FAZER LOGINชุบชีวิต
3 มีนาคม ดี.ดี. 12 นอกกำแพงเขตการปกครองที่สิบเอ็ด
“หัวหน้า รายงานครับ!”
“มีอะไรอีก ยังไม่ถึงเขตเลย” วิคเตอร์ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทน เขาเป็นคนเดียวที่ยังพอเหลือพลังหลังผ่านการต่อสู้กับฆาตกรอันดับที่สิบเจ็ด เดอะดราวน์ เขาจึงจำต้องทำหน้าที่ควบคุมแคปซูลด้วยตัวเอง แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหน่วยพิเศษก็ตาม นายพลผู้แข็งแกร่งที่สุดในเขตเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตภัยครั้งใหญ่ที่เกือบจะพรากชีวิตของเขาไปด้วยแล้ว ตอนนี้เขาเพียงอยากกลับเข้ากำแพงไปปั้นหน้าแสดงเป็นผู้กอบกู้ให้ประชาชนสรรเสริญแล้วอาบน้ำอุ่นชำระความเหนื่อยล้าในบ้านพักส่วนตัวของเขาจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ลูกน้องของเขายังจะมีเรื่องอะไรมารายงานอีกกัน
“คือว่า… ซอมบี้ที่เก็บกลับมาด้วย ตอนนี้ฟื้นฟูจนหายดีแล้วครับ”
“ว่าไงนะ?! ทำไมไม่รีบบอก เฮอร์มิลล่ะ ไม่ใช่ว่าถูกมันฆ่าไปแล้วนะ” วิคเตอร์ได้ยินก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
“ไม่ใช่ครับ เอ่อ… เจ้าซอมบี้ตัวนี้ มันดูแปลก ๆ”
กุนนาร์อ้ำอึ้งอย่างไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เรียกให้คิ้วของหัวหน้าหน่วยขมวดมุ่นจนเป็นปม
“หมายความว่ายังไง หรือว่าจัดการมันไปแล้ว?”
“ยังครับ หลังจากมันฟื้นฟูเสร็จก็นั่งนิ่งไม่ยอมขยับเลยครับ ไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายพวกเราเหมือนซอมบี้ทั่วไปด้วย พอเรายกปืนข่มขู่ก็หันมามองนิดหน่อยแล้วก็กลับไปนั่งท่าเดิม ราวกับว่า…มันมีความคิดเป็นของตัวเอง”
วิคเตอร์ถอนหายใจ วันนี้เขาเจอเรื่องประหลาดมามากจนไม่สามารถประหลาดใจกับอะไรได้อีกแล้ว “มีความคิดเป็นของตัวเอง ซ้ำยังฟื้นฟูไวเกินปกติ… นี่คงไม่ใช่ซอมบี้ระดับพิเศษหรอกนะ”
กุนนาร์ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “ซอมบี้ระดับพิเศษ?!”
“เรื่องนี้คงต้องรายงานให้เขตใหญ่รับรู้”
วิคเตอร์ลอบยิ้ม ซอมบี้ระดับพิเศษ หากไม่ใช่ซอมบี้ใต้อาณัติ ถึงเก็บไว้กับตัวก็ทำประโยชน์อะไรให้เขาไม่ได้ ซ้ำยังอาจจะเป็นอันตรายมากกว่า ประโยชน์เดียวของมันในตอนนี้ที่เขาพอจะใช้ได้ คือการใช้มันดึงความสนใจของดีซีโอกับพวกเขตหนึ่งซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางแห่งโลกยุคโลกาวินาศ ช่วยให้เขาแอบซุกซ่อนคนอีกคนได้ง่ายขึ้น
19 ตุลาคม ดี.ดี. 12
“ถอดใจสักทีเถอะน่า ตาแก่ หาวิธีใช้งานไม่ได้ก็แค่จับไปทำเป็นเครื่องผลิตพลังงานเหมือนฆาตกรคนอื่น ๆ นั่นแหละ” เคนยูพยายามเกลี้ยกล่อมราชานรอบที่ล้านเห็นจะได้ เขาเบื่อหน่ายกับงานวิจัยที่ไร้วี่แววว่าจะมีความคืบหน้านี้เต็มแก่แล้ว
