Início / แฟนตาซี / Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง / บทที่ 7 หมู่บ้านหน่วยสังหาร

Compartilhar

บทที่ 7 หมู่บ้านหน่วยสังหาร

last update Última atualização: 2026-02-04 14:54:46

บทที่ 7

หมู่บ้านหน่วยสังหาร

การตรวจเข้มก่อนเข้าเขตการปกครองกินเวลาไปเกือบทั้งวัน ไพเรนทร์โดนเก็บเลือดไปตรวจโรคและฉีดวัคซีนไปหลายเข็มกว่าจะถูกปล่อยตัว ซ้ำร้ายไอทมิฬเจ้ากรรมของเขายังแผ่ออกมารบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนต้องขอความช่วยเหลือจากเคนยูอยู่หลายครั้ง ทำเอาเจ้าตัวโมโหจนแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว จากนั้นไพเรนทร์กับไทเรสยังต้องทำบัตรประจำตัวเพื่อรับรองการอนุญาตเข้าเขตการปกครองอีกยกใหญ่ ไทเรสที่เป็นซอมบี้ถูกพาไปตัดเล็บด้วยใบมีดไฟฟ้าซึ่งดัดแปลงมาจากอาวุธสังหาร พร้อมกับสวมถุงมือหนาหุ้มเหล็กที่ปลายนิ้วและผ้าปิดปากอันทำหน้าที่เป็นดั่งตะกร้อครอบปากไปในตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ซอมบี้ไทเรสนำเชื้อไปแพร่ให้กับคนในเขต อีกทั้งยังช่วยปกปิดลักษณะแห่งซอมบี้จากสายตาคนอื่นอีกด้วย

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเคนยูก็ลากตัวทั้งสองขึ้นแคปซูลส่วนตัวของเขาที่จอดทิ้งไว้ในลานจอดของจุดตรวจตอนขามา ขับพาตัวทดลองทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการตรวจคัดกรองนัก

ภายในหมู่บ้านเป็นดินแดนที่ไพเรนทร์ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในยุคสมัยแห่งการทำลายล้างนี้ คฤหาสน์หรูหราหลายสิบหลังตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ละหลังตั้งห่างกันพอที่จะให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้อาศัยโดยไม่ต้องล้อมรั้ว สวนและสนามหญ้าถูกตัดแต่งดูแลอย่างดี ราวกับเป็นหมู่บ้านคนรวยที่หลุดมาจากยุคก่อนวันสิ้นโลก

เคนยูขับแคปซูลเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดในหมู่บ้าน ท้ายหมู่บ้านมีคฤหาสน์หลังใหญ่กว่าหลังอื่น ๆ ตั้งตระหง่านโดดเดี่ยวห่างไกลจากสิ่งปลูกสร้างรอบด้าน เหมาะกับการใช้เป็นฐานบัญชาการของเหล่าผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง

เคนยูเห็นไพเรนทร์มองด้วยความตื่นตาตื่นใจฉีกยิ้มขบขัน “เขตสิบเอ็ดไม่มีอะไรแบบนี้หรือไง? พวกบ้านนอก”

ไพเรนทร์ส่ายหน้าเบา ๆ ความตื่นตาพาให้เขาลืมไปเลยว่าตนเองเสียงแหบขนาดไหน ไพเรนทร์ตอบกลับทั้งที่ยังจ้องออกไปนอกหน้าต่าง “ไม่มีหรอกครับ สิ่งปลูกสร้างใหญ่ ๆ จากยุคก่อนที่นั่นพังเสียหายจากการวาร์ปหมดแล้ว เหลือก็แต่พวกอาคารเล็ก ๆ กับอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่ แมนชันพวกนี้หลังหนึ่งคงจะมีพื้นที่ให้คนอยู่กันได้หลายครัวเรือน โชคดีจังเลยนะครับ”

