครั้ง คุณก็เป็นไม่กี่คนที่ใจดีกับผม เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม คุณเป็นคนที่สุดยอดมาก ทั่วทั้งโลกมีแต่คนชื่นชอบคุณ ผมเชื่อว่ายังไงคุณก็ต้องเจอคนที่ค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 58 คาราวานสีเทา (2)

    บทที่ 58คาราวานสีเทา (2)แคปซูลลงจอดเบื้องหลังความโกลาหล ไพเรนทร์รีบวิ่งออกมาทันทีที่ประตูเปิด“ไท ทำอะไรน่ะ กระโดดลงมาแบบนั้นเดี๋ยวก็บาดเจ็บหรอก!”ไพเรนทร์มาถึงตัวเพื่อนซอมบี้ผู้ไม่รักตัวกลัวตายของเขากลับต้องผงะ ร่างสูงของไทเรสมีร่างน้อยเกาะติดหนึบอยู่“ฉันไม่เป็นไรหรอก ได้พลังของนายช่วยไว้ไงล่ะ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 3 ไทเรส

    บทที่ 3ไทเรส2 ปี ก่อน ดี.ดี.“ไพ โทษทีที่มาช้า ไปกันเถอะ”“อา ไม่เป็นไร”ไพเรนทร์ลุกจากที่นั่งในห้องสมุดตามกลุ่มเพื่อนไปตามที่นัดกันไว้ มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่แสนมหัศจรรย์ ขนาดคนมืดมนไม่เข้าสังคมอย่างเขา ยังมีคนประเภทพลังงานเหลือล้นเก็บมาเข้ากลุ่มได้“ว่าแต่คนที่นั่งกับนายเมื่อกี้ไม่ใช่ไทเหรอ นายร

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 1 สถานีวิจัยใต้สมุทรเบอร์มิวดา

    บทที่ 1สถานีวิจัยใต้สมุทรเบอร์มิวดา19 ตุลาคม ดี.ดี. 12กลไกสลับซับซ้อนเคลื่อนตัว เครื่องจักรส่งเสียงอึงอลระใบหู ของเหลวสีเขียวถูกระบายออกจากหลอดทดลองขนาดยักษ์ ไร้ซึ่งสิ่งพยุงร่าง ไพเรนทร์ก็ร่วงลงไปกองที่ก้นหลอดทดลอง มือจักรกลดึงเขาขึ้นมาใหม่เพื่อสวมแท่งเหล็กหนาสีดำสนิทหุ้มตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงข้

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทนำ อุบัติการณ์หมอกโลหิต (Suicidal attempt)

    บทนำอุบัติการณ์หมอกโลหิตไพเรนทร์ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเฉยชา เขาเหยียบลงบนขอบดาดฟ้าของหอพักสูงเก้าชั้น ในเวลานี้คนส่วนใหญ่ไม่อยู่หอ เขาคงไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนมากนักชายหนุ่มขึ้นมาข้างบนนี้เพื่อกระโดดลงจากระดับสูงสุดของตึก ใช่แล้ว ไพเรนทร์กำลังจะฆ่าตัวตายเขาเลือกการตายด้วยวิธีนี้เพราะได้ยินมาว่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status