นักวิจัยชรากลับไม่สนใจฟังชายหนุ่มด้านข้าง ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ภาพบันทึกการไหลเวียนของไอทมิฬในร่างตัวทดลองอมตะ ปากพึมพำสิ่งที่สรุปได้ออกมา “สิ่งที่เราต้องการไม่ได้อยู่ในร่างของเขา มันจะถูกปลุกขึ้นตอนเขาตายเท่านั้น”
เคนยูถอนหายใจ เขาฟังประโยคนี้มาเป็นรอบที่ล้านเห็นจะได้ หากตาแก่จอมยึดติดยังไม่บรรลุเป้าหมาย ชาตินี้เขาคงไม่มีวันได้กลับขึ้นไปใช้ชีวิตสุขสำราญข้างบนแน่
ชายหนุ่มมองไอทมิฬในมือของตนอย่างใจลอย “ไอ้หนูทดลองนั่นนอกจากเรื่องอมตะดูยังไงก็เป็นแค่คนอ่อนแอ แต่เอาเข้าจริง หลังจากที่ฉันฆ่ามันครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่ามีพลังเอ่อล้นเข้ามาในร่างทั้งที่ไม่ใช่การฆ่าตามแรงจูงใจ ต่างจากตอนฆ่าพวกฆาตกรกระจอกหลายขุม จนถึงตอนนี้ฉันฆ่ามันมายี่สิบห้าวันแล้ว เผลอ ๆ อันดับหนึ่งในตารางผู้ปลุกไอทมิฬจะต้องตกเป็นของฉันแล้วล่ะ”
“ที่หน่วยพิเศษของเขตสิบเอ็ดพลังสูงขึ้นอย่างผิดปกติก็คงจะใช้วิธีนี้” ราชานตั้งสมมติฐาน
“ฮึ! ไอ้พวกกระจอกคิดจะเก็บของดีไว้เป็นของตัวเอง ถ้าฉันไม่ไปเจอไอ้หนูทดลองนี่เข้าก่อน ไอ้วิคเตอร์อะไรนั่นคงจะขึ้นมาติดห้าอันดับแรกแล้วมั้ง แบบนี้มันผิดสนธิสัญญาชัด ๆ ถ้าจับได้ว่าฆ่าด้วยวิธีการตามแรงจูงใจ เจ้านั่นโดนเก็บแน่” เคนยูแค่นเสียงดูถูก
หลังจากหน่วยพิเศษของเขตที่สิบเอ็ดพัฒนาอย่างรวดเร็วจนถึงจุดหนึ่งก็หยุดลง กลับมีคนหนึ่งที่กลายเป็นว่ามีพลังเพิ่มพรวดพราดยิ่งกว่าก่อนหน้าจนแทบจะเทียบเท่ากับสิบอันดับแรกในการจัดอันดับพลังผู้ปลุกไอทมิฬแล้ว
ยิ่งฆ่า ยิ่งแข็งแกร่งนั้นเป็นความจริง แต่ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด สิ่งที่จะช่วยเสริมให้การฆ่าครั้งนั้นทรงประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับเจตจำนงของฆาตกร หากมี ‘แรงจูงใจ’ ในการสังหาร พลังแห่งความตายที่ช่วงชิงมาจะส่งเสริมให้พลังเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละบุคคลแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ฆาตกรต่อเนื่องที่เลือกเหยื่อและมีวิธีการสังหารตามแรงจูงใจจึงแข็งแกร่งกว่าพวกที่สังหารไม่เลือกหน้า สักแต่จะเพิ่มพลัง
เรื่องการสังหารตามแรงจูงใจ บรรดานักวิจัยกับผู้ปลุกไอทมิฬในเขตหนึ่งรู้กันมาตั้งแต่ดีซีโอทำการวิจัยสำเร็จเมื่อหกปีที่แล้ว แต่เรื่องนี้ได้รับการคัดค้านและถูกบังคับให้เก็บเป็นความลับโดยรัฐบาลโลก เนื่องด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม อีกทั้งตามหลักจิตวิทยาแล้ว การปล่อยให้ฆาตกรได้สังหารตามวิธีที่ตนชื่นชอบจะยิ่งเพิ่มอัตราเสพติดการสังหารและมีความเสี่ยงจะผันตัวกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้สูง
