LOGINเมื่อพระเอกในนิยายที่อ่านทะลุมิติออกมานอนอยู่ข้างๆ ระหว่างเลี้ยงดูกับหาวิธีส่งกลับไป เราควรเลือกอะไรก่อนดี
View Moreالساعة التاسعة وأربعون دقيقة مساءً. أنظر إلى الساعة المعلقة على الحائط للمرة الثالثة في أقل من دقيقة، دون أن أرى عقرب الثواني يتقدم حقًا، دون أن أسمع ذلك الطقطقة الخافتة التي توقِّت الصمت الخانق في الشقة. قطعة اللحم التي أعددتها بعناية لا تزال راقدة في طبقها منذ ساعات، فاترة في أحسن الأحوال، ويافعة على الأرجح. والشموع التي أشعلتها آخر النهار لم يعد يصدر عنها سوى ضوء خافت يرتجف، بالكاد حي، مثلي أنا الليلة.
مفرش المائدة الأبيض الذي اخترته هذا الصباح بعد تردد، وكويته باهتمام كاد يلامس الحنان، يبدو فجأة في غير مكانه، شبه متغطرس في كماله الذي لا تشوبه شائبة. ثلاثة أطباق. مصطفة بدقة بلغت حد العبث. واحد له، وواحد لي... وثالث، وضعته هناك دون أن يعلم به. طبق فارغ. مهدىً للصمت، أو ربما للأمل. لم أعد أعرف تحديدًا.
اليوم مرت ثلاث سنوات بالضبط، ثلاث سنوات منذ أن نطقنا بوعود لم يكن أحد يصغي إليها حقًا. ثلاث سنوات منذ التزمنا بشيء بدا أقرب إلى حل عملي منه إلى قسم عاطفي، ثلاث سنوات من زواج بُني على ضباب، على منطقة رمادية، على مساحة وسيطة محرجة لم أعرف أبدًا كيف أسميها. ثلاث سنوات من التنازلات، والتنهدات المكبوتة، والنظرات المتجنبة.
أعتقد أنني، منذ البداية، عرفت دائمًا أنني كنت خيار العقل. خيارًا افتراضيًا. وسيلة لإسكات الشائعات، وإرضاء التقاليد، وتجنب فضيحة لم يكن أحد يريد مواجهتها.
وأنا؟ قبلت. لأنني كنت قد وقعت في حبه بجنون بالفعل. رويدًا رويدًا أيضًا، دون أن أدري. أحببته حتى قبل أن يراني. حتى قبل أن يكلمني. ولعلي أحببته تحديدًا لأنه لم يكن ينظر إلي. لأنني صدقت أنني أستطيع إجبار تلك النظرة على الوجود. استفزازها، ترويضها، إيقاظها.
لكنه لم ينظر إليّ قط كامرأة يُرغب فيها. أبدًا بتلك الشهوة في العينين التي تمنيتها كثيرًا. لمسني أحيانًا، بحنان بعيد هو ذاك الذي يُخصص لذكرى، أو لواجب. لكن أبدًا بتلك الشحنة في الأصابع، أبدًا باستعجال رجل يحب. كنت رفيقته، حضوره، استقراره. ربما كنت حتى خطأه.
وأمه... أمه لم تكلف نفسها عناء إخفاء ازدرائها عني. عرفت دائمًا أنني لست التي كانت ستختارها له. لم أكن جميلة كأخته، ولا لامعة كصديقاته. لم أكن خصبة. "ثلاث سنوات بلا طفل"، قالتها لي يومًا بنبرة جامدة، شبه طبية. وكأنني قطعة أثاث بالية، أو جهاز منزلي لا يؤدي وظيفته.
لكن ها هو ذا. قبل ثلاثة أيام، تسللت معجزة صامتة إلى حياتي. كانت السماء تمطر ذلك اليوم. كنت أعبر الشارع وأفكر في شيء آخر. لم أعد أذكر حتى في ماذا. ربما فيه. ربما فينا. صرير إطارات، حادث تم تفاديه بمعجزة، ورجل غريب صرخ فيَّ أن أنتبه، ثم أخذني إلى المستشفى، مُصرًا رغم احتجاجاتي على أن أُجري بعض الفحوص. فقط للاطمئنان. فقط للتأكد.
وهناك، في غرفة بيضاء جدًا، مع طبيب يبحث عن كلماته، سمعت الجملة التي لم أعد أنتظرها. "أنتِ حامل". استقرت الكلمات عليَّ كريشة واخترقتني كالسكين. ابتسمت دون أن أفهم. بكيت بصمت.
عدت إلى البيت، ويدي على بطني. يد لم تتحرك منذ ذلك الحين. ثلاثة أيام وأنا أشعر به. لا يتحرك بعد، كلا، ما زال مبكرًا. لكنه موجود، ينبض، يتشبث.
