เมื่อผมดันทะลุมิติมาเจอพระเอกนิยายในดันเจี้ยน

เมื่อผมดันทะลุมิติมาเจอพระเอกนิยายในดันเจี้ยน

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-25
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
Belum ada penilaian
35Bab
1.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อชายหนุ่มยุคปัจจุบันทะลุมิติไปในหนังสือนิยายแฟนตาซีดันเจี้ยน แบบนี้จะทำอย่างไร?

Lihat lebih banyak

Bab 1

<1> ฝันร้ายกลายเป็นจริง

ความรู้สึกแรกที่ทิ่มแทงเข้ามาในมโนสำนึกของ ทิศเหนือ คือความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วทั้งศีรษะ มันไม่ใช่ความปวดตุบ ๆ จากการอดนอนข้ามวันข้ามคืนเพื่อปั่นต้นฉบับ แต่เป็นความปวดร้าวรุนแรงราวกับมีช่างตีเหล็กนับสิบชีวิตมาตั้งโรงงานอยู่ในกะโหลก ทั้งทุบ ทั้งเผา ทั้งหลอมโลหะกันอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน

เปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงค่อย ๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นพร่าเลือนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ จับโฟกัสเป็นภาพเพดานไม้เก่าคร่ำคร่า ที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมเป็นเครื่องประดับแห่งกาลเวลา แสงแดดยามสายลอดผ่านรูเล็กๆ บนหลังคาลงมาเป็นลำ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ

“ที่ไหนวะเนี่ย...” เสียงแหบแห้งที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอทำให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ มันไม่ใช่เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของตัวเอง แต่กลับเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ยังไม่แตกพานดีนัก

ทิศเหนือพยุงกายที่หนักอึ้งลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บจากท้ายทอยขึ้นมาอีกระลอก เขากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างงุนงง ห้องที่เขาอยู่มีขนาดคับแคบราวกับรังหนู ผนังทำจากไม้แผ่นที่ประกบกันอย่างลวก ๆ มีเตียงฟางแข็งกระด้างที่เขานอนอยู่ กับโต๊ะไม้ขาเกือบพังหนึ่งตัวเท่านั้นที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด กลิ่นดินชื้น ๆ และกลิ่นอับของไม้เก่าลอยคลุ้งปะปนกันจนแทบสำลัก นี่มันห่างไกลจากห้องพักขนาดเท่ารูหนูในเมืองหลวงของเขาลิบลับ ที่นั่นอย่างน้อยก็ยังมีกลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกลิ่นอายของความสิ้นหวังเป็นเพื่อน

เขาเหลือบมองดูเสื้อผ้าบนร่างกายตัวเอง มันเป็นอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อหยาบสีมอซอ ที่ให้ความรู้สึกระคายผิวทุกครั้งที่ขยับตัว นี่มันชุดอะไรกัน? ชุดคอสเพลย์จากยุคโบราณหรือไง? หรือว่าเพื่อนนักเขียนจะเล่นพิเรนทร์มอมเหล้าแล้วจับเขามาแกล้งเล่นในกองถ่ายละครย้อนยุค?

ความคิดเพ้อเจ้อถูกปัดทิ้งไปทันทีที่เขาลองหยิกแขนตัวเอง ความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นจริงเสียยิ่งกว่ายอดวิวที่ตกต่ำของนิยายเรื่องล่าสุดเสียอีก

ทิศเหนือโซซัดโซเซลงจากเตียง ขาที่ดูยาวเก้งก้างกว่าเดิมเกือบจะพันกันจนหน้าเจ้าคะมำ สายตาของเขาสะดุดเข้ากับถังไม้ใบเขื่องที่มุมห้อง ในนั้นมีน้ำขังอยู่เกือบครึ่งค่อน แม้จะขุ่นมัวไปบ้าง แต่ก็พอจะใช้ส่องดูเงาสะท้อนได้ เขาก้มตัวลงไปอย่างเชื่องช้า หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก

สิ่งที่ปรากฏบนผิวน้ำไม่ใช่ใบหน้าของนักเขียนหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่มีขอบตาดำคล้ำเป็นวงเหมือนหมีแพนด้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังนก และมีแว่นตาหนาเตอะเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 แต่กลับเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปปีที่หล่อเหลาจนน่าโมโห

