เมื่อผมดันทะลุมิติมาเจอพระเอกนิยายในดันเจี้ยน

เมื่อผมดันทะลุมิติมาเจอพระเอกนิยายในดันเจี้ยน

last update최신 업데이트 : 2025-10-25
언어: Thai
goodnovel12goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
35챕터
1.1K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เมื่อชายหนุ่มยุคปัจจุบันทะลุมิติไปในหนังสือนิยายแฟนตาซีดันเจี้ยน แบบนี้จะทำอย่างไร?

더 보기

1화

<1> ฝันร้ายกลายเป็นจริง

氷室彩葉(ひむろ いろは)は力なくベッドに横たわり、冷たい器具が、鈍く痛む下腹部を滑っていく感触に耐えていた。

「赤ちゃんは……大丈夫ですか……?」震える声で尋ねると、医師は憐れむように溜息をついた。

「切迫流産です。残念ながら……お子さんの心音は、もう聞こえません」

その瞬間、彩葉はシーツを強く握りしめた。心臓が氷の手で鷲掴みにされたように、軋む。

「仮に心音が確認できたとしても、出産は推奨できませんでした。火災で大量の有毒煙を吸い込まれている。胎児への影響は計り知れません」

二時間前──氷室グループ傘下の新エネルギー研究室で火災が発生し、彩葉は開発中の最新チップを守るため、躊躇なく炎の中に飛び込んだ。

チップは守れたものの、彼女自身は濃い煙に巻かれて意識を失ったのだ。

救急室に運ばれた時、体は擦り傷だらけで、下半身からは血が流れ、目を覆いたくなるほどの惨状だったという。

家庭と仕事に昼夜を問わず奔走し、心身ともに疲れ果てていた彼女は、この時になって初めて、自分のお腹に新しい命が宿っていたこと──妊娠二ヶ月だったことを知った。

「あなたはまだ若い。きっとまた授かりますよ」

医師はそう慰めながら、「今は安静が第一です。ご主人に連絡して、付き添ってもらってください」と告げた。

身を起こすことすら億劫な体で、彩葉は夫である氷室蒼真(ひむろ そうま)に電話をかけるのを躊躇った。

二日前、彼は息子の氷室瞳真(ひむろ とうま)を連れてM国へ出張したばかりだ。

「プロジェクトの商談だ」と彼は言っていた。仕事中の彼が、邪魔をされることを何よりも嫌うことを、彩葉は知っていた。ここ二日間、彼からの連絡は一切ない。それほど忙しいのだろうか。

その時、携帯の短い振動が静寂を破った。

画面に表示されたのは、異母妹である林雫(はやし しずく)の名前。

震える指でメッセージを開いた彩葉は、息を呑んだ。

そこに添付されていたのは、一枚の写真。雫が息子の瞳真を抱きしめ、二人で笑顔のハートマークを作っている。そしてその隣には、眉目秀麗な夫・蒼真が静かに座っていた。

結婚写真すら「くだらない」と撮ろうとしなかった彼が、その写真の中では、薄い唇の端をわずかに上げ、滅多に見せない穏やかな笑みを浮かべていた。

その姿は、まるで幸せな三人家族そのものだった。

【お姉ちゃん、今ね、蒼真さんと瞳真くんとミュージカルを観てるの。「ナイチンゲールの歌」って、お姉ちゃんが一番好きな作品よね?お姉ちゃんの代わりに、私が先に観ちゃった!】

チケットは常に完売で、手に入れることすら困難な人気の演目。

いつか一緒に観に行きたい、と何度も蒼真に伝えたが、いつも冷たく突き放されるだけだった。

「今忙しいんだ。それに瞳真もまだ小さい。また今度だ」

……忙しいんじゃなかった。ただ、自分と行きたくなかっただけなんだ。

元々張り裂けそうだった胸に、鋭い杭を打ち込まれたような激痛が走る。

それでも諦めきれず、病室に戻った彩葉は腹部の痛みに耐えながら、蒼真に電話をかけた。

数回のコールの後、低く、それでいて芯のある冷ややかな声が鼓膜を揺らす。

「……どうした」

「蒼真……ごめんなさい、体調が悪くて、病院にいるの。少しだけ、早く帰ってきてもらえないかな……?」彼女の顔は蒼白で、声には力がなかった。

「こっちはまだ商談中だ。戻るのは二日後になる。家のことは山根に任せろ」蒼真の態度は、どこか冷めていた。

彩葉はスマホとを握りしめる。「……ねえ。もしかして、雫と一緒にいるの?」

その問いに、蒼真の声は露骨な苛立ちを滲ませた。「彩葉、そんな詮索に何の意味がある?もう五年だぞ。雫は妹のようなものだと何度も言ったはずだ。仮に一緒にいたとして、それがどうした。

