แชร์

บทที่ 7 หมู่บ้านหน่วยสังหาร

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-04 14:54:46

บทที่ 7

หมู่บ้านหน่วยสังหาร

การตรวจเข้มก่อนเข้าเขตการปกครองกินเวลาไปเกือบทั้งวัน ไพเรนทร์โดนเก็บเลือดไปตรวจโรคและฉีดวัคซีนไปหลายเข็มกว่าจะถูกปล่อยตัว ซ้ำร้ายไอทมิฬเจ้ากรรมของเขายังแผ่ออกมารบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนต้องขอความช่วยเหลือจากเคนยูอยู่หลายครั้ง ทำเอาเจ้าตัวโมโหจนแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว จากนั้นไพเรนทร์กับไทเรสยังต้องทำบัตรประจำตัวเพื่อรับรองการอนุญาตเข้าเขตการปกครองอีกยกใหญ่ ไทเรสที่เป็นซอมบี้ถูกพาไปตัดเล็บด้วยใบมีดไฟฟ้าซึ่งดัดแปลงมาจากอาวุธสังหาร พร้อมกับสวมถุงมือหนาหุ้มเหล็กที่ปลายนิ้วและผ้าปิดปากอันทำหน้าที่เป็นดั่งตะกร้อครอบปากไปในตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้ไทเรสนำเชื้อไปแพร่ให้กับคนในเขต อีกทั้งยังช่วยปกปิดลักษณะแห่งซอมบี้จากสายตาคนอื่นอีกด้วย

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเคนยูก็ลากตัวทั้งสองขึ้นแคปซูลส่วนตัวของเขาที่จอดทิ้งไว้ในลานจอดของจุดตรวจตอนขามา ขับพาตัวทดลองทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการตรวจคัดกรองนัก

ภายในหมู่บ้านเป็นดินแดนที่ไพเรนทร์ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในยุคสมัยแห่งการทำลายล้างนี้ คฤหาสน์หรูหราหลายสิบหลังตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ละหลังตั้งห่างกันพอที่จะให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้อาศัยโดยไม่ต้องล้อมรั้ว สวนและสนามหญ้าถูกตัดแต่งดูแลอย่างดี ราวกับเป็นหมู่บ้านคนรวยที่หลุดมาจากยุคก่อนวันสิ้นโลก

เคนยูขับแคปซูลเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดในหมู่บ้าน ท้ายหมู่บ้านมีคฤหาสน์หลังใหญ่กว่าหลังอื่น ๆ ตั้งตระหง่านโดดเดี่ยวห่างไกลจากสิ่งปลูกสร้างรอบด้าน เหมาะกับการใช้เป็นฐานบัญชาการของเหล่าผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง

เคนยูเห็นไพเรนทร์มองด้วยความตื่นตาตื่นใจฉีกยิ้มขบขัน “เขตสิบเอ็ดไม่มีอะไรแบบนี้หรือไง? พวกบ้านนอก”

ไพเรนทร์ส่ายหน้าเบา ๆ ความตื่นตาพาให้เขาลืมไปเลยว่าตนเองเสียงแหบขนาดไหน ไพเรนทร์ตอบกลับทั้งที่ยังจ้องออกไปนอกหน้าต่าง “ไม่มีหรอกครับ สิ่งปลูกสร้างใหญ่ ๆ จากยุคก่อนที่นั่นพังเสียหายจากการวาร์ปหมดแล้ว เหลือก็แต่พวกอาคารเล็ก ๆ กับอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่ แมนชันพวกนี้หลังหนึ่งคงจะมีพื้นที่ให้คนอยู่กันได้หลายครัวเรือน โชคดีจังเลยนะครับ”