ผิวขาวละเอียดหมดจด ดวงตาเรียวคมกริบดุจตาเหยี่ยวรับกับคิ้วกระบี่ที่พาดเฉียงอย่างองอาจ สันจมูกโด่งเป็นคมสัน ริมฝีปากบางหยักได้รูป แม้จะซีดเซียวไปบ้างแต่ก็ไม่อาจลดทอนความหล่อเหลาลงได้แม้แต่น้อย สันกรามคมคายที่รับกับลำคอระหงบ่งบอกว่าเจ้าของร่างนี้เติบใหญ่ขึ้นมาจะต้องเป็นบุรุษรูปงามที่สามารถล่มบ้านล่มเมืองได้อย่างแน่นอน

“นี่มันใครวะ?”

ทันทีที่สิ้นเสียงพึมพำนั้นเอง ความทรงจำของคนแปลกหน้าก็ถาโถมเข้ามาในหัวสมองราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มชายฝั่งอย่างไม่ปรานี ภาพแล้วภาพเล่า เสียงแล้วเสียงเล่าไหลบ่าเข้ามาปะปนกับความทรงจำเดิมของเขาจนแทบแยกไม่ออก เด็กหนุ่มกำพร้า เมืองชิงเย่ อาณาจักรมังกรคราม การดิ้นรนเอาชีวิตรอด...

ซึ่งชื่อของเจ้าของร่างนี้คือ กงหยางเหวิน

ราวกับมีอสนีบาตฟาดผ่าลงมากลางกระหม่อม ทิศเหนือจากโลกศตวรรษที่ 21 ผงะถอยหลังไปสองสามก้าว เข่าอ่อนยวบจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นเย็นเฉียบ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด

กงหยางเหวิน เมืองชิงเย่ อาณาจักรมังกรคราม...

ชื่อเหล่านี้ สถานที่เหล่านี้ มันคือชื่อตัวละครและฉากในนิยายแฟนตาซีดันเจี้ยนเรื่องล่าสุดที่เขากำลังเขียนอยู่นี่หว่า นิยายแนวเกิดใหม่ในต่างโลกที่ชื่อว่า ราชันย์อสูรสะท้านภพ

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวข้อนี้หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าการโดนบรรณาธิการโทรมาทวงต้นฉบับตอนตีสามเสียอีก เขาทะลุมิติเข้ามาในนิยายของตัวเอง!

“ไม่... ไม่จริงน่า... เรื่องบ้า ๆ แบบนี้...” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความหวาดหวั่น แต่เสียงที่ได้ยินกลับสั่นเครือเสียจนน่าสมเพช

แต่แล้ว ราวกับสวรรค์ยังเล่นตลกไม่พอ ความจริงอีกข้อหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในสมอง ทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ

กงหยางเหวินในนิยายของเขา เป็นเพียงตัวประกอบฉาก เป็นแค่ไอ้หนุ่มดวงซวยที่อาศัยอยู่ในเมืองเริ่มต้น เป็นเด็กกำพร้าที่หาเช้ากินค่ำ และมีบทบาทเพียงแค่ตาย...

ใช่แล้ว ตาย! บทบาทของกงหยางเหวินคนนี้คือการเป็นศพแรกที่ปรากฏตัวใน บทที่ 3 เพื่อแสดงให้ผู้อ่านเห็นถึงความน่ากลัวของมอนสเตอร์ระดับล่างอย่างหมาป่าเขี้ยวเหล็ก เป็นการปูทางให้พระเอกตัวจริงอย่าง เจิ้งเฟิงเยวี่ย ได้ออกมาโชว์เทพเป็นครั้งแรก

นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ ไม่สิ นี่มันตกนรกทั้งเป็นเลยต่างหาก!

ทะลุมิติมาทั้งที ไม่ได้เป็นพระเอก ไม่ได้เป็นตัวร้ายสุดแกร่ง แต่กลับได้เป็นแค่ตัวประกอบฉากที่ต้องตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นปกเล่มหนึ่ง!