最近のお前は、仮病まで使って同情を引こうとするようになったのか?」

「パパ、声大きいよ!僕と雫の邪魔しないでよ!」

電話の向こうから、瞳真の高い声が響いた。「もうママなんてほっときなよ!本当にうざいんだから!」

彩葉が何かを言う前に、通話は一方的に切られた。

ほんの少しの時間すら、彩葉のために割いてはくれない。

がらんとした病室で、彼女は布団を固く握りしめ、体の芯から冷えていくのを感じていた。

三日後、彩葉は無理を言って退院した。

研究開発部の仕事が、まだ山のように残っていたからだ。

特に今回の新製品発表会は、蒼真も期待を寄せている。そして自分にとっても、この二年間心血を注いできたプロジェクトを、成功させたかった。

夕方、疲れ切った体を引きずってブリリアージュ潮見の自宅に戻ると、リビングから楽しげな笑い声が聞こえてきた。

息子の瞳真と、雫の声だ。

胸がどきり、と嫌な音を立てる。彩葉はとっさに身を隠し、鉢植えの影からリビングの様子を窺った。

ソファには、氷室父子の間に座る雫の姿があった。テーブルの上には、バースデーケーキ。そして彼女の首には、赤いルビーのネックレスが輝いていた。それは某高級ブランドの世界限定品だ。

先月、ショーウィンドウで見かけて心惹かれたものの、目を見張るような値段に諦めた、あのネックレス。

それが今、雫の胸元を飾っている。

「蒼真さん、素敵なプレゼントをありがとう。すごく嬉しいわ」雫はペンダントに優しく触れ、潤んだ瞳で男の端整で凛々しい顔を見つめる。「でも、こんな高価なもの……これからは無理しないで。気持ちだけで十分嬉しいから」