“หลายครัวเรือน? เล่นมุกหรือไง ทั้งหมดนี้เป็นถิ่นของฉันโว้ย!”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ไพเรนทร์ตกตะลึงกว่าเก่าหลายเท่า การสร้างกำแพงเขตที่ทั้งสูงทั้งหนา และยังเคลือบด้วยพลังแห่งความตายเข้มข้นในวัสดุก่อสร้างล้อมรอบพื้นที่หนึ่ง ๆ นั้นใช้ทรัพยากรมหาศาล แต่ละเขตจึงมักมีพื้นที่ในกำแพงได้ใหญ่สุดเพียงเท่าเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น สิ่งปลูกสร้างภายในจึงต้องสร้างเป็นตึกสูงเพื่อใช้สอยพื้นที่บนผืนดินให้น้อยที่สุด และรองรับประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แต่เคนยูที่เป็นผู้ปลุกไอทมิฬกลับครอบครองหมู่บ้านกว้างใหญ่ทั้งหมู่บ้านเป็นทรัพย์สินของตนเอง เขตการปกครองที่หนึ่งต้องมีพื้นที่และทรัพยากรเหลือล้นเกินความต้องการ หรือไม่ก็เคนยูเป็นผู้มีอิทธิพลในเขตหนึ่งเป็นแน่

เคนยูเห็นปฏิกิริยาของไพเรนทร์ก็หัวเราะชอบใจ “แต่ฉันก็ไม่ได้ใช้แมนชันทุกหลังหรอก มีแค่หลังใหญ่สุดเท่านั้น หลังอื่นฉันยกให้ลูกน้องหมดแล้ว”

ประตูไม้เนื้อดีบานใหญ่พลันเปิดออก หญิงสาวในชุดบิกีนีสุดเซ็กซี่หลายคนวิ่งออกมาห้อมล้อมแคปซูลของเคนยู

“คิง! คิงกลับมาแล้ว!”

เคนยูปล่อยแผงควบคุมจอดแคปซูลไว้กลางทางอย่างส่ง ๆ แล้วอ้าแขนต้อนรับผู้มาใหม่ทั้งหลาย “เฮ้! คิดถึงฉันไหมสาว ๆ!”

“คิดถึงสิ แหม ไปนานขนาดนี้นึกว่าไปตายตกอยู่ที่ไหนแล้ว”

“เป็นห่วงแทบแย่เลยล่ะ”

“จะบ้าเหรอ? แข็งแกร่งอย่างฉันจะไปตายได้ไง”

“อ๊าย สมแล้วที่เป็นคิง!”

เคนยูทิ้งแคปซูลเดินโอบเอวสาวเต็มสองแขนเดินเข้าบ้านโดยลืมคนที่พามาด้วยไปแล้ว ทิ้งให้มนุษย์กับซอมบี้ยืนทึ่งกันอยู่ในแคปซูล

เสียงสัญญาณแจ้งเตือนบาดหูดังแทรกเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ มาจากชิปในคอของเคนยูและไพเรนทร์ รวมถึงปลอกคอของไทเรสจนทุกคนสะดุ้งตกใจ

“ว้าย! เสียงอะไรเนี่ย?!”

“ดังมาจากชิปของคิงแน่ะ”

“โดนศาสตราจารย์ราชานแกล้งอะไรมาอีกล่ะ?”

เคนยูเลือดขึ้นหน้า เขาคำรามลั่นด้วยความหงุดหงิด “รีบลงมาสิเว้ย ยืนบื้อทำซากอะไรอยู่!”

“ขะ ขอโทษครับ คุณเคนยู” ไพเรนทร์รีบวิ่งลงมาจากแคปซูลโดยไม่ลืมดึงแขนเสื้อของไทเรสให้ตามมาด้วย

“เคนยู อุ๊ปส์”

“คิก ๆ น่ารักจังเลยนะ”

เคนยูโดนสาว ๆ รอบกายหัวเราะคิกคักหยอกล้อก็ยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม ชายหนุ่มฝ่าวงล้อมแห่งอกเอวไปกระชากคอเสื้อของไพเรนทร์

“เรียกฉันว่าคิง!”

“ขอโทษครับ ผมได้ยินคุณราชานเรียกคุณว่าเคนยู ผมก็เลย…”

เคนยูกลับไม่รอฟังไพเรนทร์อธิบายจนจบ เขาใช้มือเดียวยกคอไพเรนทร์จนเท้าลอยจากพื้น อีกมือชูนิ้วโป้งปักอกแกร่งของตัวเองอย่างแรง “ฉันคือเดธแมตช์คิง ฆาตกรอันดับสองของโลก จำใส่กะโหลกของแกเอาไว้ซะ!”