“บ้าเอ๊ย! ใครมันจะไปยอมตายง่าย ๆ แบบนั้นวะ!” เขาตะโกนก้องอย่างเหลืออด

[ติ๊ง!]

เสียงใส ๆ ที่ไม่ควรจะมีอยู่ในโลกยุคโบราณนี้ดังขึ้นในหัวของเขา พร้อมกับปรากฏหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงลอยขึ้นตรงหน้า ราวกับภาพโฮโลแกรมในหนังไซไฟ

[ยินดีด้วย! ท่านได้ปลุกระบบ AI ผู้สร้างสรรค์สำเร็จ]

ทิศเหนืออ้าปากค้าง ตาแทบถลนออกจากเบ้า “ระ ระบบ? นี่มันอะไรอีกวะเนี่ย? พล็อตยอดฮิตของนักเขียนนิยายเว็บรึไง?!”

[ถูกต้องส่วนหนึ่ง ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นจากจิตสำนึกของโลกที่ท่านสร้าง เพื่อช่วยเหลือผู้เขียนในการแก้ไขข้อผิดพลาดของโชคชะตา]

เสียงที่ดังขึ้นนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ราวกับเสียงสังเคราะห์จากเครื่องจักร แต่น้ำเสียงกลับแฝงความกวนประสาทไว้อย่างประหลาด

“แก้ไขข้อผิดพลาด? หมายความว่าไง? แล้วทำไมต้องเป็นฉัน! ส่งฉันกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ทิศเหนือโวยวายใส่หน้าจอโปร่งแสง

[ไม่สามารถทำตามคำร้องขอได้ เนื่องจากลาสบอสที่ท่านสร้างขึ้นเริ่มแข็งแกร่งเกินกว่าที่ตัวเอกจะรับมือไหวตามเส้นเรื่องเดิม โลกใบนี้กำลังเผชิญกับภาวะล่มสลาย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดึงผู้สร้างเข้ามาเพื่อปรับเปลี่ยนอนาคต]

“ลาสบอส? นี่แกจะบอกว่าที่ฉันต้องมาเจอเรื่องบ้า ๆ นี่ก็เพราะฉันเขียนให้ตัวร้ายมันเก่งเกินไปเนี่ยนะ! แล้วทำไมไม่ให้ฉันไปเกิดเป็นพระเอก หรืออย่างน้อยก็เป็นตัวละครที่มีชีวิตรอดเกินบทที่สิบเล่า!”

[จากการคำนวณข้อมูลทั้งหมด การให้ท่านอยู่ในร่างของกงหยางเหวิน ตัวประกอบผู้มีชะตาถึงฆาต คือจุดเริ่มต้นที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเปลี่ยนแปลงเส้นเรื่อง เพราะเป็นการแทรกแซงที่น้อยที่สุดแต่ส่งผลกระทบต่อตัวเอกโดยตรงมากที่สุด]

“ส่งผลกระทบโดยตรงบ้านป้าแกสิ! อีกไม่เกินสองวันฉันก็ต้องไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้วไม่ใช่รึไง!”

[ถูกต้องตามข้อมูลในต้นฉบับของท่าน ตามเส้นเรื่องเดิม ในอีก 48 ชั่วโมง 13 นาที และ 22 วินาทีข้างหน้า ท่านจะถูกหมาป่าเขี้ยวเหล็กฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ ที่ชายป่าด้านตะวันตกของเมือง]

หน้าจอสีฟ้าแสดงเวลานับถอยหลังขึ้นมาประกอบคำพูดอย่างไร้ความปรานี

ทิศเหนือทรุดฮวบลงกับพื้นอีกครั้ง ความหวังริบหรี่สุดท้ายดับวูบลงราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ เขายกมือกุมขมับ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง ชะตากรรมของเขาถูกผนึกไว้แล้วด้วยน้ำหมึกจากปลายปากกาของตัวเองแท้ ๆ