“หลายครัวเรือน? เล่นมุกหรือไง ทั้งหมดนี้เป็นถิ่นของฉันโว้ย!”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ไพเรนทร์ตกตะลึงกว่าเก่าหลายเท่า การสร้างกำแพงเขตที่ทั้งสูงทั้งหนา และยังเคลือบด้วยพลังแห่งความตายเข้มข้นในวัสดุก่อสร้างล้อมรอบพื้นที่หนึ่ง ๆ นั้นใช้ทรัพยากรมหาศาล แต่ละเขตจึงมักมีพื้นที่ในกำแพงได้ใหญ่สุดเพียงเท่าเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น สิ่งปลูกสร้างภายในจึงต้องสร้างเป็นตึกสูงเพื่อใช้สอยพื้นที่บนผืนดินให้น้อยที่สุด และรองรับประชากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แต่เคนยูที่เป็นผู้ปลุกไอทมิฬกลับครอบครองหมู่บ้านกว้างใหญ่ทั้งหมู่บ้านเป็นทรัพย์สินของตนเอง เขตการปกครองที่หนึ่งต้องมีพื้นที่และทรัพยากรเหลือล้นเกินความต้องการ หรือไม่ก็เคนยูเป็นผู้มีอิทธิพลในเขตหนึ่งเป็นแน่

เคนยูเห็นปฏิกิริยาของไพเรนทร์ก็หัวเราะชอบใจ “แต่ฉันก็ไม่ได้ใช้แมนชันทุกหลังหรอก มีแค่หลังใหญ่สุดเท่านั้น หลังอื่นฉันยกให้ลูกน้องหมดแล้ว”

ประตูไม้เนื้อดีบานใหญ่พลันเปิดออก หญิงสาวในชุดบิกีนีสุดเซ็กซี่หลายคนวิ่งออกมาห้อมล้อมแคปซูลของเคนยู

“คิง! คิงกลับมาแล้ว!”

เคนยูปล่อยแผงควบคุมจอดแคปซูลไว้กลางทางอย่างส่ง ๆ แล้วอ้าแขนต้อนรับผู้มาใหม่ทั้งหลาย “เฮ้! คิดถึงฉันไหมสาว ๆ!”

“คิดถึงสิ แหม ไปนานขนาดนี้นึกว่าไปตายตกอยู่ที่ไหนแล้ว”

“เป็นห่วงแทบแย่เลยล่ะ”

“จะบ้าเหรอ? แข็งแกร่งอย่างฉันจะไปตายได้ไง”

“อ๊าย สมแล้วที่เป็นคิง!”

เคนยูทิ้งแคปซูลเดินโอบเอวสาวเต็มสองแขนเดินเข้าบ้านโดยลืมคนที่พามาด้วยไปแล้ว ทิ้งให้มนุษย์กับซอมบี้ยืนทึ่งกันอยู่ในแคปซูล

เสียงสัญญาณแจ้งเตือนบาดหูดังแทรกเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาว ๆ มาจากชิปในคอของเคนยูและไพเรนทร์ รวมถึงปลอกคอของไทเรสจนทุกคนสะดุ้งตกใจ

“ว้าย! เสียงอะไรเนี่ย?!”

“ดังมาจากชิปของคิงแน่ะ”

“โดนศาสตราจารย์ราชานแกล้งอะไรมาอีกล่ะ?”

เคนยูเลือดขึ้นหน้า เขาคำรามลั่นด้วยความหงุดหงิด “รีบลงมาสิเว้ย ยืนบื้อทำซากอะไรอยู่!”

“ขะ ขอโทษครับ คุณเคนยู” ไพเรนทร์รีบวิ่งลงมาจากแคปซูลโดยไม่ลืมดึงแขนเสื้อของไทเรสให้ตามมาด้วย

“เคนยู อุ๊ปส์”

“คิก ๆ น่ารักจังเลยนะ”

เคนยูโดนสาว ๆ รอบกายหัวเราะคิกคักหยอกล้อก็ยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม ชายหนุ่มฝ่าวงล้อมแห่งอกเอวไปกระชากคอเสื้อของไพเรนทร์

“เรียกฉันว่าคิง!”