蒼真は淡然とした表情で言った。「金などどうでもいい。お前が喜んでくれるなら、それが一番だ」

「ねえねえ雫、お目々閉じて!」瞳真がはしゃいだ声で言った。

雫が素直に瞳を閉じると、瞳真は小さな手で、色とりどりのクリスタルが繋がれたブレスレットを彼女の腕に通した。

「もう開けていいよ!」

「わぁ、綺麗!」雫は驚きの表情を見せた。

瞳真はへへっと笑い、頭を掻く。「これね、僕が一つひとつ選んで、糸に通したんだ。雫への誕生日プレゼント!」

「ありがとう、瞳真くん。一生大切にするわ」雫が身をかがめて瞳真の額にキスをしようとした、その時。

瞳真は自ら顔を上げ、ちゅっ、と音を立てて雫の頬にキスをした。

瞳真は父親に似て、どこか冷めた子供だった。実の母親である彩葉にさえ、ほとんど懐こうとしなかったのに。

自分が喉から手が出るほど欲しかったものを、雫はこんなにもたやすく手に入れてしまう。

嫉妬と絶望で、胸の奥がキリキリと痛んだ。

瞳真はキラキラした目で雫を見つめ、真剣な顔で言う。「雫は体が弱いから、これからは僕とパパが守ってあげる。だから安心してね」

「ふふっ……ありがとう。頼りにしてるわね」雫は恥じらうように頬を染め、ちらりと隣の男に視線を送る。

蒼真は切れ長の瞳を細め、自らケーキを一切れ切り、雫の手に渡す。

血の気が、すうっと引いていく。立っていられなくなりそうだった。

全身全霊で愛した夫は、他の女の誕生日を祝い、命がけで産んだ息子は、母親からすべてを奪った女を守ると誓う。

彩葉は、赤く染まった目で静かに笑った。そして踵を返すと、五年もの間自分を縛り付けた結婚という名の牢獄から、毅然と歩み出した。

自宅の外は、冷たい雨が降っていた。

全身ずぶ濡れになりながら、彩葉は道端に立ち、久しぶりにかける番号を呼び出す。電話の向こうから、懐かしい声が聞こえた。

「お嬢!お久しぶり!元気か?」

「えぇ、元気よ」彼女は微笑んだ。その美しい瞳には、かつてないほど冷徹な光が宿っていた。

「離婚することにしたの。だからお願い、離婚協議書を用意してちょうだい。なるべく、早くね」

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
35 챕터
<1> ฝันร้ายกลายเป็นจริง
ความรู้สึกแรกที่ทิ่มแทงเข้ามาในมโนสำนึกของ ทิศเหนือ คือความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วทั้งศีรษะ มันไม่ใช่ความปวดตุบ ๆ จากการอดนอนข้ามวันข้ามคืนเพื่อปั่นต้นฉบับ แต่เป็นความปวดร้าวรุนแรงราวกับมีช่างตีเหล็กนับสิบชีวิตมาตั้งโรงงานอยู่ในกะโหลก ทั้งทุบ ทั้งเผา ทั้งหลอมโลหะกันอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้านเปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงค่อย ๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่เห็นพร่าเลือนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ จับโฟกัสเป็นภาพเพดานไม้เก่าคร่ำคร่า ที่มีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมเป็นเครื่องประดับแห่งกาลเวลา แสงแดดยามสายลอดผ่านรูเล็กๆ บนหลังคาลงมาเป็นลำ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ“ที่ไหนวะเนี่ย...” เสียงแหบแห้งที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอทำให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ มันไม่ใช่เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของตัวเอง แต่กลับเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ยังไม่แตกพานดีนักทิศเหนือพยุงกายที่หนักอึ้งลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บจากท้ายทอยขึ้นมาอีกระลอก เขากวาดสายตามองไปรอบตัวอย่างงุนงง ห้องที่เขาอยู่มีขนาดคับแคบราวกับรังหนู ผนังทำจากไม้แผ่นที่ประกบกันอย่างลวก ๆ มีเตียงฟางแข็งกระด้างที่เขานอนอยู่ กับโต๊ะไม้ข
더 보기
<2> เสียงในหัวที่ไม่ได้รับเชิญ
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อมผุพังราวกับผ้าคลุมหน้าศพ กงหยางเหวินนั่งแหมะอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ จิตใจล่องลอยเคว้งคว้างอยู่ในสุญญากาศแห่งความสิ้นหวัง สิ่งเดียวที่ตอกย้ำว่าเขายังไม่ได้เสียสติไปคือตัวเลขนับถอยหลังสีแดงฉานที่มุมสายตา มันลดลงทีละวินาทีอย่างเที่ยงตรงไร้ความปรานี เป็นดั่งนาฬิกาทรายจากยมโลกที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของเขาเขาคือผู้เขียน พระเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมากับมือ แต่บัดนี้ เขากลับกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่ตัวเองสร้าง ถูกกำหนดให้ต้องถูกกำจัดทิ้งเพื่อเปิดทางให้ตัวละครที่สำคัญกว่าได้เฉิดฉาย ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่หัวเราะไม่ออกโดยแท้“นี่ เจ้าเอไอ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบโหยราวกับคนใกล้ตาย “ในเมื่อเจ้าเป็นระบบสุดยอดซะขนาดนั้น ทำไมไม่เสกให้ข้าเก่งขึ้นเลยล่ะ? เพิ่มค่าสถานะให้เต็มหลอด หรือไม่ก็มอบพรสวรรค์ระดับพระเจ้าให้สักอย่างสองอย่างก็ได้ แค่นี้ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่รึไง”หน้าจอสีฟ้ากระพริบตอบสนองต่อคำถามของเขา[การเปลี่ยนแปลงค่าสถานะพื้นฐานของโฮสต์โดยตรง เป็นการแทรกแซงโชคชะตาที่รุนแรงเกินไป จะทำให้กฎแห่งโลกเกิดความปั่นป่วน และอาจถูกเจตจำนง
더 보기
<3> แผนหนีออกจากเมืองเริ่มต้นก่อนพระเอกจะมาถึง
ทว่า ความงดงามเบื้องหน้ากลับไม่อาจทำให้จิตใจของเขาสงบลงได้แม้แต่น้อย ในสมองของเขามีเพียงความคิดเดียวที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาดุจแผ่นเสียงตกร่อง นั่นคือปฏิบัติการหนีธงมรณะใช่แล้ว เขาต้องหนี! หนีออกจากเมืองชิงเย่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พระเอกของเรื่องอย่างเจิ้งเฟิงเยวี่ยจะเดินทางมาถึง เพราะตามพล็อตที่เขาเขียนไว้ การปรากฏตัวของเจิ้งเฟิงเยวี่ยคือสัญญาณเตือนว่าหายนะกำลังจะมาเยือนป่าทางตะวันตก และตัวประกอบที่ชื่อกงหยางเหวินคนนี้ ก็คือเครื่องสังเวยชั้นดีที่จะถูกนำไปบูชายัญเพื่อเปิดตัวพระเอกอย่างยิ่งใหญ่“เสี่ยวซ่า” เขาเอ่ยเรียกเสียงเบาในใจ “ตามเนื้อเรื่องเดิม พระเอกจะมาถึงเมืองนี้เมื่อไหร่?”[จากการคำนวณตามเส้นเรื่องหลัก เจิ้งเฟิงเยวี่ยจะเดินทางมาถึงเมืองชิงเย่ในอีก 36 ชั่วโมงข้างหน้า]เวลาเหลือน้อยเต็มที!หัวใจของเขาดิ่งวูบลงไปกองอยู่แทบตาตุ่ม การเดินทางออกจากเมืองต้องใช้เสบียง และเสบียงก็ต้องใช้เงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายังไม่มีแม้แต่แดงเดียว ภารกิจหาเงิน 1 เหรียญทองแดงจึงไม่ใช่แค่ภารกิจสำหรับมือใหม่ แต่มันคือตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวสู่การมีชีวิตรอดของเขา“เอาล่ะ จะหาเงินยังไงดี” เขากวาดสายตามอง
더 보기
<4> โชคชะตาเล่นตลก
เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญในโลกใบนี้ อาจซื้อได้เพียงขนมปังแข็ง ๆ สองสามก้อนกับน้ำเปล่าหนึ่งถุงหนังเก่า ๆ แต่สำหรับกงหยางเหวินในยามนี้ มันคือสมบัติล้ำค่าที่เทียบเท่ากับทองคำทั้งภูเขา เขาเดินออกจากร้านขายของชำด้วยฝีเท้าที่แฝงความเร่งรีบ กอดเสบียงยังชีพเอาไว้ในอ้อมแขนราวกับเป็นแก้วตาดวงใจเขารีบจ้ำอ้าวกลับไปยังกระท่อมรังหนูของตัวเอง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงฟาง หัวใจยังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น“เสี่ยวซ่า” เขาเรียกในใจ “เปิดกล่องของขวัญสำหรับมือใหม่”[กำลังเปิดกล่องของขวัญสำหรับมือใหม่ ท่านได้รับยาฟื้นฟู (ระดับต่ำ) x1 รองเท้าหนังแห่งความว่องไว (ระดับต่ำ) x1]วัตถุสองชิ้นปรากฏขึ้นจากอากาศแล้วร่วงลงบนตักของเขา ชิ้นหนึ่งคือขวดยาเซรามิกขนาดเล็ก บรรจุของเหลวสีเขียวใสเอาไว้ ส่วนอีกชิ้นคือรองเท้าบูทหนังสัตว์ที่ดูธรรมดา แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ กลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่จาง ๆ[ยาฟื้นฟู (ระดับต่ำ) สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ 30 หน่วยทันที][รองเท้าหนังแห่งความว่องไว (ระดับต่ำ) เพิ่มค่าความว่องไว +1]“โอ้! ของดีนี่หว่า!” กงหยางเหวินอุทานออกมาอย่า
더 보기
<5> หมาป่าอสูรโผล่มา