นี่ไม่ใช่ฝันร้าย แต่มันคือความจริงที่เลวร้ายยิ่งกว่าฝันเสียอีก

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
35 Bab
<1> ฝันร้ายกลายเป็นจริง
ความรู้สึกแรกที่ทิ่มแทงเข้ามาในมโนสำนึกของ ทิศเหนือ คือความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วทั้งศีรษะ มันไม่ใช่ความปวดตุบ ๆ จากการอดนอนข้ามวันข้ามคืนเพื่อปั่นต้นฉบับ แต่เป็นความปวดร้าวรุนแรงราวกับมีช่างตีเหล็กนับสิบชีวิตมาตั้งโรงงานอยู่ในกะโหลก ทั้งทุบ ทั้งเผา ทั้งหลอมโลหะกันอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้านเปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงค่อย ๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นพร่าเลือนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ จับโฟกัสเป็นภาพเพดานไม้เก่าคร่ำคร่า ที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมเป็นเครื่องประดับแห่งกาลเวลา แสงแดดยามสายลอดผ่านรูเล็กๆ บนหลังคาลงมาเป็นลำ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ“ที่ไหนวะเนี่ย...” เสียงแหบแห้งที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอทำให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ มันไม่ใช่เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของตัวเอง แต่กลับเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ยังไม่แตกพานดีนักทิศเหนือพยุงกายที่หนักอึ้งลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บจากท้ายทอยขึ้นมาอีกระลอก เขากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างงุนงง ห้องที่เขาอยู่มีขนาดคับแคบราวกับรังหนู ผนังทำจากไม้แผ่นที่ประกบกันอย่างลวก ๆ มีเตียงฟางแข็งกระด้างที่เขานอนอยู่ กับโต๊ะไม้ข
Baca selengkapnya
<2> เสียงในหัวที่ไม่ได้รับเชิญ
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมผุพังราวกับผ้าคลุมหน้าศพ กงหยางเหวินนั่งแหมะอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ จิตใจล่องลอยเคว้งคว้างอยู่ในสุญญากาศแห่งความสิ้นหวัง สิ่งเดียวที่ตอกย้ำว่าเขายังไม่ได้เสียสติไปคือตัวเลขนับถอยหลังสีแดงฉานที่มุมสายตา มันลดลงทีละวินาทีอย่างเที่ยงตรงไร้ความปรานี เป็นดั่งนาฬิกาทรายจากยมโลกที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของเขาเขาคือผู้เขียน พระเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมากับมือ แต่บัดนี้ เขากลับกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่ตัวเองสร้าง ถูกกำหนดให้ต้องถูกกำจัดทิ้งเพื่อเปิดทางให้ตัวละครที่สำคัญกว่าได้เฉิดฉาย ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกโดยแท้“นี่ เจ้าเอไอ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบโหยราวกับคนใกล้ตาย “ในเมื่อเจ้าเป็นระบบสุดยอดซะขนาดนั้น ทำไมไม่เสกให้ข้าเก่งขึ้นเลยล่ะ? เพิ่มค่าสถานะให้เต็มหลอด หรือไม่ก็มอบพรสวรรค์ระดับพระเจ้าให้สักอย่างสองอย่างก็ได้ แค่นี้ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่รึไง”หน้าจอสีฟ้ากระพริบตอบสนองต่อคำถามของเขา[การเปลี่ยนแปลงค่าสถานะพื้นฐานของโฮสต์โดยตรง เป็นการแทรกแซงโชคชะตาที่รุนแรงเกินไป จะทำให้กฎแห่งโลกเกิดความปั่นป่วน และอาจถูกเจตจำนง
Baca selengkapnya
<3> แผนหนีออกจากเมืองเริ่มต้นก่อนพระเอกจะมาถึง