لذلك صدقت الليلة. صدقت أنه بإمكاننا أن نبدأ من جديد. أنه سيكون هناك بصيص في عينيه. أنه سيعانقني هذه المرة ويقول لي: "سننجح". أنه سيرى أخيرًا المرأة خلف الصمت.
تزينت كأن لذلك أهمية. وضعت أحمر شفاه لأول مرة منذ أسابيع. ارتديت الفستان الأزرق الذي أثنى عليّ فيه يومًا، في البدايات. وأعددت هذا العشاء. ببطء. بحب. بعناية كادت تكون سخيفة.
وانتظرت حتى العاشرة وتسع عشرة دقيقة مساءً.
لا شيء حتى الآن. لا رسالة. لا اتصال. حتى ولا تأخير مبرر.
اتصلت به، مرة، ثم مرتين، حتى عشر مرات. لكني دائمًا أقع على بريده الصوتي.
هذا الصمت بدأ يثقل عليّ كحجر. يثبتني على هذا الكرسي، يلوي معدتي.
وفجأة، اهتزاز. أنظر، إنه بريد إلكتروني. وأقرأ: "هدية صغيرة لكِ" مرفقة بصورة.
لقطة ضبابية بعض الشيء، ملتقطة على عجل، لكنها واضحة، واضحة بشكل مأساوي: يحتضنها.
أختي؟
أختي نفسها!
وشفاهها تبحث عن شفاهه. تجدها. تنطبعان معًا بحنان مألوف.
ليس خطأ. ليست لحظة مختلسة.
إنه اعتراف.
هو يحبها، وهي تحبه.
وأنا، بقيت هنا، وحيدة، أنتظر عودته ليكذب عليّ مجددًا.
شعرت بالغثيان.
شعرت بشيء ينكسر في داخلي.
لم أصرخ حتى.
لم تكن لدي القوة.
فقط زفرت، كما يزفر المرء حين يتقبل النهاية.
تعرفت على المكان خلفهما. البار. ذاك الذي أقسم أنه لا يضع قدميه فيه. ذاك الذي تعمل فيه هي منذ بضعة أسابيع. ذاك الذي كان يتجنبه دائمًا... على ما يبدو.
تجمّدت للحظة.
ثم أخذت مفاتيحي. ارتديت معطفي.
أغلقت الباب بهدوء.
لم آخذ حقيبتي. ولا هاتفي. حتى ولا خاتم زواجي.
فقط شيء واحد: يدي الموضوعة على بطني.
هذا القلب الصغير غير المرئي.
ذلك الهمس الذي لا يزال هشًا جدًا لدرجة لا تمكنه من إصدار صوت.
هذا الطفل.
لعله كل
ما تبقى لي.
أو لعله...
بداية ما أنا أخيرًا مستعدة لأن أصبحه.
“พูดเรื่องจริงไงครับ ผมอยากมีลูกเยอะๆเคยบอกแล้วนี่นา”อคิราห์บอกพลางทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กขัดใจ ศศินาเลยบีบแก้มอีกคนอย่างหมั่นไส้แล้วบ่นออกมาไม่จริงจังนัก“เลี้ยงคนแรกให้รอดก่อนเถอะค่ะพ่อคนขี้เห่อ”“คุณแม่ดุมากต้องจัดการซะแล้ว”อคิราห์บอกด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ในแบบที่ศศินารู้ทันทีว่าจะโดนเอาเปรียบแต่ก็ไม่เคยทันเพราะอีกคนก้มลงมาปล้นลมหายใจเธอไปด้วยจูบที่หวานล้ำอีกแล้ว“อื้อ…”—-------“ลูกพ่อ ฮึก…”“แสง นี่คุณร้องไห้เหรอคะ”ศศินาเลิกคิ้วถามอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อเห็นสามีตัวเองเช็ดน้ำตาป้อยๆจนป้ากชที่ยืนอยู่ห่างๆยังแอบขำออกมา“เปล่าสักหน่อย ผมแค่ดีใจที่ลูกออกมาแล้ว ดูสิครับลูกหน้าเหมือนผมเลยใช่มั้ยที่รัก”อคิราห์ปฏิเสธทั้งที่ตายังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส ทำเอาศศินาขำออกมาเบาๆอย่างอดไม่ได้ น่าเอ็นดูซะเหลือเกินคุณพ่อที่เพิ่งได้เห็นหน้าลูกเนี่ย แถมยังเป็นลูกแฝดชายหญิงที่หาได้ยากซะด้วย ไม่รู้เธอโชคดีหรืออคิราห์ร้องขอจากพระจันทร์ทุกคืนกันแน่ คนที่เลือกไม่ได้เพราะอยากได้ทั้งลูกชายลูกสาว ผลสุดท้ายเลยได้มาทั้งคู่อย่างน่าอัศจรรย์แบบนี้“แค่กี่วันเองจะดูออกเลยเหรอคะ คนอะไรขี้เห่อมาก”“ลูกน่ารักตั้งสอง