ไพเรนทร์ถูกปล่อยลงอย่างแรงจนเกือบสะดุดล้ม พอดีกันกับที่ไทเรสลากขาขัดแข็งมาถึง ซอมบี้อดีตเพื่อนร่วมคณะรุดหน้ามารับตัวเขาไว้ก่อนที่จะร่วงลงไปกองกับพื้น เพิ่งออกมาจากสถานีวิจัยได้ไม่นานเขาก็ดั่งกลับไปเป็นภารโรงอ่อนแอในเขตสิบเอ็ดเสียแล้ว ถึงกระนั้น การกระทำรุนแรงนี้ก็ยังทำให้ไพเรนทร์ตกใจได้ไม่เท่ากับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน

“ฆาตกรอันดับสอง?!”

แรกเริ่มไพเรนทร์นึกว่าเคนยูเป็นเพียงผู้ปลุกไอทมิฬขึ้นตรงกับหน่วยพิเศษที่มีฝีมือมากหน่อย หรืออาจจะเป็นถึงระดับหัวหน้า แต่แท้จริงแล้วเคนยูเป็นถึงฆาตกรที่มีอันดับสูงถึงอันดับสอง! แต่ทำไมฆาตกรอันดับสองซึ่งควรจะเป็นที่หมายหัวหลบหนีอยู่นอกกำแพง ถูกจับตัวอยู่ในเรือนจำ หรือไม่ก็เป็นตัวทดลองในห้องทดลองกลับได้มาอยู่ในเขตการปกครองที่หนึ่ง ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่กับสาวสวยมากหน้าที่แทบจะไม่มีพลังแห่งความตายด้วยซ้ำ

สาวสวยในชุดบิกีนีสีชมพูเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบชายหนุ่มผู้มาใหม่ทั้งสองคนด้วยความเห็นใจ “ไม่ต้องกลัวไปนะหนุ่มน้อย จริง ๆ แล้วคิงใจดีมากเลยนะ แต่เขาไม่ชอบให้เรียกชื่อจริงเฉย ๆ น่ะ”

“ไม่มีใครเรียกฆาตกรด้วยชื่อจริงกันหรอก เพราะเมื่อได้สังหารคนไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะไม่ถูกนับเป็นคนอีก คนที่ไม่ใช่คนน่ะ ไม่จำเป็นต้องมีชื่อหรอก”

เสียงนุ่มติดจะออกสำเนียงดุเหมือนคุณครูของหญิงสาวดังขึ้นด้านหลังคนทั้งสาม สาวบิกีนีสีชมพูรีบไปควงแขนทักทายเธอ

“คุณโบอา! มาหาคิงเหรอคะ?”

โบอากอดอก “ฉันน่ะเหรอจะมาหานักเลงนั่น ฉันมาทำงานต่างหาก”

เสียงแหลมสูงกรีดร้องที่ลำคออีกครั้ง ไพเรนทร์สะดุ้งสุดตัว เสียงตวาดลั่นดังมาจากในตัวบ้าน

“มัวอืดอาดอะไรอยู่? เดี๋ยวพ่อปั๊ดฆ่าทิ้งซะหรอก!”

“จะไปเดี๋ยวนี้ครับ!” ไพเรนทร์รีบดึงแขนเสื้อของไทเรสวิ่งเข้าคฤหาสน์ด้วยกลัวจะห่างจากเคนยูมากเกินไปจนปลอกคอของไทเรสระเบิด

โบอาปรายตามองลำคอของไพเรนทร์ หากเธอได้ข้อมูลมาไม่ผิด คนผู้นี้เพิ่งถูกฝังชิปจากจุดตรวจไปหมาด ๆ แต่บาดแผลบนนั้นกลับหายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว เหลือเพียงรอยนูนรูปทรงกลมอันถูกออกแบบมาให้เห็นได้ชัดเจนจากภายนอก เพื่อแยกผู้ปลุกไอทมิฬกับคนธรรมดา

ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะฝังไปแท้ ๆ

“ศาสตราจารย์ราชานเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังแล้ว การออกมานอกสถานีวิจัยของนายและซอมบี้เป็นความลับ นายจะถูกซ่อนไว้ในหน่วยสังหารของคิง ระหว่างนี้ นายต้องฝึกการต่อสู้กับเขาเพื่อให้สามารถออกไปทำภารกิจนอกกำแพงกับหน่วยสังหารได้ ส่วนฉันมีหน้าที่สอนนายควบคุมไอทมิฬ”