“ขอโทษครับ ผมได้ยินคุณราชานเรียกคุณว่าเคนยู ผมก็เลย…”

เคนยูกลับไม่รอฟังไพเรนทร์อธิบายจนจบ เขาใช้มือเดียวยกคอไพเรนทร์จนเท้าลอยจากพื้น อีกมือชูนิ้วโป้งปักอกแกร่งของตัวเองอย่างแรง “ฉันคือเดธแมตช์คิง ฆาตกรอันดับสองของโลก จำใส่กะโหลกของแกเอาไว้ซะ!”

ไพเรนทร์ถูกปล่อยลงอย่างแรงจนเกือบสะดุดล้ม พอดีกันกับที่ไทเรสลากขาขัดแข็งมาถึง ซอมบี้อดีตเพื่อนร่วมคณะรุดหน้ามารับตัวเขาไว้ก่อนที่จะร่วงลงไปกองกับพื้น เพิ่งออกมาจากสถานีวิจัยได้ไม่นานเขาก็ดั่งกลับไปเป็นภารโรงอ่อนแอในเขตสิบเอ็ดเสียแล้ว ถึงกระนั้น การกระทำรุนแรงนี้ก็ยังทำให้ไพเรนทร์ตกใจได้ไม่เท่ากับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน

“ฆาตกรอันดับสอง?!”

แรกเริ่มไพเรนทร์นึกว่าเคนยูเป็นเพียงผู้ปลุกไอทมิฬขึ้นตรงกับหน่วยพิเศษที่มีฝีมือมากหน่อย หรืออาจจะเป็นถึงระดับหัวหน้า แต่แท้จริงแล้วเคนยูเป็นถึงฆาตกรที่มีอันดับสูงถึงอันดับสอง! แต่ทำไมฆาตกรอันดับสองซึ่งควรจะเป็นที่หมายหัวหลบหนีอยู่นอกกำแพง ถูกจับตัวอยู่ในเรือนจำ หรือไม่ก็เป็นตัวทดลองในห้องทดลองกลับได้มาอยู่ในเขตการปกครองที่หนึ่ง ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่กับสาวสวยมากหน้าที่แทบจะไม่มีพลังแห่งความตายด้วยซ้ำ

สาวสวยในชุดบิกีนีสีชมพูเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบชายหนุ่มผู้มาใหม่ทั้งสองคนด้วยความเห็นใจ “ไม่ต้องกลัวไปนะหนุ่มน้อย จริง ๆ แล้วคิงใจดีมากเลยนะ แต่เขาไม่ชอบให้เรียกชื่อจริงเฉย ๆ น่ะ”

“ไม่มีใครเรียกฆาตกรด้วยชื่อจริงกันหรอก เพราะเมื่อได้สังหารคนไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะไม่ถูกนับเป็นคนอีก คนที่ไม่ใช่คนน่ะ ไม่จำเป็นต้องมีชื่อหรอก”

เสียงนุ่มติดจะออกสำเนียงดุเหมือนคุณครูของหญิงสาวดังขึ้นด้านหลังคนทั้งสาม สาวบิกีนีสีชมพูรีบไปควงแขนทักทายเธอ

“คุณโบอา! มาหาคิงเหรอคะ?”

โบอากอดอก “ฉันน่ะเหรอจะมาหานักเลงนั่น ฉันมาทำงานต่างหาก”

เสียงแหลมสูงกรีดร้องที่ลำคออีกครั้ง ไพเรนทร์สะดุ้งสุดตัว เสียงตวาดลั่นดังมาจากในตัวบ้าน

“มัวอืดอาดอะไรอยู่? เดี๋ยวพ่อปั๊ดฆ่าทิ้งซะหรอก!”