“อื้อ…”ศศินาที่ไม่ทันได้ทักท้วงถูกอีกคนปล้นจูบไปจนได้ มือเล็กขยุ้มอกเสื้ออีกคน ใบหน้าสวยถูกจับให้เงยรับจูบที่แสนหวาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดูดดื่มและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆจนต้องทุบอกแกร่งแรงๆหลายที อคิราห์เพียงละออกมาให้ภรรยาหอบหายใจแล้วก็ประกบลงไปกลืนกินความหวานจากปากเล็กครั้งแล้วครั้งเล่าเท่าที่คิดถึงมาหลายวัน จนกระทั่งศศินาตัวอ่อนเปลี้ยในอ้อมแขนอีกคน และอคิราห์เองก็เริ่มจะหักห้ามใจไม่ไหวจนกลัวจะเลยเถิดถึงได้หยุดจูบที่ยาวนานนั้นได้“ทำอะไรคะเนี่ย เดี๋ยวป้ากชก็มาเห็นหรอก”ศศินาฟาดไปที่แขนแกร่งแรงๆพลางบ่นออกมาทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ อคิราห์ยิ้มพลางลูบแก้มเนียนที่ขึ้นสีแผ่วเบาแล้วบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเพราะกำลังปรับอารมณ์อยู่ การห้ามใจไม่ให้เกินเลยกับภรรยาตัวเองนี่มันทำร้ายกันชัดๆอคิราห์ไม่ชอบเลย“ป้าเค้าไม่ว่างหรอกครับ กำลังทำมื้อเย็นอยู่ในครัวนู่น ว่าแต่คุณแม่ของลูกผมหิวรึยังครับ”“หิวค่ะ”“งั้นก็ไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า ผมซื้อของมาฝากเยอะเลยที่รักต้องชอบแน่ๆ”อคิราห์ชวนพลางจับคนตัวเล็กให้ค่อยๆลุกขึ้นมาจากที่นั่งด้วยความระมัดระวัง “น่ารักจังเลยคนนี้”“สามีคุณเองครับ รักผมให้มากๆด้วย”คนต
กล่องดนตรีไม้ถูกจับมาหมุน เสียงดนตรีแสนไพเราะดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางลมหนาวของเดือนธันวาคม เส้นผมยาวสีดำขลับพริ้วไหวคลอเคลียใบหน้าหวาน ดวงตาคู่สวยเหม่อมองไปยังภูเขาที่อยู่ไกลลับตา ราวกับจะมองไปให้ถึงคนที่อยู่ไกลแสนไกล คนที่ทำให้เธอเฝ้าคิดถึงมาหลายวันจนมองอะไรก็น่าเบื่อไปหมด ไม่รู้ว่าป่านนี้จะคิดถึงเธอเหมือนกันหรือเปล่า เพราะกิจการคาเฟ่ของอคิราห์ไปได้ดีกว่าที่คิด เลยมีคนติดต่อขอให้ไปเปิดอีกสาขาที่กรุงเทพ เนื่องจากมีลูกค้าหลายคนติดใจขนมและเครื่องดื่มที่มีขายเฉพาะที่นี่ อคิราห์เองก็ไม่อยากขายสูตรที่คิดขึ้นมาให้คนอื่นไปทำเพราะกลัวว่าจะผิดเพี้ยนไปจากเดิม เลยปรึกษากับศศินามาสักพักจนได้ข้อสรุปว่าเราจะไปเปิดอีกสาขาที่นั่น โดยจ้างคนดูแลและไปตรวจทานด้วยตัวเองบ่อยๆแทน พอได้พื้นที่ที่ต้องการอคิราห์เลยต้องไปดูแลการรีโนเวทร้านขึ้นมาให้เหมือนกับสาขานี้มากที่สุด ถึงแม้จะยกธรรมชาติที่เขาใหญ่ไปนู่นไม่ได้ก็ตาม อย่างน้อยก็สร้างพอให้ได้บรรยากาศเพื่อลูกค้าที่โหยหาธรรมชาติสักนิดก็ยังดี ส่วนเหตุผลที่ศศินามานั่งเหม่อคิดถึงสามีสุดหล่ออยู่ตรงนี้ ก็เพราะอคิราห์ไม่ยอมให้ไปด้วยเพราะกลัวว่าภรรยาจะเหนื่อยเกินไปที่ต