โบอานั่งไขว่ห้างกอดอกสาธยายงานของแต่ละคนให้ทุกคนในห้องรับแขกฟัง หญิงสาวผู้นี้คงจะเป็นผู้ดูแลอีกคนหนึ่งที่ราชานเคยพูดถึง เขาจะต้องให้ความร่วมมือกับเธอเป็นอย่างดี เพื่อให้ราชานวิจัยวิธีชุบชีวิตไทเรสขึ้นมาให้ได้

ไพเรนทร์กำสองมือไว้บนตักแน่น ถึงบรรยากาศและสถานการณ์จะพาให้รู้สึกตึงเครียด แต่เขาก็รับฟังหญิงสาวอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองสาเหตุแห่งความมุ่งมั่นของเขา ไทเรสนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ด้านข้าง ใบหน้าแข็งทื่อที่ซ่อนตัวภายใต้หนวดเครารกรุงรังไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมาทั้งสิ้น

ส่วนเจ้าของคฤหาสน์นอนเอนกายเอกเขนกแนบอิงสาว ๆ อยู่บนโซฟาหลังใหญ่ โดยมีพวกเธอคอยป้อนของกินเล่นสลับกับคีบบุหรี่มาให้ดูดอย่างสำราญใจ

“เฮ้ย นอกจากเป็นกล้องวงจรปิด ฉันยังต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ไอ้หนูทดลองนี่ด้วย? ตาแก่นั่นชักจะมากเกินไปใหญ่แล้วนะเว้ย!”

“มีปัญหาก็ไปคุยกันเองเถอะ ถึงสุดท้ายนายจะเถียงสู้ศาสตราจารย์ไม่ชนะอยู่แล้วก็ตาม” โบอายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ว่าไงนะ ยัยป้า?!”

สาวสวยที่นวดไหล่ให้เคนยูอยู่สะกิดแขนล่ำสัน “คิง เมื่อกี้คุณโบอาบอกว่าพ่อหนุ่มทาร์ซานเป็นซอมบี้เหรอ?!”

“ทาร์ซาน…” ไพเรนทร์ถึงกับต้องเหลือบมองซอมบี้ด้านข้างอีกครั้ง ด้วยผมยาวรุงรังกับหนวดเคราปรกใบหน้า ไทเรสในตอนนี้ก็ดูเหมือนคนป่าจริง ๆ นั่นแหละ

“ว่าไงนะ ซอมบี้?!” สาวสวยอีกคนเกือบทำบุหรี่ในมือร่วง

“เห หล่อขนาดนี้จะไปใช่ได้ไงเล่า ซอมบี้ต้องเป็นซากศพเดินได้สิ” สาวที่กำลังนวดขาให้เคนยูอยู่ขยิบตา

เคนยูเบะปาก “หล่อบ้าหล่อบออะไรกัน เจ้านั่นเป็นซอมบี้ของไอ้หนูทดลองน่ะ แต่มันไม่ทำอะไรพวกเธอหรอก พวกเธอเองก็อย่าปากสว่างเอาไปพูดล่ะ เข้าใจไหม?”

“รู้แล้วล่ะน่า มีคิงอยู่ ซอมบี้ทำอะไรไม่ได้หรอก”

“ใช่แล้ว ก็คิงน่ะ แข็งแกร่งที่สุดเลยนี่นา”

ถูกยกยอปอปั้นยกใหญ่ เคนยูก็หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีพลางกอดหอมสาวปากหวานทั้งหลายด้วยความครึ้มใจ

โบอากลอกตาอย่างรังเกียจ หากไม่ใช่เพราะเธอสู้นักเลงคาสโนวาผู้นี้ไม่ได้ เธอไม่มีทางยอมมาเป็นลูกน้องในสังกัดของเคนยูหรอก “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ วันนี้ดึกมากแล้ว พวกนายไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยมาเริ่มการฝึกกัน ช่วงเช้าฝึกการควบคุมไอทมิฬกับฉัน ช่วงบ่ายฝึกการต่อสู้กับคิง”

หญิงสาวลุกขึ้นเตรียมจะจากไป ไพเรนทร์รีบเรียกเธอไว้

“เดี๋ยวก่อนครับ”

โบอาหันกลับมามองไพเรนทร์ “มีอะไร?”