“จะไปเดี๋ยวนี้ครับ!” ไพเรนทร์รีบดึงแขนเสื้อของไทเรสวิ่งเข้าคฤหาสน์ด้วยกลัวจะห่างจากเคนยูมากเกินไปจนปลอกคอของไทเรสระเบิด

โบอาปรายตามองลำคอของไพเรนทร์ หากเธอได้ข้อมูลมาไม่ผิด คนผู้นี้เพิ่งถูกฝังชิปจากจุดตรวจไปหมาด ๆ แต่บาดแผลบนนั้นกลับหายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว เหลือเพียงรอยนูนรูปทรงกลมอันถูกออกแบบมาให้เห็นได้ชัดเจนจากภายนอก เพื่อแยกผู้ปลุกไอทมิฬกับคนธรรมดา

ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะฝังไปแท้ ๆ

“ศาสตราจารย์ราชานเล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังแล้ว การออกมานอกสถานีวิจัยของนายและซอมบี้เป็นความลับ นายจะถูกซ่อนไว้ในหน่วยสังหารของคิง ระหว่างนี้ นายต้องฝึกการต่อสู้กับเขาเพื่อให้สามารถออกไปทำภารกิจนอกกำแพงกับหน่วยสังหารได้ ส่วนฉันมีหน้าที่สอนนายควบคุมไอทมิฬ”

โบอานั่งไขว่ห้างกอดอกสาธยายงานของแต่ละคนให้ทุกคนในห้องรับแขกฟัง หญิงสาวผู้นี้คงจะเป็นผู้ดูแลอีกคนหนึ่งที่ราชานเคยพูดถึง เขาจะต้องให้ความร่วมมือกับเธอเป็นอย่างดี เพื่อให้ราชานวิจัยวิธีชุบชีวิตไทเรสขึ้นมาให้ได้

ไพเรนทร์กำสองมือไว้บนตักแน่น ถึงบรรยากาศและสถานการณ์จะพาให้รู้สึกตึงเครียด แต่เขาก็รับฟังหญิงสาวอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองสาเหตุแห่งความมุ่งมั่นของเขา ไทเรสนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ด้านข้าง ใบหน้าแข็งทื่อที่ซ่อนตัวภายใต้หนวดเครารกรุงรังไม่ได้แสดงสีหน้าใดออกมาทั้งสิ้น

ส่วนเจ้าของคฤหาสน์นอนเอนกายเอกเขนกแนบอิงสาว ๆ อยู่บนโซฟาหลังใหญ่ โดยมีพวกเธอคอยป้อนของกินเล่นสลับกับคีบบุหรี่มาให้ดูดอย่างสำราญใจ

“เฮ้ย นอกจากเป็นกล้องวงจรปิด ฉันยังต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ไอ้หนูทดลองนี่ด้วย? ตาแก่นั่นชักจะมากเกินไปใหญ่แล้วนะเว้ย!”

“มีปัญหาก็ไปคุยกันเองเถอะ ถึงสุดท้ายนายจะเถียงสู้ศาสตราจารย์ไม่ชนะอยู่แล้วก็ตาม” โบอายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ว่าไงนะ ยัยป้า?!”

สาวสวยที่นวดไหล่ให้เคนยูอยู่สะกิดแขนล่ำสัน “คิง เมื่อกี้คุณโบอาบอกว่าพ่อหนุ่มทาร์ซานเป็นซอมบี้เหรอ?!”