กระนั้นก็มีบางฝ่ายสนับสนุนให้ผู้ปลุกไอทมิฬในกองทัพได้เลือกวิธีสังหารตามแรงรูงใจเพื่อเพิ่มกำลังรบในยุคที่มนุษย์เผชิญวิกฤตด้านความมั่นคงเช่นนี้ สุดท้ายทางรัฐบาลโลกจึงอนุมัติให้ผู้ปลุกไอทมิฬใช้วิธีนี้ได้แค่กับนักโทษประหารหรือฆาตกรจับตายเท่านั้น โดยต้องกระทำภายใต้การจับตามองจากดีซีโออย่างเคร่งครัด และมีผู้ปลุกไอทมิฬเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้สังหารตามแรงจูงใจได้ตามมติที่ประชุม ผู้อื่นที่ฝ่าฝืนสังหารศัตรูหรือบุคคลใดด้วยวิธีการตามแรงจูงใจจะถือว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ถูกปลดออกจากหน่วยพิเศษและกลายเป็นนักโทษประหารทันที
ตกลงมาจากฟากฟ้าสีโลหิต ฝ่าดงกระสุนไปพร้อมกับโอบกอดคนสำคัญไว้ในอ้อมแขน พุ่งเข้าหาศัตรูไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ไทเรสพลิกตัวหันหลังใช้ร่างที่แข็งกระด้างของตนกำบังกระสุน กอดอีกฝ่ายจนมั่นใจว่าปลอดภัย เขาควรจะตึงเครียด เขาควรจะตื่นตัวพร้อมปะทะแต่ตอนนี้ใจเขากลับสงบเหมือนได้กลับไปนั่งในมุมมืดของห้องสมุดที่คณะ มุมมืดที่มีเพียงเขากับชายผู้มืดมน แค่เราสองคนสองร่างตกกระทบพื้นอย่างแรง ฝุ่นดินคละคลุ้งบดบังการมองเห็น หน่วยสำรวจรีบสวมหน้ากากกันแก๊สแล้วถอยร่นไปด้านหลังเพื่อติดตั้งอาวุธหนัก หน่วยพิเศษที่ถูกส่งมาหลังจากมีรายงานพบตัวเป้าหมายรุดมาข้างหน้า ในมือกำอาวุธประจำกายพร้อมกำจัดภัยคุกคามอันดับหนึ่งแห่งมวลมนุษยชาติภายในฝุ่นหนาทึบที่เริ่มเบาบางลง ไทเรสประคองไพเรนทร์ยืนอย่างมั่นคง มือซีดยื่นออกมา แม้จะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไทเรสก็ส่งมือไปจับกับอีกฝ่ายสอดประสานนิ้วโดยไร้ความลังเล เหมือนกับตอนที่กระโดดลงมา เขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่ต้องลงมาอยู่ในวงล้อมของศัตรู ณ วินาทีนี้ ไทเรสเชื่อใจไพเรนทร์ทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถามแค่มีสองเราก็เพียงพอ ทุกอย่างจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอนซอมบี้กับเจ้านายจูงมือกันเดินอ
บทที่ 64ทุกอย่างเพื่อนายหลายวันมานี้ ตั้งแต่ที่ซอมบี้ระดับพิเศษกับเจ้านายจับตัวศาสตราจารย์ราชาน พาสคาลเป็นตัวประกันหลบหนีออกนอกเขตการปกครองที่หนึ่ง ภารกิจค้นหาเพื่อช่วยเหลือนักวิจัยและกำจัดซอมบี้ระดับพิเศษกลายเป็นวาระระดับเดียวกับภัยพิบัติเพลย์เมคเกอร์ ทว่า นอกกำแพงไม่ใช่พื้นที่ชำนาญการของพวกเขา หากไม่นับเส้นทางขนส่งระหว่างเขตที่ใช้เป็นประจำ พวกเขาก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ในทุ่งรกร้างแห่งความตายนั่นกระนั้น รัฐบาลโลกก็มีคำสั่งลงมาให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันออกปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วน โชคกลับไม่เข้าข้าง ตั้งแต่ที่หน่วยสำรวจชุดแรกคลาดจากร่องรอยของผู้หลบหนีในวันที่สอง พวกเขาก็ไม่พบวี่แววของแคปซูลบนฟ้าอีกเลยผู้บัญชาการแซม มัวร์ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมปฏิบัติการระดับภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ในการค้นหา โดยตั้งสมมติฐานอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่ว่า ผู้ร้ายจะไม่สังหารศาสตราจารย์ราชานเพื่อเก็บไว้ใช้เป็นตัวประกัน จึงมุ่งเน้นการค้นหาไปที่สิ่งประทังชีพอย่างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในป่า และไฟที่ให้ความอบอุ่นในเวลากลางคืน โดยพวกเขาไม่รู้กฎเกณฑ์แห่งโลกนอกกำแพงที่ว่า กองไฟเป็นสิ่งอำนวยความสะ