“คือว่า…” ไพเรนทร์ชำเลืองมองเคนยูกระหนุงกระหนิงกับสาว ๆ อย่างอึดอัดใจเต็มประดา เขาคงไม่ได้ต้องอยู่บ้านเดียวกับคนอันตรายผู้นี้หรอกนะ “คือว่า ผมกับไทเรสต้องไปอยู่ไหนเหรอครับ?”

“นายห่างจากคิงเกินสิบเมตรไม่ได้ ถึงจะน่าหงุดหงิดไปหน่อย แต่ก็ต้องทนอยู่ที่นี่ไปนั่นแหละ” โบอาพรั่งพรูลมหายใจด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเดินนวยนาดออกจากคฤหาสน์ไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่หยุดเวลาเติบโตทางจิตใจไว้แค่ช่วงมหาวิทยาลัยทั้งสองมองตามตาปริบ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 126 บทสรุป

    บทที่ 126บทสรุปในขณะที่เขตการปกครองที่หนึ่งกำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซมและบูรณะยกเครื่องครั้งยิ่งใหญ่ ร่างที่สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก็ปรากฏขึ้นในมุมมืดที่ถูกลืม ในหลอดทดลองขนาดใหญ่เกิดฟองผุดกรายอย่างตื่นเต้น“มาได้สักที คุณพ่อมาร์คัส!”ผ้าคลุมศีรษะเลิกลง เผยโฉมหน้าของชายชราผู้เงียบขรึม แขนซ้ายภายใต้ผ้าคลุมเย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิของโลหะ“เหลือแค่สมองยังจะอุตส่าห์ลอบติดต่อออกไปได้ เลยต้องมาดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย”“ฮึ! เป็นเพราะมนุษย์หน้าโง่พวกนั้นดูถูกฉัน คิดว่าฉันสิ้นฤทธิ์แล้วเลยเชื่อมต่อสมองเข้ากับระบบช่วยสื่อสาร คิดจะใช้งานฉันเป็นตัวหมากเปล่า! แต่แค่นั้นก็เพียงพอจะให้ฉันอาศัยช่องว่างแอบติดต่อไปหาคุณแล้ว”หากยังมีใบหน้า ตอนนี้อันเสียนคงจะฉีกยิ้มร่าสะใจกับชัยชนะ มาร์คัสเกลียดที่ตนจินตนาการใบหน้านั้นได้ แต่จากนี้ไปเขาไม่ต้องเห็นมันอีกแล้ว เพราะอันเสียนจะแสดงสีหน้าไม่ได้อีกมาร์คัสกางแขน ปลดชิ้นส่วนนับพันออกจากร่าง กระตุ้นไอทมิฬประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเป็นร่างของมนุษย์ ศีรษะของหุ่นมนุษย์โลหะเปิดออกเว้นช่องว่างข้างใน“บอกไว้ก่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะได้ผล”“คิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 125 ครอบครัวผู้พลัดพราก

    บทที่ 125ครอบครัวผู้พลัดพรากนอกเขตศูนย์วิจัยและผลิตพลังงานจัดตั้งเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของผู้ใช้แรงงานทุกคน ภายในแน่นขนัดไปด้วยเหล่าผู้หิวโหยเหน็ดเหนื่อยกำลังเติมพลังก่อนจะไปลุยงานต่อไพเรนทร์ได้รับอาหารแล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะตัวในสุดของแถวซึ่งหลบอยู่ในมุมมืดตามปกติ แต่เดิมเขาก็ไม่ชอบสุงสิงกับผู้คนอยู่แล้ว ยิ่งในตอนนี้ที่เขากลายเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ต่างก็หวาดกลัว ยิ่งทำให้ไพเรนทร์พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด ไทเรสถือถาดอาหารตามมานั่งด้านข้าง ร่างสูงของแฟนหนุ่มช่วยบดบังเขาจากสายตาผู้คนได้มิดชิดกว่าเดิมทว่า กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถืออาหารเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับไพเรนทร์ด้วยรอยยิ้ม เป็นวิศกรที่เขาช่วยในวันนี้“เมื่อเช้าต้องขอบคุณคุณไพเรนทร์มากเลยนะครับ ผมไม่เคยรู้สึกทำงานง่ายเท่านี้มาก่อน จนทำเสร็จในส่วนของวันนี้เข้าไปแล้ว แบบนี้การก่อสร้างต้องเร็วกว่ากำหนดแน่!”“ไม่หรอกครับ เป็นคุณที่ทำงานเก่งมากกว่า” ไพเรนทร์ตอบกลับอย่างกระอักกระอ่วน เขาละอายใจที่ไม่รู้จักชื่อคนที่ทำงานอาบเหงื่อมาด้วยกันตลอดทั้งเช้าด้วยซ้ำไม่รอให้เขาต้องละอายใจนาน ชายผู้นั้นหัวเราะแล้วยื่นมือมาตรงหน้าไพเรนทร์ “ผมชื่