“ทาร์ซาน…” ไพเรนทร์ถึงกับต้องเหลือบมองซอมบี้ด้านข้างอีกครั้ง ด้วยผมยาวรุงรังกับหนวดเคราปรกใบหน้า ไทเรสในตอนนี้ก็ดูเหมือนคนป่าจริง ๆ นั่นแหละ

“ว่าไงนะ ซอมบี้?!” สาวสวยอีกคนเกือบทำบุหรี่ในมือร่วง

“เห หล่อขนาดนี้จะไปใช่ได้ไงเล่า ซอมบี้ต้องเป็นซากศพเดินได้สิ” สาวที่กำลังนวดขาให้เคนยูอยู่ขยิบตา

เคนยูเบะปาก “หล่อบ้าหล่อบออะไรกัน เจ้านั่นเป็นซอมบี้ของไอ้หนูทดลองน่ะ แต่มันไม่ทำอะไรพวกเธอหรอก พวกเธอเองก็อย่าปากสว่างเอาไปพูดล่ะ เข้าใจไหม?”

“รู้แล้วล่ะน่า มีคิงอยู่ ซอมบี้ทำอะไรไม่ได้หรอก”

“ใช่แล้ว ก็คิงน่ะ แข็งแกร่งที่สุดเลยนี่นา”

ถูกยกยอปอปั้นยกใหญ่ เคนยูก็หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีพลางกอดหอมสาวปากหวานทั้งหลายด้วยความครึ้มใจ

โบอากลอกตาอย่างรังเกียจ หากไม่ใช่เพราะเธอสู้นักเลงคาสโนวาผู้นี้ไม่ได้ เธอไม่มีทางยอมมาเป็นลูกน้องในสังกัดของเคนยูหรอก “เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ วันนี้ดึกมากแล้ว พวกนายไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยมาเริ่มการฝึกกัน ช่วงเช้าฝึกการควบคุมไอทมิฬกับฉัน ช่วงบ่ายฝึกการต่อสู้กับคิง”

หญิงสาวลุกขึ้นเตรียมจะจากไป ไพเรนทร์รีบเรียกเธอไว้

“เดี๋ยวก่อนครับ”

โบอาหันกลับมามองไพเรนทร์ “มีอะไร?”

“คือว่า…” ไพเรนทร์ชำเลืองมองเคนยูกระหนุงกระหนิงกับสาว ๆ อย่างอึดอัดใจเต็มประดา เขาคงไม่ได้ต้องอยู่บ้านเดียวกับคนอันตรายผู้นี้หรอกนะ “คือว่า ผมกับไทเรสต้องไปอยู่ไหนเหรอครับ?”

“นายห่างจากคิงเกินสิบเมตรไม่ได้ ถึงจะน่าหงุดหงิดไปหน่อย แต่ก็ต้องทนอยู่ที่นี่ไปนั่นแหละ” โบอาพรั่งพรูลมหายใจด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเดินนวยนาดออกจากคฤหาสน์ไป ทิ้งให้ชายหนุ่มที่หยุดเวลาเติบโตทางจิตใจไว้แค่ช่วงมหาวิทยาลัยทั้งสองมองตามตาปริบ

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 64 ทุกอย่างเพื่อนาย (2/2)

    ตกลงมาจากฟากฟ้าสีโลหิต ฝ่าดงกระสุนไปพร้อมกับโอบกอดคนสำคัญไว้ในอ้อมแขน พุ่งเข้าหาศัตรูไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ไทเรสพลิกตัวหันหลังใช้ร่างที่แข็งกระด้างของตนกำบังกระสุน กอดอีกฝ่ายจนมั่นใจว่าปลอดภัย เขาควรจะตึงเครียด เขาควรจะตื่นตัวพร้อมปะทะแต่ตอนนี้ใจเขากลับสงบเหมือนได้กลับไปนั่งในมุมมืดของห้องสมุดที่คณะ มุมมืดที่มีเพียงเขากับชายผู้มืดมน แค่เราสองคนสองร่างตกกระทบพื้นอย่างแรง ฝุ่นดินคละคลุ้งบดบังการมองเห็น หน่วยสำรวจรีบสวมหน้ากากกันแก๊สแล้วถอยร่นไปด้านหลังเพื่อติดตั้งอาวุธหนัก หน่วยพิเศษที่ถูกส่งมาหลังจากมีรายงานพบตัวเป้าหมายรุดมาข้างหน้า ในมือกำอาวุธประจำกายพร้อมกำจัดภัยคุกคามอันดับหนึ่งแห่งมวลมนุษยชาติภายในฝุ่นหนาทึบที่เริ่มเบาบางลง ไทเรสประคองไพเรนทร์ยืนอย่างมั่นคง มือซีดยื่นออกมา แม้จะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไทเรสก็ส่งมือไปจับกับอีกฝ่ายสอดประสานนิ้วโดยไร้ความลังเล เหมือนกับตอนที่กระโดดลงมา เขาไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่ต้องลงมาอยู่ในวงล้อมของศัตรู ณ วินาทีนี้ ไทเรสเชื่อใจไพเรนทร์ทุกอย่างโดยไม่ตั้งคำถามแค่มีสองเราก็เพียงพอ ทุกอย่างจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอนซอมบี้กับเจ้านายจูงมือกันเดินอ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 64 ทุกอย่างเพื่อนาย (1/2)