ทว่า ความงดงามเบื้องหน้ากลับไม่อาจทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้แม้แต่น้อย ในสมองของเขามีเพียงความคิดเดียวที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาดุจแผ่นเสียงตกร่อง นั่นคือปฏิบัติการหนีธงมรณะใช่แล้ว เขาต้องหนี! หนีออกจากเมืองชิงเย่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พระเอกของเรื่องอย่างเจิ้งเฟิงเยวี่ยจะเดินทางมาถึง เพราะตามพล็อตที่เขาเขียนไว้ การปรากฏตัวของเจิ้งเฟิงเยวี่ยคือสัญญาณเตือนว่าหายนะกำลังจะมาเยือนป่าทางตะวันตก และตัวประกอบที่ชื่อกงหยางเหวินคนนี้ ก็คือเครื่องสังเวยชั้นดีที่จะถูกนำไปบูชายัญเพื่อเปิดตัวพระเอกอย่างยิ่งใหญ่“เสี่ยวซ่า” เขาเอ่ยเรียกเสียงเบาในใจ “ตามเนื้อเรื่องเดิม พระเอกจะมาถึงเมืองนี้เมื่อไหร่?”[จากการคำนวณตามเส้นเรื่องหลัก เจิ้งเฟิงเยวี่ยจะเดินทางมาถึงเมืองชิงเย่ในอีก 36 ชั่วโมงข้างหน้า]เวลาเหลือน้อยเต็มที!หัวใจของเขาดิ่งวูบลงไปกองอยู่แทบตาตุ่ม การเดินทางออกจากเมืองต้องใช้เสบียง และเสบียงก็ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายังไม่มีแม้แต่แดงเดียว ภารกิจหาเงิน 1 เหรียญทองแดงจึงไม่ใช่แค่ภารกิจสำหรับมือใหม่ แต่มันคือตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวสู่การมีชีวิตรอดของเขา“เอาล่ะ จะหาเงินยังไงดี” เขากวาดสายตามอง
Baca selengkapnya
<4> โชคชะตาเล่นตลก
เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญในโลกใบนี้ อาจซื้อได้เพียงขนมปังแข็ง ๆ สองสามก้อนกับน้ำเปล่าหนึ่งถุงหนังเก่า ๆ แต่สำหรับกงหยางเหวินในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่าที่เทียบเท่ากับทองคำทั้งภูเขา เขาเดินออกจากร้านขายของชำด้วยฝีเท้าที่แฝงความเร่งรีบ กอดเสบียงยังชีพเอาไว้ในอ้อมแขนราวกับเป็นแก้วตาดวงใจเขารีบจ้ำอ้าวกลับไปยังกระท่อมรังหนูของตัวเอง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงฟาง หัวใจยังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น“เสี่ยวซ่า” เขาเรียกในใจ “เปิดกล่องของขวัญสำหรับมือใหม่”[กำลังเปิดกล่องของขวัญสำหรับมือใหม่ ท่านได้รับยาฟื้นฟู (ระดับต่ำ) x1 รองเท้าหนังแห่งความว่องไว (ระดับต่ำ) x1]วัตถุสองชิ้นปรากฏขึ้นจากอากาศแล้วร่วงลงบนตักของเขา ชิ้นหนึ่งคือขวดยาเซรามิกขนาดเล็ก บรรจุของเหลวสีเขียวใสเอาไว้ ส่วนอีกชิ้นคือรองเท้าบูทหนังสัตว์ที่ดูธรรมดา แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ กลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่จาง ๆ[ยาฟื้นฟู (ระดับต่ำ) สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ 30 หน่วยทันที][รองเท้าหนังแห่งความว่องไว (ระดับต่ำ) เพิ่มค่าความว่องไว +1]“โอ้! ของดีนี่หว่า!” กงหยางเหวินอุทานออกมาอย่า
Baca selengkapnya
<5> หมาป่าอสูรโผล่มา
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาดุจสปอตไลท์บนเวทีละครโรงใหญ่ กงหยางเหวินยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น อ้าปากค้าง สมองที่เคยภาคภูมิใจนักหนาว่าเฉียบแหลมเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม มันหยุดทำงานไปดื้อ ๆ คำถามสั้น ๆ ที่หลุดจากปากของเจิ้งเฟิงเยวี่ยนั้นหนักอึ้งราวกับค้อนพันชั่งที่ทุบลงมากลางกระหม่อมของเขาจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง หนี! สัญชาตญาณร้องก้องอยู่ในหัว แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เขากำลังเผชิญหน้ากับพระเอกตัวเป็น ๆ ตัวละครที่เขาปั้นแต่งขึ้นมาให้แข็งแกร่ง เยือกเย็น และไร้เทียมทาน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวจริงนั้นมันน่าหวาดหวั่นกว่าที่เขาจินตนาการไว้เป็นร้อยเท่า “ข...