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 124 ภารกิจแรงงานทาส

    บทที่ 124ภารกิจแรงงานทาสค่ำคืนหวานชื่นไม่ได้จบลงแค่ในคืนนั้น เมื่อต้องนอนบนเตียงเดียวกันทุกคืน ภายใต้ผืนผ้าเดียวกัน บนเตียงกว้างไร้ซึ่งหมอนหรือตุ๊กตากั้นขวาง มีเพียงสองกายที่แนบสนิทแบ่งปันความเร่าร้อนให้แก่กัน ก็ไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งการสร้างความสุขทางกายที่เชื่อมสองใจเข้าด้วยกันได้“อือ ไท ท่านี้มัน อ๊ะ! จะล้มแล้ว อึก”“ฉันจับนายไว้อยู่ ไม่ต้องกลัว”“แต่…”สะโพกนุ่มถูกยกสูงแล้วดึงรั้งลงมาครอบครองแก่นกายใหญ่จนมิดด้าม ลึกจนจุกไปทั้งท้อง ปลายแข็งครูดจุดอ่อนไหวสร้างความเสียวซ่านจนทั้งร่างอ่อนระทวย ไพเรนทร์ร้องเสียงหลงอย่างกั้นไม่อยู่ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายช่วงล่างเกร็งขนัด บีบตอดแท่งเนื้อในกายสร้างความสำราญยิ่งกว่าให้กับผู้รุกราน “ไท อื้อ! เปลี่ยนท่าเถอะนะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว”“ไม่ต้องห่วง นายก็เห็นความทรงจำฉันแล้วนี่ ยังมีอีกหลายท่าที่ฉันอยากลอง”“ไม่ใช่อย่างนั้น อ๊ะ!”ลิ้นอุ่นแลบเลียร่องกระดูกที่โคนลำคอ ดูดเม้มไปจนสัมผัสถูกลูกกระเดือก ก่อนจะไปหมุนวนขบกัดเยื้องไปด้านข้างเบา ๆ ตำแหน่งนั้นกลายเป็นจุดโปรดในเวลาร่วมรักของไทเรสไปเสียแล้ว จุดที่ไพเรนทร์ใช้แทงปลิดชีพตัวเองไปนับครั้งไม่ถ้วน

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 123 ความสุขทางกาย (NC)