    บทที่ 64ทุกอย่างเพื่อนายหลายวันมานี้ ตั้งแต่ที่ซอมบี้ระดับพิเศษกับเจ้านายจับตัวศาสตราจารย์ราชาน พาสคาลเป็นตัวประกันหลบหนีออกนอกเขตการปกครองที่หนึ่ง ภารกิจค้นหาเพื่อช่วยเหลือนักวิจัยและกำจัดซอมบี้ระดับพิเศษกลายเป็นวาระระดับเดียวกับภัยพิบัติเพลย์เมคเกอร์ ทว่า นอกกำแพงไม่ใช่พื้นที่ชำนาญการของพวกเขา หากไม่นับเส้นทางขนส่งระหว่างเขตที่ใช้เป็นประจำ พวกเขาก็แทบจะไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ในทุ่งรกร้างแห่งความตายนั่นกระนั้น รัฐบาลโลกก็มีคำสั่งลงมาให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันออกปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วน โชคกลับไม่เข้าข้าง ตั้งแต่ที่หน่วยสำรวจชุดแรกคลาดจากร่องรอยของผู้หลบหนีในวันที่สอง พวกเขาก็ไม่พบวี่แววของแคปซูลบนฟ้าอีกเลยผู้บัญชาการแซม มัวร์ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมปฏิบัติการระดับภัยพิบัติอย่างต่อเนื่องจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ในการค้นหา โดยตั้งสมมติฐานอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่ว่า ผู้ร้ายจะไม่สังหารศาสตราจารย์ราชานเพื่อเก็บไว้ใช้เป็นตัวประกัน จึงมุ่งเน้นการค้นหาไปที่สิ่งประทังชีพอย่างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในป่า และไฟที่ให้ความอบอุ่นในเวลากลางคืน โดยพวกเขาไม่รู้กฎเกณฑ์แห่งโลกนอกกำแพงที่ว่า กองไฟเป็นสิ่งอำนวยความสะ

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 63 แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