ข้า...” เขาพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “ข้าเป็นแค่ชาวบ้านที่หลงทางเข้ามาน่ะ พอดีได้ยินเสียงต่อสู้ก็เลย...” คำโกหกกระท่อนกระแท่นหลุดออกจากปากไปอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุดในสามโลก เขาหลบสายตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมาราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงจิตวิญญาณ เจิ้งเฟิงเยวี่ยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้
Baca selengkapnya
<6> ชัยชนะแบบงงๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา... แทนที่จะฝังเขี้ยวลงบนลำคอของกงหยางเหวิน ร่างของหมาป่าเขี้ยวเหล็กกลับชะงักกึกกลางอากาศอย่างรุนแรง แผละ! ก้อนหินที่ดูไม่มีพิษสงอะไรเลย พุ่งเข้ากระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำราวจับวาง เบ้าตาข้างขวาของมัน แรงอัดกระแทกส่งผลให้ลูกตาของอสูรร้ายแตกกระจาย ของเหลวสีขุ่นข้นทะลักออกมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่บาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาท เอ๋งงงงงงงงงงงง! มันไม่ใช่เสียงคำรามที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานสุดแสนสาหัส ร่างมหึมาของมันเสียการควบคุม ร่วงกระแทกลงบนพื้นห่างจากใบหน้าของกงหยางเหวินไปไม่ถึงหนึ่งคืบ พลังทำลายล้างจากการทิ้งตัวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน มันนอนดิ้นทุรนทุราย พยายามใช้กรงเล็บตะกุยใบหน้าของตัวเองด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนทานได้ ฝูงหมาป่าที่เหลือชะงักงันไปพร้อมกัน พวกมันหยุดการคุกคามทันทีเมื่อเห็นจ่าฝูงของตัวเองต้องนอนร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของเหยื่อที่ดูอ
Baca selengkapnya
<7> บุรุษผู้เย็นชากับความเข้าใจผิด
และมันก็ได้ผล แสงสีเขียวเรืองรองปรากฏขึ้นจาง ๆ บริเวณบาดแผล เลือดที่เคยไหลซึมหยุดลงในบัดดล ปากแผลเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างช้า ๆ แม้จะไม่หายสนิท แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว ลมหายใจของอีกฝ่ายก็เริ่มสม่ำเสมอขึ้น “เฮ้อ... รอดไปที” หยางเหวินถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ปัญหายังไม่จบ “จะทิ้งไว้ตรงนี้ก็ไม่ได้ กลิ่นเลือดคลุ้งขนาดนี้เดี๋ยวก็ได้เรียกเพื่อนบ้านมาจัดปาร์ตี้กันพอดี” เขาต้องย้ายที่ แต่จะย้ายเจ้ายักษ์นี่ไปได้อย่างไรด้วยพละกำลังระดับมดปลวกของเขา? เขาลองสอดแขนเข้าไปใต้ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยแล้วออกแรงยก ผลลัพธ์คือร่างของพระเอกไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว แต่เป็นหลังของเขาเองที่ส่งเสียงกร๊อบออกมาเป็นการประท้วง หลังจากพยายามอยู่หลายท่า ทั้งลากทั้งดึงทั้งผลัก สุดท้ายเขาก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ เขาถอดผ้าคลุมชั้นนอกของเจิ้งเฟิงเยวี่ยออก ปูลงบนพื้นแล้วกลิ้งร่างสูงใหญ่นั่นลงไปนอนทับ จากนั้นก็ใช้มันต่างเลื่อน ลากไปบนพื้นหญ้าและใบไม้แห้ง “ขอโทษนะเพื่อน แต่ข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ” เขาพึมพำขอ
Baca selengkapnya
<8> ภารกิจแรกสุดปวดหัว