บทที่ 63แมลงเม่าบินเข้ากองไฟการจุดไฟตอนกลางคืนนอกกำแพง เป็นการแสดงสัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่ง สัตว์ป่าในยุคสมัยใหม่และฆาตกรที่เร่ร่อนอยู่ด้านนอกต่างก็หลีกเลี่ยงไม่คิดจะเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตนแมกไม้ส่งเสียง ไอทมิฬที่จงใจแผ่ออกมาเพื่อแสดงอำนาจลอยฟุ้งในอากาศ ด้านหลังของเคียต มีคนผู้หนึ่งแหวกต้นไม้รกชัฏออกมาดวงตาแดงฉานเด่นชัดในความมืด เขี้ยวแหลมสะท้อนประกายคมจากเปลวไฟ เสียงทุ้มลึกเอ่ยด้วยท่วงทำนองสละสลวยราวกับขับขานบทกลอน “คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่เหน็บหนาว กองไฟของพวกคุณดูอบอุ่นดีนี่”“อ๊ะ”“โอ้”“อ้อ”“…อะไรของมันวะ?”และนี่คือการตอบรับที่ผู้เปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้รับจากคนทั้งสี่ที่นั่งผิงกองไฟกันอยู่บุรุษผู้เคยเป็นที่หวาดกลัวของคนทั้งเมืองกลับถูกหมางเมินอย่างไม่น่าให้อภัย เขาแยกเขี้ยวข่มขู่ “พวกเจ้าคงไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร หากได้รู้จักชื่ออันน่าสะพรึงกลัวของข้าแล้ว ก็จงถวายเลือดบูชาข้าเสีย!”“ก็คนที่โดนแขวนในห้องทดลอง บลัดดี แมร์รีไม่ใช่เหรอ?” ไพเรนทร์หันไปถามไทเรส“เบียวขนาดนี้ พวกลัทธิแวมไพร์ชัวร์” ไทเรสเห็นด้วยผู้มาใหม่ได้ยินก็เด
บทที่ 62เดินทางอย่างไร้ทิศ “แน่ใจนะว่าทางนั้น?” ราชานมองป่ารกร้างไร้วี่แววของเส้นทางการเดินทางของแคปซูลหรือรอยล้อรถบนพื้นแม้แต่น้อย“ถ้ามาถูกทางตามที่คุณอิกอร์บอก อีกไม่นานทางทิศเหนือจะเห็นกำแพงเขตที่เก้าอยู่ไกล ๆ ครับ” ไพเรนทร์ควบคุมแคปซูลบินมาตามทางที่อิกอร์ชี้ ใช่แล้ว ชี้ในยุคโลกาวินาศนี้ หมอกโลหิตปกคลุมจนไม่เห็นดวงดาว พลังแห่งความตายซึ่งนับเป็นพลังงานอย่างหนึ่งลอยปะปนอยู่ทุกที่ รบกวนการทำงานของสนามแม่เหล็ก เข็มทิศตามแบบฉบับของยุคก่อนจึงใช้ไม่ได้ ไพเรนทร์เพิ่งได้เข้าใจถึงความล้ำหน้าของเขตการปกครองที่หนึ่งที่มีเหนือเขตอื่นก็วันนี้ วิทยาการซึ่งสามารถเอาชนะความแปรปรวนของพลังงาน สร้างระบบติดต่อสื่อสารและวางระบบไฟฟ้าได้แทบไม่ต่างจากยุคสมัยก่อนทั้งที่มีพลังแห่งความตายลอยอยู่ทุกแห่งหนอิกอร์เลยช่วยพวกเขาได้มากสุดเพียงแค่อธิบายและชี้นิ้วเท่านั้น“แล้วถ้าไม่เจอล่ะ?” ไทเรสถามทั้งสามมองหน้ากันนิ่งแล้วหันไปมองหน้าเคียตที่ทำสีหน้าว่างเปล่าตอบกลับมา“คงต้องกลับไปหาคาราวานสีเทาเพื่อถามทางใหม่”ท้องฟ้าสีแดงหมองหม่นลงจนมืดมิด ช่วงกลางคืนพวกเขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย แม้จะผ่านกำแพงเขตการปกค