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาดุจสปอตไลท์บนเวทีละครโรงใหญ่ กงหยางเหวินยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น อ้าปากค้าง สมองที่เคยภาคภูมิใจนักหนาว่าเฉียบแหลมเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม มันหยุดทำงานไปดื้อ ๆ คำถามสั้น ๆ ที่หลุดจากปากของเจิ้งเฟิงเยวี่ยนั้นหนักอึ้งราวกับค้อนพันชั่งที่ทุบลงมากลางกระหม่อมของเขาจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง หนี! สัญชาตญาณร้องก้องอยู่ในหัว แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น เขากำลังเผชิญหน้ากับพระเอกตัวเป็น ๆ ตัวละครที่เขาปั้นแต่งขึ้นมาให้แข็งแกร่ง เยือกเย็น และไร้เทียมทาน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวจริงนั้นมันน่าหวาดหวั่นกว่าที่เขาจินตนาการไว้เป็นร้อยเท่า “ข...ข้า...” เขาพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “ข้าเป็นแค่ชาวบ้านที่หลงทางเข้ามาน่ะ พอดีได้ยินเสียงต่อสู้ก็เลย...” คำโกหกกระท่อนกระแท่นหลุดออกจากปากไปอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุดในสามโลก เขาหลบสายตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมาราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงจิตวิญญาณ เจิ้งเฟิงเยวี่ยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้
더 보기
<6> ชัยชนะแบบงงๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา... แทนที่จะฝังเขี้ยวลงบนลำคอของกงหยางเหวิน ร่างของหมาป่าเขี้ยวเหล็กกลับชะงักกึกกลางอากาศอย่างรุนแรง แผละ! ก้อนหินที่ดูไม่มีพิษสงอะไรเลย พุ่งเข้ากระทบเป้าหมายอย่างแม่นยำราวจับวาง เบ้าตาข้างขวาของมัน แรงอัดกระแทกส่งผลให้ลูกตาของอสูรร้ายแตกกระจาย ของเหลวสีขุ่นข้นทะลักออกมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่บาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาท เอ๋งงงงงงงงงงงง! มันไม่ใช่เสียงคำรามที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เป็นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานสุดแสนสาหัส ร่างมหึมาของมันเสียการควบคุม ร่วงกระแทกลงบนพื้นห่างจากใบหน้าของกงหยางเหวินไปไม่ถึงหนึ่งคืบ พลังทำลายล้างจากการทิ้งตัวของมันทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน มันนอนดิ้นทุรนทุราย พยายามใช้กรงเล็บตะกุยใบหน้าของตัวเองด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนทานได้ ฝูงหมาป่าที่เหลือชะงักงันไปพร้อมกัน พวกมันหยุดการคุกคามทันทีเมื่อเห็นจ่าฝูงของตัวเองต้องนอนร้องครวญครางอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของเหยื่อที่ดูอ
더 보기
<7> บุรุษผู้เย็นชากับความเข้าใจผิด
และมันก็ได้ผล แสงสีเขียวเรืองรองปรากฏขึ้นจาง ๆ บริเวณบาดแผล เลือดที่เคยไหลซึมหยุดลงในบัดดล ปากแผลเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างช้า ๆ แม้จะไม่หายสนิท แต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว ลมหายใจของอีกฝ่ายก็เริ่มสม่ำเสมอขึ้น “เฮ้อ... รอดไปที” หยางเหวินถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ปัญหายังไม่จบ “จะทิ้งไว้ตรงนี้ก็ไม่ได้ กลิ่นเลือดคลุ้งขนาดนี้เดี๋ยวก็ได้เรียกเพื่อนบ้านมาจัดปาร์ตี้กันพอดี” เขาต้องย้ายที่ แต่จะย้ายเจ้ายักษ์นี่ไปได้อย่างไรด้วยพละกำลังระดับมดปลวกของเขา? เขาลองสอดแขนเข้าไปใต้ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยแล้วออกแรงยก ผลลัพธ์คือร่างของพระเอกไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว แต่เป็นหลังของเขาเองที่ส่งเสียงกร๊อบออกมาเป็นการประท้วง หลังจากพยายามอยู่หลายท่า ทั้งลากทั้งดึงทั้งผลัก สุดท้ายเขาก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ เขาถอดผ้าคลุมชั้นนอกของเจิ้งเฟิงเยวี่ยออก ปูลงบนพื้นแล้วกลิ้งร่างสูงใหญ่นั่นลงไปนอนทับ จากนั้นก็ใช้มันต่างเลื่อน ลากไปบนพื้นหญ้าและใบไม้แห้ง “ขอโทษนะเพื่อน แต่ข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ” เขาพึมพำขอ