    บทที่ 63แมลงเม่าบินเข้ากองไฟการจุดไฟตอนกลางคืนนอกกำแพง เป็นการแสดงสัญลักษณ์ของผู้แข็งแกร่ง สัตว์ป่าในยุคสมัยใหม่และฆาตกรที่เร่ร่อนอยู่ด้านนอกต่างก็หลีกเลี่ยงไม่คิดจะเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตนแมกไม้ส่งเสียง ไอทมิฬที่จงใจแผ่ออกมาเพื่อแสดงอำนาจลอยฟุ้งในอากาศ ด้านหลังของเคียต มีคนผู้หนึ่งแหวกต้นไม้รกชัฏออกมาดวงตาแดงฉานเด่นชัดในความมืด เขี้ยวแหลมสะท้อนประกายคมจากเปลวไฟ เสียงทุ้มลึกเอ่ยด้วยท่วงทำนองสละสลวยราวกับขับขานบทกลอน “คืนนี้ช่างเป็นค่ำคืนที่เหน็บหนาว กองไฟของพวกคุณดูอบอุ่นดีนี่”“อ๊ะ”“โอ้”“อ้อ”“…อะไรของมันวะ?”และนี่คือการตอบรับที่ผู้เปิดตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้รับจากคนทั้งสี่ที่นั่งผิงกองไฟกันอยู่บุรุษผู้เคยเป็นที่หวาดกลัวของคนทั้งเมืองกลับถูกหมางเมินอย่างไม่น่าให้อภัย เขาแยกเขี้ยวข่มขู่ “พวกเจ้าคงไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร หากได้รู้จักชื่ออันน่าสะพรึงกลัวของข้าแล้ว ก็จงถวายเลือดบูชาข้าเสีย!”“ก็คนที่โดนแขวนในห้องทดลอง บลัดดี แมร์รีไม่ใช่เหรอ?” ไพเรนทร์หันไปถามไทเรส“เบียวขนาดนี้ พวกลัทธิแวมไพร์ชัวร์” ไทเรสเห็นด้วยผู้มาใหม่ได้ยินก็เด

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 62 เดินทางอย่างไร้ทิศ

    บทที่ 62เดินทางอย่างไร้ทิศ “แน่ใจนะว่าทางนั้น?” ราชานมองป่ารกร้างไร้วี่แววของเส้นทางการเดินทางของแคปซูลหรือรอยล้อรถบนพื้นแม้แต่น้อย“ถ้ามาถูกทางตามที่คุณอิกอร์บอก อีกไม่นานทางทิศเหนือจะเห็นกำแพงเขตที่เก้าอยู่ไกล ๆ ครับ” ไพเรนทร์ควบคุมแคปซูลบินมาตามทางที่อิกอร์ชี้ ใช่แล้ว ชี้ในยุคโลกาวินาศนี้ หมอกโลหิตปกคลุมจนไม่เห็นดวงดาว พลังแห่งความตายซึ่งนับเป็นพลังงานอย่างหนึ่งลอยปะปนอยู่ทุกที่ รบกวนการทำงานของสนามแม่เหล็ก เข็มทิศตามแบบฉบับของยุคก่อนจึงใช้ไม่ได้ ไพเรนทร์เพิ่งได้เข้าใจถึงความล้ำหน้าของเขตการปกครองที่หนึ่งที่มีเหนือเขตอื่นก็วันนี้ วิทยาการซึ่งสามารถเอาชนะความแปรปรวนของพลังงาน สร้างระบบติดต่อสื่อสารและวางระบบไฟฟ้าได้แทบไม่ต่างจากยุคสมัยก่อนทั้งที่มีพลังแห่งความตายลอยอยู่ทุกแห่งหนอิกอร์เลยช่วยพวกเขาได้มากสุดเพียงแค่อธิบายและชี้นิ้วเท่านั้น“แล้วถ้าไม่เจอล่ะ?” ไทเรสถามทั้งสามมองหน้ากันนิ่งแล้วหันไปมองหน้าเคียตที่ทำสีหน้าว่างเปล่าตอบกลับมา“คงต้องกลับไปหาคาราวานสีเทาเพื่อถามทางใหม่”ท้องฟ้าสีแดงหมองหม่นลงจนมืดมิด ช่วงกลางคืนพวกเขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย แม้จะผ่านกำแพงเขตการปกค