    บทที่ 123 ความสุขทางกาย ลิ้นอุ่นเลียปลุกแก่นกายน้อยที่ด้านชามานานจนไม่รู้จักความสุขสำราญ ชโลมน้ำลายเพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเข้าครอบครองไว้ในโพรงปากอุ่น เรียวขาขาวซีดหนีบเข้าหากันอย่างตกใจ แรงบีบรอบศีรษะยิ่งทำให้ไทเรสรู้สึกแนบชิดกับคนรักมากขึ้น ปากทรงกระจับรูดขึ้นลงอย่างเนิบช้า สร้างสัมผัสให้อีกฝ่ายค่อย ๆ เรียนรู้อย่างนุ่มนวล มือหนึ่งนวดคลึงสะโพกนุ่มให้ร่างเกร็งขนัดผ่อนคลาย อีกมือเอื้อมไปกอบกุมมือสั่นเทาที่กำผ้าปูที่นอนแน่น ความอ่อนโยนของเขาได้ผล ตัวตนที่เหี่ยวเฉาตามสภาพจิตใจมาเนิ่นนานค่อย ๆ ตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ ในปากของเขา ในขณะที่ปากขยับลิ้นอุ่นก็โลมเลียเพิ่มสัมผัสวาบหวามให้กับมันไปด้วย เสียงหลงแสนน่ารักหลุดออกมาจากคนถูกปลุกเร้า มือที่ลูบศีรษะของเขาชักกลับ แต่ไทเรสดึงรั้งมันกลับมาก่อน “ไพ ฉันอยากฟังเสียงของนาย” ไทเรสพูดทั้งที่ยังไม่ถอนปากไปจากปลายยอด พาให้ท้องน้อยวูบวาบจนเอวบางบิดแอ่น บางทีไทเรสก็รู้จักเขาดีเกินไป แม้กระทั่งว่าเขากำลังจะปิดปากอีกฝ่ายก็ยังรู้ทัน “แต่ แต่มันน่าอาย” “มันเพราะมากเลยต่างหาก ไพ ให้ฉันได้ฟังเสียงของนายนะ” มือบางลดแรงดึงลง ไทเรสจึงกดศีรษะกลับไปครอบครองแ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 122 ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่

    บทที่ 122ถ้าเป็นนาย ต้องไม่เป็นอะไรแน่“ไอ้สารเลวจอมฉวยโอกาสเอ๊ย!”ไทเรสเคี้ยวฟันด้วยความโมโหสุดขีด เขาอยากกระทืบกอริลลาที่กล้ามาแตะคนรักให้ตายคาที่ รอให้ตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้แล้วกระทืบซ้ำให้แหลกสลายคาเท้าต่อเลยด้วยซ้ำ แต่เขาต้องรีบพาไพเรนทร์ออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด บาดแผลที่วิคเตอร์สลักไว้ยังฝังลึกอยู่ในจิตใจของไพเรนทร์ ไทเรสไม่คิดว่าการแก้แค้นที่เขตสิบเอ็ดจะลบล้างความทรงจำเลวร้ายพวกนั้นไปจากใจของไพเรนทร์ได้ทั้งหมด ไม่รู้ว่าตอนเผชิญกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไพเรนทร์จะกลัวมากแค่ไหนยังไม่ทันจะได้กอดปลอบ ไพเรนทร์ก็หลับใหลในอ้อมแขนของไทเรสแล้วก่อนหน้านี้ไพเรนทร์อยากจะหายจากอาการง่วงเพลียเพราะร่างกายกับชีวิตไม่เข้ากันเพียงเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น ทว่าในตอนนี้ ไพเรนทร์ตระหนักได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ตนเองอ่อนแอจนตอบโต้อะไรไม่ได้แบบที่คฤหาสน์ของเคนยูขึ้นอีก“…เรื่องนั้นง่ายจะตายไป ก็แค่สอนให้ร่างของนายรู้จักความสุขเหมือนที่ชีวิตของนายได้สัมผัสก็พอ…”ถูกของราชาน คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้สลักซับซ้อน เพียงแต่ต้องใช้วิธีไหนจึงจะสอนความสุขให้กับร่างกายได้กันเล่าสัมผัสจุมพ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 121 ราชาเดียวดาย (2/2)

