เข้าสู่ระบบเมื่อพลังแห่งความตายถูกปลุกให้ตื่น โลกถึงคราวโกลากล ยุคสมัยแห่งวันสิ้นโลกได้มาถึง เหล่าฆาตรกรได้รับพลัง จากการฆ่าเพื่อความบันเทิง สู่การฆ่าเพื่อสร้างกองทัพซอมบี้ของตน ผู้ที่เคยสังหาร ไม่ว่าจะเชือดไก่ไปจนถึงบี้มด จะปลุก ‘ไอโลหิต’ ส่วนผู้ที่เคยสังหารเผ่าพันธุ์เดียวกัน จะปลุก ‘ไอทมิฬ’ หรือก็คือผู้ที่มีไอทมิฬ คือ 'ฆาตกร' ในวันที่หมอกโลหิตปกคลุมโลกทั้งใบ ชายหนุ่มก็ทิ้งร่างลงมาจากตึกเก้าชั้น แต่ผู้ที่อยากตายอย่างเขากลับไม่ตาย 'ไพเรนทร์' ไม่รู้ว่าเขาปลุกไอทมิฬขึ้นมาได้อย่างไร จนกระทั่งเขาถูกพาออกไปนอกกำแพงเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อฆาตกรอันดับที่สิบเจ็ด ความลับแห่งพลังที่ซุกซ่อนไว้กว่าสิบสองปี สาเหตุที่ไพเรนทร์ยังมีชีวิตอยู่ เพราะพลังของเขาคือ 'อมตะ' เมื่อความตาย กลายเป็นพลัง ผู้ที่ ‘อยากตาย' จึงกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ดูเพิ่มเติมบทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ
บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่
บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน
บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ
บทที่ 88ชีวิตที่สองกลไกทำงานส่งเสียงเสียดหู ประตูด้านล่างหลุมจอดแคปซูลเปิดออก น้ำทะเลไหลเข้ามาเติมในช่องจอดพร้อมกับนำพาแคปซูลกลับมา“กลับมาทำไม?”คำทักทายของคิงต่อผู้มาใหม่เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา ทว่าสายตาที่จดจ้องคนในตำแหน่งผู้ขับขี่ผ่านกระจกบานหนากลับฉ่ำชื้นไปด้วยความโหยหาแสนเจ็บปวดราชานคือคนแรกแ
บทที่ 85สำรวจแหล่งกบดานเด็กสาวกับซอมบี้ของเธอนอนแผ่แทบเท้าของอดีตนายแพทย์ เด็กสาวยังมีลมหายใจเพียงแต่มันรวยรินอ่อนจางจนแทบไม่ได้ยิน ส่วนซอมบี้ระดับพิเศษที่ไม่สามารถหลับได้ก็แน่นิ่งดั่งเป็นอัมพาต ราวกับทั้งสองได้หลับเป็นตายทั้งยังมีลมหายใจโรเบิร์ตมองร่างทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา “พวกคุณทำให้ผมต้องใช
บทที่ 82เด็กสาวผู้ต้องการความรัก กับ ช่างทำรองเท้าโรเบิร์ตรีบวิ่งกลับไปหาไพเรนทร์อย่างไม่คิดชีวิต ต้องโทษระเบิดเวรนั่นที่ส่งแรงกระแทกเสียเขาถอยห่างจากไพเรนทร์มาไกล ซอมบี้สับเท้าไปได้ไม่ทันไร เบื้องหน้าก็ถูกขวางไว้ด้วยซอมบี้กับเด็กสาวจนต้องหยุดฝีเท้ากะทันหัน“นี่ ๆ ไอนะน่ารักหรือเปล่า?”นี่อะไร? ป
บทที่ 80กายจักรกล“ชิ นึกว่าจะเป็นอันเสียนซะอีก” เด็กสาวในชุดเครื่องแบบมัธยมปลายที่ยืนเกาะแขนชายร่างใหญ่อยู่เบ้ปาก ส่วนชายที่เธอกอดนั้นแม้จะมีใบหน้าหนุ่มแน่นแต่กลับมีเส้นผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ทั้งยังมีกรงเล็บสีดำสนิทยาวราวกับเคียว ระหว่างริมฝีปากสีม่วงก็มีเขี้ยวสีเหลืองงอกยาวลงมา เป็นซอมบี้ไม่ผิดแน่