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 61 ข้อเสนอ

    บทที่ 61ข้อเสนอคาราวานสีเทาเดินทางไปอย่างไร้จุดหมายก็จริง แต่พวกเขามีแบบแผนอยู่ และที่หมู่บ้านร้างแห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่พวกเขาจะแวะเวียนมาหยุดพักทุกปี เพื่อเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในไร่ของชาวบ้านเจ้าของถิ่นดั้งเดิมก่อนที่มันจะถูกทิ้งร้าง เมื่อเก็บมาจนเต็มกำลังการบรรจุของคาราวาน พวกเขาก็จะปักท่อนพันธุ์ลงไปปลูกใหม่และล้อมรั้วหนามไว้ป้องกันสัตว์ป่าและซอมบี้ มีปีหนึ่งที่โชคร้าย เมื่อคาราวานสีเทาเดินทางมาถึงก็พบรั้วหนามพังกระจัดกระจาย และมันสำปะหลังในไร่โดนรื้อถอนไปหมด จากร่องรอยไอทมิฬและร่องรอยการอยู่อาศัยในบ้านร้างทำให้คาดเดาได้ว่าเป็นฝีมือของพวกฆาตกรที่เร่ร่อนผ่านทางมา หากเป็นเช่นนั้นจริง ยอมหาเสบียงใหม่ย่อมดีกว่าเสี่ยงปะทะกับฆาตกรไลก้าผู้เกิดมาในคาราวานสีเทาพาเหล่าคนนอกทั้งสามไปช่วยกันเก็บเกี่ยวอย่างสนุกสนาน ราวกับพวกเขากำลังเล่นสนุกกันมากกว่าทำงานประทังชีวิตแสนลำเค็ญและทุกการกระทำก็ตกอยู่ในสายตาของเหล่าผู้นำที่นั่งตัดแต่งท่อนพันธุ์กันพลางประชุมพลางอย่างไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว“พรุ่งนี้เราจะเดินทางกันต่อแล้ว จะเอาไงกับสามคนนั้นดี?” ตู้โจวเปิดประเด็นท

  • Intention to Death เมื่อความตายกลายเป็นพลัง   บทที่ 60 ความตายเป็นสีขาว

    บทที่ 60ความตายเป็นสีขาว “แล้วพวกนายก็กลายเป็นหมากับแมวที่ไลก้าเคยเลี้ยง?” ไทเรสถามอย่างเหลือเชื่อ“เปล่า พวกฉันก็ยังคงเป็นพวกฉันนั่นแหละ แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของไลก้า” แมวดำเลียจัดแจงเส้นขนเปื้อนฝุ่นของมัน“แต่ส่วนใหญ่ไลก้าอยากให้เราอยู่ในร่างนี้มากกว่าร่างคนน่ะ” สุนัขกล่าวต่อ“ร่างนี้ก็สบายดีออก ไม่ต้องหาเสื้อผ้ามาใส่ด้วย”คำพูดของเจ้าแมวทำให้ทุกคนเพิ่งจะนึกได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอเป็นหญิงสาว หากไลก้าเกิดนึกอยากให้ทั้งสองกลับร่างมนุษย์เมื่อไร ร่างสัตว์ที่ไร้อาภรณ์ทั้งสองเห็นจะต้องรีบหาอะไรมาปกปิดกันให้วุ่น“กลายร่างเป็นสัตว์ได้ เป็นลักษณะเฉพาะที่ไม่เคยคิดว่าจะมีได้ แต่ถึงจะไม่นับเรื่องนี้ ยังไงสองคนนี้ก็ต้องนับเป็นซอมบี้ระดับพิเศษอย่างแน่นอน เด็กตัวเล็ก ๆ แค่นี้กลับมีซอมบี้ระดับพิเศษอยู่ใต้อาณัติถึงสองตัว!” ราชานพึมพำข้อมูลที่ล้นเข้ามาในหัวอย่างคนกำลังสับสน การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขามีคำถามที่ตอบไม่ได้มากมายเหลือเกินดีจริง ๆ ที่ออกมานอกกำแพงในบ้านร้างหลังเล็กขนาดหนึ่งห้องได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการนอนหลับพักผ่อนโดยแมวและสุนัขผู้มาถึงก่อนได้อย่างยุติธรรม“พื้นที่ทั้งหมดเป็นของไลก้า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status