    “คุณเคนยู ช่วยปล่อยด้วยครับ ตอนนี้ผมต้องอยู่ภายใต้การจับตามองของรัฐบาลในคฤหาสน์หลังนั้น”เคนยูรู้ว่าไพเรนทร์ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไร แต่ใช้เป็นข้ออ้างที่จะผละไปจากเขาต่างหาก รอยยิ้มยินดีพลันขมขื่น ฟันสบเข้าคู่ขบกันแน่น เคนยูคิดเรื่องนี้มาไม่น้อย และเขาตัดสินใจมานานแล้ว“ฉันรู้ว่านายรักไอ้หน้าตายซากนั่น แต่นายจะแบ่งพื้นที่ในหัวใจมาให้ฉันสักเสี้ยวหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ? ฉันเป็นผัวน้อยให้นายก็ได้นะ เป็นแค่ชู้ก็ยังดี!”ไพเรนทร์อึ้งจนอ้าปากค้างไปแล้ว เขาปลอบตัวเองว่าเคนยูคงจะพูดเล่น ทว่าแววตาหงอยเหงาแสนเศร้าที่ส่งออกมานั้นเป็นของจริง ไพเรนทร์ร้องเสียงเบาอย่างสลดใจ “คุณเคนยู อย่าทำแบบนี้เลยครับ”“ฉันรู้ว่าฉันในตอนนี้มันไม่แข็งแกร่งเท่าหมอนั่น แต่ฉันมั่นใจว่าฉันดูแลนายได้ดีกว่ามันแน่นอน”ดวงใจของไพเรนทร์ดั่งถูกบีบคั้น เขาไม่อยากทำร้ายน้ำใจคนที่ดีกับเขาอย่างเคนยูเลย แต่เรื่องนี้ เขาเองก็พูดให้ต้องชัดเจนเช่นกัน“คุณเคนยูครับ ถ้าไม่นับที่ซ้อมผมจนตายไปหลายครั้ง คุณก็เป็นไม่กี่คนที่ใจดีกับผม เป็นเพื่อนที่ดีต่อผม คุณเป็นคนที่สุดยอดมาก ทั่วทั้งโลกมีแต่คนชื่นชอบคุณ ผมเชื่อว่ายังไงคุณก็ต้องเจอคนที่ค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 24 เมื่อสาว ๆ ลาพักร้อน

    บทที่ 24เมื่อสาว ๆ ลาพักร้อนสายไอทมิฬไหลเซาะมาตามช่องว่างแห่งม่านหมอกดำทะมึน ดั่งงูเลื้อยแทรกซึมผ่านแมกไม้ตรงเข้าไปหาเหยื่อ คมเขี้ยวอาบสารพิษร้ายแรงกว่าพิษงูหลายเท่าเจาะเข้าไปในผิวหนัง ฉีดพ่นน้ำมรณะมอบความเมตตาให้กับผู้ทรมานในการใช้ชีวิตโลกสีขาวที่เขาอยากพำนักตลอดกาลได้มาเยือนชายหนุ่มอีกครา“วัน

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 23 สิบอันดับแรกของผู้ปลุกไอทมิฬ (2/2)

    โทรศัพท์เคลื่อนที่อัจฉริยะอันหาได้ยากยิ่งหลังยุคสมัยผันผ่าน มีเพียงผู้มีอิทธิพลระดับสูงเท่านั้นจึงจะมีครอบครองในเขตอื่น กลับเป็นของทั่วไปที่ประชาชนชาวเขตหนึ่งมีกันแทบทุกคน เนื่องจากมีบริษัทเจ้าของสัญญาณดาวเทียมเอกชนรายใหญ่ที่ยังคงสัญญาณไว้ได้ทั้งการโทรศัพท์สื่อสารและสัญญาณอินเทอร์เน็ต เมื่อมีสัญญาณ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 12 ความโดดเดี่ยวที่ฆาตกรต้องแบกรับ

    บทที่ 12ความโดดเดี่ยวที่ฆาตกรต้องแบกรับเมื่อเดินชมเมืองจนจุใจ เคนยูก็พาพวกเขาไปยังอาคารหลังใหญ่ที่สุดในย่าน ห้างสรรพสินค้านิวอีราไพเรนทร์คิดว่าเขาตกตะลึงไปมากพอสำหรับหนึ่งวันแล้ว แต่เขาคิดผิด ห้างสรรพสินค้านิวอีราแห่งนี้กินพื้นที่ใจกลางเมืองทับทิมเป็นบริเวณกว้างขวางและมียังความสูงถึงเจ็ดชั้น ออก

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 10 การต่อสู้ที่แท้จริง

    บทที่ 10การต่อสู้ที่แท้จริงหลังจากไพเรนทร์กินอาหารกลางวันร่วมโต๊ะกับเคนยูและสาว ๆ เสร็จแล้วก็ได้เวลาทำงาน เคนยูโอบสาวสวยในชุดน้อยชิ้นสุดเซ็กซี่เต็มสองแขน เดินออกจากคฤหาสน์ไปตามทางเดินของหมู่บ้าน หน่วยสังหารซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังที่พวกเขาผ่านตามรายทางเห็นหัวหน้าหน่วยก็ตะโกนทักทาย บางส่วนออกจาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status