더 보기
<8> ภารกิจแรกสุดปวดหัว
ขณะที่สงครามภายในของเขากำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดนั่นเอง... [ติ๊ง!] เสียงสวรรค์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย [ท่านได้รับภารกิจใหม่: ภารกิจกระชับมิตร (ฉบับจำใจ)][รายละเอียด: ความสัมพันธ์ที่ดีคือรากฐานของการเอาชีวิตรอด แม้ว่าโฮสต์จะไม่เต็มใจก็ตาม เพื่อลดทอนบรรยากาศอันน่าอึดอัดที่อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก จงสร้างไมตรีกับตัวละครหลักเจิ้งเฟิงเยวี่ย][เป้าหมาย: จงยิ้มให้เจิ้งเฟิงเยวี่ยอย่างจริงใจ 3 ครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง][รางวัลเมื่อสำเร็จ: แต้มเอาตัวรอด +20 ค่าความสัมพันธ์กับเจิ้งเฟิงเยวี่ย +5][บทลงโทษหากล้มเหลว: ใบหน้าเป็นอัมพาตชั่วคราว 12 ชั่วโมง (สามารถแสดงสีหน้าได้เพียงแบบเดียวคือบูดบึ้ง)] กงหยางเหวินเบิกตากว้าง แล้วก็กะพริบตาปริบ ๆ แล้วก็อ่านทวนอีกรอบ... ยิ้ม? ยิ้มให้เจ้านี่เนี่ยนะ? แถมต้องยิ้มอย่างจริงใจด้วย? “เสี่ยวซ่า! เจ้าสมองกลับร
더 보기
<9> ความพยายามครั้งที่สองและสาม
‘โอกาสมาแล้ว!’ เขากลั้นใจ เงยหน้าขึ้นสบตากับเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่กำลังเคี้ยวขนมปังด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะฉีกยิ้มครั้งที่สองออกไป รอยยิ้มครั้งนี้ดูพัฒนากว่าครั้งแรกเล็กน้อย กล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่กระตุกรุนแรงเท่าเดิม แต่มันก็ยังคงดูผิดธรรมชาติอย่างร้ายกาจ มันเป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับคนพยายามจะบอกว่าอาหารอร่อยมาก ทั้ง ๆ ที่ในปากมีแต่ทราย เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทนจนน่าเวทนา เจิ้งเฟิงเยวี่ยที่กำลังจะกัดขนมปังคำต่อไปถึงกับชะงักค้าง เขามองรอยยิ้มประหลาดนั่นด้วยแววตาที่ขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม ‘รอยยิ้มนั่นอีกแล้ว’ ความคิดของเขาถักทอเป็นตาข่ายแห่งความซับซ้อนที่พันธนาการความจริงอันแสนเรียบง่ายเอาไว้ ‘เขายิ้มทำไม? เขากำลังพึงพอใจกับสภาพอันน่าอดสูของข้าที่ต้องมานั่งกินขนมปังแข็ง ๆ เช่นนี้รึ รอยยิ้มนี้มันไม่ใช่ความเป็นมิตร มันแฝงไว้ด้วยความเวทนา หรืออาจจะเป็นการหยามหยัน? เขากำลังทดสอบความอดทนและความทะนงในศักดิ์ศรีของข้างั้นหรือ?’ คิ้วกระบี่ของเข
더 보기
<10> จำใจร่วมทาง
เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ หยางเหวินจึงตัดสินใจชวนคุย “เอ่อ... คุณชายเจิ้ง ท่านมาจากที่ไหนรึ? ท่าทางเหมือนไม่ใช่คนแถวนี้” มันเป็นคำถามพื้น ๆ ที่สุดที่คนเพิ่งรู้จักกันจะถามได้ เจิ้งเฟิงเยวี่ยหยุดเดินไปชั่วครู่ แววตาของเขาหรี่ลงราวกับกำลังครุ่นคิดถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำถามนั้น “ที่มาไม่สำคัญเท่ากับเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง” คำตอบของเขาราวกับสายหมอก จับต้องไม่ได้และซ่อนเร้นความจริงไว้ภายใน มันเป็นคำตอบตามแบบฉบับพระเอกนิยายกำลังภายในที่หยางเหวินเคยเขียนไม่มีผิดเพี้ยน ‘ตอบแบบนี้ใครจะไปตรัสรู้กับท่านเล่า!’ หยางเหวินอยากจะตะโกนออกไป ‘แค่ตอบว่ามาจากเมืองหลวงมันจะตายรึไง! ไอ้พระเอกบ้าเอ๊ย!’ การเดินทางที่เหลือจึงเต็มไปด้วยความเงียบงันอีกครั้ง จนกระทั่งกำแพงเมืองชิงเย่ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบ ๆ นั่นแหละ หยางเหวินถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็กลับมาสู่ดินแดนแห่งอารยธรรมเสียที ทว่าเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูเมือง เขา
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status