ขณะที่สงครามภายในของเขากำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดนั่นเอง... [ติ๊ง!] เสียงสวรรค์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย [ท่านได้รับภารกิจใหม่: ภารกิจกระชับมิตร (ฉบับจำใจ)][รายละเอียด: ความสัมพันธ์ที่ดีคือรากฐานของการเอาชีวิตรอด แม้ว่าโฮสต์จะไม่เต็มใจก็ตาม เพื่อลดทอนบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก จงสร้างไมตรีกับตัวละครหลักเจิ้งเฟิงเยวี่ย][เป้าหมาย: จงยิ้มให้เจิ้งเฟิงเยวี่ยอย่างจริงใจ 3 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง][รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มเอาตัวรอด +20 ค่าความสัมพันธ์กับเจิ้งเฟิงเยวี่ย +5][บทลงโทษหากล้มเหลว: ใบหน้าเป็นอัมพาตชั่วคราว 12 ชั่วโมง (สามารถแสดงสีหน้าได้เพียงแบบเดียวคือบูดบึ้ง)] กงหยางเหวินเบิกตากว้าง แล้วก็กะพริบตาปริบ ๆ แล้วก็อ่านทวนอีกรอบ... ยิ้ม? ยิ้มให้เจ้านี่เนี่ยนะ? แถมต้องยิ้มอย่างจริงใจด้วย? “เสี่ยวซ่า! เจ้าสมองกลับร
Baca selengkapnya
<9> ความพยายามครั้งที่สองและสาม
‘โอกาสมาแล้ว!’ เขากลั้นใจ เงยหน้าขึ้นสบตากับเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่กำลังเคี้ยวขนมปังด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะฉีกยิ้มครั้งที่สองออกไป รอยยิ้มครั้งนี้ดูพัฒนากว่าครั้งแรกเล็กน้อย กล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่กระตุกรุนแรงเท่าเดิม แต่มันก็ยังคงดูผิดธรรมชาติอย่างร้ายกาจ มันเป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับคนพยายามจะบอกว่าอาหารอร่อยมาก ทั้ง ๆ ที่ในปากมีแต่ทราย เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทนจนน่าเวทนา เจิ้งเฟิงเยวี่ยที่กำลังจะกัดขนมปังคำต่อไปถึงกับชะงักค้าง เขามองรอยยิ้มประหลาดนั่นด้วยแววตาที่ขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม ‘รอยยิ้มนั่นอีกแล้ว’ ความคิดของเขาถักทอเป็นตาข่ายแห่งความซับซ้อนที่พันธนาการความจริงอันแสนเรียบง่ายเอาไว้ ‘เขายิ้มทำไม? เขากำลังพึงพอใจกับสภาพอันน่าอดสูของข้าที่ต้องมานั่งกินขนมปังแข็ง ๆ เช่นนี้รึ รอยยิ้มนี้มันไม่ใช่ความเป็นมิตร มันแฝงไว้ด้วยความเวทนา หรืออาจจะเป็นการหยามหยัน? เขากำลังทดสอบความอดทนและความทะนงในศักดิ์ศรีของข้างั้นหรือ?’ คิ้วกระบี่ของเข
Baca selengkapnya
<10> จำใจร่วมทาง
เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ หยางเหวินจึงตัดสินใจชวนคุย “เอ่อ... คุณชายเจิ้ง ท่านมาจากที่ไหนรึ? ท่าทางเหมือนไม่ใช่คนแถวนี้” มันเป็นคำถามพื้น ๆ ที่สุดที่คนเพิ่งรู้จักกันจะถามได้ เจิ้งเฟิงเยวี่ยหยุดเดินไปชั่วครู่ แววตาของเขาหรี่ลงราวกับกำลังครุ่นคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำถามนั้น “ที่มาไม่สำคัญเท่ากับเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง” คำตอบของเขาราวกับสายหมอก จับต้องไม่ได้และซ่อนเร้นความจริงไว้ภายใน มันเป็นคำตอบตามแบบฉบับพระเอกนิยายกำลังภายในที่หยางเหวินเคยเขียนไม่มีผิดเพี้ยน ‘ตอบแบบนี้ใครจะไปตรัสรู้กับท่านเล่า!’ หยางเหวินอยากจะตะโกนออกไป ‘แค่ตอบว่ามาจากเมืองหลวงมันจะตายรึไง! ไอ้พระเอกบ้าเอ๊ย!’ การเดินทางที่เหลือจึงเต็มไปด้วยความเงียบงันอีกครั้ง จนกระทั่งกำแพงเมืองชิงเย่ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบ ๆ นั่นแหละ หยางเหวินถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็กลับมาสู่ดินแดนแห่งอารยธรรมเสียที ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูเมือง เขา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status