บทที่ 61ข้อเสนอคาราวานสีเทาเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายก็จริง แต่พวกเขามีแบบแผนอยู่ และที่หมู่บ้านร้างแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่พวกเขาจะแวะเวียนมาหยุดพักทุกปี เพื่อเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในไร่ของชาวบ้านเจ้าของถิ่นดั้งเดิมก่อนที่มันจะถูกทิ้งร้าง เมื่อเก็บมาจนเต็มกำลังการบรรจุของคาราวาน พวกเขาก็จะปักท่อนพันธุ์ลงไปปลูกใหม่และล้อมรั้วหนามไว้ป้องกันสัตว์ป่าและซอมบี้ มีปีหนึ่งที่โชคร้าย เมื่อคาราวานสีเทาเดินทางมาถึงก็พบรั้วหนามพังกระจัดกระจาย และมันสำปะหลังในไร่โดนรื้อถอนไปหมด จากร่องรอยไอทมิฬและร่องรอยการอยู่อาศัยในบ้านร้างทำให้คาดเดาได้ว่าเป็นฝีมือของพวกฆาตกรที่เร่ร่อนผ่านทางมา หากเป็นเช่นนั้นจริง ยอมหาเสบียงใหม่ย่อมดีกว่าเสี่ยงปะทะกับฆาตกรไลก้าผู้เกิดมาในคาราวานสีเทาพาเหล่าคนนอกทั้งสามไปช่วยกันเก็บเกี่ยวอย่างสนุกสนาน ราวกับพวกเขากำลังเล่นสนุกกันมากกว่าทำงานประทังชีวิตแสนลำเค็ญและทุกการกระทำก็ตกอยู่ในสายตาของเหล่าผู้นำที่นั่งตัดแต่งท่อนพันธุ์กันพลางประชุมพลางอย่างไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว“พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันต่อแล้ว จะเอาไงกับสามคนนั้นดี?” ตู้โจวเปิดประเด็นท
บทที่ 60ความตายเป็นสีขาว “แล้วพวกนายก็กลายเป็นหมากับแมวที่ไลก้าเคยเลี้ยง?” ไทเรสถามอย่างเหลือเชื่อ“เปล่า พวกฉันก็ยังคงเป็นพวกฉันนั่นแหละ แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของไลก้า” แมวดำเลียจัดแจงเส้นขนเปื้อนฝุ่นของมัน“แต่ส่วนใหญ่ไลก้าอยากให้เราอยู่ในร่างนี้มากกว่าร่างคนน่ะ” สุนัขกล่าวต่อ“ร่างนี้ก็สบายดีออก ไม่ต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ด้วย”คำพูดของเจ้าแมวทำให้ทุกคนเพิ่งจะนึกได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นหญิงสาว หากไลก้าเกิดนึกอยากให้ทั้งสองกลับร่างมนุษย์เมื่อไร ร่างสัตว์ที่ไร้อาภรณ์ทั้งสองเห็นจะต้องรีบหาอะไรมาปกปิดกันให้วุ่น“กลายร่างเป็นสัตว์ได้ เป็นลักษณะเฉพาะที่ไม่เคยคิดว่าจะมีได้ แต่ถึงจะไม่นับเรื่องนี้ ยังไงสองคนนี้ก็ต้องนับเป็นซอมบี้ระดับพิเศษอย่างแน่นอน เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้กลับมีซอมบี้ระดับพิเศษอยู่ใต้อาณัติถึงสองตัว!” ราชานพึมพำข้อมูลที่ล้นเข้ามาในหัวอย่างคนกำลังสับสน การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขามีคำถามที่ตอบไม่ได้มากมายเหลือเกินดีจริง ๆ ที่ออกมานอกกำแพงในบ้านร้างหลังเล็กขนาดหนึ่งห้องได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อนโดยแมวและสุนัขผู้มาถึงก่อนได้อย่างยุติธรรม“พื้นที่ทั้งหมดเป็นของไลก้า