“รู้แล้วครับ ผมจะค่อยๆนึกนะ อืม เรื่องของที่ข้ามมาที่นี่ได้ท่านบอกไว้ว่าเพราะการที่ของโลกนู้นมาโผล่ที่นี่มันไม่แปลกเพราะเป็นของสมัยเก่าที่เคยมีมาแล้ว แต่การที่ของโลกนี้ไปที่นู่นไม่ได้เพราะยังไม่เคยมีสิ่งของพวกนี้มาก่อนครับ”“อย่างนี้นี่เอง ถ้าข้ามไปได้มันจะผิดจากยุคสมัยที่ควรเป็นสินะ”ศศินาพยักหน้าเข้าใจ ถ้าคนเรานำสิ่งของข้ามเวลาไปอดีตได้จริงคงได้วุ่นวายน่าดู เพราะหากใครย้อนเวลาหรือข้ามมิติได้ก็คงอยากเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างจนโลกวุ่นวายไปหมดแน่ๆ “ส่วนตัวตนของคุณ เพราะโลกนั้นเป็นโลกที่ท่านสร้างขึ้นเองเลยมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงต้นฉบับทุกอย่าง แต่กับโลกปัจจุบันนี้ท่านไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักนอกจากโชคชะตาจะกำหนดไว้แล้วครับ”“อ้อ นักเขียนคือพระเจ้านี่เองศิก็ลืมไป”“ครับ ท่านบอกผมอย่างนั้นเหมือนกัน ตอนแรกผมก็โมโหมากที่ท่านมาล้อเล่นกับชีวิตคนอื่นแบบนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณอยู่ดีไม่งั้นผมคงไม่ได้มาพบคุณ”“งั้นสุดท้าย ทำไมเราสองคนถึงได้ถูกกำหนดให้มาเจอกันทั้งที่อยู่คนละโลกแบบนี้คะ”ศศินาถามอย่างสุดท้ายที่สำคัญมากๆ ถึงจะรู้สึกขอบคุณแต่ก็ยังไม่หายสงสัยอยู่ดีว่าอะไรที่ทำให้เกิดเรื่องรา
“อ๊าาา อะ อย่า อื้อ”บั้นท้ายงอนงามยกขึ้นอย่างเสียดเสียวเมื่อถูกลิ้นสากละเลงลงไปบนกลีบบอบบาง ติ่งเสียวที่ไวต่อความรู้สึกถูกดูดดุนจนตัวกระตุกสั่นไปหมด วันนี้อคิราห์ร้อนแรงเป็นพิเศษแบบที่ไม่เคยทำแบบนี้กันมาก่อนเลย ถึงจะเคยทำในห้องน้ำแต่ก็แค่ในอ่างแบบเมื่อกี้หรือยืนอยู่บนพื้นในท่าหันหลังเท่านั้น ไม่เค
“อ๊าาา อะ อย่า อื้อ”บั้นท้ายงอนงามยกขึ้นอย่างเสียดเสียวเมื่อถูกลิ้นสากละเลงลงไปบนกลีบบอบบาง ติ่งเสียวที่ไวต่อความรู้สึกถูกดูดดุนจนตัวกระตุกสั่นไปหมด วันนี้อคิราห์ร้อนแรงเป็นพิเศษแบบที่ไม่เคยทำแบบนี้กันมาก่อนเลย ถึงจะเคยทำในห้องน้ำแต่ก็แค่ในอ่างแบบเมื่อกี้หรือยืนอยู่บนพื้นในท่าหันหลังเท่านั้น ไม่เค
“แสง อยู่ไหนคะ” ศศินาเรียกหาคนที่ควรอยู่ในบ้านแต่เดินหาทุกห้องก็ยังไม่เจอ วันนี้เธอออกไปในเมืองตั้งแต่เช้าเพราะมีธุระ ส่วนอคิราห์นั้นติดงานที่ร้านเลยไม่ได้ไปด้วย และวันนี้อคิราห์ก็อาสาจะทำมื้อเย็นเองเพราะเป็นวันครบรอบแต่งงานปีแรกของเรา พอเสร็จธุระศศินาเลยรีบกลับมาเพราะไม่อยากให้อีกคนรอนาน ร่างบาง
“แสงคะ ไหวมั้ย” ศศินาเดินเข้าไปถามคนที่นอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำได้สักพักแล้ว อาการที่เห็นไม่ต้องบอกก็พอรู้ว่าอคิราห์โดนยาอะไรมา เจ้าตัวดูทรมานมากๆแต่ก็อดทนอดกลั้นจนมาถึงบนห้องนอนได้ ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ อคิราห์หายใจหอบและแข็งเกร็งไปทั้งตัวเพราะกำลังฝืนความต้องการที่ถูกกระตุ้นอยู่ “อึก ไม่ ไม่เป็นไ